Masukหนึ่งเดือนต่อมาเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนน่านฟ้าบินกลับมายังเซี่ยงไฮ้เพื่อร่วมงานวันเกิดของคุณย่า ซึ่งตรงกับวันเกิดของฉินเหยียนพอดี งานถูกจัดขึ้นภายในคฤหาสน์ตระกูลหาน มีแขกคนสำคัญเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับเชิญความจริงวันนี้ตั้งใจพาอลินมาด้วย แต่ช่วงนี้เธอติดทำงานกลุ่มกับเพื่อนจึงไม่สามารถมาได้ ฝากมาเพียงคำอวยพรและของขวัญสำหรับคุณย่าของเขาแทนคนในครอบครัวต่างรู้กันหมดแล้วว่าน่านฟ้ามีแฟน เพราะเจ้าตัวไม่เคยคิดจะปิดบัง จะพาอลินไปไหนก็เปิดเผยตามปกติ ต่อให้บางครั้งถูกคนจับตามองหรือกลายเป็นข่าว เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ส่วนครอบครัวของอลินเองก็รับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่แล้วเช่นกัน“ไม่เจอกันตั้งนาน หล่อขึ้นเป็นกองเลยเนี่ยเทียนอวี้”หนึ่งในแขกของ ‘หานซูเจิน’ ผู้เป็นย่าของน่านฟ้าเอ่ยทักทายคุณชายตระกูลหานเป็นภาษาจีนด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง หลังจากไม่ได้เจอกันมานานหลายปี“ขอบคุณครับ” น่านฟ้าตอบกลับอย่างสุภาพ พร้อมค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายเล็กน้อยตามมารยาท ริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ รับคำชม“ถ้าไม่ติดว่ามีแฟนแล้ว อาอยากแนะนำให้รู้จักกับลูกสาวจริง ๆ มันก็น่าเสียดาย เพราะลูกสาวอาเองก็แอบปลื้มเทียนอวี้มานานแ
หลายวันต่อมา“ในอนาคต…พี่น่านมีโอกาสคืนดีกับคุณพ่อไหมคะ”จู่ ๆ อลินก็เอ่ยถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก่อนหน้านี้น่านฟ้าเคยเปิดใจเล่าเรื่องที่ไม่ลงรอยกับพ่อให้เธอฟัง ประกอบกับที่เคยได้ยินจากน้ำขิงมาประปราย จึงพอรู้คร่าว ๆ ว่าความสัมพันธ์ของเขากับพ่อเป็นมาอย่างไรเรื่องทุกอย่างก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ถึงอลินจะรู้ดีว่าบาดแผลบางอย่างไม่ได้จางหายเพียงเพราะเวลาผ่านไป แต่ลึก ๆ เธอก็ยังอยากให้สองพ่อลูกลองเปิดใจคุยกันสักครั้งอย่างน้อยก็เพื่อให้สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอดหลายปี ได้มีโอกาสถูกพูดออกมาตรง ๆ เสียบ้างคนที่ถูกถามชะงักไปเล็กน้อย เรื่องนั้นแทบไม่เคยอยู่ในความคิดของน่านฟ้ามาก่อน จนกระทั่งวันนี้ที่อลินพูดขึ้นมา เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขยับริมฝีปากตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ“แบบนี้ก็ดีแล้ว”“ลินไม่อยากก้าวก่ายเรื่องครอบครัวของพี่น่านนะคะ แต่บางทีการลองเปิดใจคุยกันก็น่าจะเป็นเรื่องดี อย่างน้อยในอนาคตจะได้ไม่มีใครต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”อลินเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับทั้งความรักและความเอาใจใส่มาตลอด จึงอาจไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของน่านฟ้าได้ทั้งหมด แต่เพราะเธอรู้ดีว่าการได้รับความรักจากครอบคร
วันต่อมา ณ บาร์แห่งหนึ่ง หลังกลับจากเซี่ยงไฮ้ ทรอยกับไนน์ก็ชวนน่านฟ้าออกมาดื่มตามปกติ สองหนุ่มรู้เรื่องที่เพื่อนคบกับอลินแล้ว ตอนรู้ข่าวก็ไม่วายแซวกันตามประสาผู้ชาย เพราะไม่มีใครคิดว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากคำว่า ‘คู่นอน’ จะพัฒนามาถึงขั้น ‘เป็นแฟน’ กันจริง ๆคืนนี้อลินกับน่านฟ้าต่างแยกย้ายกันไปดื่มกับกลุ่มเพื่อนของตัวเอง ต่างคนต่างให้พื้นที่ส่วนตัวกันอย่างพอดี ไม่ก้าวก่ายหรือคอยตามติดจนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด เพราะสำหรับทั้งคู่ ต่อให้เปลี่ยนสถานะมาเป็นแฟนกันแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องตัวติดกันตลอดเวลาต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีเพื่อน และมีสังคม เพื่อให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็น ‘เซฟโซน’ ของกันและกัน มากกว่าจะกลายเป็นกรอบที่คอยผูกมัด“หวงเมียเหรอวะ มองไม่ละสายตาเชียว” เสียงของทรอยเอ่ยถามน่านฟ้าที่เอาแต่มองอลิน“หวงดิ แม่งสวยขนาดนั้น”“เดี๋ยวนี้สบถคำหยาบบ่อยนะครับคุณชาย” ไนน์พูดพลางหัวเราะขำ ตั้งแต่คบกันมา น่านฟ้าแทบไม่เคยหลุดคำหยาบให้ได้ยินบ่อยนัก แต่พอมีแฟนกลับดูเปลี่ยนไปจากตอนโสดอยู่ไม่น้อยน่านฟ้าไม่ได้ตอบอะไร เพียงยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบ สายตาคมยังคงทอดมองอลินที่นั่งดื
สนามบินนานาชาติผู่ตง “ไม่อยากกลับเลย”“เดี๋ยวพี่รีบเคลียร์งานที่นี่แล้วไปหานะ”อลินทำหน้ากระเง้ากระงอด เห็นชัดว่าไม่อยากรีบกลับ หากไม่ติดว่ามีเรียนรออยู่ที่ไทย เธอคงเลือกอยู่ต่อกับเขาอีกหลายวันเมื่อก่อนอยู่คนเดียวก็ไม่เห็นจะรู้สึกเหงาอะไร แต่พอมีเขาเข้ามา ความเคยชินเหล่านั้นกลับเปลี่ยนไปเสียเฉย ๆ แค่คิดว่ากลับไทยแล้วจะไม่ได้เจอหน้ากัน ความรู้สึกอ้างว้างก็แล่นเข้ามาในอกจนอดใจหายไม่ได้“มากอดมา”น่านฟ้าอ้าแขนรอคนตรงหน้า อลินเห็นแบบนั้นก็ขยับเข้าไปซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดทันที มือหนายกขึ้นลูบเรือนผมนุ่มเบา ๆ ก่อนก้มหน้าลงฝังจมูกกับกลุ่มผมหอม สูดกลิ่นคุ้นเคยเข้าเต็มปอดราวกับจะเก็บเอาไว้ให้มากที่สุด ก่อนอีกคนต้องบินกลับไทยในอีกไม่กี่ชั่วโมงไม่ใช่แค่อลินหรอกที่คิดถึง เพราะเขาเองก็คงคิดถึงเธอไม่แพ้กันถ้าทิ้งทุกอย่างแล้วบินตามกลับไทยไปด้วยได้ ป่านนี้คงทำไปนานแล้ว ติดก็ตรงงานหลายอย่างที่ยังรอให้สะสาง หน้าที่ค้ำคออยู่แบบนี้ ต่อให้อยากกลับพร้อมเธอแค่ไหนก็ทำไม่ได้อี้เฉินยืนประสานมืออยู่ไม่ไกล มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ดูท่าแล้วคนที่จะได้ปวดหัวกับอลินไปอีกนานคงหนีไม่พ้นเจ้านายของเขาจริง ๆ แต่ถึงอย่
ราวกับกำลังอยู่ในความฝัน อลินแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังถูก ‘ขอเป็นแฟน’ ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบ ๆ ราวกับสมองยังประมวลผลไม่ทัน ว่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินไปเมื่อครู่นั้นเป็นเรื่องจริง หรือเธอกำลังฝันอยู่กันแน่ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักรัวแรง ราวกับมีใครกำลังตีกลองอยู่กลางอก กลับฉุดเธอออกจากภวังค์ และย้ำชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้คือ ‘เรื่องจริง’“ทำไมเงียบไปเลย หรือลินไม่อยากคบกับพี่เหรอ”“ยะ…อยากสิคะ ลินแค่…ยังอึ้งอยู่”“พี่รอคำตอบอยู่นะ”“…แต่พี่น่านฟ้าเคยพูดกับลิน คำพูดของคนเมาเชื่อถือไม่ค่อยได้ แล้วตอนนี้พี่ก็เพิ่งกลับมาจากดื่ม ลินเชื่อคำพูดนี้ได้มากน้อยแค่ไหนกันคะ”“พี่ดื่มมาก็จริง แต่ไม่ได้เมา” เขาดื่มจนนับแก้วได้ จะเอาอะไรมาเมากันสายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าสายหวานไม่ละไปไหน ราวกับกำลังเฝ้ารอคำตอบอย่างจริงจัง ยิ่งอีกคนไม่ยอมตอบตกลงเสียที ความรู้สึกบางอย่างในใจก็ยิ่งกระตุกวูบด้วยความกลัวว่าทุกอย่างอาจซ้ำรอยเดิมเขาไม่อยากปล่อยให้ความสัมพันธ์ค้างคาอยู่แบบนี้อีกแล้ว ตอนนี้เขาอยาก ‘ชัดเจน’ กับเธอ“หรือลิน…ยังไม่พร้อม?” เขาเอ่ยถามออกไปตรง ๆ หากเธอไม่พร้อมก็จะไม่เร่งเร้า“อย่าคิดเองสิคะ
อลินสะดุ้งตื่นขึ้นมาในช่วงหนึ่งทุ่มกว่า ๆ ทั้งที่ยังสวมชุดเดิมตั้งแต่ตอนกลางวัน ใบหน้าที่เคยสดใสดูซีดเซียว เพราะพิษไข้เล่นงานจนเหงื่อซึมไปทั่วทั้งตัวมือเล็กควานหาโทรศัพท์มาดูเวลา ก่อนจะกดเข้าแชตของน่านฟ้า แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นทั้งข้อความและการโทรเข้ามาหลายสายที่ไม่ได้รับ เพราะหลับน่านฟ้า : ยกเลิกการโทรน่านฟ้า : ยกเลิกการโทรน่านฟ้า : ทำไมไม่ตอบแชตและไม่รับสายน่านฟ้า : อลินน่านฟ้า : โกรธอะไรพี่อีกแล้วความจริงแล้วเธอไม่ได้โกรธอะไรเขาเลย แค่เผลอหลับไปต่างหากอลิน : ลินหลับ เพิ่งตื่นค่ะข้อความถูกเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ปัดออกจากหน้าแชต หากแต่รอให้เขาตอบกลับมาเสียก่อนน่านฟ้า : กินข้าวรึยังอลิน : ยังไม่หิวค่ะอลิน : ไปกินเลี้ยงส่งกับเพื่อนรึยังคะน่านฟ้า : เพิ่งถึงร้านอลิน : ไปร้านไหนกันคะน่านฟ้า : ร้านเดิมเมื่อคืน เป็นร้านของเพื่อนอลิน : อ๋อค่ะเธอตอบกลับสั้น ๆ จากนั้นปัดออกจากหน้าแชต แล้ววางโทรศัพท์ลงข้างหมอนร่างเล็กลุกออกจากเตียง เดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกใส สายตามองวิวเซี่ยงไฮ้ยามค่ำคืนที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ตั้งแต่มาถึงที่นี่ เธอยังไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลยเมื่อวานพอล







