Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-03-14 18:23:29

บรรยากาศภายในบ้านช่วงพลบค่ำดูจะเงียบเหงากว่าปกติ แสงไฟสีนวลตาในห้องอาหารไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในใจของผมลดลงเลย ผมนั่งเขี่ยอาหารในจานไปมา ขณะที่สายตาของคุณแม่เอาแต่จ้องมองไปยังประตูบ้านด้วยความกังวล

"เอิงเอย..กลับมาพอดีเลย..มาทานข้าวก่อนสิจ๊ะ..แม่ทำแกงจืดมะระของโปรดลูกด้วยนะ" เสียงของคุณแม่ทักขึ้นด้วยความดีใจเมื่อเห็นร่างบางเดินเข้ามาในเขตสายตา

"ขอบคุณค่ะคุณแม่...พอดีเอย..รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยค่ะ..ขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ" เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิวราวกับคนไร้เรี่ยวแรง

ในขณะที่ผมกับคุณแม่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่ห้องอาหาร คุณแม่เอาแต่ชะเง้อรอยัยเด็กกาฝากนั่น เย็นป่านนี้แล้วก็ยังไม่กลับ หัวใจผมกระตุกวูบเมื่อเห็นสภาพของเธอ แถมคุณแม่ยังบ่นผมไม่หยุด ที่ผมไม่ยอมรับยัยนั่นกลับมาด้วย ผมทำเป็นหูทวนลม ทั้งที่ในใจยังคงนึกถึงเหตุการณ์หลังตึกคณะไม่หาย สักพักยัยกาฝากก็เดินเข้ามา แล้วก้มหน้าก้มตาเดินตรงไปยังห้องของตนเอง คุณแม่เรียกทานข้าวยัยนั่นก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามอง เอามือกอดหนังสือไว้แนบอก คุยกับคุณแม่สักพัก ยัยนั่นก็ขึ้นห้องของตนเองทันที ผมเองก็ไม่ได้ยินว่าคุณแม่คุยอะไรกับเธอ... ทำไมเธอถึงดูรีบวิ่งไปแบบนั้น ท่าทางลนลานเหมือนกำลังหลบหนีความผิด หรือไม่ก็... กำลังหลบหน้าผม

"ป้านวล..เดี๋ยวทำข้าวต้มหมูสับให้คุณเอยด้วยนะจ๊ะ" คุณแม่หันไปสั่งแม่บ้านด้วยความเป็นห่วง

"ค่ะคุณผู้หญิง"

"มีอะไรเหรอครับคุณแม่" ผมแสร้งถามหน้านิ่ง ทั้งที่ในอกเริ่มร้อนรุ่ม

"ก็เอิงเอยน่ะสิ..บอกว่าปวดหัวไม่ค่อยสบาย แม่เลยให้ป้านวลทำข้าวต้มไปให้...น้องกลับมาคงจะยังไม่ทันได้ทานข้าวเย็น"

"สำออย....ผมพูดออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ที่เห็นทุกคนรุมเอาใจเธอ

"ตาวิน..ทำไมพูดให้น้องแบบนี้...น้องคงจะไม่สบายจริงๆ ..แม่เห็นหน้าแดงไปหมด..ตาก็ดูบวมๆ ..เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแม่ว่าจะเข้าไปดูสักหน่อย..." คำพูดของคุณแม่ทำให้ผมชะงัก ตาบวมงั้นเหรอ? หรือว่าเป็นเพราะเรื่องเมื่อกลางวัน

"คร๊าบ...เชิญคุณแม่ไปโอ๋..ยัยเด็กกาฝากนั่นเต็มที่เลยครับ.."

"ตาวิน!" สายตาตำหนิของคุณแม่ทำให้ผมต้องเงียบเสียงลง

เมื่อผมทานข้าวเสร็จกำลังจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง...แต่เมื่อเดินผ่านหน้าห้องของยัยเด็กกาฝาก เธอดันเปิดประตูออกมาพอดี..... จังหวะนัดพบที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เราทั้งคู่ชะงักไปชั่วครู่ ผมเห็นดวงตาที่บวมช้ำของเธอชัดเจน แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นความปากเสียในตัวผม

"หึ..อยู่มหาลัยก็อ่อยผู้ชายไปทั่ว..พอกลับมาบ้านก็สำออยใส่คุณแม่...เธอนี่มันเป็นคนยังงัยกัน" ผมพ่นคำร้ายกาจใส่อีกฝ่ายเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดที่แวบเข้ามา

เธอไม่ตอบและกำลังจะเดินผ่านหน้าผมเพื่อลงไปยังชั้นล่าง ก้มหน้าก้มตาแบบที่เธอชอบทำ...ผมเห็นที่ไรหงุดหงิดทุกที ความเมินเฉยของเธอมันเหมือนการท้าทายอำนาจของผม

"นี่ยัยเด็กกาฝาก..ไม่ได้ยินที่ฉันพูดด้วยหรืองัย" ผมคว้าไหล่เธอไว้ขวางทางไม่ให้เดินต่อ

"ได้ยินค่ะ.." เธอตอบสั้นๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

"ได้ยิน.? ....ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ.."

"จะให้เอยตอบอะไรคะ..ตอบแบบไหน..ถึงจะถูกใจคุณวิน ในเมื่อคุณวินคิดแบบนั้นไปแล้ว" คำย้อนที่นิ่งสนิทแต่บาดลึกทำให้ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง

"ไม่ต้องมาเถียง...แล้วเวลาพูดกับฉันก็หยุดก้มหน้าก้มตาสักทีได้ไหม..เห็นแล้วรำคาญ...จะไปไหนก็ไป..." ผมสะบัดมือออกอย่างรำคาญใจ

ยัยนั่นเดินลงไปชั้นล่าง สักพักก็ถือเหยือกน้ำ และแก้วน้ำขึ้นมา ผมยืนแง้มประตูแอบมองดูยัยนั่น... ท่าทางการเดินที่ดูอ่อนแรงผิดปกติทำให้ผมเผลอขมวดคิ้วตาม หน้าตาเธอดูซีดๆ ..ท่าทางที่ดูเหนื่อยๆ ..คงไม่ใช่ว่าไม่สบายจริงๆ หรอกนะ...แต่จะเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่ดี...ที่มาแอบดูไม่ได้เป็นห่วงนะ..ผมแค่กลัวว่าเธอจะไปสำออยใส่แม่ผมก็เท่านั่น ผมบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อไม่ให้ใจอ่อน

กลางดึกผมรู้สึกนอนไม่ค่อยหลับ..ผมหลับตาลงทีไรก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ผมจูบยัยนั่น...คงจะเพราะรังเกียจเธอมาก..ถึงได้เก็บเอามาคิดอยู่แบบนี้... รสสัมผัสที่รุนแรงแต่กลับตราตรึงอย่างประหลาดทำให้ผมว้าวุ่น ปากยัยนั่นทั้งนุ่มและหวาน..เมื่อนึกถึงทีไรก็เผลอจับปากตัวเองทุกที..นอนยังงัยก็นอนไม่หลับ..เลยลุกขึ้นมาดูหนังจนถึงเช้า ผมพยายามหาอะไรทำให้ลืมสัมผัสนั้น แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในความมืด

@เช้าวันใหม่...

ผมเดินลงมาข้างล่างด้วยสภาพคนอดนอน ขอบตาคล้ำและอารมณ์ที่บูดบึ้งตั้งแต่เริ่มวัน

"คุณวิน..ยังไม่ไปเรียนอีกเหรอคะ นี่จะแปดโมงแล้วนะคะ" ป้านวลทักขึ้นขณะที่เธอกำลังทำความสะอาดอยู่

"กำลังจะไปครับ..เออ..ว่าแต่..ป้านวลเห็น....เออ....เห็นยัยเด็กเอิงเอยไหมครับ..พอดีคุณแม่สั่งให้ผมพาเธอไปมหาลัยด้วย" ผมพยายามปรับเสียงให้ดูปกติที่สุด ทั้งที่จริงๆ แล้วผมตั้งใจตื่นมารอเธอตั้งแต่เช้ามืด

"อ่อ...คุณหนูเอย..ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ..."

"ตอนไหน..ผมมารอตั้งแต่ 7 โมง ยังไม่เห็นออกมานิครับ.... ผมหลุดปากพูดไปว่ามารอยัยนั่น ทันทีที่คำพูดนั้นออกจากปาก ผมก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย

"คุณวิน..รอคุณหนูเอยเหรอค่ะ?" ป้านวลถามพลางอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

"เออ..ผมหมายถึงคุณแม่สั่งน่ะครับ..ถ้าไม่ทำตามเดี๋ยวท่านบ่นผมอีก....งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับ...ผมรีบเดินออกจากบ้านทันทีก่อนที่ป้านวลจะซักไซ้ผมมากไปกว่านี้ ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว เธอจงใจหลบหน้าผมชัดๆ!

@มหาลัย

ลานเกียร์วันนี้ดูวุ่นวาย แต่ในสายตาผมทุกอย่างมันน่ารำคาญไปหมด

"ไอ้วิน..มึงเป็นอะไรว่ะ..กูเห็นมึงหน้างอมาตั้งแต่เช้าล่ะ : นที

"เออว่ะ..กูก็ว่าจะถามอยู่ ... : นนท์ เพื่อนในกลุ่มขยับเข้ามาล้อมวงถามด้วยความสงสัยในรังสีอำมหิตที่ผมแผ่ออกมา

"เปล่า..." ผมตอบสั้นๆ พลางกวาดสายตาหาใครบางคนไปทั่วบริเวณ

"เปล่าอะไรเห็นมึงทำหน้าอย่างกับโกรธใครมาเป็นสิบชาติ.. : นที

"กูบอกว่าเปล่า..ก็เปล่าดิว่ะ..พวกมึงจะถามอะไรนักหนา" ผมตวาดกลับจนเพื่อนๆ พากันสะดุ้ง

"นี่งัย...หัวร้อนแบบนี้ยังบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก.. : นที

ผมทำหน้าตาหงุดหงิดบวกกับโมโหที่ยัยนั่นออกจากบ้านก่อนผม ทั้งที่ผมไปรอเธอตั้งแต่เช้า...ถึงจะไม่เคยรอเลยก็เถอะ..แต่จะรีบออกมาทำไม ปกติเห็นออกจากบ้าน 07.30 นัดใครเอาไว้หรือเปล่า หรือเธอจะหลบหน้าผม คิดไปคิดมาสักพักก็เห็นไอ้คินเดินยิ้มหน้าระรื่นมาแต่ไกล ท่าทางอารมณ์ดีของมันทำให้ผมรู้สึกขวางหูขวางตาอย่างบอกไม่ถูก

"วันนี้มาแปลกเว้ย..เดินยิ้มมาแต่ไกล..อย่างกับคนบ้า ปกติเห็นเดินมามาดอย่างกับมาเฟีย : ไอ้นนท์เอ่ยแซวภาคินทันทีที่เดินมาถึง

"ก็กูอารมณ์ดี" คินตอบพร้อมกับยักไหล่อย่างผู้ชนะ

"ไปทำอะไรมาว่ะ..ถึงได้อารมณ์ดีแต่เช้า มึงดูเพื่อนมึงโน่นหน้างอคอหักมาตั้งแต่เช้าล่ะ : ไอ้นนท์หันหน้ามาทางผม

"เล่ามาดิ : นที

"ก็เมื่อเช้ามันเห็นน้องเอยเดินไปโรงอาหาร..มันเลยเดินตามไป...แล้วสั่งข้าวไปนั่งกินตรงข้ามกับน้องเขา...น้องเขาเอ่ยสวัสดีมัน แค่เอ่ยชื่อมัน มันก็เป็นแบบนี้ ยิ้มหน้าบานอย่างกับจานดาวเทียม : เสียงของไอ้กรเพื่อนในกลุ่มอีกคนของผม

"ก็กูดีใจที่น้องเอยจำกูได้ แถมยิ้มหวานให้กูอีกด้วย.... : ภาคิน

"ปัก...!!!!....เสียงวางขวดน้ำอย่างแรง ผมกระแทกขวดน้ำลงบนโต๊ะจนน้ำกระเด็นออกมา ความร้อนในอกระเบิดออกมาเป็นความโมโห

"เฮ้ย..อะไรว่ะไอ้วิน...ตกใจหมด. : นนท์

"ไม่ไปเรียนหรืองัย..มัวแต่คุยเรื่องไร้สาระอยู่ได้.." ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง

"..รีบไปไหนว่ะ พึ่งจะเก้าโมงเอง...มีเรียนตั้งสิบโมง.. : กร

"กูรีบงัย...จะไปไม่ไป.."

"เออ..เออ..ไปก็ไป"

และพวกมันก็ลุกขึ้นเดินตามผมไปยังห้องเรียนทันที ที่แท้รีบออกมาแต่เช้า...คงตั้งใจจะมาเจอไอ้คินสินะ...ร่านจริงๆ ...คอยดูเถอะกลับบ้านไปเมื่อไหร่..ฉันจะจัดการเธอขั้นเด็ดขาดเลยยัยเด็กกาฝาก ความคิดร้ายกาจแล่นเข้ามาในหัว ผมทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอยิ้มให้ชายอื่น ในขณะที่กับผม เธอเอาแต่ก้มหน้าและร้องไห้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 73

    "แต่ว่า...." "คุณหยุดพูดเลยนะ...ถ้าอยากหมั้นมากก็ไปหมั้นเองเลยไป!" คุณแม่ถลึงตาใส่จนคุณพ่อต้องหลบสายตาวูบทันที ผมไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ปกติคุณพ่อจะวางอำนาจและคุณแม่มักจะเป็นฝ่ายยอมตลอด พอเห็นพ่อคอตกแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พ่อกลัวแม่เหรอครับ....กลัวเมียนี่หว่า..." ผมหัวเราะลั่น

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 72

    "กวนตีน..." "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นทีหัวเราะชอบใจ เราพูดคุยหยอกล้อกันได้สักพัก ผมก็เริ่มส่งสัญญาณไล่พวกมันกลับไปเสียที เพราะอยากให้เอิงเอยได้เอนหลังพักผ่อนจริงๆ อีกอย่างช่วงบ่ายผมมีกำหนดจะพาเธอบินกลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอจะเพลียหนักจากการเดินทาง ผมเลยเดินไปขอปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาน

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 71

    @โรงพยาบาล บรรยากาศในห้องพักฟื้นที่เคยดูเงียบเหงาและเย็นเยียบชวนให้ใจเสีย กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบของผมพากันแห่มาเยี่ยมเอิงเอย เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะของพวกมันทำเอาห้องพักฟื้นดูคึกคักขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่สถานพยาบาล "น้องเอย.. เป็นยังไงบ้างครับ.." นทีถามด้

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 70

    "อ๊าสสสสส ... / โอ้วววว....." "พี่วิน...เอามันออกไปได้แล้ว..." เอิงเอยเอ่ยเสียงอู้อี้ด้วยความอาย "....." ผมส่งยิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเบาๆ จนเธอต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบ "พะ..พี่วิน...ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อน.. อ๊ะ...อ๊ะะะะ...." "อะ..เอย..พี่คงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกรอบ..

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 69

    @อนาวิน ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลในยามค่ำคืน ภายในห้องวีไอพีกลับอบอวลไปด้วยรอยรักที่แสนเร่าร้อน ผมโหยหาเธอมาตลอดสองเดือน และตอนนี้เธอก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว "แจ๊ะ..แจ๊ะ..!!!" เสียงนิ้วมือที่ขยับเข้าออกในร่องรอยรักที่ชุ่มฉ่ำดังสะท้อนไปมาในความสลัว "อื้อ..อ๊าาา...พะ..พี่วิน..อ๊าส..." เอิงเอยบิ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 68

    เลือดในกายผมเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่ไอ้คินบอก ความโกรธแค้นมันพุ่งถึงขีดสุดจนไม่เหลือความเมตตาใดๆ ให้กับคนประเภทนี้ "เก็บมัน..." "อืม.... : คิน คินรับคำสั่งสั้นๆ พ่อของไอ้คินเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ เรื่องการจัดการกากเดนสังคมแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมายที่มักจะปล่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status