บรรยากาศภายในบ้านช่วงพลบค่ำดูจะเงียบเหงากว่าปกติ แสงไฟสีนวลตาในห้องอาหารไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในใจของผมลดลงเลย ผมนั่งเขี่ยอาหารในจานไปมา ขณะที่สายตาของคุณแม่เอาแต่จ้องมองไปยังประตูบ้านด้วยความกังวล
"เอิงเอย..กลับมาพอดีเลย..มาทานข้าวก่อนสิจ๊ะ..แม่ทำแกงจืดมะระของโปรดลูกด้วยนะ" เสียงของคุณแม่ทักขึ้นด้วยความดีใจเมื่อเห็นร่างบางเดินเข้ามาในเขตสายตา
"ขอบคุณค่ะคุณแม่...พอดีเอย..รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยค่ะ..ขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ" เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิวราวกับคนไร้เรี่ยวแรง
ในขณะที่ผมกับคุณแม่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่ห้องอาหาร คุณแม่เอาแต่ชะเง้อรอยัยเด็กกาฝากนั่น เย็นป่านนี้แล้วก็ยังไม่กลับ หัวใจผมกระตุกวูบเมื่อเห็นสภาพของเธอ แถมคุณแม่ยังบ่นผมไม่หยุด ที่ผมไม่ยอมรับยัยนั่นกลับมาด้วย ผมทำเป็นหูทวนลม ทั้งที่ในใจยังคงนึกถึงเหตุการณ์หลังตึกคณะไม่หาย สักพักยัยกาฝากก็เดินเข้ามา แล้วก้มหน้าก้มตาเดินตรงไปยังห้องของตนเอง คุณแม่เรียกทานข้าวยัยนั่นก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามอง เอามือกอดหนังสือไว้แนบอก คุยกับคุณแม่สักพัก ยัยนั่นก็ขึ้นห้องของตนเองทันที ผมเองก็ไม่ได้ยินว่าคุณแม่คุยอะไรกับเธอ... ทำไมเธอถึงดูรีบวิ่งไปแบบนั้น ท่าทางลนลานเหมือนกำลังหลบหนีความผิด หรือไม่ก็... กำลังหลบหน้าผม
"ป้านวล..เดี๋ยวทำข้าวต้มหมูสับให้คุณเอยด้วยนะจ๊ะ" คุณแม่หันไปสั่งแม่บ้านด้วยความเป็นห่วง
"ค่ะคุณผู้หญิง"
"มีอะไรเหรอครับคุณแม่" ผมแสร้งถามหน้านิ่ง ทั้งที่ในอกเริ่มร้อนรุ่ม
"ก็เอิงเอยน่ะสิ..บอกว่าปวดหัวไม่ค่อยสบาย แม่เลยให้ป้านวลทำข้าวต้มไปให้...น้องกลับมาคงจะยังไม่ทันได้ทานข้าวเย็น"
"สำออย....ผมพูดออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ที่เห็นทุกคนรุมเอาใจเธอ
"ตาวิน..ทำไมพูดให้น้องแบบนี้...น้องคงจะไม่สบายจริงๆ ..แม่เห็นหน้าแดงไปหมด..ตาก็ดูบวมๆ ..เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแม่ว่าจะเข้าไปดูสักหน่อย..." คำพูดของคุณแม่ทำให้ผมชะงัก ตาบวมงั้นเหรอ? หรือว่าเป็นเพราะเรื่องเมื่อกลางวัน
"คร๊าบ...เชิญคุณแม่ไปโอ๋..ยัยเด็กกาฝากนั่นเต็มที่เลยครับ.."
"ตาวิน!" สายตาตำหนิของคุณแม่ทำให้ผมต้องเงียบเสียงลง
เมื่อผมทานข้าวเสร็จกำลังจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง...แต่เมื่อเดินผ่านหน้าห้องของยัยเด็กกาฝาก เธอดันเปิดประตูออกมาพอดี..... จังหวะนัดพบที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เราทั้งคู่ชะงักไปชั่วครู่ ผมเห็นดวงตาที่บวมช้ำของเธอชัดเจน แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นความปากเสียในตัวผม
"หึ..อยู่มหาลัยก็อ่อยผู้ชายไปทั่ว..พอกลับมาบ้านก็สำออยใส่คุณแม่...เธอนี่มันเป็นคนยังงัยกัน" ผมพ่นคำร้ายกาจใส่อีกฝ่ายเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดที่แวบเข้ามา
เธอไม่ตอบและกำลังจะเดินผ่านหน้าผมเพื่อลงไปยังชั้นล่าง ก้มหน้าก้มตาแบบที่เธอชอบทำ...ผมเห็นที่ไรหงุดหงิดทุกที ความเมินเฉยของเธอมันเหมือนการท้าทายอำนาจของผม
"นี่ยัยเด็กกาฝาก..ไม่ได้ยินที่ฉันพูดด้วยหรืองัย" ผมคว้าไหล่เธอไว้ขวางทางไม่ให้เดินต่อ
"ได้ยินค่ะ.." เธอตอบสั้นๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
"ได้ยิน.? ....ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ.."
"จะให้เอยตอบอะไรคะ..ตอบแบบไหน..ถึงจะถูกใจคุณวิน ในเมื่อคุณวินคิดแบบนั้นไปแล้ว" คำย้อนที่นิ่งสนิทแต่บาดลึกทำให้ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง
"ไม่ต้องมาเถียง...แล้วเวลาพูดกับฉันก็หยุดก้มหน้าก้มตาสักทีได้ไหม..เห็นแล้วรำคาญ...จะไปไหนก็ไป..." ผมสะบัดมือออกอย่างรำคาญใจ
ยัยนั่นเดินลงไปชั้นล่าง สักพักก็ถือเหยือกน้ำ และแก้วน้ำขึ้นมา ผมยืนแง้มประตูแอบมองดูยัยนั่น... ท่าทางการเดินที่ดูอ่อนแรงผิดปกติทำให้ผมเผลอขมวดคิ้วตาม หน้าตาเธอดูซีดๆ ..ท่าทางที่ดูเหนื่อยๆ ..คงไม่ใช่ว่าไม่สบายจริงๆ หรอกนะ...แต่จะเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่ดี...ที่มาแอบดูไม่ได้เป็นห่วงนะ..ผมแค่กลัวว่าเธอจะไปสำออยใส่แม่ผมก็เท่านั่น ผมบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อไม่ให้ใจอ่อน
กลางดึกผมรู้สึกนอนไม่ค่อยหลับ..ผมหลับตาลงทีไรก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ผมจูบยัยนั่น...คงจะเพราะรังเกียจเธอมาก..ถึงได้เก็บเอามาคิดอยู่แบบนี้... รสสัมผัสที่รุนแรงแต่กลับตราตรึงอย่างประหลาดทำให้ผมว้าวุ่น ปากยัยนั่นทั้งนุ่มและหวาน..เมื่อนึกถึงทีไรก็เผลอจับปากตัวเองทุกที..นอนยังงัยก็นอนไม่หลับ..เลยลุกขึ้นมาดูหนังจนถึงเช้า ผมพยายามหาอะไรทำให้ลืมสัมผัสนั้น แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในความมืด
@เช้าวันใหม่...
ผมเดินลงมาข้างล่างด้วยสภาพคนอดนอน ขอบตาคล้ำและอารมณ์ที่บูดบึ้งตั้งแต่เริ่มวัน
"คุณวิน..ยังไม่ไปเรียนอีกเหรอคะ นี่จะแปดโมงแล้วนะคะ" ป้านวลทักขึ้นขณะที่เธอกำลังทำความสะอาดอยู่
"กำลังจะไปครับ..เออ..ว่าแต่..ป้านวลเห็น....เออ....เห็นยัยเด็กเอิงเอยไหมครับ..พอดีคุณแม่สั่งให้ผมพาเธอไปมหาลัยด้วย" ผมพยายามปรับเสียงให้ดูปกติที่สุด ทั้งที่จริงๆ แล้วผมตั้งใจตื่นมารอเธอตั้งแต่เช้ามืด
"อ่อ...คุณหนูเอย..ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ..."
"ตอนไหน..ผมมารอตั้งแต่ 7 โมง ยังไม่เห็นออกมานิครับ.... ผมหลุดปากพูดไปว่ามารอยัยนั่น ทันทีที่คำพูดนั้นออกจากปาก ผมก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย
"คุณวิน..รอคุณหนูเอยเหรอค่ะ?" ป้านวลถามพลางอมยิ้มอย่างมีเลศนัย
"เออ..ผมหมายถึงคุณแม่สั่งน่ะครับ..ถ้าไม่ทำตามเดี๋ยวท่านบ่นผมอีก....งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับ...ผมรีบเดินออกจากบ้านทันทีก่อนที่ป้านวลจะซักไซ้ผมมากไปกว่านี้ ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว เธอจงใจหลบหน้าผมชัดๆ!
@มหาลัย
ลานเกียร์วันนี้ดูวุ่นวาย แต่ในสายตาผมทุกอย่างมันน่ารำคาญไปหมด
"ไอ้วิน..มึงเป็นอะไรว่ะ..กูเห็นมึงหน้างอมาตั้งแต่เช้าล่ะ : นที
"เออว่ะ..กูก็ว่าจะถามอยู่ ... : นนท์ เพื่อนในกลุ่มขยับเข้ามาล้อมวงถามด้วยความสงสัยในรังสีอำมหิตที่ผมแผ่ออกมา
"เปล่า..." ผมตอบสั้นๆ พลางกวาดสายตาหาใครบางคนไปทั่วบริเวณ
"เปล่าอะไรเห็นมึงทำหน้าอย่างกับโกรธใครมาเป็นสิบชาติ.. : นที
"กูบอกว่าเปล่า..ก็เปล่าดิว่ะ..พวกมึงจะถามอะไรนักหนา" ผมตวาดกลับจนเพื่อนๆ พากันสะดุ้ง
"นี่งัย...หัวร้อนแบบนี้ยังบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก.. : นที
ผมทำหน้าตาหงุดหงิดบวกกับโมโหที่ยัยนั่นออกจากบ้านก่อนผม ทั้งที่ผมไปรอเธอตั้งแต่เช้า...ถึงจะไม่เคยรอเลยก็เถอะ..แต่จะรีบออกมาทำไม ปกติเห็นออกจากบ้าน 07.30 นัดใครเอาไว้หรือเปล่า หรือเธอจะหลบหน้าผม คิดไปคิดมาสักพักก็เห็นไอ้คินเดินยิ้มหน้าระรื่นมาแต่ไกล ท่าทางอารมณ์ดีของมันทำให้ผมรู้สึกขวางหูขวางตาอย่างบอกไม่ถูก
"วันนี้มาแปลกเว้ย..เดินยิ้มมาแต่ไกล..อย่างกับคนบ้า ปกติเห็นเดินมามาดอย่างกับมาเฟีย : ไอ้นนท์เอ่ยแซวภาคินทันทีที่เดินมาถึง
"ก็กูอารมณ์ดี" คินตอบพร้อมกับยักไหล่อย่างผู้ชนะ
"ไปทำอะไรมาว่ะ..ถึงได้อารมณ์ดีแต่เช้า มึงดูเพื่อนมึงโน่นหน้างอคอหักมาตั้งแต่เช้าล่ะ : ไอ้นนท์หันหน้ามาทางผม
"เล่ามาดิ : นที
"ก็เมื่อเช้ามันเห็นน้องเอยเดินไปโรงอาหาร..มันเลยเดินตามไป...แล้วสั่งข้าวไปนั่งกินตรงข้ามกับน้องเขา...น้องเขาเอ่ยสวัสดีมัน แค่เอ่ยชื่อมัน มันก็เป็นแบบนี้ ยิ้มหน้าบานอย่างกับจานดาวเทียม : เสียงของไอ้กรเพื่อนในกลุ่มอีกคนของผม
"ก็กูดีใจที่น้องเอยจำกูได้ แถมยิ้มหวานให้กูอีกด้วย.... : ภาคิน
"ปัก...!!!!....เสียงวางขวดน้ำอย่างแรง ผมกระแทกขวดน้ำลงบนโต๊ะจนน้ำกระเด็นออกมา ความร้อนในอกระเบิดออกมาเป็นความโมโห
"เฮ้ย..อะไรว่ะไอ้วิน...ตกใจหมด. : นนท์
"ไม่ไปเรียนหรืองัย..มัวแต่คุยเรื่องไร้สาระอยู่ได้.." ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง
"..รีบไปไหนว่ะ พึ่งจะเก้าโมงเอง...มีเรียนตั้งสิบโมง.. : กร
"กูรีบงัย...จะไปไม่ไป.."
"เออ..เออ..ไปก็ไป"
และพวกมันก็ลุกขึ้นเดินตามผมไปยังห้องเรียนทันที ที่แท้รีบออกมาแต่เช้า...คงตั้งใจจะมาเจอไอ้คินสินะ...ร่านจริงๆ ...คอยดูเถอะกลับบ้านไปเมื่อไหร่..ฉันจะจัดการเธอขั้นเด็ดขาดเลยยัยเด็กกาฝาก ความคิดร้ายกาจแล่นเข้ามาในหัว ผมทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอยิ้มให้ชายอื่น ในขณะที่กับผม เธอเอาแต่ก้มหน้าและร้องไห้