Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-03-14 18:29:36

ภายในห้องนอนที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวและปลอดภัยของฉัน บัดนี้กลับถูกคุกคามด้วยเงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตา แสงไฟสลัวในห้องขับเน้นให้ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มดูดุดันจนน่ากลัว หัวใจของฉันกระตุกวูบด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นเมื่อเห็นสายตาที่เขาจ้องมองมา

"คุณวิน..เข้ามาในห้องเอยทำไมคะ" ฉันพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่ถอยหลังหนีจนแผ่นหลังสัมผัสกับขอบโต๊ะ

ชายหนุ่มแค่นยิ้มเย็นชา นัยน์ตาแข็งกร้าวคู่นั้นกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม

"ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้..นี่มันบ้านฉัน....หึ...ดีนิ..พอคุณแม่ไม่อยู่ก็ออกไปร่านกับผู้ชาย...แรด..."

คำด่าทอที่ไร้ซึ่งการให้เกียรติทำเอาฉันหน้าชาเหมือนถูกตบ ความอดทนที่เคยมีเริ่มขาดผึง

"คุณวิน..จะมากเกินไปแล้วนะคะ"

"มากไปงั้นเหรอ...แล้วที่เธอทำล่ะเอิงเอย...มันไม่มากไปหรืองัย..แม่ฉันส่งเธอไปเรียนแต่เธอดันร่านไปกับผู้ชาย"

คำพูดดูถูกที่พ่นออกมาจากปากเขามันรุนแรงเกินกว่าที่ฉันจะทนไหว ความโกรธแค้นพุ่งขึ้นบดบังความกลัว มือของฉันขยับไปเองตามสัญชาตญาณ

"เพี๊ยะ..!!!!"

เสียงฝ่ามือกระทบแก้มสากดังสนั่นไปทั่วห้องจนมือของฉันชาหนึบ เธอตบหน้าผมอย่างแรง เธอมองผมด้วยสายตาโกรธเคืองหยาดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความอัดอั้น

แรงตบนั้นทำให้หน้าของผมหันไปตามแรง ทิ้งรอยแดงจางๆ ไว้บนใบหน้า แต่มันกลับยิ่งสุมไฟโทสะในอกผมให้โหมกระหน่ำ

"เธอกล้าตบฉันเหรอยัยกาฝาก..มานี่ คันมากนักใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอหายคันเอง...."

อารมณ์ชั่ววูบทำให้ผมขาดสติ ผมกระชากข้อมือเล็กอย่างแรงจนร่างบางถลามาตามแรงดึง ผมลากเธอมาที่เตียง แล้วพุ่งเข้าไปจูบเธออย่างแรง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่เต็มไปด้วยความรุนแรงเพื่อลงทัณฑ์ เธอดิ้นขัดขืนสุดกำลังและไม่ยอมเปิดปาก สองมือก็ทุบมาที่หน้าอกผมหวังจะให้หลุดพ้นจากพันธนาการนี้ ผมเลยกัดริมฝีปากเธอเล็กน้อยจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เมื่อได้โอกาสจึงสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากเล็กเพื่อฉกชิมน้ำหวานที่อยู่ภายในอย่างตะกรุมตะกราม

"ปล่อยย.. ยย" เสียงประท้วงที่แผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอ

"ปล่อยเอยนะคุณวิน!" เสียงสะอื้นไห้ปนคำขอร้องนั่นดูเหมือนจะเข้าไม่ถึงโสตประสาทของผมในยามนี้

ผมเลื่อนใบหน้ามายังซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นกายสาวที่แสนเย้ายวน แล้วกดริมฝีปากหนาลงไปที่คออย่างแรงเพื่อตีตราจอง ซุกไซ้ไปได้สักพัก ความเงียบที่ผิดปกติทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัว ผมรู้สึกเหมือนเธอนิ่งไป เลยเงยหน้าขึ้นมาดู..

"อึก อึก"

เธอร้องไห้น้ำตาท่วมหน้า ร่างกายที่เคยดิ้นรนกลับนิ่งสนิทและมีเสียงสะอื้นเบาๆ ตัวเธอสั่นเทาไปหมดเหมือนลูกนกที่บาดเจ็บ สายตาที่เคยมองอย่างโกรธแค้นบัดนี้เหลือเพียงความหวาดกลัวและตัดพ้อ

ใจของผมวูบโหวงด้วยความรู้สึกผิดที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน แต่ทิฐิที่มีกลับสั่งให้ผมแสดงท่าทีแข็งกร้าวออกไป

"ฉัน...เออ.. ก็ใครใช้ให้เธอตบฉันก่อน ....ทีหลังก็จำไว้ว่าอย่าทำแบบนี้อีก.."

"ปั๊ก.!!!!" เสียงปิดประตูอย่างแรงดังปังใหญ่ตามหลังร่างสูงที่พุ่งพรวดออกไป ผมเดินออกมาจากห้องของยัยนั่นด้วยความรู้สึกสับสนที่ตีกันมั่วไปหมด แล้วตรงเข้าห้องนอนของตัวเองทันที ผมทิ้งตัวลงนั่งขยี้ผมตัวเองแรงๆ พลางตั้งคำถามกับตัวเองว่า...ทำไมต้องโกรธยัยนั่นขนาดนั้น

ภาพเหตุการณ์ที่ลานกิจกรรมในวันนี้ยังคงติดตา วันนี้ที่ลานกิจกรรมผมเห็นทุกอย่างที่ไอ้คินทำ...มันคงจะชอบยัยนั่นมาก...ถึงได้กล้าทำขนาดนั้น...ผมรู้สึกหงุดหงิด โมโห เมื่อเห็นสองคนนั้นใกล้ชิดกันจนเกินงาม ทั้งที่จริงๆ แล้วหลังจากเลิกเรียนผมกะว่าจะรับยัยนั่นกลับบ้านด้วย เพราะวันนี้ลุงนพไม่สะดวกมารับ และมันก็เย็นมากแล้วด้วย ผมเป็นห่วงว่าถ้ากลับรถเมล์คงจะถึงบ้านค่ำและอาจเกิดอันตราย

แต่ความหวังดีกลับกลายเป็นยาพิษเมื่อผมยืนรอเธอสักพัก ก็เห็นเธอเดินมาพร้อมกับไอ้คิน สองคนนั้นพูดคุยอะไรกันสักอย่างด้วยท่าทางสนิทสนม แล้วยัยนั่นก็ขึ้นรถมันไปต่อหน้าต่อตา ภาพที่ผมเห็นมันทำให้ผมโกรธจนเลือดขึ้นหน้า...โมโหเธอมากที่กล้าขัดคำสั่งผม ทั้งที่ผมย้ำแล้วย้ำอีกว่าห้ามยุ่งกับเพื่อนผมแต่ยัยนั่นก็ไม่ฟัง แถมยังไปไหนมาไหนกับไอ้คินอีก ผมขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ.. เมื่อมาถึงจึงเข้าไปรอยัยนั่นในห้องของเธอด้วยใจที่รุ่มร้อน กลับมาจะสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้างว่าใครคือเจ้าของชีวิตเธอ

พอเธอกลับมาแล้วเห็นว่าผมอยู่ในห้อง...หน้าตาท่าทางของเธอดูกลัวๆ ...หึ..คงจะกลัวผมมากสินะ...เราทะเลาะกันนิดหน่อยด้วยถ้อยคำรุนแรง จนกระทั่งเธอตบหน้าผม ผมเลยกะว่าจะแกล้งเธอสักหน่อยเพื่อให้หลาบจำ แต่หลังจากที่ได้สัมผัสร่างกายเธอ..ผมกลับควบคุมตัวเองไม่อยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ และสัมผัสที่นุ่มนิ่มทำให้สัญชาตญาณดิบในตัวตื่นขึ้น ตัวเธอทั้งนุ่มนิ่ม และหอมมาก อารมณ์ความใคร่ทำให้ผมเลยเถิด เผลอล่วงเกินเธอไปแบบไม่ได้ตั้งใจ..พอเห็นเธอร้องไห้ด้วยความกลัว ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ใจหนึ่งก็อยากจะขอโทษ แต่อีกใจก็ยังทิฐิสูงเกินไป เลยตะคอกใส่เธอแล้วรีบเดินออกจากห้องทันที

คืนนี้ผมก็นอนไม่หลับอีกตามเคย..หลับตาทีไรก็นึกถึงร่างกายนุ่มนิ่มของเธอ..สีหน้าแววตาที่ดูกลัวผมเอามากๆ มันคอยตามหลอกหลอนจนใจสั่น ผมนอนพลิกไปพลิกมาอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับได้ในเช้ามืดของอีกวัน

@เช้าวันใหม่

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องอาหาร แต่บรรยากาศกลับอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก เมื่อฉันเดินลงมาก็เจอกับสายตาคมกริบที่จ้องรออยู่ก่อนแล้ว

"ตื่นสาย..ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าของบ้าน" คำจิกกัดแรกเริ่มขึ้นทันทีที่เขาเห็นหน้าฉัน

ฉันก้มหน้าหลบตา ไม่ยากจะต่อความยาวสาวความยืด "ขอโทษค่ะ....."

"จะไปไหน...ไม่กินข้าวรึงัย.."

"จะไปกินที่มหาลัยค่ะ..ขอตัวนะคะ" ฉันรีบก้าวเท้าหวังจะออกไปให้พ้นจากความอึดอัดนี้

"ข้าวที่บ้านก็มี...หรือที่บ้านไม่มีอะไรให้น่าสนใจเหมือนในมหาลัย" น้ำเสียงเยาะหยันนั่นทำให้ฉันชะงัก "...นั่งลงกินข้าว..แล้วค่อยไปมหาลัยพร้อมฉัน"

"ไม่เป็นไรค่ะ..เอยไปเองสะดวกกว่า" ฉันปฏิเสธทันควัน เพราะไม่อยากอุดอู้อยู่ในพื้นที่แคบๆ บนรถกับเขา

"หึ...ที่กับคนอื่นไม่เห็นจะกลัว..."

"เห้อ..."

ฉันลอบถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับความเอาแต่ใจและคำพูดประชดประชันของเขา สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำตามคำสั่ง..จากนั้นก็นั่งลงทานอาหารเช้าพร้อมกับผมด้วยท่าทีนิ่งสนิท ทานเสร็จผมและเธอเลยขับรถตรงไปมหาลัยทันที บรรยากาศภายในรถเงียบสงัดจนน่าอึดอัด

@มหาลัย

เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าตึกคณะ ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นของชายหนุ่ม

"เลิกกี่โมง.."

".......…......" ฉันนิ่งเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่ได้ยิน แต่เพราะความเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้ตอบ

"ฉันถามทำไมไม่ตอบ.." เขาเริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาอีกครั้ง

"บ่ายสามครึ่งค่ะ"

"รอฉันหน้าตึกเดี๋ยวฉันมารับ .... จะได้กลับบ้านพร้อมกัน..."

ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ลุงนพละคะ ปกติลุงนพมารับเอย"

"ลุงนพไม่ว่าง..ไปทำธุระให้ฉัน.."

"ถ้าคุณวินไม่สะดวก..เอยกลับเองก็ได้นะคะ"

"ฉันบอกเหรอ...ว่าไม่สะดวก..."

คำย้อนของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม "เอยก็แค่กลัวว่าคุณวินจะเอาเอยไปทิ้งไว้ข้างถนนที่ไหนสักแห่ง"

"ไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า..."

"ก็ได้ค่ะ"..เดี๋ยวเลิกเรียนเอยมารอที่หน้าตึกนะคะ....ขอบคุณนะคะที่มาส่ง"

"ฉันไม่ได้ตั้งใจมาส่งเธอหรอกนะ...แต่มันเป็นทางผ่านฉันพอดี.." เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ สะบัดหน้ามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง

"ค่ะ ..เอยรู้ค่ะว่าคุณวินคงไม่ใจดีมาส่งเอยง่ายๆ หรอก...เพราะปกติคุณวินใจร้ายกับเอยจะตาย"

"นี่เธอ..." ผมหันไปกะจะเอาเรื่องกับคำตอกกลับนั่น แต่เธอก็ไวกว่า

"เอยไปนะคะ..สวัสดีค่ะ" เธอรีบวิ่งลงจากรถทันทีโดยไม่รอฟังคำด่าทอจากผม

ผมมองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งลับตาไป ความจริงคือผมมาถึงมหาลัยแต่เช้า..เลยตรงไปที่ห้องชมรม ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกผม.. ที่จริงวันนี้ผมมีเรียนช่วงบ่ายสอง แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ ก็ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเร็วกว่าปกติ..รู้ตัวอีกทีก็มานั่งรอยัยเด็กกาฝากที่ห้องอาหารแล้ว..เลยต้องออกจากบ้านตั้งแต่ 07.30 น. มาเช้าขนาดนี้ เพื่อนๆ ผมมันคงยังไม่มีใครมา...ผมก็ไม่รู้จะไปไหน เลยมานอนเล่นที่ห้องชมรมดีกว่าเพื่อฆ่าเวลา

@บ่ายสาม

ในห้องชมรมที่เงียบสงบ ผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะคว้ากุญแจรถเตรียมตัวออกไป

"ไอ้วินมึงจะไปไหน.." คินเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเพื่อนรักเตรียมชิ่งทั้งที่เพิ่งเริ่มคาบ

"วันนี้กูมีธุระ..ฝากลาอาจารย์ด้วย"

"นี่มึงเพิ่งจะเข้าเรียนได้ไม่ถึงชั่วโมง...จะโดดแล้วเหรอว่ะ.." นทีเสริมขึ้นพร้อมกับมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อสายตา

"เออน่า..กูมีธุระสำคัญต้องไปทำ...ไปแล้วนะ"

ผมเดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองเพื่อนที่ยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อยู่เบื้องหลัง

"มึงว่ามันแปลกๆ เปล่าว่ะ.." นนท์ตั้งข้อสังเกต

"หรือมันนัดสาวเอาไว้" นทีสันนิษฐาน

"เป็นไปได้....." นนท์พยักหน้าเห็นด้วย

"แต่ปกติมันไม่เคยขาดเรียนเลยนะเว้ย" นทีแย้ง เพราะปกติผมจะเป็นคนเจ้าระเบียบที่สุดในกลุ่ม

"พวกมึงเลิกสนใจไอ้วิน..แล้วหันมาสนใจอาจารย์ดีกว่าไหม มาโน่นแล้ว" คินรีบตัดบทเมื่อเห็นเงาร่างของอาจารย์ผู้สอนเดินใกล้เข้ามา

"เชี้ย..มาเร็วจังว่ะ เหลือเวลาอีกตั้ง 5 นาที" นนท์บ่นอุบพร้อมกับรีบกวาดของบนโต๊ะเตรียมเข้าที่

@หน้าตึกคณะบริหาร

แดดยามบ่ายยังคงร้อนระอุ แต่ใจผมกลับจดจ่ออยู่กับการรอคอย ผมมารอยัยกาฝากที่หน้าตึกคณะบริหาร ตอนนี้ก็บ่ายสามโมงครึ่งแล้ว ก็ยังไม่เห็นมีใครเดินลงมาจากตึกเลยสักคน ผมเริ่มเดินวนเวียนอยู่แถวรถด้วยความหงุดหงิด รอไปได้สักพักกลุ่มนักศึกษาก็เริ่มทยอยลงมา และยัยนั่นก็เดินลงมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน

"ฮั่นแน่....เอิงเอย..มีหนุ่มที่ไหนมารอรับย่ะ" เจนนี่เอ่ยแซวพร้อมกับทำตาวาวเมื่อเห็นรถสปอร์ตคันหรู

"หนุ่มที่ไหนกันเล่า..ก็คุณวินงัย" ฉันตอบเพื่อนไปตามตรง แม้ในใจจะยังรู้สึกประหม่า

"โอ้มายก๊อท... นี่พี่วินมารับแกเหรอเอิงเอย ฝนจะตกไหมเนี้ย" เจนนี่ทำท่าตกใจโอเวอร์เกินเหตุ

"แกก็พูดเกินไป..เขาเป็นพี่น้องกันมารับเอยก็ไม่เห็นจะแปลก" เดลแย้งอย่างเป็นกลาง

"แปลกสิ..ตั้งแต่คบกับยัยเอยมา ฉันยังไม่เคยเห็นพี่วินพูดดีกับเอยสักคำ แล้ววันนี้ถึงกลับมารับเองเลย ฉันว่ามีกลิ่นแปลกๆ ...หรือว่า.....พี่วินจะชอบแก ....ฮะ..ยัยเอย" เจนนี่กระซิบถามอย่างจับผิด

"ไม่มีทาง..แกก็รู้ว่าเขาเกลียดฉันจะตาย...ไม่มีอะไรหรอก..ลุงนพมารับไม่ได้น่ะ...เขาเลยให้ฉันติดรถกลับบ้านด้วยก็แค่นั้นเอง" ฉันพยายามหาเหตุผลมาหักล้างคำสันนิษฐานของเพื่อน ทั้งที่ใจข้างในสั่นระรัว

"จริงเหรอ" เจนนี่ถามย้ำ

"อืม...ไปแล้วนะ..เดี๋ยวไปช้าจะโดนดุอีก...บายๆ .."

"บายจ๊ะ" สองสาวโบกมือลาเพื่อนที่รีบเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าดุรออยู่ข้างรถ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 73

    "แต่ว่า...." "คุณหยุดพูดเลยนะ...ถ้าอยากหมั้นมากก็ไปหมั้นเองเลยไป!" คุณแม่ถลึงตาใส่จนคุณพ่อต้องหลบสายตาวูบทันที ผมไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ปกติคุณพ่อจะวางอำนาจและคุณแม่มักจะเป็นฝ่ายยอมตลอด พอเห็นพ่อคอตกแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พ่อกลัวแม่เหรอครับ....กลัวเมียนี่หว่า..." ผมหัวเราะลั่น

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 72

    "กวนตีน..." "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นทีหัวเราะชอบใจ เราพูดคุยหยอกล้อกันได้สักพัก ผมก็เริ่มส่งสัญญาณไล่พวกมันกลับไปเสียที เพราะอยากให้เอิงเอยได้เอนหลังพักผ่อนจริงๆ อีกอย่างช่วงบ่ายผมมีกำหนดจะพาเธอบินกลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอจะเพลียหนักจากการเดินทาง ผมเลยเดินไปขอปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาน

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 71

    @โรงพยาบาล บรรยากาศในห้องพักฟื้นที่เคยดูเงียบเหงาและเย็นเยียบชวนให้ใจเสีย กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบของผมพากันแห่มาเยี่ยมเอิงเอย เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะของพวกมันทำเอาห้องพักฟื้นดูคึกคักขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่สถานพยาบาล "น้องเอย.. เป็นยังไงบ้างครับ.." นทีถามด้

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 70

    "อ๊าสสสสส ... / โอ้วววว....." "พี่วิน...เอามันออกไปได้แล้ว..." เอิงเอยเอ่ยเสียงอู้อี้ด้วยความอาย "....." ผมส่งยิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเบาๆ จนเธอต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบ "พะ..พี่วิน...ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อน.. อ๊ะ...อ๊ะะะะ...." "อะ..เอย..พี่คงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกรอบ..

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 69

    @อนาวิน ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลในยามค่ำคืน ภายในห้องวีไอพีกลับอบอวลไปด้วยรอยรักที่แสนเร่าร้อน ผมโหยหาเธอมาตลอดสองเดือน และตอนนี้เธอก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว "แจ๊ะ..แจ๊ะ..!!!" เสียงนิ้วมือที่ขยับเข้าออกในร่องรอยรักที่ชุ่มฉ่ำดังสะท้อนไปมาในความสลัว "อื้อ..อ๊าาา...พะ..พี่วิน..อ๊าส..." เอิงเอยบิ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 68

    เลือดในกายผมเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่ไอ้คินบอก ความโกรธแค้นมันพุ่งถึงขีดสุดจนไม่เหลือความเมตตาใดๆ ให้กับคนประเภทนี้ "เก็บมัน..." "อืม.... : คิน คินรับคำสั่งสั้นๆ พ่อของไอ้คินเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ เรื่องการจัดการกากเดนสังคมแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมายที่มักจะปล่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status