@มหาลัย
แสงแดดยามเช้าแผดเผาลงมาบนลานจอดรถของมหาวิทยาลัย แต่ในใจของผมกลับร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด ตอนนี้ผมมาถึงมหาลัยเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ปล่อยยัยกาฝากไว้ที่ข้างถนน... ภาพใบหน้าตื่นตระหนกและนัยน์ตาที่สั่นระริกของเธอตอนที่ผมเร่งเครื่องยนต์ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังยังคงติดตา มันเป็นความสะใจลึกๆ ที่เห็นคนอย่างเธอต้องเผชิญกับความลำบากเสียบ้าง
วันนี้เป็นวันรับน้องของคณะบริหาร ถ้ายัยนั้นมาไม่ทันต้องโดนทำโทษแน่แน่ ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการ.. ผมอยากให้เธอรู้ซึ้งถึงสถานะของตัวเองว่าไม่ได้สูงส่งไปกว่าใครในบ้าน และการเป็นผู้อาศัยในคราบ "กาฝาก" มันต้องเจียมตัวแค่ไหน การโดนรุ่นพี่ว้ากต่อหน้าคนนับร้อยคงเป็นบทเรียนที่เหมาะกับเธอที่สุด
กิจกรรมรับน้องดำเนินไปได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมก็ยังไม่เห็นยัยกาฝากโผล่มาสักที.. ผมกวาดสายตาไปทั่วลานกิจกรรมท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงกลองที่ดังกึกก้อง แต่กลับไร้วี่แววของร่างบางนั่น นี่อย่าบอกนะว่าหาทางมาไม่ได้จริงๆ คงไม่ซื่อบื้อขนาดนั้นมั้ง ความกังวลเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจแบบที่ผมเองก็นึกรำคาญ หรือว่าผมจะทิ้งเธอไว้ไกลเกินไป? แต่แล้วผมก็สลัดความคิดนั้นทิ้ง ความสมน้ำหน้ามันมีมากกว่าความสงสารอยู่แล้ว
กิจกรรมดำเนินต่อไปได้สักพัก สายตาผมก็เหลือบมองไปเห็นยัยกาฝากกำลังวิ่งมายังแถวที่นักศึกษาใหม่นั่งอยู่ ร่างเล็กในชุดนักศึกษาที่ดูหลวมโคร่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยท่าทางลนลาน เธอวิ่งมาถึงก็หอบหายใจอย่างหนัก.. เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มดวงหน้าขาวนวลที่บัดนี้กลายเป็นสีระเรื่อเพราะความเหนื่อยและความร้อน จากนั่นไอ้คิน เฮดว๊ากของรุ่น..ก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง เสียงอันทรงพลังของมันทำให้บรรยากาศที่เคยคึกคักเงียบกริบลงในทันตา
"น้องที่มาสาย..ออกมาข้างหน้าครับ"
"ค่ะ... เสียงตอบรับแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เธอเดินออกมาหน้าแถวตามคำสั่งของรุ่นพี่ ..แล้วก้มหน้าก้มตามองพื้นอย่างที่เธอชอบทำ ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำนั่นทำให้ผมเผลอเหยียดริมฝีปากออกมาด้วยความหมั่นไส้ ทำไมต้องทำตัวให้น่าสงสารขนาดนั้นด้วย
"เงยหน้าขึ้นครับ..แล้วบอกมาว่าทำไมถึงมาสาย.." คินยังคงรักษาน้ำเสียงเข้มงวดตามฉบับเฮดว๊าก
"เออ..คือ..." เธออึกอัก คำพูดดูจะติดอยู่ที่ลำคอ มือเรียวเล็กบีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"พี่สั่งให้เงยหน้าขึ้น..ไม่ได้ยินหรืองัย...ปฏิบัติ.."
"ค่ะ..."
เมื่อถูกกดดันด้วยน้ำเสียงดุดัน เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองไปยังเพื่อนๆ ที่เข้าแถวนั่งอยู่ด้านหน้า วินาทีที่ใบหน้านั้นปรากฏสู่สายตาทุกคน ราวกับเวลาในลานกิจกรรมถูกหยุดไว้ จากนั้นก็มีเสียงฮือฮาในหมู่นักศึกษาใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาชาย... ความสวยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางตื่นตระหนกนั้นโดดเด่นเสียจนผมเองยังรู้สึกใจกระตุกไปวูบหนึ่ง
"อะ..แฮ่ม...เงียบด้วยครับ...." คินกระแอมไอเรียกสติ ทุกคนเงียบเสียงอย่างเร็วเมื่อเฮดว๊ากสั่ง
"ทำไมถึงมาสายครับ"
"หลงทางค่ะ..." คำตอบนั้นเรียกความเงียบให้ปกคลุมไปทั่วบริเวณอีกครั้ง
"หลงทาง? ..." คินทวนคำอย่างไม่เชื่อหู
"ค่ะ..."
"งั้นน้องแนะนำตัวให้เพื่อนๆ พี่ๆ ได้รู้จักหน่อยครับ"
"...ชื่อ เอิงเอย กรินรักษ์ เรียนบริหารธุรกิจปี 1 ค่ะ" เสียงหวานใสเอ่ยชื่อตัวเองออกมาอย่างสั่นเครือ แต่มันกลับก้องกังวานไปทั่วลาน
"ครับ...ต่อไปผมจะถามพวกคุณ...ว่าผมสมควรที่จะลงโทษเพื่อนคุณที่มาสายหรือไม่....ตอบ..?" คินหันไปถามกลุ่มนักศึกษาที่นั่งกดดันอยู่ด้านล่าง
"ไม่ครับ.../...ไม่ค่ะ" เสียงตอบรับประสานกันอย่างพร้อมเพรียงจนผมแทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
"ทำไมครับ...บอกเหตุผลด้วย"
"เพื่อนหลงทางครับ..ไม่ได้เจตนาจะมาสาย นักศึกษาชายคนนึ่งลุกขึ้น ตอบด้วยท่าทีที่ดูจะปกป้องเธอจนออกนอกหน้า ผมได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกขยะแขยงในใจ ตอบ..หึ..ไม่รู้เห็นใจจริงๆ หรือเพราะเห็นแก่ความสวยของเธอกันแน่....ในสายตาผมเธอไม่เห็นจะสวยตรงไหนออกจะขี้เหร่ด้วยซ้ำ..ทำไมผู้ชายถึงได้ชอบกันนัก...คงจะว่านเสนห์ไปทั่วสินะ.. ความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้เริ่มก่อตัวขึ้นในอก ผมไม่ชอบใจเลยที่เห็นคนอื่นมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น
"โอเค..ถ้าอย่างนั้นผมจะไม่ลงโทษเพื่อนของคุณ....กลับไปนั่งที่ได้ครับ"
"ขอบคุณค่ะ" เอิงเอยยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรีบเดินกลับเข้าแถวไปด้วยท่าทีประหม่า
กิจกรรมรับน้องดำเนินไปเรื่อยๆ แต่มันยังมีข้อสงสัยอย่างหนึ่งที่ผมยังข้องใจไม่หาย จึงตัดสินใจถามไอ้คินออกไป ในช่วงพักที่พวกเราขยับมานั่งรวมกลุ่มกันหลังเวที
"ไอ้คิน....ทำไมมึงไม่ลงโทษยัยเด็กนั้น..ปกติกูไม่เคยเห็นมึงยอมอ่อนข้อให้ใคร" ผมถามออกไปพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก
"ใคร...? ...น้องเอิงเอยน่ะเหรอ" มันย้อนถามพร้อมรอยยิ้มแปลกๆ ที่มุมปาก
"อืม...."
"ตอนแรกกูก็กะว่าจะลงโทษให้วิ่งรอบสนามสัก 10 รอบ แต่พอน้องเงยหน้าขึ้นมามองหน้ากูเท่านั่นแหละ....โคตรน่ารัก...กูทำไม่ลง...." มันพูดออกมาด้วยท่าทางกระตือรือร้น คนละคนกับเฮดว๊ากเมื่อกี้เลย แววตาของมันเป็นประกายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"มึงชอบ?" ผมถามย้ำ ความรู้สึกขุ่นมัวในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"ใช่..ชอบมาก..กูไม่เคยรู้สึกชอบใครแบบนี้เลย..."
"จริงดิ..กูยังไม่เคยเห็นมึงชอบใครเลยนะไอ้คิน แต่น้องก็น่ารักจริงๆ ว่ะ.... เสียงไอ้นที เพื่อนกลุ่มเดียวกันกับผม เสริมขึ้นมาพร้อมกับพยักหน้าเห็นพ้อง ผมรู้สึกเหมือนมีกองไฟสุมอยู่ในอกจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่
"ไม่ได้ มึงจะชอบยัยนั่นไม่ได้!!! ผมพูดเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว จนเพื่อนทั้งกลุ่มหันมามองผมเป็นตาเดียวด้วยความสงสัย
"ทำไมว่ะ...หรือมึงรู้จักน้องเขา :นนท์ นนท์ถามขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองผมอย่างจับผิด
"เปล่า..." ผมรีบปฏิเสธเสียงแข็ง หัวใจเต้นแรงด้วยความลนลานที่เกือบหลุดความลับออกมา
"แล้วมึงจะห้ามทำไม ไอ้คินมันชอบก็เรื่องของมันดิว่ะ :นที
"หรือมึงชอบน้อง :คิน คินถามจี้จุดด้วยสีหน้าจริงจัง
"ไม่มีทาง..กูไม่มีวันชอบยัยนั่น" ผมสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงรังเกียจ เพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนข้างใน
"เออ...งั้นก็ดี...คนนี้กูเอาจริงนะเว้ย : คิน คินประกาศจุดยืนชัดเจน ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า
"หึ...ระวังไว้เถอะเดี่ยวมึงจะโดนยัยนั่นหลอก" ผมอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดออกมา
"มึงพูดอย่างกับรู้จักเขา :นที นทีขมวดคิ้วมองผมเหมือนคนบ้า
"เปล่า..แค่ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ"
"แค่นี้นะ..ที่ทำให้มึงตั้งแง้กับเขา ไอ้บ้า :นที เพื่อนๆ พากันส่ายหน้าให้กับท่าทางไม่มีเหตุผลของผม แต่พวกมันไม่รู้หรอกว่าภายใต้หน้าจื่อๆ นั่นมีความร้ายกาจอะไรซ่อนอยู่
@ภาคบ่าย : ณ ลานกิจกรรม
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงกิจกรรมสำคัญ เสียงประกาศจากไมโครโฟนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณลานเกียร์
"กิจกรรมในช่วงบ่ายนี้พวกพี่ๆ จะมีคำใบ้ให้กับน้องๆ เพื่อให้น้องๆ ตามหาพี่รหัสของตัวเอง....และน้องๆ จะต้องล่าลายเซ็นพี่ๆ ในคณะ ที่สำคัญต้องมีลายเซ็นของพวกพี่ 5 คน คือ พี่นที พี่นนท์ พี่หมิว พี่วิน และผม ผมมีเวลาให้คุณทำภารกิจนี้แค่ 3 วันเท่านั้น หากพวกคุณหามาไม่ครบ จะมีบทลงโทษสำหรับคนที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ เข้าใจไหมครับ ...." คินทำหน้าที่เฮดว๊ากได้อย่างไร้ที่ติ
"เข้าใจค่ะ../ครับ..." เสียงตอบรับกระหึ่มจากเหล่านักศึกษาใหม่
"ดี...ถ้าเข้าใจแล้ว..แยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจของตัวเองครับ...เชิญ.."
เวลาผ่านไปแล้ว 1 วัน มีน้องๆ นักศึกษาเข้ามาขอลายเซ็นพวกผม โดยเฉพาะนักศึกษาหญิง ซึ่งพวกผมก็เซ็นให้น้องไปไม่ได้มีข้อแม้อะไร...เซ็นๆ ไปตามหน้าที่ สำหรับผมมันเป็นเรื่องน่ารำคาญที่ต้องมานั่งปั้นหน้ายิ้มหรือทำตัวเป็นพี่ระเบียบที่ดูใจดี แต่พอถึงยัยกาฝากไอ้คินกลับไม่ยอมเซ็นให้ แถมยังกักตัวยัยนั่นไว้ ผมเฝ้ามองเหตุการณ์จากมุมหนึ่งด้วยความรู้สึกเดือดพล่าน
"สวัสดีค่ะ เอิงเอย..บริหารปี 1 ขออนุญาตให้พี่ๆ เซ็นสมุดกิจกรรมให้หน่อยได้ไหมค่ะ" เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ สมุดในมือสั่นน้อยๆ
"ได้สิครับ...แต่ก่อนเซ็นพี่มีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อ ไม่รู้ว่าน้องเอยจะยอมทำตามหรือเปล่า" คินเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มนวลทันทีจนผมนึกหมั่นไส้
"ข้อแม้อะไรคะ"
"พี่อยากรู้จักน้องเอย...ขอทำความรู้จักหน่อยได้ไหมครับ"
"ทะ...ทำความรู้จักยังงัยคะ" เธอถามด้วยความซื่อ (ที่ผมคิดว่าจอมปลอม)
"ก่อนอื่นขอถามว่าน้องเอยมีแฟนหรือยังครับ"
"..เอ่อ......ยังคะ" คำตอบนั้นทำให้ไอ้คินยิ้มกว้างออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าอย่างนั้นพี่ขอไลน์ไว้ได้ไหมครับ..พี่อยากรู้จักน้องเอยให้มากกว่านี้"
"พอดี..เอยไม่ค่อยเล่นไลน์น่ะคะ.." การปฏิเสธของเธอยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเธอเก่งเรื่องการปั่นหัวผู้ชายให้ยิ่งอยากเอาชนะ
"555 เป็นคำปฏิเสธที่ดูมีมารยาทดีนะครับ....แบบนี้พี่ยิ่งชอบเรานะรู้ไหม"
"พะ..พี่ชอบเอยเหรอคะ.. เธอทำหน้าตาตื่นตกใจปนสงสัย.. ดวงตากลมโตนั่นสั่นไหวราวกับไม่เคยถูกสารภาพรักมาก่อน
"ครับ...เตรียมรับมือไว้นะครับ..พี่จะจีบน้องให้ติดเลยคอยดู"
ไอ้คินพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ดูท่าทางแล้วมันคงจะชอบยัยกาฝากนั่นมาก ถึงขั้นประกาศออกมาว่าจะจีบยัยนั่น...หึ...ร้ายนักนะ..ขนาดพึงมาเรียนวันแรก...ก็ทำผู้ชายหลงเสน่ห์จนได้.... ความโกรธที่อธิบายไม่ได้พุ่งทะลุจุดเดือด พอยัยนั่นเดินออกจากห้องผมเลยรีบเดินตามไปทันที โดยอ้างว่าขอตัวไปห้องน้ำ
@หน้าคณะบริหาร
ผมก้าวยาวๆ ตามร่างบางไปจนทันก่อนจะดึงรั้งแขนเธอไว้ให้หันมาเผชิญหน้า
"หึ...มาเรียนไม่กี่วันก็อ่อยผู้ชายให้หลงเสน่ห์จนได้" ผมพ่นคำพูดร้ายกาจใส่เธอทันที
"เอยไม่ได้อ่อยนะคะ...." เธอเถียงกลับมาพร้อมกับดวงตาที่เริ่มคลอไปด้วยหยดน้ำตา
"เหรอ แล้วที่ไอ้คินมันหลงเธอหัวปักหัวปลำ...เธอจะว่ายังงัย..."
"พายไม่รู้..พายยังไม่ได้ทำอะไรเลย..พี่เขาก็....." เธอพยายามจะอธิบาย แต่ความโกรธทำให้ผมไม่อยากฟังอะไรทั้งสิ้น
"นิจะบอกว่าอยู่เฉยๆ ผู้ชายก็วิ่งเข้ามาหาสินะ....ร่านไม่เบาเลยนะเธอ..." คำพูดรุนแรงหลุดออกจากปากผมอย่างไร้การยั้งคิด
"..คุณวิน...เอยไม่ได้เป็นแบบที่คุณว่านะคะ..."
"หึ..ทีกับมันรู้จักแค่วันเดียวยังเรียกมันว่าพี่...กับฉันเรียกคุณ..." ผมกระชากแขนเธอแรงขึ้น ความรู้สึกน้อยใจที่ปนมากับความโกรธทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่อยู่
"ก็คุณบอกเองว่าเราไม่ใช่พี่น้องกัน....ไม่ให้เอยเรียกคุณว่าพี่" คำย้อนของเธอมันเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ
"ดีนิ..ถ้าคุณแม่รู้ว่าเด็กกาฝากที่รับมาเลี้ยง...ส่งมาเรียนในที่ดีๆ แพงๆ ..จะร่าน..ลงทุนอ่อยผู้ชายตั้งแต่วันแรกที่มาเรียน...ท่านคงจะภูมิใจมากเลยสินะ"
"คุณวิน..ทำไมต้องว่าเอยขนาดนี้ด้วยคะ...เอยไปทำอะไรให้คุณวินไม่พอใจหรือเปล่า.." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ สะอื้นจนตัวโยน
"เธอมาอ่อยเพื่อนฉัน.."
"เอยก็อยู่ของเอยดีๆ ..พี่เขามายุ่งกับเอยเอง....แล้วจะให้เอยทำยังงัยคะ"
"หึ...ปากดีนักนะเอิงเอย...มานี่..."
ผมดึงแขนเธออย่างแรงและลากเธอมายังที่ลับตาคน บริเวณหลังตึกคณะที่ไร้ผู้คนสัญจร จากนั่นก็ประกบริมฝีปากจูบเธออย่างหนักหน่วง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโกรธ และความสับสนที่อัดอั้นอยู่ภายใน ผมต้องการจะลงโทษเธอ ต้องการจะตีตราว่าเธอไม่มีสิทธิ์ไปโปรยเสน่ห์ให้ใคร
"อิ..ออ...ปล่อยเอยนะ.." เธอพยายามดิ้นรน ขัดขืนแรงอารมณ์ที่ผมโหมใส่
เมื่อผมผละริมฝีปากออกมา มองดูใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการกระทำของตัวเอง ผมกลับพูดคำที่ร้ายกาจที่สุดออกไป
"หายคันรึยัง..."
"เพี๊ยะ...!!!"
เธอตบหน้าผมอย่างแรง แรงจนหน้าสะบัด ความเจ็บแสบแล่นพล่านไปทั่วโหนกแก้ม ผมมองดูเธอที่ตอนนี้ร้องไห้หน้าแดงไปหมด...ผมเองก็ทำอะไรไม่ถูก...นี่ผมจูบเธอเหรอ...จูบเธอได้ยังงัย...ผมเกลียดเธอจะตาย... ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุม ผมกับเธอจ้องมองกันอยู่นานหลังจากนั้นเธอก็รีบวิ่งออกไป ทิ้งให้ผมยืนคว้างอยู่ท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกผิดที่เริ่มเกาะกุมหัวใจ
"โถ่เว้ยยย!!!!" ผมสบถออกมาเสียงดัง ลูบหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด ทั้งโกรธเธอ และโกรธตัวเองที่เผลอใจไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นลงไป