Mag-log inใจแกร่งพาลเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงสวบสาบของเสื้อผ้าที่ดังอยู่ด้านหลัง ข่มใจให้ยืนนิ่งอยู่ไม่กี่นาทีทุกอย่างก็เสร็จสิ้น
"เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"
"เสร็จแล้วก็ออกไป"
"เจ้าค่ะ"
รอจนสาวใช้หอบเอาอุปกรณ์ต่าง ๆ เดินออกจากห้องไปแล้ว อาร์มจึงค่อยหย่อนสะโพกลงนั่งที่ข้างเตียง กายแกร่งเอนตัวลงนอนเคียงข้างแล้วสอดแขนเข้าใต้ร่างนุ่ม จากนั้นจึงค่อย ๆ รั้งให้เธอพลิกขึ้นมาซบอยู่บนแผงอกอย่างระมัดระวัง
ความเย้ายวนตามธรรมชาติดึงดูดให้อาร์มค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ ริมฝีปากหนาหยักยกยิ้มน้อย ๆ ขณะกดปลายจมูกโด่งลงบนเรือนผมเงางามแล้วสูดเอากลิ่นกายหอมละมุนเข้าปอดฟอดใหญ่
หอมชะมัด~
อาร์มคิดในใจพลางกดใบหน้าให้จมหายเข้าไปในกลุ่มผมมากขึ้น เพียงแค่ได้ใกล้ชิดกับคนที่ปรารถนา กายแกร่งก็สั่นสะท้านและเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างง่ายดาย
เมื่อได้คืบก็คิดจะเอาศอกตามวิสัยเดิม ปลายจมูกโด่งเลื่อนลงมากดฝังเข้าที่พวงแก้มแดงระเรื่ออีกหลายหน ก่อนจะลากลงไปคลอเคลียตามซอกคอขาวผุด พร้อมกับมือไม้ที่เคยวางอยู่ข้างลำตัวก็เริ่มเลื้อยเข้าไปสำรวจผิวกายใต้เสื้อเชิ้ตตัวบาง
"ฮืมมม"
อาร์มร้องคำรามเบา ๆ ด้วยความรู้สึกดี ความสุขสมที่ได้รับจากการสัมผัสทำเอาใจร่ำร้อง กลางกายประท้วงขอปลดปล่อย
แต่ถึงเขานึกอยากทำจะอะไรที่มากกว่านี้ เขาก็ไม่ชอบเอาเปรียบใครทั้งที่ยังไร้สติ ปากร้อนจึงทำแค่ขบเม้มไปตามเนื้ออ่อนของลำคอระหงจนขึ้นรอยจ้ำช้ำรักเพื่อตีตราจอง ก่อนจะกัดฟันผละออกห่าง
อาร์มหอบหายใจหนัก ๆ ทอดมองใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเนื่องจากฤทธิ์ยากำลังถูกขับออกแล้วแววตาก็อ่อนลงไปหลายส่วน
เขายกมือขึ้นกดซับตามกรอบหน้าให้เธออย่างทะนุถนอม พลันแววตาก็วาวโรจน์ปรากฏร่องรอยของความขุ่นเคืองขึ้นเมื่อเผลอนึกถึงต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
"ฮึ! ทำอะไรไม่เคยระวังตัวเลยสินะ"
อาร์มเอ็ดเสียงเข้ม จ้องคนที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วใช้ปลายนิ้วสากปัดเอาปอยผมที่ปรกหน้าผากออกให้พ้นทางก่อนจะเคาะเบา ๆ เป็นการลงโทษ
ปกติของงานสังสรรค์ต้องมีการดื่มนั้นเข้าใจได้ แต่เธอก็ควรจะแยกแยะและรู้จักการคบคนบ้าง หากครั้งนี้เขาไม่ตัดสินใจตามออกไปดู หมาคงได้คาบคนของเขาไปแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด!
แรงกอดรัดเพิ่มมากขึ้นตามแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนขมวดคิ้วแน่น แล้วขยับยุกยิกด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว
"อื้ออ"
เสียงครางแผ่วเบาดึงให้อาร์มหลุดออกจากห้วงของความคิด หลุบตาลง มองสีหน้าอึดอัดของนางแบบสาวแล้วรีบคลายวงแขนลงทันควันด้วยเกรงว่าจะทำให้เธอตื่นก่อนเวลา
ก้อกก้อกก้อก
"ขออนุญาตครับ"
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นเป็นปมยุ่งเหยิงทันทีหลังได้ยินเสียงเคาะประตูก่อนจะตามด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิท เพราะการรบกวนในเวลานี้นั่นแปลว่าอีกฝ่ายมีเรื่องด่วนที่ต้องรายงาน
มือหนาดันร่างอ้อนแอ้นให้ขยับลงไปนอนหนุนบนหมอนใบโตแทน กระเถิบกายถอยลงจากเตียงอย่างไร้ซุ่มเสียงแล้วจัดการดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้เธอจนถึงปลายคาง ตรวจเช็กจนแน่ใจแล้วว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีจึงค่อยส่งเสียงตอบรับ
"เข้ามา"
สิ้นเสียงอนุญาต ลีโอก็ผลักบานประตูให้เปิดกว้างแล้วรีบก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า มือหนายื่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เจ้านายหนุ่ม ก่อนถอยออกมายืนรอรับคำสั่ง
"น่าจะเกิดขึ้นราว ๆ สามทุ่มครับ"
ลีโอรายงานเสริมแล้วก้มหน้านิ่งเพื่อเตรียมตัวรอรับแรงกระแทกจากอารมณ์ที่กำลังจะโหมกระพือในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า และก็เป็นดังคาด
"แม่งเอ้ย!"
อาร์มสบถคำหยาบคายออกมาอีกยาวเหยียดหลังได้เห็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ แววตาเป็นกังวลเหลือบมองใบหน้าสะสวยของคนที่ยังคงหลับใหลเพียงนิด ก่อนจะหันกลับมาสั่งการลูกน้องคนสนิทเสียงเข้ม
"อย่าเพิ่งให้เธอเห็นมัน!"
ไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์คันหรูก็แล่นเข้ามาจอดในซอยซอยหนึ่งของย่านชุมชน คิ้วเรียวเลิกขึ้น สีหน้าแปลกใจเมื่อพบว่าจุดที่สามีพาเธอมานั้นใกล้กับมหาวิทยาลัยเก่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวคฤหาสน์ของตระกูลอนุรักษานั่นเอง"นี่มันแถวมอที่กิเคยเรียนนี่คะ""ครับ พอดีพี่เสิร์จเจอร้านขนมร้านหนึ่ง คิดว่ากิน่าจะชอบ"อาร์มให้เหตุผลที่พาเธอมาข้างนอกโดยปราศจากลูกน้องแล้วลอบอมยิ้ม คว้ามือเรียวมาเกาะกุมก่อนจับจูงให้เธอเดินตามเข้าไปในคาเฟ่ที่ตั้งใจพาเธอมาเยี่ยมชมยูกิก้าวตามเข้าไปด้านในอย่างไม่เรื่องมาก และทันทีที่มองเห็นการตกแต่งด้านในของร้านดังกล่าว ดวงตาก็เบิกกว้างลุกวาว หันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความตื่นตะลึง"สวยจัง"ถึงผนังของตัวร้านจะเป็นเพียงสีขาวครีมเรียบ ๆ ทว่าการตกแต่งไม่ว่าจะเป็นภาพวาดสีน้ำ ภาพถ่ายแนววินเทจ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ล้วนจัดวางและคลุมโทนสีกันได้อย่างกลมกลืนลงตัวอีกทั้งยังมีความเขียวขจีของต้นไม้ซึ่งจัดวาง แบ่งเป็นโซนสวนรับลมธรรมชาติบริเวณด้านข้างของตัวร้านนั้นให้ความรู้สึกเหมือนที่นี่คือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่น เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของขนมหวานยูกิถลาเข้ามายืนเกาะตู้กระจก โน้มใบหน้าลงไปใกล้
ต้นไม้ส่งก้อนซาลาเปาให้ภรรยาที่เดินเข้ามาขออุ้มบ้างแล้วหันมาพยักหน้าเห็นด้วย คำบางคำสะกิดให้หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต ตอนที่เคยถูกพี่ชายปั่นหัวและยุแหย่ภรรยาให้หาสามีใหม่ พลันความแค้นพุ่งขึ้นมาจุกอก"นั่นดิเฮีย! จะขึ้นทำไมเนี้ย เป็นหุ้นเหรอ? ฮ่า ๆ" ต้นไม้ตะโกนถามแล้วลอยหน้าลอยตาใส่อย่างย่ามใจ"ไอ้ไม้!"บดินทร์ตวาดเสียงกร้าว ใบหูแดงระเรื่อขึ้นที่ถูกล้อเลียน ยิ่งเห็นอีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาใส่ ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดก็ขาดผึง ตวัดปลายเท้าเข้าใส่ช่วงสีข้างของน้องชายเต็มแรง "โอ๊ย! เฮีย! นี่เอาจริงเหรอ""ก็เออสิวะ"ครั้งเดียวคงไม่พอ บดินทร์จึงตวัดปลายเท้าใส่อีกรอบ หากแต่ครั้งนี้ต้นไม้ว่องไวกว่า เบี่ยงหลบพร้อมลากเข้าคนข้าง ๆ มาเป็นกำแพงมนุษย์ ส่งผลให้ลูกเตะนั้นลอยเข้าไปปะทะกับลำตัวของเจ้าของบ้านแทน"ไอ้ดิน! มึงเตะกูทำไม!"อาร์มโวยวายดังลั่นพลางลูบคลำบั้นเอวป้อย ๆ ถึงอีกฝ่ายจะผ่อนแรงลงไปหลายส่วนเมื่อเห็นว่าคนที่โดนเป็นเขา แต่แรงกระแทกก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้อยู่ดี"มึงเสือกเข้ามาขวางทำไมล่ะ" บดินทร์เถียงหน้าตายก่อนจะชี้ไปยังตัวต้นเหตุตัวจริง "ถ้ามึงจะเตะคืน มึงก็เตะมัน""กูจะเตะทั้งมันทั้งมึงเนี
@สองปีต่อมา"ไง~ เจ้าซาลาเปาของน้า ฮึ้ยยย จ้ำม้ำจริงโว้ยย"ต้นไม้โฉบเข้ามาแย่งร่างอ้วนกลมของสโนว์ หลานสาวตัวน้อยจากพี่สาวต่างสายเลือดมาอุ้มไว้แนบอก ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปฟัดพุงขาว ๆ ด้วยความมันเขี้ยวเรียกเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากให้ดังลั่นไปทั่วห้องนั่งเล่นความนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งและความน่ารักน่าชังยามส่งเสียงอ้อแอ้ของหลานสาววัยขวบเศษที่กำลังอยู่ในช่วงช่างพูดช่างเจรจาทำเอาต้นไม้ติดอกติดใจจนต้องแวะเวียนมาหาทุกอาทิตย์อาร์มพ่นลมหายใจแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิด ตั้งท่าจะเข้าไปแย่งเอาตัวลูกสาวสุดรักกลับคืน ทว่าอีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินหนีไปอีกทางโดยใช้โซฟาที่มีเหล่าสาว ๆ นั่งทานของว่างอยู่เป็นโล่กำบัง"อย่างกดีวะเฮีย มีลูกน่ารักก็แบ่ง ๆ กันเลี้ยง""มึงอยากมี ก็ไปทำของตัวเองสิวะ""ก็ทำแล้วแต่ยังไม่มานี่หว่าา ขอซ้อมเลี้ยงก่อนดิ"ต้นไม้ลอยหน้าลอยตาตอบอย่างยียวน ก่อนจะชูร่างของซาลาเปาขาวผ่องให้ลอยขึ้นสูงเหนือหัวแล้วเขย่าเบา ๆ เรียกเสียงหัวเราะอารมณ์ดีให้ดังขึ้นอีกระลอก พลันมุมปากก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาวาววับเกเรอย่างนึกสนุกเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นผู้มาใหม่อีกสองคนกำลังเดินตรงเข้ามา"เฮีย! มาขอวิธีทำลู
"ครั้งแรกที่เจอ เหตุการณ์มันไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นักครับ แต่สิ่งแรกที่ทำให้ผมสะดุดก็คือดวงตาเป็นประกายคู่นี้ของเธอ"พูดจบอาร์มก็หันไปสบสายตาลึกซึ้ง ดึงมือเล็กมาเกาะกุมแล้วพูดต่อโดยที่สายตายังคงสบประสานกัน"มันทำให้ผมรู้สึกใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอทั้งสดใส ทั้งใจดี เปรียบเสมือนแสงสว่าง แตกต่างจากผมในตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นผมถึงตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นครับ"กรี๊ดดดดดดด~ / ใครไหวไปก่อนเลยค่ะ / โอ๊ยยย ขอยาดมที อิจฉาจนจะเป็นลมแล้วว~เสียงโอดครวญของเหล่าสาว ๆ ที่โดนความละมุนของเจ้าบ่าวทารุณจนใจดวงน้อย ๆ หลอมละลายดังระงมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง"แล้วตอนเจ้าบ่าวเจอมิเชล ใจเต้นแรงบ้างไหมคะ" มิเชลถามติดตลกแล้วแกล้งเก๊กหน้าสวย กะพริบตาออดอ้อนอาร์มทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ชำเลืองมองสีหน้าคาดหวังของเพื่อนสนิทภรรยาแล้วตอบตามความจริง"ใจเต้นครับ....เต้นในอัตราปกติ เพราะถ้าตอบว่าไม่เต้น นั่นคงแปลว่าผมไปคงดาวอังคารแล้ว"สีหน้าตื่นเต้นดีใจกลายเป็นยิ้มค้างในทันทีที่ฟังประโยคหลังจบ มิเชลถอนหายใจพรืด ทำท่ามองค้อนอย่างไม่จริงจังนักแล้วหันไปทวงคำตอบจากเจ้าสาวบ้าง"ไม่คุยกับเจ้าบ่าวแล้วค่ะ
บัตรเชิญนับพันถูกจัดส่งไปให้แขกเหรื่อที่มีหน้ามีตาในสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ติดอันดับท็อป ๆ หรือเหล่าคนในวงการบันเทิงแนวหน้าและด้วยอำนาจกับเม็ดเงินที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ ทำให้ในเวลาเพียงไม่กี่วันทุกอย่างก็ถูกเนรมิตขึ้นมาตามความต้องการอย่างรวดเร็วและครบถ้วน ยิ่งใหญ่อลังการสมการรอคอยเวทีขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยดอกไม้สดพร้อมประดับประดาด้วยระย้าคริสตัลสะท้อนกับแสงไฟส่องประกายระยิบระยับ ในขณะที่จอก็ฉายภาพความประทับใจที่ร่างอรชรของเจ้าสาวในชุดแต่งงานตัวยาวสีขาวบริสุทธิ์สุดหรูสไตล์คลาสสิค ดวงหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางบาง ๆ ทว่ากลับยิ่งส่งให้เธอดูสวยหวาน น่าทะนุถนอม ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูนู้ดคลี่ยิ้มตลอดเวลามือเรียวสอดคล้องเข้ากับท่อนแขนแกร่งยืนเคียงคู่กับเจ้าบ่าวร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ทรงผมถูกเซตให้เข้าทรงรับกับใบหน้าหล่อเหลาซึ่งประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แววตาเปี่ยมด้วยความสุขสมไม่ต่างกันฝ่ามืออุ่นจัดวางทาบลงเหนือสะโพกกลมกลึงขณะที่ปลายจมูกโด่งคอยวนเวียนแต่จะขโมยหอมแก้มเจ้าสาวราวกับอดใจไม่ไหวตลอดการสัมภาษณ์ เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสาวโสดและรอยยิ้มชอบอกชอบใจจากเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ได้เป
จากนั้นภายในห้องพักก็มีเสียงทุ้มคอยชวนคุยอยู่เป็นระยะ ๆ แม้จะไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา ทว่าบทสนทนาที่ไม่สมบูรณ์นี้ กลับทำให้หัวใจสองดวงรู้สึกอบอุ่นและพองโต อิ่มเอมกับความสุขของการรอคอยการพบหน้าอย่างประหลาดใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มไม่จาง ทอดมองสามีที่บัดนี้กำลังจะกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ด้วยสายตาอ่อนโยน หลังนั่งฟังคนขี้เห่อพูดคุยกับหน้าท้องแบนราบของเธอด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขมาร่วมสิบนาทีไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเห่อลูกคนแรกแค่ไหน เพราะขนาดยังไม่ทันคลอด คุณพ่อก็เล่นจัดแจง วางแพลนในอนาคตให้ลูกน้อยเสร็จสรรพจนเธอต้องรีบเบรกว่ารอให้ลูกโตแล้วตัดสินใจด้วยตัวเองดีกว่าไหมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเออออตามน้ำหลังพ่อคุณทำท่ากระเง้ากระงอดใส่อย่างแง่งอนทั้งที่เมื่อกี้ยังยิ้มแย้ม หัวเราะกับหน้าท้องของเธอไปหยก ๆ ความไบโพลาร์ของคุณพ่อทำเอาเธอตามอารมณ์ไม่ทัน ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆตกลงคนที่ฮอร์โมนสวิงควรเป็นเธอหรือเปล่า ไหงกลายเป็นคนท้องที่ต้องมานั่งเอาอกเอาใจเขาแทนละเนี้ย?"ที่รักครับ ถ้าคนแรกเป็นผู้หญิง คนต่อไปพี่ขอผู้ชายนะ""กิจะเลือกได้ยังไงละคะ พี่ต้องไปบอกคนทำนู้นน~ ""งั้นพี่คงต้องทำไปเรื่อย จนกว่าจะได้ลูกชายสัก







