LOGIN"เป็นน้องก็ไม่ได้... เป็นคนรักก็ไม่เคยเป็น... งั้นเป็น 'คนแปลกหน้า' ให้กันเลยแล้วกัน!" 'อนาวิน' นักศึกษาบริหารปี 3 ผู้ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา โดยเฉพาะเธอ กาฝากอย่าง 'เอิงเอย' เขาทำดีเพื่อหลอกล่อ... เขาใช้ความอ่อนโยนเป็นกับดัก... สุดท้ายก็ขยี้หัวใจเธอด้วยคำว่า "ไม่เคยรักผู้หญิงโง่ๆ แบบเธอ" ความใจร้ายของ 'Bad Guy' ในวันนั้น กำลังจะทำให้เขาต้องกระวนกระวายใจในวันที่เธอเดินจากไป... ตลอดกาล
View More"แต่ว่า...." "คุณหยุดพูดเลยนะ...ถ้าอยากหมั้นมากก็ไปหมั้นเองเลยไป!" คุณแม่ถลึงตาใส่จนคุณพ่อต้องหลบสายตาวูบทันที ผมไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ปกติคุณพ่อจะวางอำนาจและคุณแม่มักจะเป็นฝ่ายยอมตลอด พอเห็นพ่อคอตกแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พ่อกลัวแม่เหรอครับ....กลัวเมียนี่หว่า..." ผมหัวเราะลั่น
"กวนตีน..." "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นทีหัวเราะชอบใจ เราพูดคุยหยอกล้อกันได้สักพัก ผมก็เริ่มส่งสัญญาณไล่พวกมันกลับไปเสียที เพราะอยากให้เอิงเอยได้เอนหลังพักผ่อนจริงๆ อีกอย่างช่วงบ่ายผมมีกำหนดจะพาเธอบินกลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอจะเพลียหนักจากการเดินทาง ผมเลยเดินไปขอปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาน
@โรงพยาบาล บรรยากาศในห้องพักฟื้นที่เคยดูเงียบเหงาและเย็นเยียบชวนให้ใจเสีย กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบของผมพากันแห่มาเยี่ยมเอิงเอย เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะของพวกมันทำเอาห้องพักฟื้นดูคึกคักขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่สถานพยาบาล "น้องเอย.. เป็นยังไงบ้างครับ.." นทีถามด้
"อ๊าสสสสส ... / โอ้วววว....." "พี่วิน...เอามันออกไปได้แล้ว..." เอิงเอยเอ่ยเสียงอู้อี้ด้วยความอาย "....." ผมส่งยิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเบาๆ จนเธอต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบ "พะ..พี่วิน...ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อน.. อ๊ะ...อ๊ะะะะ...." "อะ..เอย..พี่คงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกรอบ..
@ 2 เดือนต่อมา เวลาสองเดือนที่ผ่านไป สำหรับคนอื่นอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับผม มันยาวนานราวกับนับศตวรรษ ผมใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไร้แสงสว่าง มืดมนพอๆ กับห้องนอนที่ผมขังตัวเองไว้ทุกวัน ทุกมุมของห้องนี้เคยมีรอยยิ้มของเธอ เคยมีเสียงหัวเราะสดใสที่ทำให้ผมมีความสุข แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นคุกที่มองไ
บรรยากาศภายในบ้านช่วงพลบค่ำดูจะเงียบเหงากว่าปกติ แสงไฟสีนวลตาในห้องอาหารไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในใจของผมลดลงเลย ผมนั่งเขี่ยอาหารในจานไปมา ขณะที่สายตาของคุณแม่เอาแต่จ้องมองไปยังประตูบ้านด้วยความกังวล"เอิงเอย..กลับมาพอดีเลย..มาทานข้าวก่อนสิจ๊ะ..แม่ทำแกงจืดมะระของโปรดลูกด้วยนะ" เสียงของคุณแม่ทักขึ้น
@มหาลัยแสงแดดยามเช้าแผดเผาลงมาบนลานจอดรถของมหาวิทยาลัย แต่ในใจของผมกลับร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด ตอนนี้ผมมาถึงมหาลัยเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ปล่อยยัยกาฝากไว้ที่ข้างถนน... ภาพใบหน้าตื่นตระหนกและนัยน์ตาที่สั่นระริกของเธอตอนที่ผมเร่งเครื่องยนต์ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังยังคงติดตา มันเป็นคว
@ 8 ปีที่แล้วท่ามกลางความกว้างใหญ่ของคฤหาสน์หรูที่ดูเย็นชียบในสายตาของเด็กกำพร้าอย่างฉัน กลับมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาจากหญิงใจดีตรงหน้าเป็นเสมือนแสงสว่างเดียวที่ส่องลงมาถึงชีวิต" ต่อไปนี้ที่นี่คือบ้านของหนูนะลูก.. "คำพูดนั้นทำให้ฉันรู้สึกตื้นตันจนจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อ





