로그인“หินผา” ผู้ชายห่าม ๆ เป็นเสือยิ้มยากแต่ยิ้มง่ายมากกับคนคนเดียว 'เธอแม่งเปลี่ยนเขาได้ไงวะ?' หยาบกับทั้งโลก เพื่อโยกกับเธอคนเดียว รักสัตว์ รักธรรมชาติ และที่รักมาก ๆ ก็คือ สายลม จริงหรือไม่? ข่าวลือที่เขาว่ากัน หัวใจของหินผาผู้เย็นชา ถูกสายลมพัดพาไปแล้ว? รุ่นพี่ปีศาจที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ในตระกูลอันตรายติดอันดับระดับประเทศ ปรากฏตัวในฐานะ ปู่รหัส ทั้งๆที่เรียนกันคนละคณะ แล้วจู่ ๆ ก็ภาพตัด ตื่นมาอีกทีเธออยู่ห้องเขา พร้อมกับคำพูดว่า "เธอตกเป็นของฉันแล้ว" โดยที่เขาไม่สนใจว่าเธอจะมีใครอยู่ เพราะคนที่ได้เธอก่อนใคร ‘คือเขา’ ไม่ใช่มัน ดังนั้น "ไปเลิกกับมันซะ!" แล้วมีแค่เขาคนเดียวก็พอ…
더 보기เมื่อ ‘โชคชะตา’ กำลังเล่นตลกกับชีวิต
ให้ต้องพบ ‘คนที่ไม่คาดคิด’ ว่าชาตินี้จะได้เจอ________________________ หรือว่าเธอกำลังฝัน…? หรือว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง…? มันอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตาเพราะเธอเมามายจนไร้สติ ใครจะรู้… แค่แก้วเดียวที่ยกดื่มในคืนวันรับน้อง รับคำท้างัดข้อกับจ้องหน้าปัดนาฬิกา จะทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนผันไปตลอดกาล…หรือเธอกำลังพบเจอกับซาตานอยู่กันแน่?ตึก ตึก ตึก!
เลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืนอันเงียบสงบ นอกจากแสงของจันทราและไฟข้างทาง ก็มีแสงสว่างจากไฟฉายหลังโทรศัพท์ที่อยู่ในมือเล็กอันสั่นเทาเท่านั้นที่กำลังส่องสว่าง
สองขาเรียวออกแรงวิ่งโดยไร้จุดหมาย หรือเรียกว่าหนีตายจากห้องของชาย (เกือบจะ) แปลกหน้าอย่าง หินผา
หนุ่มหล่อ 1 ใน 3 ของสมาชิกแก๊ง ‘3 KINGS’ (ธรี-คิงส์)แก๊งรุ่นพี่ตัวตึงที่สุดของรุ่น ตึงที่สุดในมหาวิทยาลัย สมาชิกในแก๊งล้วนเป็นบุตรชายของคนที่อยู่ในตระกูลที่ขึ้นชื่อว่า อันตรายติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ
ที่ว่า ‘เกือบจะ’ แปลกหน้า เพราะถ้าเป็นไปตามความจริง โลกของเขาคนนั้นกับเธอคนนี้แทบจะอยู่กันคนละใบเลยด้วยซ้ำ มันต่างกันจนเธอมองข้ามการมีตัวตนของเขาไปเลยก็ว่าได้
ทว่าเรื่องความต่างกันช่างมันก่อน ควรโฟกัสกับสิ่งที่ทำให้เธอรีบร้อนวิ่งหนีราวกับโดนโจรปล้นเอามีดจี้แบบนี้จะดีกว่า
ไม่รู้ว่าโชคชะตาหรือแรงโน้มถ่วงของโลกกำลังจะเล่นตลก มันถึงได้เหวี่ยงให้เรามาเจอกัน ราวกับว่า เรื่องบ้า ๆ ระหว่างเธอกับเขามันจะไม่มีทางสิ้นสุด
ย้อนกลับไปในจุดเกิดเหตุ…
เธอจำได้ว่ากำลังเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องที่มหาวิทยาลัย ก่อนจะย้ายไปที่คลับกับคนในคณะ จังหวะนั้นคือกิจกรรมเปิดเผยตัวพี่รหัส ทว่าเธอกลับไม่มี แต่เป็นคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอโผล่มาแทน
เรานั่งคุยกัน เขาท้าเธองัดข้อ เอาเหล้าให้เธอดื่ม แล้วก็ยื่นนาฬิกามาให้มอง จ้องมันได้ไม่นาน
จากนั้นทุกอย่างก็มืดดับไป…
เธอตื่นเข้าห้องน้ำกลางดึก และพบว่าตึกที่เคยอยู่มันเปลี่ยนไป
ทำไมเธอถึงตื่นขึ้นมาในห้องนอนของคนอื่น และคนที่ยังหลับไม่ยอมตื่นทำไมถึงเป็นเขา เขาที่ไม่ใช่คนที่เธอรัก แต่เป็นพี่หินผา ปู่รหัสร่างใหญ่ยักษ์คนนี้…
บุรุษเรือนร่างกำยำ อกน่าขย้ำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักที่กำลังนอนเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ ไม่ใช่ชายที่เธอมุ่งหวังให้เป็นครั้งแรกและคนสุดท้ายในชีวิต กลับเป็นอีกคน ซึ่งดันเป็นคนที่เธอไม่เคยคาดคิด ไม่กล้าคิด
และ ไม่อยากคิด…
เป็นเขา เขาที่ใคร ๆ ก็ว่าเย็นชา ดุดัน แข็งกร้าวและไร้หัวใจ
เขาที่สาว ๆ หลายคนหมายปอง อยากจับจอง แต่ไม่มีใครได้เข้าใกล้ แล้วเธอมีสิทธิ์อะไร ถึงได้ถูกหวยหรือเอาจริง ๆ สำหรับเธอมันเรียกว่า ‘ซวย’ มานอนกับเขาได้
สาบานให้ตายเลยว่าเธอไม่ใช่คนใจง่าย แต่เธอไม่รู้ว่าเรื่องบ้าพวกนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง และสาบานได้เลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ เพราะไม่อย่างนั้นคงจะไม่รีบร้อนวิ่งหนีออกมาแบบนี้
เธอไม่เคยคิดจะจับ หรือเข้าใกล้วงโคจรของเขาเลยสักนิด!
แล้วทำไมต้องเป็นเขา? มันเป็นเขาได้ยังไง!
ต่อไปจะมองหน้าเขายังไง จะทำอย่างไรต่อไปดี…
ปึก!
“โอ๊ะ!”
เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาวิ่ง วิ่งแบบไม่คิด วิ่งแบบไร้ทิศทาง จนไม่ได้มองข้างหน้าว่ามีคนอยู่ ร่างเล็กชนเข้าอย่างจังกับอกแข็งปั๊กของชายร่างใหญ่
ที่…
กลิ่นกายคุ้นมาก…
“…”
เท้าเล็กก้าวถอยออกมา เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอรู้ว่าชนเข้ากับใครสักคนก็ผวารีบก้มหน้า ก้มหัว ขอโทษ ขอโพย แต่เพราะความเงียบสงัดไร้การตอบรับและบรรยากาศที่มาคุชวนขนลุกแปลก ๆ จึงตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมอง
“พะพี่…”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปากบางพึมพำคำเรียกชายตรงหน้าเบา ๆ
เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่??
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกลิ่นกายคุ้นมาก มันคุ้นมาก ๆ
ก็จะไม่คุ้นได้ยังไง ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเราเพิ่งจะลึกซึ้งกันไป…
ไม่ใช่ว่าเธอวิ่งหนีมาไกลแล้ว?
ไม่ใช่ว่าเขายังนอนหลับอยู่บนเตียง?
แม้ทางจะมืดสลัว แม้เธอจะกลัวมากก็ตาม แต่เธอมั่นใจได้ว่าเธอวิ่งมาไกลมากแล้วแน่ ๆ เพียงแค่แม่น้ำเจ้าพระยามันกว้างมาก วิ่งเท่าไรก็ยังไม่พ้นแม่น้ำบ้านี่เสียที
ใบหน้าเรียบนิ่งติดเย็นชาเลิกคิ้วหนาขึ้น สองมือแกร่งล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ทวงท่าแม้จะดูเป็นกันเองแต่ก็แฝงแววนักเลงในดวงตาคู่คมที่หรี่ลงมองใบหน้าหวาน
เขาพ่นลมหายใจพร้อมกับหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวลงให้ใบหน้าหล่ออยู่ระดับเดียวกันกับคนตัวเล็กกว่า ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มมุมปากก่อนจะขยับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เขาพูดเบา ๆ ช้า ๆ และ ชัด ๆ …
“เธอกำลังวิ่งเป็นวงกลมอยู่นะ สายลม”
‘มีแค่ฉันคนเดียวก็พอ’เฮือก!สายลมสะดุ้งสุดตัว เมื่อจังหวะที่พี่ผาพูดเมื่อกี้ หากเธอไม่ได้คิดไปเอง เหมือนจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มและอุ่นจากริมฝีปาก เหมือนว่าเขาจงใจงับติ่งหูของเธอเบา ๆคงไม่หรอกมั้ง คงคิดไปเอง พี่เขาจะงับหูเธอทำไม…“พี่ผาคะ ทำไมพี่ถึงให้สร้อยหนู”ร่างเล็กค่อย ๆ เขยิบตัวลงจากตักแกร่ง ครั้งนี้เขาเองก็ไม่ได้รั้งเอวเธอไว้เหมือนก่อนหน้า เธอชูมือขึ้นในระดับสายตา นิ้วชี้ลงบนสร้อยสีเงินที่สะท้อนแสงไฟวิบวับไปมา“จอง”“คะ?” เขาว่าอะไรนะ เธอได้ยินไม่ชัด“บอกว่าของรับน้อง”“อ่า… พี่รับหนูแล้วเหรอคะ^^”ใบหน้าสวยยิ้มร่า ดวงตาคู่งามเบิกโตเป็นประกาย นึกว่าจะต้องทำอะไรน่าอาย เช่น ต้องเต้น หรือต้องแต่งตัวตลกอะไรแบบนั้นเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆหินผาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยุดรอยยิ้มของใบหน้าน่ารักด้วยการตอบเพียงสั้น ๆ ว่า“ยัง”“อ้าว…”“มีไรมาแลก?”เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม ระหว่างนั้นก็เลื่อนแก้วเหล้ามาให้ สายลมมองตามแต่ไม่ได้ยื่นมือไปรับ เธอยิ้มแห้งให้เขา มือขาวโบกไปมาเป็นการปฏิเสธ“ขอบคุณค่ะ แต่ถ้าไม่ใช่เวลางานหนูไม่ดื่ม หนูเมาง่าย”“งาน?”“ค่ะ หนูทำงานปกติก็ต้องดื่มบ้าง”คำตอบของสายลมทำหินผาชะงัก เ
“ตาบอด?”“เอ่อ… ค่ะ”สายลมพยักหน้า ตาคู่สวยกระพริบปริบ ๆ พร้อมคลายมือออก แต่เขากลับผ่อนแรงแขนที่รองแผ่นหลังเอาไว้ ทำให้เธอต้องรีบกระชับแขนกอดรัดคอเขาแน่นกว่าเก่าด้วยความกลัวว่าจะตกคนตัวโตหัวเราะในลำคอ ก่อนจะจับคนน้องที่ทำหน้าเหลอหลาให้นั่งลงด้านข้างดี ๆ สายลมเม้มปากเหลือบตามองคนขี้แกล้งที่เวลานี้แสร้งยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มทำเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น“เธอคิดไปเองทั้งนั้น” เขาพูดโดยไม่ได้มองหน้าเธอ อีกมือลูบหัวเจ้าแมวด่างตัวใหญ่ยักษ์ที่นอนหมอบอยู่บนเบาะส่วนตัวของมัน“แต่พี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่คะ…” แถมวันนั้นยังปล่อยให้เธอจับมือ จูงแมวเดินไปจนถึงคณะ ไม่เอ่ยปากทักท้วงหรือบอกกล่าวกันเลยสักคำ“เธอไม่ได้ถาม”“…” เธอผิดสินะ…สายลมพยักหน้า หายใจเข้าปอดลึก ๆ เรื่องที่เข้าใจผิดวันนั้นเธอจะช่างมันไป แต่ตอนนี้มาเคลียร์เรื่องที่ว่าทำไมรุ่นพี่วิศวะมานั่งในฐานะรุ่นพี่รหัสคณะมนุษยศาสตร์เอกอิ้งได้จะดีกว่า“ว่าแต่พี่ เอ่อ…”“หินผา”“คะ?” เงยหน้าขึ้นมอง เอียงคอถามด้วยความสงสัย จู่ ๆ คนตัวใหญ่ก็โพล่งขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“ชื่อ”เขาพูดเพียงเท่านั้น โชคดีที่สายลมเป็นคนหัวไว เธอเข้าใจได้โดยง่ายว่าเขากำลังแนะนำต
STONE CLUBในวันเฉลยพี่รหัสของมนุษย์อิ้ง [1] นักศึกษาปี 1 จำนวนพันกว่าคน นัดรวมพลที่มหาวิทยาลัย ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามจุดต่าง ๆ โดยกลุ่มของ สายลม และเพื่อนอีก 50 คนถูกพามาที่คลับหรูแห่งนี้“ฉันเข้าไปก่อนนะ”ส้มจี๊ดหันมาบอกสายลมก่อนก้าวเท้าเข้าไปในคลับ เธอยืนอยู่บริเวณลานจอดรถเพื่อคุยโทรศัพท์กับ พี่วาโย พี่ชายที่สนิทกันอยู่พอคุยเสร็จก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าสะพาย พร้อมกับหมุนเท้าเดินเข้าไปด้านใน สายตามองหายัยส้มจี๊ดที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวอยู่ไหน เพราะด้านในนี้มันค่อนข้างมืดพอสมควร“สายลมทางนี้!”ส้มจี๊ดโบกมือเรียกสายลมให้เดินไปหา จังหวะนั้นรุ่นพี่ปีสองกำลังอธิบายกิจกรรมสุดท้ายในค่ำคืนนี้ว่าต้องทำอะไรบ้างรุ่นน้องจะต้องตามหาพี่รหัสของตัวเองให้เจอ ทุกคนจะได้โจทย์ในการตามหาที่แตกต่างกันไป อย่างของส้มจี๊ดจะต้องดื่มน้ำให้หมดจนกว่าจะมองเห็นตัวอักษรระบุตำแหน่งของพี่รหัสที่ข้างขวดส่วนสายลมได้ริบบิ้นสีแดงผูกที่ข้อแขน โดยที่สุดปลายสายไม่อาจรู้ได้ว่าอยู่ที่ไหน เธอจะต้องเดินตามริบบิ้นเส้นนั้นไป และเป็นไปได้ว่าปลายทางของริบบิ้นเส้นนี้จะผูกอยู่ที่แขนของพี่รหัสเธอ“ใจเย็น ๆ ยัยจี๊ดเดี๋ยวก็สำลักตาย
6 เดือนต่อมาบรื้นนน บรื้นนน บรื้นนน!!เสียงเครื่องยนต์จากมอเตอร์ไซค์นับสิบคัน ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วท้องถนน บอดีการ์ดชุดดำไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน กำลังซิ่งมิดไมล์เพื่อไล่ตามขนาบข้างบิ๊กไบค์คันที่เด่นที่สุดที่อยู่ตรงกลางให้ได้นอกเหนือจากบิ๊กไบค์ที่ราคาสูงเกินตัวเลขแปดหลัก ก็ยังมีแมวป่าเอกลักษณ์ซึ่งหนักเกือบยี่สิบโล สัตว์ดูโอ้ประจำตัวของ หินผา ที่ยืนจังก้าสูงเด่นเป็นสง่าน่าเกรงขาม มันใช้มัดกล้ามยืนสองขาเกาะหัวไหล่ร่างใหญ่อยู่บนท้ายเบาะ“ไอ้ผาโว้ยยย! ไอ้ผา! ไอ้ห่าเอ้ย เบาได้เบา กูหัวใจจะวายเอา เลี้ยงพ่อมึงมาครึ่งชีวิตยังไม่เหนื่อยเท่าตามติดมึงครึ่งชั่วโมง!”สายตาคมมองตรงไปข้างหน้า ไม่สนใจเสียง อาสิงห์ คนสนิทของป๊าที่นั่งซ้อนบิ๊กไบค์อีกคันตามมาติด ๆ ปากหยักบิดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลงเมื่อถึงจุดหมายมหาวิทยาลัย Aเอี๊ยดดดดดดดดดด~!!ทันทีที่รถจอด ไม้ บอดีการ์ดคนสนิทที่คอยตามติดหินผามาตลอดก็รีบกรูเข้ามาประกบช่วยเอา เจ้ามิตร แมวป่าสุดรักของเจ้านายลงจากท้ายบิ๊กไบค์พร้อมถอดหมวดกันน็อคให้มันด้วยหินผาตวัดเรียวขาลงมายืนบนพื้นเต็มความสูง มือหนายกขึ้นถอดหมวกกันน็อคของตัวเองแล้วโยนไปให้