Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-03-14 18:29:29

@เอิงเอย

ภายในห้องเรียนที่แอร์เย็นฉ่ำกลับไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของฉันทุเลาลงเลย ฉันก้มหน้ามองชีทเรียนที่เต็มไปด้วยตัวอักษร แต่ในหัวกลับมีแต่คำพูดร้ายๆ ของคุณวินวนเวียนอยู่ไม่จบสิ้น

"วิชานี้อาจารย์โคตรโหด...นี่ขนาดพึ่งเจอกันวันแรก..ยังสั่งงานอย่างกับสั่งพิซซ่า : เจนนี่ เสียงบ่นกะปอดกะแปดของเจนนี่ดังขึ้นข้างหู เธอวางปากกากระแทกลงบนโต๊ะด้วยความเซ็ง

"เลิกบ่นได้แล้ว แกจะบ่นให้ได้อะไร ดูยัยเอยสิไม่เห็นจะพูดอะไรสักคำเลย : เดล เดลหันมาทางฉันที่นั่งเงียบมานาน

"ก็เราไม่รู้จะบ่นอะไรนิ..อาจารย์สั่งก็แค่ทำตามแค่นั้นเอง" ฉันตอบออกไปตามความจริง พยายามส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสบายใจ ทั้งที่ข้างในใจมันล้าจนแทบอยากจะร้องไห้

"จ๊ะ..แม่คนดี..แม่คนเก่ง...ทำเลยจ๊ะ..รีบทำนะ..เผื่อเวลาให้ฉันสองคนคัดลอกด้วย: เจนนี่

เจนนี่ กับเดลเป็นเพื่อนสนิทฉัน เราสามคนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เจนนี่มีร่างกายเป็นชายแต่หัวใจเป็นหญิง เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันคนหนึ่ง เราสามคนสนิทกันมาก พอขึ้นมหาลัยเราเลยเลือกเรียนคณะเดียวกัน..จะได้ไปไหนมาไหนด้วยกันสะดวก

หลังเลิกคลาสเราสามคนก็เดินตรงมาที่ม้าหินอ่อนที่อยู่ใต้ตึกคณะบริหาร เพื่อที่จะได้นั่งพักผ่อนและพูดคุยกันตามประสาผู้หญิง ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงของเหล่านักศึกษาใหม่ แต่แล้วความสงบของฉันก็ถูกทำลายลง

นั่งคุยกันได้สักพักก็มีมือหนามากระชากแขนฉันอย่างแรง ฉันตกใจเล็กน้อย ด้วยความที่ตึกนี้มีนักศึกษาอยู่จำนวนมาก นักศึกษาคนอื่นๆ กำลังจ้องมองมาที่เขากับฉัน กลัวว่าจะเป็นจุดสนใจ ฉันเลยลุกตามเขาไปอย่างว่าง่าย แรงบีบที่ข้อมือทำให้ฉันรู้ทันทีว่าเป็นใคร กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของคุณวินที่ฉันจำได้แม่นยำ

"ตามฉันมา..." เขาคำรามเสียงต่ำ ลากฉันไปยังมุมลับตาหลังซอกตึก

"โอ้ย..เอยเจ็บนะคะ" ฉันพยายามบิดแขนออกแต่ไม่เป็นผล

"คุณวินมีอะไรกับเอยคะ..ลากเอยมาทำไม"

"หึ...ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาอ่อยเพื่อนฉัน...ทำไมไม่ฟัง..จะร่านไปถึงไหน" คำพูดรุนแรงนั่นเหมือนตบหน้าฉันกลางอากาศ

"อ่อยเพื่อนคุณวิน...? ..ใคร...แล้วเอยทำแบบนั้นตอนไหนคะ"

"ก็ไอ้ภาคินงัย....อ่อ..ที่รีบออกจากบ้านมาแต่เช้าก็เพื่อที่จะได้มาหามันสิท่า..." สายตาที่เขาจ้องมองมามีแต่ความดูแคลนจนฉันรู้สึกไร้ค่า

"เอยเปล่า...."

"เปล่า..แล้วที่มันนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งวันเหมือนคนบ้าคืออะไร...ก็เธอไม่ใช่เหรอที่ว่านเสนห์ใส่มัน"

"เอยเปล่าทำแบบนั้นนะคะ..แล้วเอยไปว่าเสน่ห์ตอนไหน"

"ก็เมื่อเช้า..เธอนั่งกินข้าวกับมัน..ทักทายมัน แถมยังยิ้มหวานให้มันอีกด้วย..แบบนี้ไม่เรียกว่าอ่อยแล้วจะเรียกว่าอะไร"

"กินข้าว?" ฉันขมวดคิ้ว พยายามนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า

"อ่อ..ก็เมื่อเช้าพี่เขามานั่งกับเอย เอยเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ก็เลยเอ่ยทักทายตามมารยาท เอยผิดเหรอคะ"

"ผิด..เธอผิดที่ยิ้มหวานให้มัน" เหตุผลของเขาดูเอาแต่ใจจนฉันเหลือเชื่อ

"เอยก็ยิ้มให้กับทุกคนที่เป็นมิตรกับเอย..แปลกตรงไหนคะ"

"ทีกับฉัน..ทำไมชอบทำหน้าอย่างกับคนอมทุกข์มาเป็นร้อยปี..."

"ก็คุณวินเกลียดเอย..ไม่อยากเห็นหน้าเอยนิคะ...คุณวินเคยบอก..พูดทุกวันจนเอยจำได้ขึ้นใจ" ฉันพูดความจริงที่เจ็บปวดออกไป ความเงียบปกคลุมเราอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะสบถออกมา

"หึ...ทีแบบนี้ล่ะจำได้..."

"ต่อจากวันนี้ฉันขอสั่งเธอ...ห้ามเธอยิ้มหรือทักทายเพื่อนของฉันอีก ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธออยู่บ้านหลังเดียวกันกับฉัน..."

"ทำไมคะ..."

"เธอมันก็เป็นแค่เด็กที่พ่อแม่ฉันเก็บมาเลี้ยง เดี๋ยวคนอื่นรู้จะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นอะไรกับฉัน..ทั้งที่จริงแล้วเธอมันก็เป็นแค่กาฝากที่มาอาศัยอยู่บ้านหลังนั้น"

"ค่ะ...เอยทราบแล้วค่ะ...."

ฉันก้มหน้าลงเพราะตอนนี้นัยน์ตาของฉันมันเต็มไปด้วยความอึดอัด..น้ำตาเริ่มคลอเบ้า..มันจุกในใจกับทุกคำพูดของเขา ฉันรู้ตัวดีว่าเขาเกลียดฉัน...เกลียดมาก...แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่บอกตัวเองว่าให้อดทน ความอ้างว้างในใจมันขยายใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่เขาตอกย้ำสถานะ "กาฝาก" ของฉัน

@อนาวิน

หลังจากที่คุยกับยัยนั่นเสร็จผมก็รีบเดินออกมา กลัวว่าจะมีคนเห็น แล้วเอาไปพูดซุบซิบนินทา ยิ่งเพจมหาลัยชอบเอาเรื่องผมไปลงอยู่บ่อยๆ หากมีคนเห็นผมกับยัยนั่นคงเป็นเรื่องใหญ่อีกแน่ๆ แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างผมเอาเสียเลย

"วิน...." เสียงไอ้ภาคินเรียกผม

"อืม..มึงมีอะไร" ผมรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"เมื่อกี้กูเห็นมึงเดินออกมาจากซอกตึก"

"แล้ว?"

"แล้วกูก็เห็นน้องเอยเดินตามมึงออกมา..." คินจ้องมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

"มึงตาฟาดรึเปล่า" ผมปฏิเสธเสียงแข็ง

"ไม่..กูมั่นใจ..มึงกับน้องเอยเป็นอะไรกัน...ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ"

"เปล่านิ..."

"วินกูกับมึงเป็นเพื่อนกันมานาน...มึงเห็นกูเคยสนใจใครไหม...ถ้ากูบอกว่าชอบ......คือกูชอบจริงๆ ..มึงรู้ใช่ไหม" คำประกาศของมันทำให้ผมรู้สึกรุ่มร้อนในอกอย่างบอกไม่ถูก

"มึงแน่ใจเหรอคิน...ว่ามึงชอบยัยนั่น"

"กูมั่นใจ..กูไม่เคยรู้สึกชอบใครมากขนาดนี้มาก่อน.."

"ก็ได้....กูบอกมึงก็ได้" ผมตัดสินใจเปิดปาก แม้มันจะเป็นสิ่งที่ไม่อยากพูดถึงที่สุด

"ยัยเด็กนั่นเป็นคนที่พ่อกับแม่กูรับมาอุปการะ....ยัยนั่นเป็นคนที่กูเกลียด"

"เกลียด...? ... ทำไมกูไม่เข้าใจ..น้องเอยออกจะดูอ่อนโยน..น่าทะนุถนอมขนาดนั้น"

"นั่นแหละคือสิ่งที่กูเกลียด...ยัยนั่นชอบทำเหมือนตัวเองอ่อนแอ..ใสซื่อ..เสแสร้งแกล้งทำ" ผมระบายความอคติออกมาทั้งหมดเพื่อให้มันเปลี่ยนใจ

"กูว่ามึงคิดมากไปเองรึเปล่าวิน...มึงอคติกับเขา" คินสวนกลับทันควัน

"หึ..แล้วแต่มึงจะคิด..แต่ที่กูบอกมึงเพราะอยากเตือนมึง..ไม่อยากให้มึงถูกยัยนั่นปั่นหัว"

"เออ..ขอบใจที่เป็นห่วง"

หลังจากที่คุยกับไอ้คินเสร็จ พวกเราก็เดินมายังลานกิจกรรมคณะบริหาร วันนี้เป็นวันรับน้องวันสุดท้าย ซึ่งน้องปีหนึ่งต้องหาพี่รหัสของตนเองให้เจอ พี่รหัสเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือน้องรหัส..เราจะเจอกันผ่านคำใบ้เท่านั้น ซึ่งน้องรหัสต้องนำคำใบ้ที่พวกผมให้ไป มาตามหาพี่รหัสของตนเองให้เจอ หากหาไม่เจอจะถูกลงโทษ

กิจกรรมดำเนินไปได้สักพัก...ก็ถึงเวลาเฉลยสายรหัส...ใครที่หาสายรหัสตนเองไม่เจอต้องออกมาหน้าแถวและถูกทำโทษตามกฎ

"เอาละครับ..น้องๆ ปี 1 ผมภาคิน เฮดว๊าก วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับกิจกรรมรับน้อง น้องๆ คนไหนที่หาพี่รหัสเจอแล้วให้เดินไปยืนข้างๆ พี่รหัสของตัวเอง ส่วนใครที่ยังหาไม่เจอ ให้ออกมายืนหน้าแถวเราจะเฉลยสายรหัส และทำการลงโทษตามกติกานะครับ เชิญครับ..."

จากนั้นทุกคนก็ปฏิบัติตามคำสั่ง จนเหลือนักศึกษา 4 คนสุดท้ายที่หาพี่รหัสไม่เจอ 1 ในนั้นคือยัยกาฝาก ผมกอดอกมองร่างบางที่ยืนสั่นอยู่หน้าแถวด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

"น้องที่เหลือบอกคำใบ้ของตนเองนะครับ....น้องปีหนึ่งบอกคำใบ้ของตัวเอง..มาจนถึงยัยเอิงเอย

"น้องเอยคำใบ้ของน้องว่าอย่างไรครับ" คินถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

"หล่อ ดุ โหด ค่ะ..."

"เอาละครับ..เราได้คำใบ้มาครบทุกคนแล้ว...ให้น้องๆ หลับตานะครับ พี่รหัสจะมายืนอยู่ตรงหน้าน้องๆ ..ถ้าผมสั่งให้ลืมตาค่อยลืมนะครับ.."

@เอิงเอย

ฉันหลับตาลงตามคำสั่ง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ใครกันนะที่จะเป็นพี่รหัสของฉัน ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงเชียร์รอบข้าง ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจและเงาของใครบางคนที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

"ลืมตาได้ครับ"

ฉันค่อยๆ ลืมตาแล้วมองตรงไปข้างหน้า..ปรากฎว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับใบหน้าของฉันมากๆ ..จนจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว...ใจฉันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ..รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก...พี่เขายิ้มกว้างมาให้ฉัน แล้วเอามือขัดหลังเอาไว้ แสงแดดยามเย็นที่ส่องกระทบใบหน้าเขาทำให้เขาดูเหมือนพระเอกในนิยาย

"สวัสดีครับน้องเอย"

เขาก้มหน้าลงมาใกล้กับใบหน้าของฉัน...ด้วยความที่เขาตัวสูงมาก..แต่ขนาดตัวของฉันสูงเท่าไหล่ของเขา...เขาจึงต้องก้มและโน้มตัวลงมา ภาพที่เห็นเลยดูเหมือนว่าเขากำลังจะจูบฉัน.. เขาจ้องมองฉันด้วยรอยยิ้ม. จนมีเสียงฮือฮาจากนักศึกษาดังขึ้น...

"กรี๊ด...อ๊ายย...พี่ภาคิน....ฉันอยากเป็นน้องรหัสของเขา.... : เสียงนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งพูดคุยและบิดตัวเขินไปมา.

"หล่อ..หล่อมาก..ฉันอิจฉายัยเอยเลยอ่ะแก : เสียงเจนนี่พูดคุยกับเดล

และเสียงอื่นๆ ที่พูดคุยฮือฮาไม่หยุด แต่ในจังหวะนั้น ฉันเผลอเหลือบไปเห็นสายตาของคุณวินที่จ้องมองมา มันเต็มไปด้วยความโกรธจัดและชิงช้าจนฉันต้องรีบหลบตา

"..พะ..พี่ภาคิน"

"ครับ..ดีใจจัง..ที่ได้เป็นพี่รหัสของน้องเอย..."

เขายิ้มออกมาอย่างกว้าง..หล่อ..หล่อมากๆ ..คนอะไรหล่อมากขนาดนี้ ฉันมองหน้าเขาสักพักก็เริ่มมีสติ และรีบเอาหน้าของฉันถอยห่างจากเขาทันที เขายิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดู

"เอาละครับ...น้องๆ คงจะรู้จักพี่รหัสของตัวเองแล้วนะครับ..ต่อไปจะเป็นบทลงโทษ..ผมจะให้พี่รหัสของพวกคุณเป็นคนกำหนดบทลงโทษพวกคุณเองนะครับ..."

กิจกรรมดำเนินไปจนจบ ฉันจึงเดินออกมากำลังจะเดินไปขึ้นรถเมล์หน้ามหาลัย..เพราะวันนี้ลุงนพไปส่งคุณแม่ที่สนามบิน ท่านบินไปเยี่ยมคุณอาที่สวีเดน จึงมารับฉันไม่ทัน ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแก่ ความเหนื่อยล้าเริ่มจู่โจมฉัน แต่ในขณะที่กำลังจะเดินออกไปนั่นก็ได้ยินเสียงพี่ภาคินเรียกฉัน

"น้องเอยครับ...เดี๋ยวก่อน"

"คะ.."

"พี่ยังไม่ได้บอกบทลงโทษของพี่เลยนะครับ..จะรีบกลับแล้วเหรอ"

"พอดีวันนี้เอยกลับรถเมล์ค่ะ...กลัวว่าจะถึงบ้านค่ำ เลยรีบกลับ"

"ให้พี่ไปส่งได้ไหมครับ...เราจะได้คุยกันระหว่างทาง..ไหนๆ ก็เป็นสายรหัสกันแล้ว..นะครับ" พี่คินเสนอตัวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้โลกดูสว่างสดใส

"เออ...คือ..เอย...เอยเกรงใจน่ะค่ะ"

"ไม่ต้องเกรงใจครับ..พี่เต็มใจมาก"

เขายิ้มแบบนี้อีกแล้ว...อันตรายต่อหัวใจฉันจริงๆ ..

"ก็ได้ค่ะ"

รถขับออกมาได้สักพักเขาก็แวะทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าอยากจะเลี้ยงต้อนรับฉัน...และเขาเองก็หิวข้าวมากด้วย ...ด้วยความเกรงใจฉันเลยไม่กล้าปฏิเสธ ... นั่งทานข้าวเป็นเพื่อนเขาพักหนึ่ง บรรยากาศในร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ดูอบอุ่นอย่างประหลาด

"น้องเอยชอบทานมะระเหรอครับ" เขาถามเมื่อเห็นฉันสั่งเมนูเดิมๆ

"เฉพาะแกงจืดมะระน่ะคะ..ถ้าเอามาทำอย่างอื่นเอยก็ไม่ชอบเหมือนกัน"

ฉันพูดและยิ้มออกไป...รู้สึกปลอดภัยเมื่อได้พูดคุยและทำความรู้จักกับเขา เขาดูอ่อนโยน และเป็นกันเองมาก...จึงทำให้ฉันไม่เกร็งและรู้สึกสบายใจขึ้น มันเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ฉันรู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเอง

"เหมือนพี่เลย..พี่ก็ชอบเหมือนกัน..แต่พี่กินได้ทุกอย่างนะครับ"

"จริงเหรอคะ...เอยนึกว่าจะมีแต่เอยซะอีกที่ชอบ"

"ทานเยอะๆ นะครับ..ไม่ต้องเกรงใจ"

"ขอบคุณค่ะ"

ทานอาหารเสร็จเขาก็ขับรถมาส่งฉันที่บ้าน..แต่ที่ฉันแปลกใจคือเขารู้ได้ยังงัยว่าฉันอยู่บ้านหลังนี้ ด้วยความสงสัยแต่ฉันก็ไม่กล้าถาม เลยปล่อยไว้แบบนั้น

"ขอบคุณนะคะพี่ภาคินที่มาส่งเอย แถมยังพาเอยไปทานข้าวอีกด้วย"

"ไม่เป็นไรครับพี่ยินดี เรียกพี่คินเฉยๆ ดีกว่าครับ..จะได้ดูสนิทกันมากขึ้น"

"ค่ะ..ขอบคุณนะคะพี่คิน" ฉันกล่าวขอบคุณและกำลังจะเปิดประตูรถ แต่..

"เดี๋ยวก่อนครับ..."

"คะ.."

"พี่ขอเบอร์และไลน์ติดต่อน้องเอยหน่อยได้ไหม..เราเป็นสายรหัสกันยังงัยเราต้องติดต่อกันประจำอยู่แล้ว คราวนี้คงไม่ปฏิเสธพี่แล้วนะครับ"

"ก็ได้ค่ะ.... พูดมาซะขนาดนี้..ไม่ให้ก็ดูเสียมารยาทไปหน่อย ฉันเลยแลกเบอร์กับไลน์พี่คินไว้

"ขับรถกลับดีดีนะคะ"

"ครับ...พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"

หลังจากที่พี่คินขับรถออกไป ฉันเดินเข้ามาในบ้าน แล้วตรงขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง ฉันถอนหายใจยาวๆ อย่างโล่งอกที่วันอันแสนวุ่นวายนี้จบลงเสียที พอเปิดไฟเข้าไปก็เจอกับคุณวิน ที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังกำแพงอยู่ เขาใช้สายตาที่ดูน่ากลัว..จนฉันไม่กล้าที่จะมองสบตาเขา รังสีความเย็นชาและโทสะแผ่ซ่านออกมาจนฉันรู้สึกสั่นไปทั้งตัว

"คุณวิน..เข้ามาในห้องเอยทำไมคะ"

"ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้..นี่มันบ้านฉัน....หึ...ดีนิ..พอคุณแม่ไม่อยู่ก็ออกไปร่านกับผู้ชาย...แรด..." คำด่าทอนั้นเหมือนหอกที่พุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของฉันอย่างจัง

"คุณวินจะมากเกินไปแล้วนะคะ"

ฉันเงยหน้าขึ้นจ้องเขาด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ความอดทนของฉันเริ่มจะพังทลายลงในวินาทีนี้เอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 73

    "แต่ว่า...." "คุณหยุดพูดเลยนะ...ถ้าอยากหมั้นมากก็ไปหมั้นเองเลยไป!" คุณแม่ถลึงตาใส่จนคุณพ่อต้องหลบสายตาวูบทันที ผมไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ปกติคุณพ่อจะวางอำนาจและคุณแม่มักจะเป็นฝ่ายยอมตลอด พอเห็นพ่อคอตกแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พ่อกลัวแม่เหรอครับ....กลัวเมียนี่หว่า..." ผมหัวเราะลั่น

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 72

    "กวนตีน..." "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นทีหัวเราะชอบใจ เราพูดคุยหยอกล้อกันได้สักพัก ผมก็เริ่มส่งสัญญาณไล่พวกมันกลับไปเสียที เพราะอยากให้เอิงเอยได้เอนหลังพักผ่อนจริงๆ อีกอย่างช่วงบ่ายผมมีกำหนดจะพาเธอบินกลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอจะเพลียหนักจากการเดินทาง ผมเลยเดินไปขอปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาน

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 71

    @โรงพยาบาล บรรยากาศในห้องพักฟื้นที่เคยดูเงียบเหงาและเย็นเยียบชวนให้ใจเสีย กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบของผมพากันแห่มาเยี่ยมเอิงเอย เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะของพวกมันทำเอาห้องพักฟื้นดูคึกคักขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่สถานพยาบาล "น้องเอย.. เป็นยังไงบ้างครับ.." นทีถามด้

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 70

    "อ๊าสสสสส ... / โอ้วววว....." "พี่วิน...เอามันออกไปได้แล้ว..." เอิงเอยเอ่ยเสียงอู้อี้ด้วยความอาย "....." ผมส่งยิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเบาๆ จนเธอต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบ "พะ..พี่วิน...ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อน.. อ๊ะ...อ๊ะะะะ...." "อะ..เอย..พี่คงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกรอบ..

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 69

    @อนาวิน ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลในยามค่ำคืน ภายในห้องวีไอพีกลับอบอวลไปด้วยรอยรักที่แสนเร่าร้อน ผมโหยหาเธอมาตลอดสองเดือน และตอนนี้เธอก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว "แจ๊ะ..แจ๊ะ..!!!" เสียงนิ้วมือที่ขยับเข้าออกในร่องรอยรักที่ชุ่มฉ่ำดังสะท้อนไปมาในความสลัว "อื้อ..อ๊าาา...พะ..พี่วิน..อ๊าส..." เอิงเอยบิ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 68

    เลือดในกายผมเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่ไอ้คินบอก ความโกรธแค้นมันพุ่งถึงขีดสุดจนไม่เหลือความเมตตาใดๆ ให้กับคนประเภทนี้ "เก็บมัน..." "อืม.... : คิน คินรับคำสั่งสั้นๆ พ่อของไอ้คินเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ เรื่องการจัดการกากเดนสังคมแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมายที่มักจะปล่อ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 65

    @ 2 เดือนต่อมา เวลาสองเดือนที่ผ่านไป สำหรับคนอื่นอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับผม มันยาวนานราวกับนับศตวรรษ ผมใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไร้แสงสว่าง มืดมนพอๆ กับห้องนอนที่ผมขังตัวเองไว้ทุกวัน ทุกมุมของห้องนี้เคยมีรอยยิ้มของเธอ เคยมีเสียงหัวเราะสดใสที่ทำให้ผมมีความสุข แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นคุกที่มองไ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 60

    "หวงจังเลยนะแฟนเนี่ย..ชักอยากจะรู้แล้วสิ..ว่ายัยนั่นสวยขนาดไหน..น้องวินถึงได้หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้" "อย่างเธอไม่ต้องมาอยากรู้จักหรอก..มันคนละระดับกับแฟนฉัน" "ปากดีจังเลยนะ...ลองมาเอากันหน่อยสักยกสองยกเป็นไง..รับรองว่าน้องวินจะติดใจ จนลืมยัยนั่นไปเลย.." "ปล่อยฉัน..อย่ามาแตะตัวฉัน...!" รุ่นพี่หน้า

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 51

    "เอยครับ...อาบน้ำก่อนไหม.." "พี่วิน..เอยเหนื่อย..ขอนอนพักสักหน่อยเดี๋ยวเอยไปอาบนะคะ" "ให้พี่อาบให้ไหม" ผมแกล้งแหย่ "ม่ายยย....อาบกับพี่มีแต่เสียกับเสีย!" เธอบอกปัดทันควันทั้งที่ยังหลับตา "รู้ทัน..เมียใครเนี่ย..น่าฟัดจัง" ผมหัวเราะร่วนก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ @23.00 น. แสงไฟสลัวภายในห้องนอนชวนให้

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 9

    @เช้าวันใหม่ ~ เอิงเอย แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน สัมผัสของที่นอนที่นุ่มนวลและกลิ่นกายที่แสนคุ้นเคยแต่ไม่ใช่อโรม่าในห้องของตัวเองทำให้ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว "อืม....... ฝันเหรอเนี่ย....." ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่ฉ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status