Masukแสงแดดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ตกกระทบลงบนใบหน้าสะสวยไร้เครื่องสำอางเข้าพอดิบพอดี ปลุกให้คนที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนุ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามเช้าของวันใหม่
"อื้ออ"
เสียงหวานครางเบาหวิวแล้วนิ่วหน้าน้อย ๆ เมื่อความเจ็บปวดตรงเข้าเล่นงานทันทีที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมา
เธอปรือตามองผ้าม่านอย่างไม่สบอารมณ์นักก่อนจะพลิกตัวหนีแสงไปอีกทางหมายจะนอนต่อ ทว่าศีรษะที่ปวดหนึบก็รบกวนเสียจนหลับต่อไม่ลง
ยูกิถอนหายใจพรืด กัดฟันหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงียพลางยกมือขึ้นนวดคลึงขมับป้อย ๆ ชำเลืองมองนาฬิกาบนโต๊ะหัวเตียงแวบหนึ่งแล้วกลอกตาทำหน้าเบื่อหน่ายหลังมองเห็นเลขแปดปรากฏอยู่บนหน้าจอติจิตอล
"ทีอย่างงี้ละตื่นเช้าเชียวนะยัยยูกิ"
เสียงหวานพึมพำบ่นตัวเอง เพราะนอกจะยังเช้าแล้ววันนี้ก็ไม่มีตารางงานไปไหนอีกด้วย ทว่าในจังหวะที่กำลังจะทิ้งตัวลงนอนต่อคนง่วงก็ชะงักหยุดกึกกลางอากาศ
อะไรบางอย่างสะกิดใจให้ยูกิดึงตัวขึ้นมานั่งหลังตรงตามเดิม เธอกะพริบตาถี่ ๆ นึกแปลกใจแล้วมองไล่สำรวจตั้งแต่ปลอกหมอน ผ้าห่ม ไปจนถึงโคมไฟเหนือหัวเตียง
พลันดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบเท่าไข่ห่าน
"เฮ้ย! ฉะ...ฉัน ฉันอยู่ที่ไหนเนี้ย"
ยูกิอ้าปากค้างแล้วหันรีหันขวาง สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อพบว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวนั้นไม่เหมือนห้องนอนที่คอนโดเลยสักนิด
คิ้วเรียวขมวดแน่นขณะพยายามนึกทบทวน ทว่าสมองกลับว่างเปล่าไร้ความทรงจำของคืนวานอย่างน่าตกใจ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอตื่นมาแล้วเจอว่าตัวเองกำลังสวมใส่เสื้อเชิ้ตผู้ชายอยู่!
แกรก
ยูกิก้มมองตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา ใกล้จะสติแตกเต็มทน พลันเสียงปลด ล็อกประตูก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ส่งผลให้เธอสะดุ้งโหยงแล้วหันขวับตามเสียง
ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ สองมือดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงปลายคางแล้วกำแน่นจนยับยู่ ลุ้นระทึกว่าใครกำลังยืนอยู่ด้านหลังบานประตูที่ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกกว้าง
"คุณตื่นแล้วเหรอคะ"
ใบหน้าขาวซีดโผล่เข้ามา ก่อนที่หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มสีเข้มซึ่งมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคือแม่บ้านจะร้องทักด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ วางอุปกรณ์ทำความสะอาดในมือลงแล้วกระวีกระวาดก้าวเข้ามาหยุดยืนที่ปลายเตียงพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"คุณผู้หญิงจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ"
สายตาหรี่ลงมองสาวใช้อยู่อย่างนั้นนิ่ง ๆ เพราะทุกอย่างดูแปลกตาสำหรับเธอไปเสียหมดจนไม่กล้าไว้วางใจ กระทั่งเห็นว่าแววตาของคนถามนั้นใสซื่อไร้ร่องรอยของความคิดร้าย เธอจึงเปิดปากถามไถ่ถึงที่อยู่ ณ ปัจจุบัน
"ที่นี่ที่ไหน? แล้ว...เอ่อ...ฉัน มาอยู่นี่ได้ยังไง คุณเป็นคนพาฉันมาเหรอคะ"
"อุ๊ย! อย่าพูดคุณพูดค่ะกับอีฉันเลยค่ะ"
"อ่า จ้ะ งั้นเธอเป็นคนพาฉันมาเหรอจ๊ะ"
"ไม่ใช่อีฉันหรอกค่ะ นายใหญ่เป็นคนพามาค่ะ"
"เอ่อ... แล้วนายใหญ่ของเธออะไรนั่นน่ะ เขาคือใครเหรอ"
"นายใหญ่ชื่อปกรณ์ค่ะ"
"ปะ..กรณ์งั้นเหรอ?"
ยูกิทำหน้างุนงง คิ้วเรียวยิ่งขมวดมุ่นแน่นขึ้นหลังได้ยินคำตอบ ปกรณ์ไหนอีก ชีวิตนี้เธอไม่เคยรู้จักใครที่ใช้ชื่อนี้เลยด้วยซ้ำ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย
"แล้วนายปกรณ์นั่น พาฉันมาที่นี่ทำไม"
"เอ่อ...อีฉัน..."
"ไม่เป็นไรจ้ะ เธอคงไม่รู้สินะ งั้น...ชุดกับกระเป๋าฉันอยู่ไหนจ๊ะ หยิบให้หน่อยได้ไหม"
เมื่อเห็นว่าสาวใช้เอาแต่อึกอัก หน้าม่อยลงคล้ายไม่สามารถตอบคำถามได้ ยูกิจึงโบกไม้โบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะแบมือขอข้าวของส่วนตัวคืน ความกังวลใจเบาลงไปหลายส่วนเพราะคำตอบที่ได้บ่งบอกว่าเจ้าหล่อนน่าจะเป็นคนจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ
"อ่า...ของของคุณผู้หญิง นายใหญ่เป็นคนดูแลเจ้าค่ะ คุณรอสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะ เดี๋ยวอีฉันจะไปเรียนนายให้ว่าคุณตื่นแล้ว"
"หะ! ดะ...เดี๋ยว เดี๋ยวสิ!"
ยูกิร้องตะโกนทักท้วงทว่าก็ไม่ทัน เพราะสาวใช้วิ่งแจ้นออกจากห้องไปอย่างว่องไว ทั้งที่เมื่อกี้ยังดูเงียบหงิม อ้อมแอ้มตอบคำถามเธอไม่เต็มเสียงอยู่เลย
แต่เดี๋ยวนะ ... ถ้าบอกว่าไปเรียนนายใหญ่ งั้นคนที่จะเข้ามาก็ต้องเป็นนายปกรณ์อะไรนั่นสิ!
ไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์คันหรูก็แล่นเข้ามาจอดในซอยซอยหนึ่งของย่านชุมชน คิ้วเรียวเลิกขึ้น สีหน้าแปลกใจเมื่อพบว่าจุดที่สามีพาเธอมานั้นใกล้กับมหาวิทยาลัยเก่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวคฤหาสน์ของตระกูลอนุรักษานั่นเอง"นี่มันแถวมอที่กิเคยเรียนนี่คะ""ครับ พอดีพี่เสิร์จเจอร้านขนมร้านหนึ่ง คิดว่ากิน่าจะชอบ"อาร์มให้เหตุผลที่พาเธอมาข้างนอกโดยปราศจากลูกน้องแล้วลอบอมยิ้ม คว้ามือเรียวมาเกาะกุมก่อนจับจูงให้เธอเดินตามเข้าไปในคาเฟ่ที่ตั้งใจพาเธอมาเยี่ยมชมยูกิก้าวตามเข้าไปด้านในอย่างไม่เรื่องมาก และทันทีที่มองเห็นการตกแต่งด้านในของร้านดังกล่าว ดวงตาก็เบิกกว้างลุกวาว หันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความตื่นตะลึง"สวยจัง"ถึงผนังของตัวร้านจะเป็นเพียงสีขาวครีมเรียบ ๆ ทว่าการตกแต่งไม่ว่าจะเป็นภาพวาดสีน้ำ ภาพถ่ายแนววินเทจ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ล้วนจัดวางและคลุมโทนสีกันได้อย่างกลมกลืนลงตัวอีกทั้งยังมีความเขียวขจีของต้นไม้ซึ่งจัดวาง แบ่งเป็นโซนสวนรับลมธรรมชาติบริเวณด้านข้างของตัวร้านนั้นให้ความรู้สึกเหมือนที่นี่คือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่น เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของขนมหวานยูกิถลาเข้ามายืนเกาะตู้กระจก โน้มใบหน้าลงไปใกล้
ต้นไม้ส่งก้อนซาลาเปาให้ภรรยาที่เดินเข้ามาขออุ้มบ้างแล้วหันมาพยักหน้าเห็นด้วย คำบางคำสะกิดให้หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต ตอนที่เคยถูกพี่ชายปั่นหัวและยุแหย่ภรรยาให้หาสามีใหม่ พลันความแค้นพุ่งขึ้นมาจุกอก"นั่นดิเฮีย! จะขึ้นทำไมเนี้ย เป็นหุ้นเหรอ? ฮ่า ๆ" ต้นไม้ตะโกนถามแล้วลอยหน้าลอยตาใส่อย่างย่ามใจ"ไอ้ไม้!"บดินทร์ตวาดเสียงกร้าว ใบหูแดงระเรื่อขึ้นที่ถูกล้อเลียน ยิ่งเห็นอีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาใส่ ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดก็ขาดผึง ตวัดปลายเท้าเข้าใส่ช่วงสีข้างของน้องชายเต็มแรง "โอ๊ย! เฮีย! นี่เอาจริงเหรอ""ก็เออสิวะ"ครั้งเดียวคงไม่พอ บดินทร์จึงตวัดปลายเท้าใส่อีกรอบ หากแต่ครั้งนี้ต้นไม้ว่องไวกว่า เบี่ยงหลบพร้อมลากเข้าคนข้าง ๆ มาเป็นกำแพงมนุษย์ ส่งผลให้ลูกเตะนั้นลอยเข้าไปปะทะกับลำตัวของเจ้าของบ้านแทน"ไอ้ดิน! มึงเตะกูทำไม!"อาร์มโวยวายดังลั่นพลางลูบคลำบั้นเอวป้อย ๆ ถึงอีกฝ่ายจะผ่อนแรงลงไปหลายส่วนเมื่อเห็นว่าคนที่โดนเป็นเขา แต่แรงกระแทกก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้อยู่ดี"มึงเสือกเข้ามาขวางทำไมล่ะ" บดินทร์เถียงหน้าตายก่อนจะชี้ไปยังตัวต้นเหตุตัวจริง "ถ้ามึงจะเตะคืน มึงก็เตะมัน""กูจะเตะทั้งมันทั้งมึงเนี
@สองปีต่อมา"ไง~ เจ้าซาลาเปาของน้า ฮึ้ยยย จ้ำม้ำจริงโว้ยย"ต้นไม้โฉบเข้ามาแย่งร่างอ้วนกลมของสโนว์ หลานสาวตัวน้อยจากพี่สาวต่างสายเลือดมาอุ้มไว้แนบอก ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปฟัดพุงขาว ๆ ด้วยความมันเขี้ยวเรียกเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากให้ดังลั่นไปทั่วห้องนั่งเล่นความนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งและความน่ารักน่าชังยามส่งเสียงอ้อแอ้ของหลานสาววัยขวบเศษที่กำลังอยู่ในช่วงช่างพูดช่างเจรจาทำเอาต้นไม้ติดอกติดใจจนต้องแวะเวียนมาหาทุกอาทิตย์อาร์มพ่นลมหายใจแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิด ตั้งท่าจะเข้าไปแย่งเอาตัวลูกสาวสุดรักกลับคืน ทว่าอีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินหนีไปอีกทางโดยใช้โซฟาที่มีเหล่าสาว ๆ นั่งทานของว่างอยู่เป็นโล่กำบัง"อย่างกดีวะเฮีย มีลูกน่ารักก็แบ่ง ๆ กันเลี้ยง""มึงอยากมี ก็ไปทำของตัวเองสิวะ""ก็ทำแล้วแต่ยังไม่มานี่หว่าา ขอซ้อมเลี้ยงก่อนดิ"ต้นไม้ลอยหน้าลอยตาตอบอย่างยียวน ก่อนจะชูร่างของซาลาเปาขาวผ่องให้ลอยขึ้นสูงเหนือหัวแล้วเขย่าเบา ๆ เรียกเสียงหัวเราะอารมณ์ดีให้ดังขึ้นอีกระลอก พลันมุมปากก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาวาววับเกเรอย่างนึกสนุกเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นผู้มาใหม่อีกสองคนกำลังเดินตรงเข้ามา"เฮีย! มาขอวิธีทำลู
"ครั้งแรกที่เจอ เหตุการณ์มันไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นักครับ แต่สิ่งแรกที่ทำให้ผมสะดุดก็คือดวงตาเป็นประกายคู่นี้ของเธอ"พูดจบอาร์มก็หันไปสบสายตาลึกซึ้ง ดึงมือเล็กมาเกาะกุมแล้วพูดต่อโดยที่สายตายังคงสบประสานกัน"มันทำให้ผมรู้สึกใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอทั้งสดใส ทั้งใจดี เปรียบเสมือนแสงสว่าง แตกต่างจากผมในตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นผมถึงตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นครับ"กรี๊ดดดดดดด~ / ใครไหวไปก่อนเลยค่ะ / โอ๊ยยย ขอยาดมที อิจฉาจนจะเป็นลมแล้วว~เสียงโอดครวญของเหล่าสาว ๆ ที่โดนความละมุนของเจ้าบ่าวทารุณจนใจดวงน้อย ๆ หลอมละลายดังระงมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง"แล้วตอนเจ้าบ่าวเจอมิเชล ใจเต้นแรงบ้างไหมคะ" มิเชลถามติดตลกแล้วแกล้งเก๊กหน้าสวย กะพริบตาออดอ้อนอาร์มทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ชำเลืองมองสีหน้าคาดหวังของเพื่อนสนิทภรรยาแล้วตอบตามความจริง"ใจเต้นครับ....เต้นในอัตราปกติ เพราะถ้าตอบว่าไม่เต้น นั่นคงแปลว่าผมไปคงดาวอังคารแล้ว"สีหน้าตื่นเต้นดีใจกลายเป็นยิ้มค้างในทันทีที่ฟังประโยคหลังจบ มิเชลถอนหายใจพรืด ทำท่ามองค้อนอย่างไม่จริงจังนักแล้วหันไปทวงคำตอบจากเจ้าสาวบ้าง"ไม่คุยกับเจ้าบ่าวแล้วค่ะ
บัตรเชิญนับพันถูกจัดส่งไปให้แขกเหรื่อที่มีหน้ามีตาในสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ติดอันดับท็อป ๆ หรือเหล่าคนในวงการบันเทิงแนวหน้าและด้วยอำนาจกับเม็ดเงินที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ ทำให้ในเวลาเพียงไม่กี่วันทุกอย่างก็ถูกเนรมิตขึ้นมาตามความต้องการอย่างรวดเร็วและครบถ้วน ยิ่งใหญ่อลังการสมการรอคอยเวทีขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยดอกไม้สดพร้อมประดับประดาด้วยระย้าคริสตัลสะท้อนกับแสงไฟส่องประกายระยิบระยับ ในขณะที่จอก็ฉายภาพความประทับใจที่ร่างอรชรของเจ้าสาวในชุดแต่งงานตัวยาวสีขาวบริสุทธิ์สุดหรูสไตล์คลาสสิค ดวงหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางบาง ๆ ทว่ากลับยิ่งส่งให้เธอดูสวยหวาน น่าทะนุถนอม ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูนู้ดคลี่ยิ้มตลอดเวลามือเรียวสอดคล้องเข้ากับท่อนแขนแกร่งยืนเคียงคู่กับเจ้าบ่าวร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ทรงผมถูกเซตให้เข้าทรงรับกับใบหน้าหล่อเหลาซึ่งประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แววตาเปี่ยมด้วยความสุขสมไม่ต่างกันฝ่ามืออุ่นจัดวางทาบลงเหนือสะโพกกลมกลึงขณะที่ปลายจมูกโด่งคอยวนเวียนแต่จะขโมยหอมแก้มเจ้าสาวราวกับอดใจไม่ไหวตลอดการสัมภาษณ์ เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสาวโสดและรอยยิ้มชอบอกชอบใจจากเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ได้เป
จากนั้นภายในห้องพักก็มีเสียงทุ้มคอยชวนคุยอยู่เป็นระยะ ๆ แม้จะไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา ทว่าบทสนทนาที่ไม่สมบูรณ์นี้ กลับทำให้หัวใจสองดวงรู้สึกอบอุ่นและพองโต อิ่มเอมกับความสุขของการรอคอยการพบหน้าอย่างประหลาดใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มไม่จาง ทอดมองสามีที่บัดนี้กำลังจะกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ด้วยสายตาอ่อนโยน หลังนั่งฟังคนขี้เห่อพูดคุยกับหน้าท้องแบนราบของเธอด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขมาร่วมสิบนาทีไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเห่อลูกคนแรกแค่ไหน เพราะขนาดยังไม่ทันคลอด คุณพ่อก็เล่นจัดแจง วางแพลนในอนาคตให้ลูกน้อยเสร็จสรรพจนเธอต้องรีบเบรกว่ารอให้ลูกโตแล้วตัดสินใจด้วยตัวเองดีกว่าไหมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเออออตามน้ำหลังพ่อคุณทำท่ากระเง้ากระงอดใส่อย่างแง่งอนทั้งที่เมื่อกี้ยังยิ้มแย้ม หัวเราะกับหน้าท้องของเธอไปหยก ๆ ความไบโพลาร์ของคุณพ่อทำเอาเธอตามอารมณ์ไม่ทัน ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆตกลงคนที่ฮอร์โมนสวิงควรเป็นเธอหรือเปล่า ไหงกลายเป็นคนท้องที่ต้องมานั่งเอาอกเอาใจเขาแทนละเนี้ย?"ที่รักครับ ถ้าคนแรกเป็นผู้หญิง คนต่อไปพี่ขอผู้ชายนะ""กิจะเลือกได้ยังไงละคะ พี่ต้องไปบอกคนทำนู้นน~ ""งั้นพี่คงต้องทำไปเรื่อย จนกว่าจะได้ลูกชายสัก






![ลูกหมาของมาเฟีย [ราฟาเอล×ซีลีน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
