Share

บทที่ 8

last update Last Updated: 2026-03-15 21:43:53

@เวลา 16.00 น.

แสงแดดยามเย็นเริ่มทอดเงายาวไปตามท้องถนนหน้าตึกคณะ ฉันวิ่งกระหืดกระหอบด้วยความเร่งรีบจนลืมความเหนื่อยล้า เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยยืนพิงมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันหรูรออยู่ด้วยท่าทางมาดนิ่ง

"แฮ่..แฮ่...!! ขอโทษนะคะคุณวิน..พอดีอาจารย์ให้เอยช่วยงานคณะ เลยมาช้า ...."

ฉันหอบหายใจอย่างหนักจนอกกระเพื่อม เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผม ก็เมื่อกี้ฉันรีบวิ่งลงมาจากชั้น 3 ชนิดที่ว่าไม่คิดชีวิต ความจริงฉันเลิกเรียนตั้งแต่บ่ายสามตามที่แจ้งเขาไว้ในตอนแรก แต่อาจารย์ขอแรงให้ฉันช่วยพิมพ์เอกสารโครงการค่ายจิตอาสาจนยาวนานมาถึงชั่วโมงนี้ ฉันเลยลงมาช้ากว่ากำหนดไปมาก กลัวว่าเขาจะโกรธหรือดุที่ต้องมารอนานเป็นชั่วโมง เลยรีบวิ่งลงมาสุดชีวิตจนเกือบจะคุมจังหวะเท้าไม่อยู่

"ช้าๆ ก็ได้..เดี๋ยวล้ม.." เขาเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูไม่เหมือนกำลังโกรธ

"เอย..ระวัง!!!!" เสียงตะโกนของเขาดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งถลาเข้ามาหา

"กรี๊ด!!!.."

เพราะความรีบร้อนเกินไปทำให้เท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับขั้นบันไดจนเสียหลัก ร่างของฉันถลาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่โชคดีเหลือเกินที่คุณวินวิ่งมารับฉันไว้ได้ทันพอดี แรงปะทะทำให้เราทั้งคู่ล้มลงไปที่พื้นหญ้าข้างทาง ตอนนี้ตัวฉันคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างน่าอาย เขากอดเอวฉันไว้แน่นด้วยวงแขนแข็งแรง ส่วนมืออีกข้างก็ใช้รองประคองศีรษะฉันเอาไว้อย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าฉันจะได้รับความกระทบกระเทือน

"พูดยังไม่ทันขาดคำ...ถ้าฉันรับไว้ไม่ทันจะเป็นยังไง.." เขาเปรยเสียงเรียบ สายตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันจนใจสั่น

"ขอโทษค่ะ..." ฉันรีบพึมพำตอบพลางยันตัวลุกขึ้นด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว เราสองคนลุกขึ้นยืนแล้วต่างคนต่างก็ช่วยปัดป่ายเศษดินเศษหญ้าออกจากเสื้อผ้าของตัวเองเพื่อแก้เขิน

"ว่าแต่คุณวินรอเอยนานไหมคะ" ฉันถามถามอย่างเกรงใจ

"บ่ายสอง"

"ฮะ..!!!...บ่ายสอง..." ฉันอุทานออกมาอย่างตกใจ นี่เขามารอก่อนเวลาเลิกเรียนของฉันเสียอีก

"อืม.." เขาพยักหน้าเบาๆ

"แล้วทำไมไม่โทรหาเอยล่ะคะ เอยจะได้แจ้งอาจารย์และขอตัวออกมาก่อน"

"ให้ส่งโทรจิตหารึไง..ฉันไม่มีเบอร์เธอ ช่องทางการติดต่อใดๆ ก็ไม่เคยมี" เขาพูดประชดตามนิสัย แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง

"นั่นสิ..เอยลืมไปเลย..." ฉันหัวเราะแห้งๆ ในความสะเพร่าของตัวเอง

"เอามาสิ....." เขายื่นมือถือราคาแพงออกมาตรงหน้าฉัน

"อะไรคะ..ให้เอยทำไม" ฉันทำหน้างง

"เพิ่มเบอร์โทร เฟส ไลน์ ไอจี ทุกอย่างที่สามารถติดต่อเธอได้..."

"อ่อค่ะ ...." ฉันรับมือถือมาจากมือหนาแล้วตั้งใจกดเพิ่มทุกช่องทางการติดต่อของฉันในมือถือของเขาจนครบถ้วน

"ไปกันเถอะ..." เขาคว้าหมวกกันน็อกมาใส่ให้ฉันอย่างคล่องแคล่ว

"ค่ะ" ฉันขานรับพร้อมกับก้าวขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำใหม่ๆ ของเรา

@บ้านอนาวิน

เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้าน ฉันลงจากรถแล้วถอดหมวกกันน็อกคืนให้เขาด้วยหัวใจที่เริ่มพองโต

"ขอบคุณนะคะ"

"ไม่เบื่อบ้างหรืองัย..พูดขอบคุณอยู่ทุกวัน" เขาเลิกคิ้วถามพลางยิ้มมุมปาก

"ก็คุณวินมีบุญคุณกับเอยนี่คะ เอยขอบคุณก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว" ฉันพยายามรักษาช่องว่างเอาไว้ด้วยคำว่ากตัญญู

"ฉันไม่อยากให้เธอมองว่ามันเป็นบุญคุณ........"

เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ จนฉันต้องถอยหลังไปพิงกับตัวรถ เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของฉันจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินผิวคอ

"ทุกอย่างที่ฉันทำให้เธอ..ฉันเต็มใจ..."

ฉันได้ยินคำพูดที่หวานหูจนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองด้วยซ้ำ ความตื่นเต้นทำให้ฉันเผลอหันหน้าไปทางเขาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันระวัง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเองก็นิ่งค้างอยู่ในระยะใกล้พอดี ใบหน้าของเราชนกันอย่างแผ่วเบา จมูกคมของเขาฝังลงบริเวณแก้มใสของฉันโดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นกายของเขาเย้ายวนจนโลกทั้งใบหยุดนิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นเขาค่อยๆ เลื่อนใบหน้าคมมาจนเกือบจะถึงริมฝีปากเล็ก.. ในวินาทีที่เขากำลังจะก้มใบหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม...ฉันที่เพิ่งได้สติกลับคืนมาจึงรีบถอยเท้าออกมาทันที

"เออ....เอย....คือเอยขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ"

ฉันทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นเทาไม่รู้จะวางไว้ที่ไหน...เลยรีบวิ่งขึ้นห้องไปอย่างเร็วโดยไม่หันกลับไปมอง พอพ้นประตูห้องและล็อคกลอนแน่นสนิท ฉันก็ได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยของตัวเองที่กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ มันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว..หัวใจที่เหมือนจะพองโตและเต้นระรัวทุกครั้งที่เขาแสดงด้านดีๆ ออกมาให้เห็น

ฉันจัดการทำธุระส่วนตัวและอาบน้ำชำระร่างกายจนเสร็จสรรพ เมื่อเอนตัวลงนอนและกำลังจะหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้นในความมืด

💬 Winner : ...เปิดประตูหน่อย

ฉันอ่านข้อความแล้วรู้สึกแปลกใจปนสงสัย ปกติเขาไม่เคยมาเรียกฉันดึกดื่นขนาดนี้ หรือเขาจะไม่สบายกันนะ? คิดได้อย่างนั้นด้วยความดีใจและเป็นห่วง ฉันจึงรีบเดินมาเปิดประตูทันที พอแง้มประตูออกมาก็เจอกับเขาที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัว พร้อมกับร้องเพลงที่ฉันไม่คาดคิด

" Happy birthday to you ... Happy birthday to you.. Happy birthday Happy birthday.. ~ Happy birthday to you ~"

น้ำเสียงทุ้มของเขาที่ร้องเพลงอย่างนุ่มนวลทำให้ฉันยืนอึ้งอยู่กับที่

"สุขสันต์วันเกิดนะครับ..."

เขายื่นเค้กก้อนเล็กที่ดูน่ารักและประณีต ซึ่งปักรายล้อมไปด้วยเทียนสีสันสดใสที่กำลังส่องแสงวับแวม ในหน้าเค้กเขียนคำอวยพรด้วยลายมือที่ตั้งใจ พร้อมระบุข้อความว่า " H.B.D. น้องเอย "

ฉันยืนจ้องมองแสงเทียนที่ไหวระริกอยู่นาน...ความรู้สึกตื้นตันใจจู่โจมเข้ามาจนอยู่ๆ น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นออกมาในดวงตาใส ความร้อนผ่าวที่ขอบตาทำให้ดวงตาของฉันพร่ามัว จนคนที่อยู่ตรงหน้าถึงกับแสดงสีหน้าฉงนแกมเป็นกังวล

"เป็นอะไร....ไม่ชอบเหรอครับ" เขาถามเสียงอ่อนลงอย่างชัดเจน

"ชอบค่ะ...ชอบมาก" ฉันตอบไปตามความรู้สึกจริงๆ ที่ล้นปรี่อยู่ในอก

"แล้วร้องไห้ทำไม ..หืม.." เขาเอามืออีกข้างที่ว่างจากการถือเค้กมาเช็ดน้ำใสๆ ที่ไหลอาบแก้มฉันอย่างเบามือ

"ไม่เคยมีใครทำให้เอยแบบนี้เลย..นี่เป็นเค้กก้อนแรกในชีวิตของเอยเลยนะคะ" ฉันบอกความลับที่น่าเศร้าออกมาด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา

"เด็กน้อย" เขายิ้มและหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู แล้วยังเอามือมาบิดจมูกฉันเบาๆ อย่างล้อเลียน คำพูดและการกระทำที่ดูอบอุ่นละมุนละไมแบบนี้ ฉันไม่เคยได้รับมันจากเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันช่างห่างไกลจากผู้ชายใจร้ายคนเดิมจนฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

"อธิษฐาน...แล้วเป่าเค้กได้แล้ว..เดี๋ยวเทียนละลายก่อน"

"ค่ะ" ฉันยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุขที่สุด แล้วเอามือสองข้างประกบกันหลับตาพริ้ม อธิษฐานขอพรในใจต่อหน้าแสงเทียน

"ขอบคุณมากนะคะคุณวิน..ที่ไม่รังเกียจเอย" ฉันกล่าวขอบคุณเขาด้วยใจจริงเมื่อเทียนถูกเป่าจนดับลง

"เอย...." เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"คะ..."

"ต่อไปนี้เรียกฉันว่า ..."พี่วิน"... ได้ไหม"

"อะไรนะคะ..." ฉันตาค้างด้วยความประหลาดใจ

"เรียกว่าพี่วิน อย่าเรียกคุณวินอีก...มันดูห่างเหินกันเกินไป"

"คุณวินยอมรับเอยเป็นน้องสาวแล้วเหรอคะ" ฉันถามด้วยความหวังเล็กๆ ในใจ

"ไม่......เธอไม่ใช่น้องของฉัน..."

คำตอบที่หนักแน่นและไร้ความลังเลทำให้ฉันใจหายวาบ ฉันรีบก้มหน้าลงทันทีเพื่อซ่อนความน้อยเนื้อต่ำใจที่มันตีตื้นขึ้นมา

"แล้วจะให้เอยเรียกคุณวินว่าพี่ทำไมล่ะคะ..ในเมื่อคุณวินไม่ยอมรับเอยเป็นน้อง"

"ก็เพราะว่าฉันไม่อยากเป็นแค่พี่ชายของเธอ..."

"หมายความว่ายังไงคะ ....." ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจในคำตอบที่ซ่อนนัยบางอย่างไว้

"ก็หมายความอย่างที่พูด...." เขายังคงทิ้งปริศนาไว้ให้ฉันงงต่อ

"แล้วที่พูดมันหมายความว่าอะไรคะ" ฉันยังคงถามย้ำเพราะความซื่อ

"ยัยซื่อบื้อ...ถ้าไม่รู้ก็รอดูต่อไปแล้วกัน" เขาเคาะหัวฉันเบาๆ "ไปดูหนังที่ห้องฉันไหม"

"ถ้าจะให้เอยเรียกพี่...คุณวินก็แทนตัวเองว่าพี่ด้วยสิคะ.." ฉันลองเชิงเขาดูบ้าง

"ได้...ไปดูหนังที่ห้องพี่ไหมครับน้องเอย.."

ฉันตั้งใจจะแกล้งพูดเพื่อให้เขาถอย เพราะคิดว่าคนทิฐิสูงอย่างเขาไม่มีทางยอมพูดแทนตัวเองว่าพี่กับฉันแน่ๆ แต่ทำไมถึงได้ยอมรับคำท้าและพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนี้ หัวใจของฉันเริ่มแกว่ง...ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลยจริงๆ หรือว่าเขาจะรู้สึกดีกับฉันเข้าแล้ว

"เออ..ไม่ดีมั้งคะ.." ฉันพยายามรักษาท่าที

"ทำไมล่ะครับ..แค่ดูหนังเอง..พี่ไม่ทำอะไรเอยหรอกน่า.."

"เออ..." ฉันยังคงลังเล

"นะครับ..." เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นแววตาออดอ้อนที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูคาดหวังและสายตาละมุนที่มองมาทำให้ฉันพ่ายแพ้ "นะครับ" คำนี้ซ้ำๆ ในหัวจนในที่สุดฉันก็ใจอ่อนจนได้ เจอเขามุมนี้ทีไร ใจของฉันมันอ่อนปวกเปียกไปหมด อ่อนไหวง่ายเกินไปแล้วนะเอิงเอย

เขาจูงมือฉันเข้ามาในห้องนอนอย่างนุ่มนวล เป็นครั้งแรกที่ฉันก้าวล่วงเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวที่สุดของเขา ภายในห้องกว้างขวางตกแต่งสไตล์โมเดิร์นดูเรียบหรูและเป็นระเบียบสมกับเป็นเขา เขาจูงมือฉันไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ แล้วดึงให้ฉันนั่งลงข้างๆ เขาอย่างใกล้ชิด ก่อนจะจัดการเปิดซีรีส์ในจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ให้ฉันดู

@อนาวิน

ผมพาเธอเข้ามาในห้องนอน..ในหัวไม่ได้มีความคิดจะล่วงเกินหรือทำอะไรไม่ดีกับเธอเลยจริงๆ นะ ผมแค่รู้สึกอยากอยู่ใกล้ชิดเธอให้มากกว่าที่เป็นอยู่ อยากแบ่งปันช่วงเวลาสงบๆ แบบนี้ด้วยกัน ในขณะที่ดูหนังอยู่นั้น หนังที่ผมเลือกดันเป็นเรื่องลึกลับสยองขวัญ เธอก็เอามือมากอดแขนผมเอาไว้แน่นจนแทบจะสิง ร่างเล็กขยับซุกเข้ามาใกล้และก้มหน้าลงไปที่อกของผม ผุดๆ โผล่ๆ อย่างหวาดกลัว ผมเห็นท่าทางน่าเอ็นดูนั่นแล้วก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้

"กลัวขนาดนี้ยังจะดูอีก.."

"แล้วคุณ....เออ...พี่วินเปิดหนังอะไรให้เอยดูละคะ" เธอตอบกลับเสียงอ้อมแอ้มพยายามแก้คำเรียกขาน

"ไม่ชอบเหรอ.." ผมถามปนหัวเราะ

"หนังสยองขวัญเนี่ยนะ...ใครจะอยากดู"

"เห็นดูจนจบ ก็นึกว่าเอยชอบซะอีก.."

"เอยกลัวจะตาย...แต่ไม่กล้าบอกพี่วินต่างหาก.."

ผมหัวเราะร่ากับท่าทีไร้เดียงสานั่น ที่จริงผมสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าเธอกลัวจนตัวสั่น แต่เพราะเห็นว่าพอกลัวแล้วเธอจะกอดผมไว้แน่นและซุกหน้ากับอกผม ผมเลยจงใจปล่อยให้หนังเล่นต่อไปจนจบเพื่อเก็บเกี่ยวสัมผัสนี้ไว้...จนกระทั่งหนังจบลง ผมรู้สึกเหมือนร่างที่กอดแขนผมอยู่นิ่งไป เลยก้มหน้าลงมองดูเธอที่ตอนนี้หลับปุ๋ยไปโดยไม่รู้ตัว

เธอนอนซบหน้าลงที่อกของผม สองมือยังคงเกาะแขนผมเอาไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งเดียว ลมหายใจที่สม่ำเสมอรดรินผ่านเสื้อเชิ้ตของผม บอกให้รู้ว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้วจริงๆ

"เอย..." ผมลองเรียกเธอเบาๆ เพื่อหยั่งเชิง แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลย

ผมตัดสินใจให้เธอนอนซบอกอยู่อย่างนั้น ในท่าที่ผมกึ่งนอนกึ่งนั่ง หลังพิงหัวเตียงอยู่ จะขยับตัวลุกขึ้นไปไหนก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าการเคลื่อนไหวของผมจะทำให้เธอตื่นจากฝันดี เลยเลือกที่จะนั่งเป็นหมอนข้างให้เธออยู่แบบนั้นตลอดทั้งคืน

"พี่ปลุกเอยแล้วนะ..แต่เอยไม่ตื่นเอง...งั้นคืนนี้ก็นอนห้องพี่แล้วกัน..." ผมพูดกับคนที่กำลังหลับไหลด้วยเสียงแผ่วเบาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มตัวลงจูบไปที่หน้าผากของเธออย่างนุ่มนวลที่สุด มือสองข้างโอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่นด้วยความหวงแหน ราวกับกลัวว่าพอตื่นมาแล้วพรุ่งนี้เธอจะหายไปจากชีวิตผมอีกครั้ง

"ฝันดีนะครับ ..น้องเอยของพี่"
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 73

    "แต่ว่า...." "คุณหยุดพูดเลยนะ...ถ้าอยากหมั้นมากก็ไปหมั้นเองเลยไป!" คุณแม่ถลึงตาใส่จนคุณพ่อต้องหลบสายตาวูบทันที ผมไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ปกติคุณพ่อจะวางอำนาจและคุณแม่มักจะเป็นฝ่ายยอมตลอด พอเห็นพ่อคอตกแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พ่อกลัวแม่เหรอครับ....กลัวเมียนี่หว่า..." ผมหัวเราะลั่น

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 72

    "กวนตีน..." "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นทีหัวเราะชอบใจ เราพูดคุยหยอกล้อกันได้สักพัก ผมก็เริ่มส่งสัญญาณไล่พวกมันกลับไปเสียที เพราะอยากให้เอิงเอยได้เอนหลังพักผ่อนจริงๆ อีกอย่างช่วงบ่ายผมมีกำหนดจะพาเธอบินกลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯ ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอจะเพลียหนักจากการเดินทาง ผมเลยเดินไปขอปรึกษาคุณหมอเพื่อขอยาน

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 71

    @โรงพยาบาล บรรยากาศในห้องพักฟื้นที่เคยดูเงียบเหงาและเย็นเยียบชวนให้ใจเสีย กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเมื่อกลุ่มเพื่อนตัวแสบของผมพากันแห่มาเยี่ยมเอิงเอย เสียงพูดคุยจอแจและเสียงหัวเราะของพวกมันทำเอาห้องพักฟื้นดูคึกคักขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่สถานพยาบาล "น้องเอย.. เป็นยังไงบ้างครับ.." นทีถามด้

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 70

    "อ๊าสสสสส ... / โอ้วววว....." "พี่วิน...เอามันออกไปได้แล้ว..." เอิงเอยเอ่ยเสียงอู้อี้ด้วยความอาย "....." ผมส่งยิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเบาๆ จนเธอต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบ "พะ..พี่วิน...ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อน.. อ๊ะ...อ๊ะะะะ...." "อะ..เอย..พี่คงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันอีกรอบ..

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 69

    @อนาวิน ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลในยามค่ำคืน ภายในห้องวีไอพีกลับอบอวลไปด้วยรอยรักที่แสนเร่าร้อน ผมโหยหาเธอมาตลอดสองเดือน และตอนนี้เธอก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว "แจ๊ะ..แจ๊ะ..!!!" เสียงนิ้วมือที่ขยับเข้าออกในร่องรอยรักที่ชุ่มฉ่ำดังสะท้อนไปมาในความสลัว "อื้อ..อ๊าาา...พะ..พี่วิน..อ๊าส..." เอิงเอยบิ

  • Bad Guy กาฝาก (ไร้รัก)   บทที่ 68

    เลือดในกายผมเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่ไอ้คินบอก ความโกรธแค้นมันพุ่งถึงขีดสุดจนไม่เหลือความเมตตาใดๆ ให้กับคนประเภทนี้ "เก็บมัน..." "อืม.... : คิน คินรับคำสั่งสั้นๆ พ่อของไอ้คินเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ เรื่องการจัดการกากเดนสังคมแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมายที่มักจะปล่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status