ภายในห้องนอนที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวและปลอดภัยของฉัน บัดนี้กลับถูกคุกคามด้วยเงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตา แสงไฟสลัวในห้องขับเน้นให้ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มดูดุดันจนน่ากลัว หัวใจของฉันกระตุกวูบด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นเมื่อเห็นสายตาที่เขาจ้องมองมา
"คุณวิน..เข้ามาในห้องเอยทำไมคะ" ฉันพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่ถอยหลังหนีจนแผ่นหลังสัมผัสกับขอบโต๊ะ
ชายหนุ่มแค่นยิ้มเย็นชา นัยน์ตาแข็งกร้าวคู่นั้นกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม
"ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้..นี่มันบ้านฉัน....หึ...ดีนิ..พอคุณแม่ไม่อยู่ก็ออกไปร่านกับผู้ชาย...แรด..."
คำด่าทอที่ไร้ซึ่งการให้เกียรติทำเอาฉันหน้าชาเหมือนถูกตบ ความอดทนที่เคยมีเริ่มขาดผึง
"คุณวิน..จะมากเกินไปแล้วนะคะ"
"มากไปงั้นเหรอ...แล้วที่เธอทำล่ะเอิงเอย...มันไม่มากไปหรืองัย..แม่ฉันส่งเธอไปเรียนแต่เธอดันร่านไปกับผู้ชาย"
คำพูดดูถูกที่พ่นออกมาจากปากเขามันรุนแรงเกินกว่าที่ฉันจะทนไหว ความโกรธแค้นพุ่งขึ้นบดบังความกลัว มือของฉันขยับไปเองตามสัญชาตญาณ
"เพี๊ยะ..!!!!"
เสียงฝ่ามือกระทบแก้มสากดังสนั่นไปทั่วห้องจนมือของฉันชาหนึบ เธอตบหน้าผมอย่างแรง เธอมองผมด้วยสายตาโกรธเคืองหยาดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความอัดอั้น
แรงตบนั้นทำให้หน้าของผมหันไปตามแรง ทิ้งรอยแดงจางๆ ไว้บนใบหน้า แต่มันกลับยิ่งสุมไฟโทสะในอกผมให้โหมกระหน่ำ
"เธอกล้าตบฉันเหรอยัยกาฝาก..มานี่ คันมากนักใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอหายคันเอง...."
อารมณ์ชั่ววูบทำให้ผมขาดสติ ผมกระชากข้อมือเล็กอย่างแรงจนร่างบางถลามาตามแรงดึง ผมลากเธอมาที่เตียง แล้วพุ่งเข้าไปจูบเธออย่างแรง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่เต็มไปด้วยความรุนแรงเพื่อลงทัณฑ์ เธอดิ้นขัดขืนสุดกำลังและไม่ยอมเปิดปาก สองมือก็ทุบมาที่หน้าอกผมหวังจะให้หลุดพ้นจากพันธนาการนี้ ผมเลยกัดริมฝีปากเธอเล็กน้อยจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เมื่อได้โอกาสจึงสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากเล็กเพื่อฉกชิมน้ำหวานที่อยู่ภายในอย่างตะกรุมตะกราม
"ปล่อยย.. ยย" เสียงประท้วงที่แผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอ
"ปล่อยเอยนะคุณวิน!" เสียงสะอื้นไห้ปนคำขอร้องนั่นดูเหมือนจะเข้าไม่ถึงโสตประสาทของผมในยามนี้
ผมเลื่อนใบหน้ามายังซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นกายสาวที่แสนเย้ายวน แล้วกดริมฝีปากหนาลงไปที่คออย่างแรงเพื่อตีตราจอง ซุกไซ้ไปได้สักพัก ความเงียบที่ผิดปกติทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัว ผมรู้สึกเหมือนเธอนิ่งไป เลยเงยหน้าขึ้นมาดู..
"อึก อึก"
เธอร้องไห้น้ำตาท่วมหน้า ร่างกายที่เคยดิ้นรนกลับนิ่งสนิทและมีเสียงสะอื้นเบาๆ ตัวเธอสั่นเทาไปหมดเหมือนลูกนกที่บาดเจ็บ สายตาที่เคยมองอย่างโกรธแค้นบัดนี้เหลือเพียงความหวาดกลัวและตัดพ้อ
ใจของผมวูบโหวงด้วยความรู้สึกผิดที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน แต่ทิฐิที่มีกลับสั่งให้ผมแสดงท่าทีแข็งกร้าวออกไป
"ฉัน...เออ.. ก็ใครใช้ให้เธอตบฉันก่อน ....ทีหลังก็จำไว้ว่าอย่าทำแบบนี้อีก.."
"ปั๊ก.!!!!" เสียงปิดประตูอย่างแรงดังปังใหญ่ตามหลังร่างสูงที่พุ่งพรวดออกไป ผมเดินออกมาจากห้องของยัยนั่นด้วยความรู้สึกสับสนที่ตีกันมั่วไปหมด แล้วตรงเข้าห้องนอนของตัวเองทันที ผมทิ้งตัวลงนั่งขยี้ผมตัวเองแรงๆ พลางตั้งคำถามกับตัวเองว่า...ทำไมต้องโกรธยัยนั่นขนาดนั้น
ภาพเหตุการณ์ที่ลานกิจกรรมในวันนี้ยังคงติดตา วันนี้ที่ลานกิจกรรมผมเห็นทุกอย่างที่ไอ้คินทำ...มันคงจะชอบยัยนั่นมาก...ถึงได้กล้าทำขนาดนั้น...ผมรู้สึกหงุดหงิด โมโห เมื่อเห็นสองคนนั้นใกล้ชิดกันจนเกินงาม ทั้งที่จริงๆ แล้วหลังจากเลิกเรียนผมกะว่าจะรับยัยนั่นกลับบ้านด้วย เพราะวันนี้ลุงนพไม่สะดวกมารับ และมันก็เย็นมากแล้วด้วย ผมเป็นห่วงว่าถ้ากลับรถเมล์คงจะถึงบ้านค่ำและอาจเกิดอันตราย
แต่ความหวังดีกลับกลายเป็นยาพิษเมื่อผมยืนรอเธอสักพัก ก็เห็นเธอเดินมาพร้อมกับไอ้คิน สองคนนั้นพูดคุยอะไรกันสักอย่างด้วยท่าทางสนิทสนม แล้วยัยนั่นก็ขึ้นรถมันไปต่อหน้าต่อตา ภาพที่ผมเห็นมันทำให้ผมโกรธจนเลือดขึ้นหน้า...โมโหเธอมากที่กล้าขัดคำสั่งผม ทั้งที่ผมย้ำแล้วย้ำอีกว่าห้ามยุ่งกับเพื่อนผมแต่ยัยนั่นก็ไม่ฟัง แถมยังไปไหนมาไหนกับไอ้คินอีก ผมขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ.. เมื่อมาถึงจึงเข้าไปรอยัยนั่นในห้องของเธอด้วยใจที่รุ่มร้อน กลับมาจะสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้างว่าใครคือเจ้าของชีวิตเธอ
พอเธอกลับมาแล้วเห็นว่าผมอยู่ในห้อง...หน้าตาท่าทางของเธอดูกลัวๆ ...หึ..คงจะกลัวผมมากสินะ...เราทะเลาะกันนิดหน่อยด้วยถ้อยคำรุนแรง จนกระทั่งเธอตบหน้าผม ผมเลยกะว่าจะแกล้งเธอสักหน่อยเพื่อให้หลาบจำ แต่หลังจากที่ได้สัมผัสร่างกายเธอ..ผมกลับควบคุมตัวเองไม่อยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ และสัมผัสที่นุ่มนิ่มทำให้สัญชาตญาณดิบในตัวตื่นขึ้น ตัวเธอทั้งนุ่มนิ่ม และหอมมาก อารมณ์ความใคร่ทำให้ผมเลยเถิด เผลอล่วงเกินเธอไปแบบไม่ได้ตั้งใจ..พอเห็นเธอร้องไห้ด้วยความกลัว ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ใจหนึ่งก็อยากจะขอโทษ แต่อีกใจก็ยังทิฐิสูงเกินไป เลยตะคอกใส่เธอแล้วรีบเดินออกจากห้องทันที
คืนนี้ผมก็นอนไม่หลับอีกตามเคย..หลับตาทีไรก็นึกถึงร่างกายนุ่มนิ่มของเธอ..สีหน้าแววตาที่ดูกลัวผมเอามากๆ มันคอยตามหลอกหลอนจนใจสั่น ผมนอนพลิกไปพลิกมาอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับได้ในเช้ามืดของอีกวัน
@เช้าวันใหม่
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องอาหาร แต่บรรยากาศกลับอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก เมื่อฉันเดินลงมาก็เจอกับสายตาคมกริบที่จ้องรออยู่ก่อนแล้ว
"ตื่นสาย..ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าของบ้าน" คำจิกกัดแรกเริ่มขึ้นทันทีที่เขาเห็นหน้าฉัน
ฉันก้มหน้าหลบตา ไม่ยากจะต่อความยาวสาวความยืด "ขอโทษค่ะ....."
"จะไปไหน...ไม่กินข้าวรึงัย.."
"จะไปกินที่มหาลัยค่ะ..ขอตัวนะคะ" ฉันรีบก้าวเท้าหวังจะออกไปให้พ้นจากความอึดอัดนี้
"ข้าวที่บ้านก็มี...หรือที่บ้านไม่มีอะไรให้น่าสนใจเหมือนในมหาลัย" น้ำเสียงเยาะหยันนั่นทำให้ฉันชะงัก "...นั่งลงกินข้าว..แล้วค่อยไปมหาลัยพร้อมฉัน"
"ไม่เป็นไรค่ะ..เอยไปเองสะดวกกว่า" ฉันปฏิเสธทันควัน เพราะไม่อยากอุดอู้อยู่ในพื้นที่แคบๆ บนรถกับเขา
"หึ...ที่กับคนอื่นไม่เห็นจะกลัว..."
"เห้อ..."
ฉันลอบถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับความเอาแต่ใจและคำพูดประชดประชันของเขา สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำตามคำสั่ง..จากนั้นก็นั่งลงทานอาหารเช้าพร้อมกับผมด้วยท่าทีนิ่งสนิท ทานเสร็จผมและเธอเลยขับรถตรงไปมหาลัยทันที บรรยากาศภายในรถเงียบสงัดจนน่าอึดอัด
@มหาลัย
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าตึกคณะ ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นของชายหนุ่ม
"เลิกกี่โมง.."
".......…......" ฉันนิ่งเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่ได้ยิน แต่เพราะความเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้ตอบ
"ฉันถามทำไมไม่ตอบ.." เขาเริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาอีกครั้ง
"บ่ายสามครึ่งค่ะ"
"รอฉันหน้าตึกเดี๋ยวฉันมารับ .... จะได้กลับบ้านพร้อมกัน..."
ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ลุงนพละคะ ปกติลุงนพมารับเอย"
"ลุงนพไม่ว่าง..ไปทำธุระให้ฉัน.."
"ถ้าคุณวินไม่สะดวก..เอยกลับเองก็ได้นะคะ"
"ฉันบอกเหรอ...ว่าไม่สะดวก..."
คำย้อนของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม "เอยก็แค่กลัวว่าคุณวินจะเอาเอยไปทิ้งไว้ข้างถนนที่ไหนสักแห่ง"
"ไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า..."
"ก็ได้ค่ะ"..เดี๋ยวเลิกเรียนเอยมารอที่หน้าตึกนะคะ....ขอบคุณนะคะที่มาส่ง"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจมาส่งเธอหรอกนะ...แต่มันเป็นทางผ่านฉันพอดี.." เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ สะบัดหน้ามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง
"ค่ะ ..เอยรู้ค่ะว่าคุณวินคงไม่ใจดีมาส่งเอยง่ายๆ หรอก...เพราะปกติคุณวินใจร้ายกับเอยจะตาย"
"นี่เธอ..." ผมหันไปกะจะเอาเรื่องกับคำตอกกลับนั่น แต่เธอก็ไวกว่า
"เอยไปนะคะ..สวัสดีค่ะ" เธอรีบวิ่งลงจากรถทันทีโดยไม่รอฟังคำด่าทอจากผม
ผมมองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งลับตาไป ความจริงคือผมมาถึงมหาลัยแต่เช้า..เลยตรงไปที่ห้องชมรม ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกผม.. ที่จริงวันนี้ผมมีเรียนช่วงบ่ายสอง แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ ก็ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเร็วกว่าปกติ..รู้ตัวอีกทีก็มานั่งรอยัยเด็กกาฝากที่ห้องอาหารแล้ว..เลยต้องออกจากบ้านตั้งแต่ 07.30 น. มาเช้าขนาดนี้ เพื่อนๆ ผมมันคงยังไม่มีใครมา...ผมก็ไม่รู้จะไปไหน เลยมานอนเล่นที่ห้องชมรมดีกว่าเพื่อฆ่าเวลา
@บ่ายสาม
ในห้องชมรมที่เงียบสงบ ผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะคว้ากุญแจรถเตรียมตัวออกไป
"ไอ้วินมึงจะไปไหน.." คินเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเพื่อนรักเตรียมชิ่งทั้งที่เพิ่งเริ่มคาบ
"วันนี้กูมีธุระ..ฝากลาอาจารย์ด้วย"
"นี่มึงเพิ่งจะเข้าเรียนได้ไม่ถึงชั่วโมง...จะโดดแล้วเหรอว่ะ.." นทีเสริมขึ้นพร้อมกับมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อสายตา
"เออน่า..กูมีธุระสำคัญต้องไปทำ...ไปแล้วนะ"
ผมเดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองเพื่อนที่ยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อยู่เบื้องหลัง
"มึงว่ามันแปลกๆ เปล่าว่ะ.." นนท์ตั้งข้อสังเกต
"หรือมันนัดสาวเอาไว้" นทีสันนิษฐาน
"เป็นไปได้....." นนท์พยักหน้าเห็นด้วย
"แต่ปกติมันไม่เคยขาดเรียนเลยนะเว้ย" นทีแย้ง เพราะปกติผมจะเป็นคนเจ้าระเบียบที่สุดในกลุ่ม
"พวกมึงเลิกสนใจไอ้วิน..แล้วหันมาสนใจอาจารย์ดีกว่าไหม มาโน่นแล้ว" คินรีบตัดบทเมื่อเห็นเงาร่างของอาจารย์ผู้สอนเดินใกล้เข้ามา
"เชี้ย..มาเร็วจังว่ะ เหลือเวลาอีกตั้ง 5 นาที" นนท์บ่นอุบพร้อมกับรีบกวาดของบนโต๊ะเตรียมเข้าที่
@หน้าตึกคณะบริหาร
แดดยามบ่ายยังคงร้อนระอุ แต่ใจผมกลับจดจ่ออยู่กับการรอคอย ผมมารอยัยกาฝากที่หน้าตึกคณะบริหาร ตอนนี้ก็บ่ายสามโมงครึ่งแล้ว ก็ยังไม่เห็นมีใครเดินลงมาจากตึกเลยสักคน ผมเริ่มเดินวนเวียนอยู่แถวรถด้วยความหงุดหงิด รอไปได้สักพักกลุ่มนักศึกษาก็เริ่มทยอยลงมา และยัยนั่นก็เดินลงมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน
"ฮั่นแน่....เอิงเอย..มีหนุ่มที่ไหนมารอรับย่ะ" เจนนี่เอ่ยแซวพร้อมกับทำตาวาวเมื่อเห็นรถสปอร์ตคันหรู
"หนุ่มที่ไหนกันเล่า..ก็คุณวินงัย" ฉันตอบเพื่อนไปตามตรง แม้ในใจจะยังรู้สึกประหม่า
"โอ้มายก๊อท... นี่พี่วินมารับแกเหรอเอิงเอย ฝนจะตกไหมเนี้ย" เจนนี่ทำท่าตกใจโอเวอร์เกินเหตุ
"แกก็พูดเกินไป..เขาเป็นพี่น้องกันมารับเอยก็ไม่เห็นจะแปลก" เดลแย้งอย่างเป็นกลาง
"แปลกสิ..ตั้งแต่คบกับยัยเอยมา ฉันยังไม่เคยเห็นพี่วินพูดดีกับเอยสักคำ แล้ววันนี้ถึงกลับมารับเองเลย ฉันว่ามีกลิ่นแปลกๆ ...หรือว่า.....พี่วินจะชอบแก ....ฮะ..ยัยเอย" เจนนี่กระซิบถามอย่างจับผิด
"ไม่มีทาง..แกก็รู้ว่าเขาเกลียดฉันจะตาย...ไม่มีอะไรหรอก..ลุงนพมารับไม่ได้น่ะ...เขาเลยให้ฉันติดรถกลับบ้านด้วยก็แค่นั้นเอง" ฉันพยายามหาเหตุผลมาหักล้างคำสันนิษฐานของเพื่อน ทั้งที่ใจข้างในสั่นระรัว
"จริงเหรอ" เจนนี่ถามย้ำ
"อืม...ไปแล้วนะ..เดี๋ยวไปช้าจะโดนดุอีก...บายๆ .."
"บายจ๊ะ" สองสาวโบกมือลาเพื่อนที่รีบเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าดุรออยู่ข้างรถ