LOGIN“เขามาคุยอะไรพ่อเหรอคะ” อลินเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของคนเป็นพ่อ
“คุณเทียนอวี้กำลังจะขยับขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทย มีโครงการใหม่ที่กำลังจะเริ่ม เลยอยากให้พ่อช่วยดูเรื่องออกแบบให้” “ถึงกับมาคุยกับพ่อด้วยตัวเองเลยเหรอคะ” “งานใหญ่ เขาก็คงอยากคุยรายละเอียดด้วยตัวเอง” “อ๋อค่ะ” “ว่าแต่ลูกรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวด้วยเหรอ?” คนเป็นพ่อเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อนึกถึงตอนที่ได้ยินลูกสาวเรียกเทียนอวี้ว่า ‘น่านฟ้า’ พอรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเกิดและเติบโตที่ประเทศไทย จึงมีชื่อไทยใช้ด้วย ทว่าสิ่งที่ทำให้สงสัยคือ เขาไม่เคยเล่าเรื่องนั้นให้อลินฟังมาก่อน แล้วลูกสาวไปรู้จักเทียนอวี้ ถึงขั้นเรียกชื่อไทยได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน? “พี่ชายเพื่อนลินเอง ที่ชื่อน้ำขิง” “แล้วทำไมไปเรียกเขาว่านายล่ะ” “เหม็นขี้หน้า” “เขาไปทำอะไรให้?” “พ่อก็รู้นิสัยของพี่อลิน แค่มีใครมามองหน้าหน่อยก็แทบเขม่นใส่แล้ว” “นี่! เห็นฉันเป็นพวกนักเลงรึไง” อิกคิวยักไหล่เบาๆ ราวกับคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องพูดออกมา ทำเอาอลินหรี่ตามองน้องชายอย่างหมั่นไส้ “เราเองก็ระวังคำพูดคำจาหน่อยนะอลิน เขาอายุมากกว่า อีกอย่างนั่นก็คุณชายตระกูลหาน เกิดเขาไม่พอใจที่ลูกพูดจาไม่ให้เกียรติขึ้นมา พวกเราจะพลอยซวยกันทั้งบ้าน” ความจริงแล้วคุณชายตระกูลหานไม่ได้ใจร้ายหรือน่ากลัวอย่างที่คนเป็นพ่อพูดขู่ลูกสาวเลยสักนิด แต่กับคนอย่างอลิน ถ้าไม่ยกเรื่องใหญ่โตมาขู่ให้กลัวเสียบ้าง เจ้าตัวก็คงไม่ยอมอ่อนข้อหรือสงบปากสงบคำลงง่ายๆ “ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” “ใช่ อย่าท้าทายอิทธิพลของตระกูลนี้” “ค่ะ ต่อไปลินจะระวังคำพูดคำจาตัวเองให้มากกว่านี้” “ดีแล้ว” “แต่ว่า…” อลินลากเสียงยาวๆ อมยิ้มกริ่ม ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งเบียดชิดคนเป็นพ่อ ส่งสายตาปิ๊งๆ อย่างมีเลศนัย เห็นลูกไม้นี้มาตั้งแต่เด็ก มีหรือวรินทร์จะไม่รู้ว่าลูกสาวกำลังจะขออะไร ขอเงิน… “เดี๋ยวพ่อโอนให้” ดวงตาคู่สวยพลันเป็นประกายขึ้นมาทันที “คุณพ่อน่ารักที่สุดในโลกเลย!” ฟอด! ลูกสาวคนสวยโน้มตัวไปหอมแก้มพ่อฟอดใหญ่ ก่อนจะกอดแขนแกร่งเอาไว้แน่นด้วยความดีอกดีใจ เมื่อ ‘ธนาคารประจำบ้าน’ อนุมัติวงเงินให้เรียบร้อยโดยไม่ต้องยื่นเอกสารสักแผ่น วรินทร์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายปนเอ็นดู เป็นธนาคารให้ทั้งลูกทั้งเมีย สงสัยชาติก่อนเขาคงกู้โลกเอาไว้ ชาตินี้ถึงได้โชคดีหน่อยเกิดมารวย เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอย่างวรินทร์เลยสักนิด ••• ณ บาร์หรูแห่งหนึ่ง อลินออกมาดื่มกับฮันนี่สองคนที่บาร์หรูย่านทองหล่อ เดิมทีนัดกันไว้สามคน แต่น้ำขิงส่งข้อความมาบอกตั้งแต่ช่วงเย็นแล้วว่าคงไม่ได้มาด้วย ก็ไม่แปลกหรอก… เพิ่งตกลงเป็นแฟนกับคิเร็นหมาดๆ แถมยังลงสตอรี่หวานฉ่ำจนคนโสดอย่างพวกเธอแทบเหม็นความรักไปหมด ต่อให้น้ำขิงปฏิเสธนัดเพราะอยากอยู่กับแฟน ทั้งคู่ก็พร้อมเข้าใจ “ร้านนี้ฟีลดีอยู่นะ รอบหน้ามาอีก” ฮันนี่พูดขึ้นหลังเหลือบมองบรรยากาศรอบร้านอย่างพึงพอใจ “เดี๋ยวอีกหน่อยแกก็คงเหมือนยัยน้ำขิง พอเพื่อนมีแฟนกันหมด ฉันคงต้องหาอะไรทำคนเดียวแล้วมั้ง” อลินพูดติดตลกคล้ายตัดพ้อ ถึงปากจะบ่นแบบนั้น แต่ลึกๆ แล้วเธอก็ดีใจกับเพื่อนที่ได้เจอความรักดีๆ ทว่าส่วนลึกข้างในใจก็อดอิจฉาไม่ได้ เพราะเธอเองก็อยากมีความรักดีๆ แบบนั้นบ้างเหมือนกัน อยากมีใครสักคนที่รักและรับเธอได้ในแบบที่เป็น แต่ด้วยนิสัยชอบเอาแต่ใจ ขี้เหวี่ยงขี้วีน แถมยังอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเธอแบบนั้น คงมีใครทนอยู่ด้วยได้นานหรอก พอคิดแบบนั้น แววตาคู่สวยที่เคยสดใสพลันหม่นลง “ทำไมแกไม่ลองเปิดใจให้ใครสักคนดู” “ใครจะมารับนิสัยฉันได้” ที่ผ่านมาเคยลองเปิดใจแล้ว แต่ผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามากลับไม่มีใครรับตัวตนของเธอได้จริงสักคน บางคนเข้ามาเพื่อหวังผล บางคนก็อาหวังจนดูออกตั้งแต่แรกว่าต้องการอะไร พอเจอแบบเดิมซ้ำเข้าอยู่บ่อยครั้ง เลยคิดว่าอยู่คนเดียวดีกว่าเจอผู้ชายเหี้ยๆ “นั่นพี่ชายยัยน้ำขิงนี่นา” อลินที่กำลังยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มต้องชะงักมือ สายตาเหลือบมองไปยังมุมหนึ่งของร้าน ก่อนจะพบน่านฟ้าเพิ่งหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณบาร์ที่เธอกับฮันนี่นั่งดื่มกันอยู่ไม่ไกลนัก “พี่ชายยัยน้ำขิงหล่อเนอะ ยังกับพระเอกซีรีส์จีน” “งั้นๆ จืดชืดจะตาย” “จืดชืดตรงไหนกัน แกลองตัดอคติออกแล้วมองเขาใหม่ดูสิ ตอนเดินเข้ามาฉันเห็นสาวๆ มองกันเต็มร้านเลยนะ” อลินไม่ตอบ เพียงแค่ยกค็อกเทลขึ้นดื่มต่อ “ฉันว่าพี่น่านฟ้าหล่อออก เห็นน้ำขิงบอกยังโสดด้วยนะ ทำไมแกไม่….” “พอเลยๆ ไม่ต้องมาจับคู่ให้ฉัน ฉันไม่ได้ชอบเขา” “เห็นเพื่อนยังไม่มีคู่ไง กลัวเพื่อนเหงา” “ฉันอยู่คนเดียวได้ย่ะ” ถึงจะอยากมีใครสักคนอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะคว้าใครก็ได้มาเพียงเพื่อดับความเหงา ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนบทเรียนทุกอย่างหมดแล้ว จึงไม่คิดรีบร้อนเพียงเพราะกลัวตัวเองต้องเหงา ในวันที่เพื่อนทยอยมีแฟนกันไปทีละคน เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่อยู่คนเดียวได้ดีอยู่แล้ว อลินกับฮันนี่นั่งดื่มด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศคึกคักรอบตัว มากันแค่สองคนแต่ก็สนุกได้ไม่แพ้ใคร ค็อกเทลหมดไปแล้วคนละสองแก้ว ตอนนี้บาร์เทนเดอร์กำลังเสิร์ฟแก้วที่สามมาให้ ระหว่างนั้นเอง อลินไม่ได้ตั้งใจเหลือบมองไปทางโต๊ะน่านฟ้าเลยสักนิด แต่กลับสบตาเข้ากับเขาพอดิบพอดี รีบละสายตาหนีจากอีกฝ่ายโดยเร็ว หันกลับมาจิบค็อกเทลต่อเงียบๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างที่ฮันนี่ว่าไว้จริงๆ ถ้าตัดอคติที่มีต่อเขาออกไปเสียบ้าง น่านฟ้าก็นับเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาไม่เบาคนหนึ่ง ยอมรับว่าจังหวะที่สบตากันเมื่อครู่ เธอแอบใจสั่นอยู่ไม่น้อย นอกจากความหล่อแล้ว เขายังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ชวนให้อยากค้นหาอีกต่างหาก “นั่นคนคุยเก่าแกนิอลิน ทำไมถึงไปอยู่โต๊ะเดียวกับพี่น่านฟ้าได้วะ” อลินหันกลับไปมองทางโต๊ะน่านฟ้าอีกครั้ง เห็นภาพของคนคุยเก่าอย่าง ‘แพกซ์’ ยกมือไหว้ทักทายน่านฟ้าและคนอื่นๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน อลินเคยคุยกับแพกซ์อยู่พักหนึ่งจนเกือบจะคบกันแล้วด้วยซ้ำ แต่ดันมารู้ความจริงเข้าเสียก่อน ว่าแพกซ์แค่หวังจะหลอกฟันเพื่อเก็บแต้มเท่านั้น ไม่ได้คิดจริงจังอะไรด้วย ส่วนตัวอลินเองไม่ได้แคร์นักหรอกหากใครสักคนจะเข้ามาหลอกฟัน เธอไม่ได้โลกสวยขนาดนั้น ถึงจะไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อนก็ตาม ที่อลินตัดใจไม่คุยต่อไม่ใช่เพราะเรื่องหลอกฟันเพียงอย่างเดียว แต่เพราะแพกซ์มันเหี้ยเกินไปต่างหาก ตั้งใจหลอกฟันไม่พอ ยังคิดจะถ่ายคลิปตอนมีเซ็กซ์เอาไว้ส่งต่อให้เพื่อนแลกกับเงินอีก แถมระหว่างที่คุยกัน ปากบอกว่ามีแค่เธอคนเดียวทั้งที่ความจริงแอบไปเอากับคนอื่นนับไม่ถ้วน อลินตัดสินใจบล็อกอีกฝ่ายทิ้ง แล้วหายไปจากชีวิตแพกซ์เลยตั้งแต่วันนั้น “ร้านมีตั้งเยอะตั้งแยะดันมาเจอกันร้านนี้ โลกกลมเกิน” “ว่างั้นแหละ” เธอตอบกลับเสียงเรียบ ยกค็อกเทลขึ้นดื่มต่ออย่างไม่ใส่ใจ แอลกอฮอล์ในค็อกเทลที่ดื่มเข้าไปสามแก้วเริ่มออกฤทธิ์ ทั้งอลินและฮันนี่ต่างเริ่มเมากรึ่มไปตามๆ กัน การได้เจอแพกซ์อีกครั้ง ไม่ได้ทำให้อลินรู้สึกกระเพื่อมอะไรในใจเลยสักนิด ตรงกันข้าม กลับรู้สึกเฉยๆ เสียด้วยซ้ำ “ไปห้องน้ำก่อนนะ” “โอเค” อลินก้าวลงจากเก้าอี้ยาวหน้าบาร์ ทางเดินไปห้องน้ำจำเป็นต้องผ่านโต๊ะน่านฟ้าซึ่งตอนนี้ไม่มีเขานั่งอยู่ หญิงสาวเดินผ่านไปโดยไม่คิดจะเหลือบมองตรงนั้นแม้แต่น้อย แพกซ์มองอลินที่เดินผ่านหน้าไป หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย อลินก้าวออกมาจากห้องน้ำ ทว่ากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นแพกซ์ยืนอยู่ไม่ไกลจากหน้าห้องน้ำหญิงนัก เขามองมาทางนี้พอดี ในจังหวะเดียวกับที่เธอเหลือบไปเห็นน่านฟ้าซึ่งกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกล ร่างเล็กเดินตรงไปหาน่านฟ้าโดยไม่ลังเล ทันทีที่เห็นแพกซ์มีท่าทีคล้ายจะเดินเข้ามาหา “อลิน” ว่าแล้วเชียว… แพกซ์ตั้งใจมาดักรออยู่ตรงนี้จริงๆ ด้วย อลินแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเรียกนั้น น่านฟ้าที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จ ยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วตั้งท่าจะเดินกลับโต๊ะ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นอลินกำลังเดินตรงมาทางนี้ “บังเอิญจังเลยค่ะ เจอพี่น่านฟ้าที่นี่” แพกซ์เห็นอลินเดินตรงเข้าไปหาน่านฟ้า จึงค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง ในหัวเริ่มผุดคำถามขึ้นมาเองว่า… ทำไมอลินถึงรู้จักกับน่านฟ้า? น่านฟ้าเองก็ทำหน้างุนงงไม่แพ้กัน ปกติแล้วอลินมักแสดงกิริยาท่าทางไม่ค่อยน่ารักเวลาเห็นหน้าเขา แต่ครั้งนี้กลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง เมนส์มาหรือไง อารมณ์ถึงได้ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ “มาดื่มเหรอคะ?” อลินเอ่ยถามขึ้น แววตาที่มองคนตรงหน้าเป็นประกายพราวระยับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมกับความอยากเอาคืนแพกซ์ เธอจึงเลือกเข้าหาน่านฟ้าแทน “อืม” “คืนนี้พี่น่านฟ้าว่างไหมคะ” คำถามของอลิน ทำเอาคุณชายจากตระกูลหานถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้างุนงง “เราสองคนไป…รื้อฟื้นความหลังกันดีไหม” รื้อฟื้นความหลัง? เขากับยัยนี่เคยมีความหลังอะไรร่วมกันด้วยหรือไง เท่าที่จำได้มีแค่วันนั้นที่คนของเขาขับรถเหยียบน้ำกระเซ็นใส่จนอลินไม่พอใจ ถึงขั้นถอดรองเท้าขว้างใส่รถเพื่อให้จอดขอโทษ นั่นหรือเรียกว่าความหลัง? ปลายนิ้วเรียวยาวกรีดลงกลางอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตสีดำ การกระทำนั้นทำเอาน่านฟ้าหลุบสายตาลงมองอย่างไม่เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย ก่อนที่มือหนาจะรวบข้อมือเล็กเอาไว้ หมับ! “คิดจะทำอะไร…!” เพราะไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าอลินจะกล้าทำเรื่องอุกอาจถึงเพียงนี้ เขาจึงไม่ทันได้ตั้งตัว ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อถูกยัยเด็กแก่แดดคนนี้ดึงตัวลงไป ‘จูบ’หนึ่งเดือนต่อมาเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนน่านฟ้าบินกลับมายังเซี่ยงไฮ้เพื่อร่วมงานวันเกิดของคุณย่า ซึ่งตรงกับวันเกิดของฉินเหยียนพอดี งานถูกจัดขึ้นภายในคฤหาสน์ตระกูลหาน มีแขกคนสำคัญเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับเชิญความจริงวันนี้ตั้งใจพาอลินมาด้วย แต่ช่วงนี้เธอติดทำงานกลุ่มกับเพื่อนจึงไม่สามารถมาได้ ฝากมาเพียงคำอวยพรและของขวัญสำหรับคุณย่าของเขาแทนคนในครอบครัวต่างรู้กันหมดแล้วว่าน่านฟ้ามีแฟน เพราะเจ้าตัวไม่เคยคิดจะปิดบัง จะพาอลินไปไหนก็เปิดเผยตามปกติ ต่อให้บางครั้งถูกคนจับตามองหรือกลายเป็นข่าว เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ส่วนครอบครัวของอลินเองก็รับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่แล้วเช่นกัน“ไม่เจอกันตั้งนาน หล่อขึ้นเป็นกองเลยเนี่ยเทียนอวี้”หนึ่งในแขกของ ‘หานซูเจิน’ ผู้เป็นย่าของน่านฟ้าเอ่ยทักทายคุณชายตระกูลหานเป็นภาษาจีนด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง หลังจากไม่ได้เจอกันมานานหลายปี“ขอบคุณครับ” น่านฟ้าตอบกลับอย่างสุภาพ พร้อมค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายเล็กน้อยตามมารยาท ริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ รับคำชม“ถ้าไม่ติดว่ามีแฟนแล้ว อาอยากแนะนำให้รู้จักกับลูกสาวจริง ๆ มันก็น่าเสียดาย เพราะลูกสาวอาเองก็แอบปลื้มเทียนอวี้มานานแ
หลายวันต่อมา“ในอนาคต…พี่น่านมีโอกาสคืนดีกับคุณพ่อไหมคะ”จู่ ๆ อลินก็เอ่ยถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก่อนหน้านี้น่านฟ้าเคยเปิดใจเล่าเรื่องที่ไม่ลงรอยกับพ่อให้เธอฟัง ประกอบกับที่เคยได้ยินจากน้ำขิงมาประปราย จึงพอรู้คร่าว ๆ ว่าความสัมพันธ์ของเขากับพ่อเป็นมาอย่างไรเรื่องทุกอย่างก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ถึงอลินจะรู้ดีว่าบาดแผลบางอย่างไม่ได้จางหายเพียงเพราะเวลาผ่านไป แต่ลึก ๆ เธอก็ยังอยากให้สองพ่อลูกลองเปิดใจคุยกันสักครั้งอย่างน้อยก็เพื่อให้สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอดหลายปี ได้มีโอกาสถูกพูดออกมาตรง ๆ เสียบ้างคนที่ถูกถามชะงักไปเล็กน้อย เรื่องนั้นแทบไม่เคยอยู่ในความคิดของน่านฟ้ามาก่อน จนกระทั่งวันนี้ที่อลินพูดขึ้นมา เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขยับริมฝีปากตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ“แบบนี้ก็ดีแล้ว”“ลินไม่อยากก้าวก่ายเรื่องครอบครัวของพี่น่านนะคะ แต่บางทีการลองเปิดใจคุยกันก็น่าจะเป็นเรื่องดี อย่างน้อยในอนาคตจะได้ไม่มีใครต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”อลินเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับทั้งความรักและความเอาใจใส่มาตลอด จึงอาจไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของน่านฟ้าได้ทั้งหมด แต่เพราะเธอรู้ดีว่าการได้รับความรักจากครอบคร
วันต่อมา ณ บาร์แห่งหนึ่ง หลังกลับจากเซี่ยงไฮ้ ทรอยกับไนน์ก็ชวนน่านฟ้าออกมาดื่มตามปกติ สองหนุ่มรู้เรื่องที่เพื่อนคบกับอลินแล้ว ตอนรู้ข่าวก็ไม่วายแซวกันตามประสาผู้ชาย เพราะไม่มีใครคิดว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากคำว่า ‘คู่นอน’ จะพัฒนามาถึงขั้น ‘เป็นแฟน’ กันจริง ๆคืนนี้อลินกับน่านฟ้าต่างแยกย้ายกันไปดื่มกับกลุ่มเพื่อนของตัวเอง ต่างคนต่างให้พื้นที่ส่วนตัวกันอย่างพอดี ไม่ก้าวก่ายหรือคอยตามติดจนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด เพราะสำหรับทั้งคู่ ต่อให้เปลี่ยนสถานะมาเป็นแฟนกันแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องตัวติดกันตลอดเวลาต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีเพื่อน และมีสังคม เพื่อให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็น ‘เซฟโซน’ ของกันและกัน มากกว่าจะกลายเป็นกรอบที่คอยผูกมัด“หวงเมียเหรอวะ มองไม่ละสายตาเชียว” เสียงของทรอยเอ่ยถามน่านฟ้าที่เอาแต่มองอลิน“หวงดิ แม่งสวยขนาดนั้น”“เดี๋ยวนี้สบถคำหยาบบ่อยนะครับคุณชาย” ไนน์พูดพลางหัวเราะขำ ตั้งแต่คบกันมา น่านฟ้าแทบไม่เคยหลุดคำหยาบให้ได้ยินบ่อยนัก แต่พอมีแฟนกลับดูเปลี่ยนไปจากตอนโสดอยู่ไม่น้อยน่านฟ้าไม่ได้ตอบอะไร เพียงยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบ สายตาคมยังคงทอดมองอลินที่นั่งดื
สนามบินนานาชาติผู่ตง “ไม่อยากกลับเลย”“เดี๋ยวพี่รีบเคลียร์งานที่นี่แล้วไปหานะ”อลินทำหน้ากระเง้ากระงอด เห็นชัดว่าไม่อยากรีบกลับ หากไม่ติดว่ามีเรียนรออยู่ที่ไทย เธอคงเลือกอยู่ต่อกับเขาอีกหลายวันเมื่อก่อนอยู่คนเดียวก็ไม่เห็นจะรู้สึกเหงาอะไร แต่พอมีเขาเข้ามา ความเคยชินเหล่านั้นกลับเปลี่ยนไปเสียเฉย ๆ แค่คิดว่ากลับไทยแล้วจะไม่ได้เจอหน้ากัน ความรู้สึกอ้างว้างก็แล่นเข้ามาในอกจนอดใจหายไม่ได้“มากอดมา”น่านฟ้าอ้าแขนรอคนตรงหน้า อลินเห็นแบบนั้นก็ขยับเข้าไปซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดทันที มือหนายกขึ้นลูบเรือนผมนุ่มเบา ๆ ก่อนก้มหน้าลงฝังจมูกกับกลุ่มผมหอม สูดกลิ่นคุ้นเคยเข้าเต็มปอดราวกับจะเก็บเอาไว้ให้มากที่สุด ก่อนอีกคนต้องบินกลับไทยในอีกไม่กี่ชั่วโมงไม่ใช่แค่อลินหรอกที่คิดถึง เพราะเขาเองก็คงคิดถึงเธอไม่แพ้กันถ้าทิ้งทุกอย่างแล้วบินตามกลับไทยไปด้วยได้ ป่านนี้คงทำไปนานแล้ว ติดก็ตรงงานหลายอย่างที่ยังรอให้สะสาง หน้าที่ค้ำคออยู่แบบนี้ ต่อให้อยากกลับพร้อมเธอแค่ไหนก็ทำไม่ได้อี้เฉินยืนประสานมืออยู่ไม่ไกล มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ดูท่าแล้วคนที่จะได้ปวดหัวกับอลินไปอีกนานคงหนีไม่พ้นเจ้านายของเขาจริง ๆ แต่ถึงอย่
ราวกับกำลังอยู่ในความฝัน อลินแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังถูก ‘ขอเป็นแฟน’ ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบ ๆ ราวกับสมองยังประมวลผลไม่ทัน ว่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินไปเมื่อครู่นั้นเป็นเรื่องจริง หรือเธอกำลังฝันอยู่กันแน่ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักรัวแรง ราวกับมีใครกำลังตีกลองอยู่กลางอก กลับฉุดเธอออกจากภวังค์ และย้ำชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้คือ ‘เรื่องจริง’“ทำไมเงียบไปเลย หรือลินไม่อยากคบกับพี่เหรอ”“ยะ…อยากสิคะ ลินแค่…ยังอึ้งอยู่”“พี่รอคำตอบอยู่นะ”“…แต่พี่น่านฟ้าเคยพูดกับลิน คำพูดของคนเมาเชื่อถือไม่ค่อยได้ แล้วตอนนี้พี่ก็เพิ่งกลับมาจากดื่ม ลินเชื่อคำพูดนี้ได้มากน้อยแค่ไหนกันคะ”“พี่ดื่มมาก็จริง แต่ไม่ได้เมา” เขาดื่มจนนับแก้วได้ จะเอาอะไรมาเมากันสายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าสายหวานไม่ละไปไหน ราวกับกำลังเฝ้ารอคำตอบอย่างจริงจัง ยิ่งอีกคนไม่ยอมตอบตกลงเสียที ความรู้สึกบางอย่างในใจก็ยิ่งกระตุกวูบด้วยความกลัวว่าทุกอย่างอาจซ้ำรอยเดิมเขาไม่อยากปล่อยให้ความสัมพันธ์ค้างคาอยู่แบบนี้อีกแล้ว ตอนนี้เขาอยาก ‘ชัดเจน’ กับเธอ“หรือลิน…ยังไม่พร้อม?” เขาเอ่ยถามออกไปตรง ๆ หากเธอไม่พร้อมก็จะไม่เร่งเร้า“อย่าคิดเองสิคะ
อลินสะดุ้งตื่นขึ้นมาในช่วงหนึ่งทุ่มกว่า ๆ ทั้งที่ยังสวมชุดเดิมตั้งแต่ตอนกลางวัน ใบหน้าที่เคยสดใสดูซีดเซียว เพราะพิษไข้เล่นงานจนเหงื่อซึมไปทั่วทั้งตัวมือเล็กควานหาโทรศัพท์มาดูเวลา ก่อนจะกดเข้าแชตของน่านฟ้า แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นทั้งข้อความและการโทรเข้ามาหลายสายที่ไม่ได้รับ เพราะหลับน่านฟ้า : ยกเลิกการโทรน่านฟ้า : ยกเลิกการโทรน่านฟ้า : ทำไมไม่ตอบแชตและไม่รับสายน่านฟ้า : อลินน่านฟ้า : โกรธอะไรพี่อีกแล้วความจริงแล้วเธอไม่ได้โกรธอะไรเขาเลย แค่เผลอหลับไปต่างหากอลิน : ลินหลับ เพิ่งตื่นค่ะข้อความถูกเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ปัดออกจากหน้าแชต หากแต่รอให้เขาตอบกลับมาเสียก่อนน่านฟ้า : กินข้าวรึยังอลิน : ยังไม่หิวค่ะอลิน : ไปกินเลี้ยงส่งกับเพื่อนรึยังคะน่านฟ้า : เพิ่งถึงร้านอลิน : ไปร้านไหนกันคะน่านฟ้า : ร้านเดิมเมื่อคืน เป็นร้านของเพื่อนอลิน : อ๋อค่ะเธอตอบกลับสั้น ๆ จากนั้นปัดออกจากหน้าแชต แล้ววางโทรศัพท์ลงข้างหมอนร่างเล็กลุกออกจากเตียง เดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกใส สายตามองวิวเซี่ยงไฮ้ยามค่ำคืนที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ตั้งแต่มาถึงที่นี่ เธอยังไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยเมื่อวานพอล







