Mag-log in"เราพักเรื่องสัญญาไปก่อนก็ได้ครับ ผมว่าเรามาดื่มฉลองที่ได้ร่วมงานกันดีกว่า จะได้ไหมครับ"
"ยินดีค่ะ"
"เชียรส์"
"เชียรส์ค่ะ"
ยูกิแตะแก้วในมือของตัวเองเข้ากับแก้วของอีกฝ่ายที่ยื่นมารอตรงหน้าตามมารยาทจนเกิดเสียงแก้วกระทบกันเบา ๆ ก่อนจะยกมันขึ้นดื่มจนหมดตามคำเชิญชวน
อึก!
เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า ดูท่าว่าร่างกายจะเริ่มประท้วงซะแล้วว่าเธอดื่มเยอะเกินไป
"อา คุณคณินคะ ยูกิขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ"
แววตาฉ่ำหวานหลุบลงมองนาฬิกาข้อมือเพียงนิดก่อนเอื้อมไปหยิบกระเป๋าคลัชท์ใบเล็กมาถือไว้ สองพวงแก้มแดงระเรื่อขึ้นจนสังเกตได้แม้อยู่ใต้แสงสลัว
"ไหวไหมครับ ให้ผมเดินไปส่งไหมครับ"
ร่างบางสะดุ้งเล็ก ๆ ก้มมองมือสากที่แตะลงบนหลังมือของตัวเองแล้วค่อย ๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมอย่างสุภาพ
"ไม่เป็นไรค่ะ ยูกิไปได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
ยูกิปฏิเสธความหวังดีจอมปลอมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ โค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนจะผลุนผลันออกมาอย่างรวดเร็ว ความคิดที่จะกัดฟันคุยจนกว่าผู้จัดการส่วนตัวจะกลับมารับถูกโยนทิ้งไว้ที่โต๊ะพร้อมกับคนปากว่ามือถึงทันที
อาร์มเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แววตาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับพบเจอเรื่องถูกอกถูกใจ หลังทำตัวเป็นผู้ชมที่ดีด้วยการจิบเครื่องดื่มอยู่ในมุมมืดและอดทนดูละครฉากหนึ่งโดยไม่ทำอะไรอยู่นานนม
สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบอบบางจนเธอก้าวออกไปนอกห้องจัดเลี้ยง จึงโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบบางอย่างที่ข้างใบหูของหญิงสาวซึ่งกำลังนั่งบดเบียดอยู่ข้างกาย
ใบหน้าสะสวยที่ผ่านการแต่งแต้มเครื่องสำอางมาเป็นอย่างดีง้ำงอลงเรื่อย ๆ กระทั่งฟังจบก็หันไปส่งสายตาตัดพ้อให้ชายหนุ่มตามนิสัยเอาแต่ใจอย่างลืมตัว
"แต่ว่านีน่า ..."
หญิงสาวตั้งท่าจะกระเง้ากระงอด แต่พอสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น คำพูดต่าง ๆ ก็หลุบหายเข้าไปในลำคอทันที
"โอเคค่ะ นีน่าไปก่อนก็ได้"
สายตาคมกริบทำให้เธอกลับลำอย่างกะทันหันแล้วยื่นเข้าไปใกล้หมายจะประทับจูบลงบนแก้มสากเป็นการลา
นีน่าชะงัก หน้าเสียเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบ ริมฝีปากแดงสดพยายามคลี่ยิ้มกลบเกลื่อนความผิดหวัง จำต้องยอมปล่อยมือจากเหยื่อรายใหญ่นี้ไปก่อนอย่างเสียไม่ได้
"แล้วไว้นีน่าจะโทรหานะคะ"
นีน่าเอ่ยเสียงหวาน โปรยยิ้มยั่วยวนเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะเดินนวยนาดกลับเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนสาวในวงการเดียวกันด้วยสีหน้าเซ็งสุดขีด
"จะให้ผมจัดการเลยไหมครับนาย"
"ยังก่อน"
อาร์มเอ่ยตอบลีโอไปเพียงสั้น ๆ แล้วเอนกายลงบนโซฟา มือหนาออกแรงแกว่งแก้วเครื่องดื่มในมือเบา ๆ ด้วยท่วงท่าเกียจคร้านสบายใจ พลางทอดมองของเหลวสีอำพันที่กำลังหมุนวนอยู่ด้านใน
"มันยังไม่ถึงเวลา หึหึ"
++++++
ปัง!
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องน้ำหญิงได้ มือเรียวก็ผลักบานประตูห้องน้ำให้ปิดลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังก้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโถชักโครกอย่างอ่อนแรง
"ฉันเผลอกินอะไรเข้าไปเนี้ย"
ยูกิพึมพำถามตัวเองเสียงเบาหวิวพลางยกมือขึ้นนวดคลึงหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองป้อย ๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นแน่นจนเป็นปมยุ่งเหยิงเมื่อสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วแรงและลมหายใจร้อนผ่าวที่หอบกระชั้นจนผิดปกติ
จริงอยู่ว่าตัวเธอได้รับมรดกตกทอดมาจากบิดาเป็นปัญหาด้านสุขภาพ แต่ปกติที่ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือคนสนิท เธอก็ไม่เคยมีอาการผิดปกติขนาดนี้มาก่อน เต็มที่ก็แค่หน้าแดง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเท่านั้น
แต่นี่...นี่มันไม่ใช่แล้ว! ไม่ว่าเธอจะพยายามควบคุมสติและการหายใจอย่างไร อาการที่เป็นอยู่ก็ไม่ยอมทุเลา ซ้ำยังทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย
ยูกิใช้หลังมือปาดเอาเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าจนไรผมเปียกชื้นออกอย่างลวก ๆ ก่อนล้วงมือเข้าไปควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าคลัทช์มากดต่อสายหาผู้จัดการส่วนตัว
"รับสายสิ พี่เจส!"
ยูกิสบถออกมาอย่างสุดกลั้น ดวงตากลมโตฉายแววเป็นกังวลขณะเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบ เธอตวัดปลายนิ้วแล้วจิ้มปุ่มโทรออกอีกครั้ง แต่ก็ได้ยินเพียงสัญญาณรอสายไม่เปลี่ยนแปลง
ยิ่งรอนานเข้าเธอก็ยิ่งร้อนรน กระสับกระส่ายจนนั่งไม่ติด เมื่อปลายสายไม่มีวี่แววว่าจะตอบรับแม้พยายามติดต่อกว่าห้ารอบแล้วก็ตาม
ไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์คันหรูก็แล่นเข้ามาจอดในซอยซอยหนึ่งของย่านชุมชน คิ้วเรียวเลิกขึ้น สีหน้าแปลกใจเมื่อพบว่าจุดที่สามีพาเธอมานั้นใกล้กับมหาวิทยาลัยเก่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวคฤหาสน์ของตระกูลอนุรักษานั่นเอง"นี่มันแถวมอที่กิเคยเรียนนี่คะ""ครับ พอดีพี่เสิร์จเจอร้านขนมร้านหนึ่ง คิดว่ากิน่าจะชอบ"อาร์มให้เหตุผลที่พาเธอมาข้างนอกโดยปราศจากลูกน้องแล้วลอบอมยิ้ม คว้ามือเรียวมาเกาะกุมก่อนจับจูงให้เธอเดินตามเข้าไปในคาเฟ่ที่ตั้งใจพาเธอมาเยี่ยมชมยูกิก้าวตามเข้าไปด้านในอย่างไม่เรื่องมาก และทันทีที่มองเห็นการตกแต่งด้านในของร้านดังกล่าว ดวงตาก็เบิกกว้างลุกวาว หันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความตื่นตะลึง"สวยจัง"ถึงผนังของตัวร้านจะเป็นเพียงสีขาวครีมเรียบ ๆ ทว่าการตกแต่งไม่ว่าจะเป็นภาพวาดสีน้ำ ภาพถ่ายแนววินเทจ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ล้วนจัดวางและคลุมโทนสีกันได้อย่างกลมกลืนลงตัวอีกทั้งยังมีความเขียวขจีของต้นไม้ซึ่งจัดวาง แบ่งเป็นโซนสวนรับลมธรรมชาติบริเวณด้านข้างของตัวร้านนั้นให้ความรู้สึกเหมือนที่นี่คือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่น เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของขนมหวานยูกิถลาเข้ามายืนเกาะตู้กระจก โน้มใบหน้าลงไปใกล้
ต้นไม้ส่งก้อนซาลาเปาให้ภรรยาที่เดินเข้ามาขออุ้มบ้างแล้วหันมาพยักหน้าเห็นด้วย คำบางคำสะกิดให้หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต ตอนที่เคยถูกพี่ชายปั่นหัวและยุแหย่ภรรยาให้หาสามีใหม่ พลันความแค้นพุ่งขึ้นมาจุกอก"นั่นดิเฮีย! จะขึ้นทำไมเนี้ย เป็นหุ้นเหรอ? ฮ่า ๆ" ต้นไม้ตะโกนถามแล้วลอยหน้าลอยตาใส่อย่างย่ามใจ"ไอ้ไม้!"บดินทร์ตวาดเสียงกร้าว ใบหูแดงระเรื่อขึ้นที่ถูกล้อเลียน ยิ่งเห็นอีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาใส่ ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดก็ขาดผึง ตวัดปลายเท้าเข้าใส่ช่วงสีข้างของน้องชายเต็มแรง "โอ๊ย! เฮีย! นี่เอาจริงเหรอ""ก็เออสิวะ"ครั้งเดียวคงไม่พอ บดินทร์จึงตวัดปลายเท้าใส่อีกรอบ หากแต่ครั้งนี้ต้นไม้ว่องไวกว่า เบี่ยงหลบพร้อมลากเข้าคนข้าง ๆ มาเป็นกำแพงมนุษย์ ส่งผลให้ลูกเตะนั้นลอยเข้าไปปะทะกับลำตัวของเจ้าของบ้านแทน"ไอ้ดิน! มึงเตะกูทำไม!"อาร์มโวยวายดังลั่นพลางลูบคลำบั้นเอวป้อย ๆ ถึงอีกฝ่ายจะผ่อนแรงลงไปหลายส่วนเมื่อเห็นว่าคนที่โดนเป็นเขา แต่แรงกระแทกก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้อยู่ดี"มึงเสือกเข้ามาขวางทำไมล่ะ" บดินทร์เถียงหน้าตายก่อนจะชี้ไปยังตัวต้นเหตุตัวจริง "ถ้ามึงจะเตะคืน มึงก็เตะมัน""กูจะเตะทั้งมันทั้งมึงเนี
@สองปีต่อมา"ไง~ เจ้าซาลาเปาของน้า ฮึ้ยยย จ้ำม้ำจริงโว้ยย"ต้นไม้โฉบเข้ามาแย่งร่างอ้วนกลมของสโนว์ หลานสาวตัวน้อยจากพี่สาวต่างสายเลือดมาอุ้มไว้แนบอก ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปฟัดพุงขาว ๆ ด้วยความมันเขี้ยวเรียกเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากให้ดังลั่นไปทั่วห้องนั่งเล่นความนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งและความน่ารักน่าชังยามส่งเสียงอ้อแอ้ของหลานสาววัยขวบเศษที่กำลังอยู่ในช่วงช่างพูดช่างเจรจาทำเอาต้นไม้ติดอกติดใจจนต้องแวะเวียนมาหาทุกอาทิตย์อาร์มพ่นลมหายใจแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิด ตั้งท่าจะเข้าไปแย่งเอาตัวลูกสาวสุดรักกลับคืน ทว่าอีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินหนีไปอีกทางโดยใช้โซฟาที่มีเหล่าสาว ๆ นั่งทานของว่างอยู่เป็นโล่กำบัง"อย่างกดีวะเฮีย มีลูกน่ารักก็แบ่ง ๆ กันเลี้ยง""มึงอยากมี ก็ไปทำของตัวเองสิวะ""ก็ทำแล้วแต่ยังไม่มานี่หว่าา ขอซ้อมเลี้ยงก่อนดิ"ต้นไม้ลอยหน้าลอยตาตอบอย่างยียวน ก่อนจะชูร่างของซาลาเปาขาวผ่องให้ลอยขึ้นสูงเหนือหัวแล้วเขย่าเบา ๆ เรียกเสียงหัวเราะอารมณ์ดีให้ดังขึ้นอีกระลอก พลันมุมปากก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาวาววับเกเรอย่างนึกสนุกเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นผู้มาใหม่อีกสองคนกำลังเดินตรงเข้ามา"เฮีย! มาขอวิธีทำลู
"ครั้งแรกที่เจอ เหตุการณ์มันไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นักครับ แต่สิ่งแรกที่ทำให้ผมสะดุดก็คือดวงตาเป็นประกายคู่นี้ของเธอ"พูดจบอาร์มก็หันไปสบสายตาลึกซึ้ง ดึงมือเล็กมาเกาะกุมแล้วพูดต่อโดยที่สายตายังคงสบประสานกัน"มันทำให้ผมรู้สึกใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอทั้งสดใส ทั้งใจดี เปรียบเสมือนแสงสว่าง แตกต่างจากผมในตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นผมถึงตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นครับ"กรี๊ดดดดดดด~ / ใครไหวไปก่อนเลยค่ะ / โอ๊ยยย ขอยาดมที อิจฉาจนจะเป็นลมแล้วว~เสียงโอดครวญของเหล่าสาว ๆ ที่โดนความละมุนของเจ้าบ่าวทารุณจนใจดวงน้อย ๆ หลอมละลายดังระงมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง"แล้วตอนเจ้าบ่าวเจอมิเชล ใจเต้นแรงบ้างไหมคะ" มิเชลถามติดตลกแล้วแกล้งเก๊กหน้าสวย กะพริบตาออดอ้อนอาร์มทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ชำเลืองมองสีหน้าคาดหวังของเพื่อนสนิทภรรยาแล้วตอบตามความจริง"ใจเต้นครับ....เต้นในอัตราปกติ เพราะถ้าตอบว่าไม่เต้น นั่นคงแปลว่าผมไปคงดาวอังคารแล้ว"สีหน้าตื่นเต้นดีใจกลายเป็นยิ้มค้างในทันทีที่ฟังประโยคหลังจบ มิเชลถอนหายใจพรืด ทำท่ามองค้อนอย่างไม่จริงจังนักแล้วหันไปทวงคำตอบจากเจ้าสาวบ้าง"ไม่คุยกับเจ้าบ่าวแล้วค่ะ
บัตรเชิญนับพันถูกจัดส่งไปให้แขกเหรื่อที่มีหน้ามีตาในสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ติดอันดับท็อป ๆ หรือเหล่าคนในวงการบันเทิงแนวหน้าและด้วยอำนาจกับเม็ดเงินที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ ทำให้ในเวลาเพียงไม่กี่วันทุกอย่างก็ถูกเนรมิตขึ้นมาตามความต้องการอย่างรวดเร็วและครบถ้วน ยิ่งใหญ่อลังการสมการรอคอยเวทีขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยดอกไม้สดพร้อมประดับประดาด้วยระย้าคริสตัลสะท้อนกับแสงไฟส่องประกายระยิบระยับ ในขณะที่จอก็ฉายภาพความประทับใจที่ร่างอรชรของเจ้าสาวในชุดแต่งงานตัวยาวสีขาวบริสุทธิ์สุดหรูสไตล์คลาสสิค ดวงหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางบาง ๆ ทว่ากลับยิ่งส่งให้เธอดูสวยหวาน น่าทะนุถนอม ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูนู้ดคลี่ยิ้มตลอดเวลามือเรียวสอดคล้องเข้ากับท่อนแขนแกร่งยืนเคียงคู่กับเจ้าบ่าวร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ทรงผมถูกเซตให้เข้าทรงรับกับใบหน้าหล่อเหลาซึ่งประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แววตาเปี่ยมด้วยความสุขสมไม่ต่างกันฝ่ามืออุ่นจัดวางทาบลงเหนือสะโพกกลมกลึงขณะที่ปลายจมูกโด่งคอยวนเวียนแต่จะขโมยหอมแก้มเจ้าสาวราวกับอดใจไม่ไหวตลอดการสัมภาษณ์ เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสาวโสดและรอยยิ้มชอบอกชอบใจจากเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ได้เป
จากนั้นภายในห้องพักก็มีเสียงทุ้มคอยชวนคุยอยู่เป็นระยะ ๆ แม้จะไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา ทว่าบทสนทนาที่ไม่สมบูรณ์นี้ กลับทำให้หัวใจสองดวงรู้สึกอบอุ่นและพองโต อิ่มเอมกับความสุขของการรอคอยการพบหน้าอย่างประหลาดใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มไม่จาง ทอดมองสามีที่บัดนี้กำลังจะกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ด้วยสายตาอ่อนโยน หลังนั่งฟังคนขี้เห่อพูดคุยกับหน้าท้องแบนราบของเธอด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขมาร่วมสิบนาทีไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเห่อลูกคนแรกแค่ไหน เพราะขนาดยังไม่ทันคลอด คุณพ่อก็เล่นจัดแจง วางแพลนในอนาคตให้ลูกน้อยเสร็จสรรพจนเธอต้องรีบเบรกว่ารอให้ลูกโตแล้วตัดสินใจด้วยตัวเองดีกว่าไหมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเออออตามน้ำหลังพ่อคุณทำท่ากระเง้ากระงอดใส่อย่างแง่งอนทั้งที่เมื่อกี้ยังยิ้มแย้ม หัวเราะกับหน้าท้องของเธอไปหยก ๆ ความไบโพลาร์ของคุณพ่อทำเอาเธอตามอารมณ์ไม่ทัน ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆตกลงคนที่ฮอร์โมนสวิงควรเป็นเธอหรือเปล่า ไหงกลายเป็นคนท้องที่ต้องมานั่งเอาอกเอาใจเขาแทนละเนี้ย?"ที่รักครับ ถ้าคนแรกเป็นผู้หญิง คนต่อไปพี่ขอผู้ชายนะ""กิจะเลือกได้ยังไงละคะ พี่ต้องไปบอกคนทำนู้นน~ ""งั้นพี่คงต้องทำไปเรื่อย จนกว่าจะได้ลูกชายสัก







