Masukสองสัปดาห์ต่อมา
บริเวณลานกว้างใต้ถุนตึกคณะบริหาร เด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าคณะ คะน้าหญิงสาวตัวเล็กสวมใส่แว่นตาบดบังใบหน้าสวยกำลังชะเง้อคอมองหาใครบางคนอยู่ กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งกรู่มาทางนี้ด้วยความเร็วพอเห็นดังนั้นคะน้าจึงเอ่ยเรียก
“อีเลี้ยว ไฟเลี้ยวทางนี้” ไฟเลี้ยวรีบวิ่งกรู่เข้ามาพร้อมกับเมญ่าหรือเมธีเพื่อนชายใจเป็นหญิงของเธอจากนั้นก็เอ่ยบอก
“มึงรีบไปลงทะเบียนเลย “
“เออ” ไฟเลี้ยวพยักหน้าสองสามครั้งแล้วเรียกเพื่อนสาว
“ป่ะ อีเมธี”
“อีเลี้ยว ตบปากมึงเดี๋ยวนี้ กูชื่อเมญ่าค่ะ มองปากกูนะเมญ่าค่ะ”
“5555” ไฟเลี้ยวกับคะน้าหัวเราะเสียงดัง
ทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่อนุบาล ซึ่งสนิทกันมาก พอเรียนจบด้วยความที่สนิทกันมากเลยไม่แยกแยะหรือหาเพื่อนใหม่ เลยตกลงกันว่าไปไหนไปกันเข้ามหาลัยก็เข้าที่เดียวกันแล้วก็โชคดีที่ทั้งสามสอบติดคณะเดียวกันทั้งหมด ถึงได้มายื่นหัวเราะด้วยกันอยู่ด้านหน้าตึกคณะอย่างตอนนี้
พอคุยกันหัวเราะพอหอมปากหอมคอ ก็รีบพากันไปลงชื่อการเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง พอลงชื่อและรับป้ายชื่อเสร็จก็พากันออกมานั่งรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่นั่งต่อแถวกันอยู่ ซึ่งไม่นานก็มีพี่ ๆ สันทนาออกมาชี้แจงเรื่องการรับน้องตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้ โดนมีรุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งเดินออกมาด้านหน้าแล้วเอ่ยบอกข้อปฏิบัติระหว่างรับน้องและระหว่างอยู่ในมหาลัย
สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน พี่ชื่อน้ำตาลนะคะ วันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะพี่จะมาบอกข้อบังคับช่วงเวลาในการรับน้องของคณะเราค่ะ กฎของเราคือมาก่อนเป็นพี่มาหลังเป็นน้องรุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่ และจะมีกิจกรรมร้องเพลงเชียร์และเพลงมาร์ชประจำมหาวิทยาลัย และจะมีกับจับฉลากหาพี่รหัสลุงรหัส ปู่และย่า รหัสนะคะ
โดยในฉลากจะมีคำใบ้อยู่ค่ะและให้น้อง ๆ ไปตามหา แต่ต้องตามหาให้เจอก่อนที่เราจะจบการรับน้องนะคะ เอาละคะวันนี้พี่รบกวนรุ่นน้องแค่นี้ค่ะ เดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนนะคะ เดี๋ยวอีก 2 วันเจอกันที่เดิมเวลาห้าโมงเย็นนะคะ สำหรับวันนี้ขอบคุณค่ะ อ่อ..อย่าทำป้ายชื่อหายนะคะถ้าไม่อยากโดนทำโทษพี่น้ำตาลบอกยิ้ม ๆ รุ่นพี่คนสวยพูดจบเหล่านักศึกษาปีหนึ่งก็ยิ้มออกมา เพราะได้เลิกสักทีหลังจากนั่งหน้าบึ้งกันอยู่นาน
“พวกมึงจะไปไหนต่อ” เมญ่าเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง
“กูว่าจะไปหาอะไรกินแล้วค่อยกลับ” และใช่เธอหิวจนไส้จะกิ่ว
“ร้านป้าข้างมอไหมไม่อยากไปไกล” คะน้าเอ่ยชักชวน
“ดีล”
“มึงอ่ะจะไปไหม”
“ไป”
พอตกลงกันเสร็จก็พากันเดินออกไปร้านข้างมหาลัย ไม่นานก็มาถึงจากนั้นไม่รอช้าพวกเธอพากันนั่งด้านหน้าร้าน จากนั้นก็เปิดเมนูทั้งสามเงยหน้าขึ้นมองกันดั่งรู้ใจแล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ส้มตำจะเยียวยาทุกสิ่ง ^^”
จากนั้นก็เริ่มสั่งไฟเลี้ยวเรียกพนักงานเสิร์ฟ
พี่ค่ะหนูเอาส้มตำปูปลาร้า ไก่ย่าง หมูน้ำตก คอหมูย่าง ตับหวาน ซุปหน่อไม้ ข้าวเหนียวสามกระติ๊บค่ะ >,<
“สั่ง อย่างกะแร้งลง”
“หรือมึงไม่หิว อีเมธี!” ไฟเลี้ยวถามเพื่อนสาวของเธอ
“หิว แต่แดกให้หมดแล้วกัน”
“หมดค่าาาาา”
ไฟเลี้ยวและคะน้าประสานเสียงกัน มีครั้งไหนบ้างที่พวกเธอกินกันไม่หมด เพราะทุกครั้งที่สั่งก็เยอะแบบนี้ แต่ครั้งนี้อาจจะเยอะกว่านิดหน่อย ก็คนมันหิวอ่ะจะให้ทำไง
อีกฝั่งด้านในของร้าน ชายหนุ่มทั้งสี่ที่นั่งกินข้าวกันอยู่เอ่ยขึ้น
“ผู้หญิงเดี๋ยวนี้กินเก่งจังวะ”
ชายหนุ่มพูดกันขณะยังไม่ได้มองมายังสาวๆ ที่นั่งอยู่ด้านหน้าเพราะสองสาวหันหลังให้ จะมีแค่เมธีคนเดียวที่หันหน้าไปทางพวกเขาจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง จนกินเสร็จก็เตรียมตัวเดินออกจากร้านขณะเดินมาถึงด้านหน้าที่โต๊ะของพวกเธออยู่เมธีเอ่ยขึ้น
“ไฟเลี้ยวมึงจะกลับไปรีวิวสินค้าอีกเหรอ”
ใช่ก่อนหน้านี้เธอรับรีวิวสินค้าผ่านแอพตต.อยู่บ่อย ๆ ซึ่งรายได้ที่ได้รับก็เยอะพอสมควร แต่หยุดไปพักหนึ่งเพราะเธอตั้งสอบเข้ามหาลัย เลยไม่มีเวลาที่จะทำงานเลยคิดว่าจะกลับมาทำหลังจากเลิกเรียน
คำว่าไฟเลี้ยวทำให้ร่างสูงของแบดซ์จากที่เดินผ่านไปแล้วสักพักชวนให้หยุดยืนนิ่งจนเสือเอ่ยถาม
“มึงหยุดทำไม”
เขาไม่ตอบแต่กลับหันหลังไปมองเป็นเวลาเดียวกันกับที่เธอคนนั้นก้มเก็บของที่พื้น ทำให้ไม่ทันได้เห็นหน้าเลยหันกลับมา แล้วเอ่ยตอบเพื่อนของเขา
“ป่าว”
แล้วพากันเดินออกไป แยกย้ายกันขึ้นรถแล้วขับออกไป ในใจได้แต่คิดจะใช่เธอไหมหรือแค่ชื่อคล้ายกัน แต่ในใจก็ตบตีกันคิดว่าน่าจะไม่ใช่เพราะคงไม่บังเอิญขนาดนี้ เพราะไปหาถึงที่ยังไม่เจอเลย คิดได้ดังนั้นก็เลิกคิดตั้งหน้าตั้งตาขับรถกลับเพ้นท์เฮ้าส์
ทางด้านหญิงสาว หลังจากกินกันเสร็จก็พากันกลับหอพักซึ่งหอพักพวกเธอเป็นหอพักรวม มีขนาดกลางไม่เล็กและก็ไม่ใหญ่มาก เหตุผลที่มาอยู่อพาร์ทเม้นท์แทนที่จะอยู่หอใน เพราะจะได้อยู่กับเพื่อนซึ่งหอในเมธีไม่สามารถเข้าไปอยู่ด้วย เลยขออนุญาตพ่อแม่มาอยู่กับเพื่อน ๆ แทน ถึงแม้จะอยู่คนละห้องก็ตามแต่อย่างน้อยก็อยู่ใกล้กัน
หลังจากที่เดินทางมาถึงที่พักทั้งสามก็แยกย้ายห้องใครห้องมัน พอเธอเข้ามาถึงในห้องก็รีบเปิดเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากข้างนอกร้อนมากกว่าจะเดินมาถึงที่พัก จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั้นตรงโซฟายาวตัวเล็กที่สามารถนั่งได้เพียงสองคนเท่านั้น
จากนั้นก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า จากนั้นก็หลับตาลงค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมานอนยังโซฟาสักพักก็เคลิ้มหลับไป เพราะเหนื่อยล้าจากการเรียนมาทั้งวัน หลังจากหลับไปได้สักพักก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเปิดโทรศัพท์ดูเวลา ก็ปรากฏว่าเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ แล้วแล้วพึมพำกับตัวเอง
“เผลอหลับไปตอนไหนนะ”
จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน และตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำแล้วตรงไปยังตู้เสื้อผ้า แล้วเลือกชุดนอนสายเดี่ยวเนื้อผ้าซาตินเนื้อพริ้วมาสวมใส่ จากนั้นก็มาเตรียมหนังสือรายวิชาที่ต้องเรียนในเช้าของวันรุ่งขึ้น
พอเตรียมเสร็จร่างเล็กก็เดินตรงมายังเตียงนอน พอถึงเตียงร่างเล็กก็เอนตัวลงนอนขยับมือเลื่อนไปจับโทรศัพท์ เข้าแอพสีชมพูตามแบบฉบับสาวโซเชียล เสร็จแล้วก็วางโทรศัพท์ไว้ด้านข้างหัวเตียงแล้วเดินไปปิดไฟมาล้มตัวลงนอน สักพักก็เข้าสู่ห้วงนิทราจวบจนรุ่งสาง...
บทส่งท้ายสี่เดือนต่อมาการจัดงานที่เล่นใหญ่มาก ๆ คุณหญิงอัมพิกาจัดการเองเกือบทั้งหมดเพื่อลูกสะใภ้และลูกชายแล้วเธอทุ่มงบไม่อั้น ร่างสูงที่อยู่ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตากำลังยืนต้อนรับแขกอยู่กับผู้เป็นพ่อและแม่จวนจะได้เวลาแล้ว เขาอยากเห็นหน้าเจ้าสาวจะแย่เดินวนไปเวียนมาก็แม่เขาน่ะสิบอกว่าก่อนแต่งานห้ามเจอเธอสองวันเลยทำให้เขาต้องแยกจากอกน้อยของว่าที่ภรรยา" มึงจะเดินอีกนานไหม " วาโยถาม" ก็กูตื่นเต้น " " จะตื่นเต้นทำไมเดี๋ยวน้องก็มา " " กูจะรอวันแต่งมึงล่ะกัน " " กุไม่มีทางทำแบบมึงแน่ " วาโยพูดพร้อมไหวไหล่กวน ๆทางด้านไฟฉายที่ขึ้นไปรับน้องสาวลงมา เขาเคาะประตูห้องพักที่ทางโรงแรมจัดให้เบา ๆ ก่อนประตูจะเปิดออกก็อก ก็อก ก็อก " สงสัยพี่ไฟฉายน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวกูไปเปิดประตูก่อน " คะน้าที่ได้ยินเสียงเคาะประตูก็รีบเปิดออกมา" เสร็จกันรึยัง " " เสร็จแล้วค่ะ " ว่าจบก็หลีกทางให้ร่างสูงของไฟฉายเดินเข้ามาในห้องเขามองน้องสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของบ้านอยู่นานก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครื่อง" นะ น้องสาวพี่สวยจัง " " ไฟฉายอย่าร้องนะ " ไฟเลี้ยวทำท่าจะร้องตามพี่ชายจนเขาต้องเอ่ยห้าม" อย่าร้องนะเดี๋ยว
ส่งท้าย4ปีต่อมาหลังจากที่แบดซ์เรียนจบเขาก็เข้ามาทำงานก้บผู้เป็นพ่อเขาเริ่มไต่เต้าตั้งแต่พนักงานต้องรับผู้เป็นพ่อห้ามก็ไม่ฟังเขาบอกกับผู้เป็นพ่อว่าอยากให้ทุกคนยอมรับในตัวของเขาไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกชายของเจ้าสัวกฤษดิ์ จนเขาเป็นที่ยอมรับของพนักงานทุกคน ตอนนี้เขาขึ้นแท่นเป็นรองประทานบริษัทแล้ว และวันนี้เขาเคลียร์ทุกอย่างเพื่อที่จะไปถ่ายรูปรับปริญญาของคนตัวเล็กเขาเอ่ยบอกกับเดย์คนสนิทที่เป็นทั้งมือขวาและเลขาของเขา" วันนี้กูไม่เข้าบริษัทนะ แล้วของที่กูให้มึงเตรียม "" เรียบร้อยแล้วครับ " เขายื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่มาให้ร่างสูงรับไว้แล้วเดินออกจากห้องไป เขารีบมาขับรถมาหาคนตัวเล็กที่หอประชุมของมหาลัย’เขาลงจากรถเดินมาที่สนามหญ้าที่เขาจัดโซนให้บรรดานักศึกษาและญาติ ๆ ร่วมถ่ายรูป เขาใช้สายตากวาดหาคนตัวเล็กไม่นานก็เจอเธอกำลังถ่ายรูปอยู่กับเพื่อน ๆ ในคณะเขาจึงเดินเข้าไปหา บรรดานิสิตนักศึกษาที่เห็นเขาต่างยกมือไหว้ แน่ละไม่มีใครไม่รู้จักเขา เขาเป็นถึงคิงส์บริหารตัวตึงของคณะเชียวนะ เขาเดินไปก็เห็นพวกเพื่อนเขายืนรออยู่แล้วอยู่กันเป็นคู่ ๆ เลยเขาเลิกยักคิ้วให้เพื่อนแล้วเดินไปหาคนตัวเล็ก" ตัวเ
ตลอดไป เท่านั้นแหละไฟเลี้ยวรีบจับผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไว ต้องให้ขู่อี่นี่แปลกคน เมญ่าส่ายหัวเอือย ๆ แล้วหันมามองกน้าคะน้าและสายน้ำจากนั้นก็นำชุดเดรสแบรนด์หรูไปวางตรงที่นอน หลังจากอาบน้ำเสร็จร่างเล็กที่ยังไม่หายง่วงดีก็เดินหลับตามมานั่งที่หน้าตู้กระจก เหตุผลที่เธอนอนดึกก็เพราะหลังจากคุยกับแฟนหนุ่มเสร็จเธอก็อ่านนิยายต่อจนดึกพระนางกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย มันฟินจนวางโทรศัพท์ไม่ลงเลยทำให้เธอนั่งสัพงกอยู่เนี่ยแหละ" อีเลี้ยวมึงนั่งดี ๆ หน่อยได้ไหมเนี่ย "" ก็กูง่วง ขอนอนอีกห้านาทีได้ป่ะ " ว่าแล้วก็จะหยัดตัวลุกแต่ทำได้แค่เพราะคะน้ากดตัวเธอเอาไว" ไม่ได้ อีคะน้าจับหัวมันไว้ สัพงกแบบนี้กูแต่งหน้าไม่ถนัด " ไฟเลี้ยวหลับไปทั้งอย่างงั้นปล่อยให้เพื่อนระเล็งหน้าเธอไป" มันก็หลับของมันได้เนอะกุละเชื่อ " คะน้าเอ่ยพูดพลางถอนหายใจยาวเหยียด" มันคงนอนดึก จับไว้ก่อนใกล้เสร็จล่ะ " ใช้เวลาแต่หน้าสองชั่วโมงกว่าจะเสร็จพอมองดูเวลาก็เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่มากเลยปล่อยให้เพื่อนนอนอีกสักพักเพราะเหลือแค่ทำผมกับเปลี่ยนชุดก็เสร็จแล้ว" เลี้ยว อีเลี้ยว ตื่นได้แล้ว ฟ้าสว่างแล้ว "" อื้ออ " เธอลืมตาตื่นข
ทำใจดีดีเธออยู่ใกล้เขาตลอดแต่เขาไม่เคยรู้เลยห่างกันแค่อยู่คนละตึกเองเธออยู่ตึกเอแต่เขาอยู่ตึกบี" มันน่าน้อยใจจัง "" ไม่น้อยใจนะคะ " เธอเอาหน้าไปถูตรงไหล่แกร่งอย่างออดอ้อน" จุ๊บ~ หายงอนนะคะ " เธอจูบไปตรงบริเวณริมฝีปากหนา เขามองหน้าเธอนิ่ง ๆ " แบบนี้เขาเรียกจูบที่ไหนกันเขาเรียกสะกิดเฉย ๆ ถ้าจูบต้องแบบนี้ " เขาดึงรั้งร่างบางเข้ามาใกล้แล้วประคองท้ายทอยเล็กเอาไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ บรรจงจูบอันแสนหวานล้ำให้กับเธอก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเร้าร้อน" อื้ออออ ~ " เธอหลับตามพริ้มพร้อมเปิดปากต้อนรับลิ้นร้อน เธอคิดถึงรสจูบของเขา เขาละเมียดละไมกับการจูบเธออยู่แบบนั้นสักพักใหญ่ก่อนจะผละริมฝีปากออกแล้วเอ่ยแนบชิดริมฝีปากบางว่า" ไปดูหมาที่ห้องพี่ไหมครับ~ "" แต่ว่าหน้าพี่ก็หมานะคะ ไม่ต้องไปดูถึงห้องหรอก คริคริ "" o.o "" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หนูหยอกค่าาา " หมาที่ไหนจะหล่อขนาดนี้กัน" หึ แล้วอยากโดนโคยหมาไหมครับ " ว่าจบก็ถลกเสื้อนักศึกษาเธอขึ้นแล้วเอื้อมมือไปบีบนมเธอแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ว่าแต่เหมือนนมเธอจะใหญ่ขึ้นเลยนะหรือว่าเขาไม่ได้สัมผัสนานกันนะ" อื้ออ หนูเจ็บนะ " คนใจร้ายนี่บีบมาได้" ก็มันน่าหมั่นเข
ไปดูหมาที่ห้องพี่ไหมครับ > " เฮียมีธุระด่วน ต้องรีบกลับบ้านก่อนนะ "> " ไม่นานหรอก เฮียสัญญา...เฮียจะรีบกลับไปหานะครับคนดี "" … "เขามองโทรศัพท์ที่ซึ่งไร้การตอบรับจากนั้นก็วางโทรศัทพ์ลงแล้วรีบเหยียบคันเร่งรีบกลับบ้านจนไม่ทันได้สังเกตุข้อความที่ส่งไปมันขึ้นว่าส่งไม่สำเร็จ!!!!เพราะสัญญาณตามทางสองข้างทางที่มีป่ารกจึงทำให้สัญญาณไม่เสถียร แบดซ์มองถนนสีหน้าเศร้าหมอง เพียงหวังในใจว่า…คนที่เขารักสุดหัวใจจะรอเขากลับมาง้อเพียงหวังว่าเธอยังจะไม่เลิกรักเขา… แบดซ์ที่หลังจากกลับมาจากไร่เพราะต้องรีบกลับมาเคลียร์งานค้างที่มีปัญหาแถมยังต้องเข้าประชุมโครงการใหญ่ไม่เว้นวันกับผู้เป็นพ่อ ที่จะมีโปรเจคต์ใหญ่เร็ว ๆ นี้ที่ผู้เป็นพ่อมอบหมายให้เขาทำเลยทำให้ไม่มีเวลาที่จะได้ติดต่อกลับหาคนรักดังนั้นเขาจึงคิดว่าต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จแล้วรีบกลับไปหาเธอ แต่ทว่ากว่าจะเคลียร์เสร็จก็กินเวลาไปหลายอาทิตย์ประจบเหมาะกับใกล้ที่จะเปิดภาคเรียนพอดีสองอาทิตย์ต่อมา ภายในรั้วมหาลัยบริเวณสวนหย่อมไฟเลี้ยวที่กำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่ทันได้สังเกตุสิ่งรอบข้างและพึ่งจะรู้ตัวว่ามีคนมาก็ตอนที่มีคนมานั่งอยู่
ส่งไม่สำเร็จ" พี่ฉาย!? " " หูยยยย ซีนรักกลางฝนเชียวนะเธอ!! " พี่ชายลากเสียงยาวพร้อมเปิดไฟฉายมือถือส่อง" ไม่ได้ทำอะไรนะครับ! " แบดซ์รีบลุก " ไม่ได้ทำเลยเหรอ? " " ทำใจครับ ใจเต้นไม่หยุดเลย… " ไฟเลี้ยวเอามือปิดหน้า " หยุดพูดเลยนะเฮีย!! " ไฟฉายยังไม่ยอมลดไฟฉายมือถือลง ซ้ำยังส่องแบบตั้งใจมาก เหมือนจะจับผิดให้ได้ " ไฟเลี้ยว ทำไมหนูหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ~ หรือเพราะอุณหภูมิร่างกายของคนข้างๆ มันสูง? "" พี่ฉาย หยุดเลยนะ! " ไฟเลี้ยวตวาดเสียง แต่อีกฝ่ายยิ่งได้ใจ แบดซ์ที่นั่งอยู่บนฟางยกมือขึ้นป้องไฟฉาย " พี่ฉายครับ แสบตาครับ "ไฟมาได้แสบตาจะแย่แถมไม่ลดไฟลงด้วยนะ" กลัวโดนจับได้ไง! " พี่ชายหัวเราะหึ ๆ แบบไม่ไว้หน้าใคร" คือว่า…ฝนตกแรง แล้วโรงนาไม่มีไฟ เลยแบบ… "" เลยแบบไหนต่อ? " พี่ฉายขมวดคิ้ว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ" เลยแบบ…ต้องนั่งใกล้กัน เพื่อไม่ให้น้องหนาว " แบดซ์ตอบหน้าตายสุด ๆ เขาว่ากันว่าอุณหภูมิในร่างกายจะช่วยให้อุ่นขึ้น" อู้ววว "" พี่ฉาย พอได้แล้วค่ะ! " ไฟเลี้ยวรีบปัดมือพี่ชายที่ยังถือไฟฉายส่องกราดไปรอบโรงนา " โอ้โห~ ไม่พอไม่ได้แล้วมั้ง นี่มันซีนพีคของละครเย็นชัด ๆ! " พี่ชายย
เช้าวันต่อมาร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าดูแอพพลิเคชั่นสีเขียวก็เจอกับข้อความกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขาเป็นจำนวนมากกลุ่ม เซมาซั่มVAYO : Send a pictureVAYO : อย่างแจ่มอ่ะ >”มังกร60 : มึงพลาดแล้ว 5555TIGER : มันกลับมายังเถอะVAYO : กลับแล้วกูเห็นรถมันจอดอยู่TIGER : แล้วทำไมแม่งเงียบว่ะVAYO : ไอ้
ปัจจุบันแบดซ์ยืนเหม่อคิดถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นาน จนไม่รู้เวลาล่วงเลยนานเท่าใดแล้ว หลังจากหลุดจากภวังค์เขาก็เอ่ยขึ้น“ถ้าเธอเจอฉันเธอจะจำฉันได้ไหมนะยัยแก้มป่อง”ด้วยความคิดที่ว่าอยากเจอเธออีกสักครั้ง เลยมีความคิดอยากไปเที่ยวที่นั่นอีกสักหนและหวังว่าจะได้เจอสาวน้อยของเขา คิดได้ดังนั้นจึงเดินเข้าไปใ
" ไงสบายตัวเลยสิมึง " เสือเหย้าแย่แบดซ์ยกยิ้มมุมปากแล้วยกเหล้ากระดกดื่ม นั่งคุยกับเพื่อนสักพักแบดซ์ก็หยัดตัวขึ้นแล้วหันหลังกลับไปทางบันไดจนเสือเอ่ยถาม" นั่นมึงจะไปไหน " แบดซ์ตอบกลับ" กลับ " จนวาโยเอ่ย" จะรีบไปไหนวะ "" ง่วง "แบดซ์ตอบเพียงแค่นั้นแล้วเดินออกจากร้าน ไม่นานร่างสูงก็ขับรถซุปเปอร์คา
- มหาวิทยาลัย KS -ตึกคณะบริหารฯ หลังจบคลาสเรียน นักศึกษาหนุ่มปี 3 ใบหน้าราวฟ้าประทานฉายา 4 หนุ่มจตุรเทพ วาโย เสือ มังกร และเขา 'แบดซ์' หนุ่มหล่อ พ่อรวย เจ้าเล่ห์ เจ้าของสายตาแพรวพราว สาวคนไหนสบตาต่างไม่รอดสักราย 4 หนุ่มเดินออกจากห้องเรียนหลังจบชั่วโมงสุดท้ายของวันแบดซ์ อัศวิน วิริยะพงษ์ไพศาล ใบหน







