Mag-log inเช้าวันต่อมาร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าดูแอพพลิเคชั่นสีเขียวก็เจอกับข้อความกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขาเป็นจำนวนมาก
กลุ่ม เซมาซั่ม
VAYO : Send a picture
VAYO : อย่างแจ่มอ่ะ ><”
มังกร60 : มึงพลาดแล้ว 5555
TIGER : มันกลับมายังเถอะ
VAYO : กลับแล้วกูเห็นรถมันจอดอยู่
TIGER : แล้วทำไมแม่งเงียบว่ะ
VAYO : ไอ้แบดซ์ ไอ้แบดซ์ ไอ้แบดซ์โว๊ย @แบดซ์คนคูล์
VAYO : ไอ้เหี้ยแบดซ์ตายห่าแล้วมั้ง
VAYO : กำลังโทรเข้ากลุ่ม....
ๆๅๅมังกร60 : รับสาย
TIGER : รับสาย
VAYO : พวกมึงอยู่ห้องกันป่ะ ไปดูแม่งดิตายห่าแล้วมั้ง
ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน วาโยรีบกดโทรหาเพื่อน ๆ ของเค้าซึ่งทุกคนรับหมดยกเว้นแต่มัน....
มังกร60 : ไปมาละไม่เปิด
เขาไปดูมาแล้วเคาะห้องแล้ว 2-3 รอบ แม่งไม่เปิดแต่สัมผัสได้จากไอความเย็นผ่านช่องประตู ก็คิดว่าเพื่อนตัวเองน่าจะพักผ่อนอยู่ในห้อง จากนั้นเลยเดินกลับห้องปล่อยให้เพื่อนพักผ่อน
TIGER : มันน่าจะหลับปล่อยมันเถอะ ตื่นมาเดี๋ยวแม่งก็ตอบเอง
ใช่ว่าเขาไม่ห่วงเพื่อน แต่รู้ว่าเพื่อนเดินทางไกลน่าจะพักผ่อนเลยเอ่ยตอบ
VAYO : เออ..ว่าแต่คืนนี้มึงไม่ออกเหรอ วาโยที่นั่งอยู่ในห้องVIPของโซนผับเฮียเวย์เอ่ยถาม
TIGER : ไม่
มังกร60 : เบื่อ
ทั้งสองตอบออกมาพร้อมเพรียงกัน
VAYO : .... พวกมันนี่นะเบื่อเขาคิดในใจ อย่างไอ้มังกรพอเข้าใจได้เพราะมันก็อินโทลเวิร์ตอยู่ แต่ก็จะชอบกินเงียบ ๆ ตามประสาคนนิ่งขรึมแต่จะมีบ้างที่มาร่วมกลุ่มปาร์ตี้ร่วมห้องกับเขา ส่วนไอ้เสือมันไม่ใช่หรือจะมีอะไรที่เขายังไม่รู้กันนะ
VAYO : เออ..แล้วแต่พวกมึงแล้วกัน
หลังจากนั้นทุกคนก็วางสายไป
VAYO/ TIGER/มังกร60 : สิ้นสุดการโทร
เขาไล่อ่านข้อความทั้งหมดจากนั้นก็ตอบกลับ
แบดซ์คนคูล์ : กูยังอยู่ดี เป็นห่าอะไรกัน
พวกมันเป็นห่าอะไรกัน ปกติไม่เคยจะเป็นห่วงพอมาวันนี้เป็นห่วงขนลุกฉิบหาย
ใช่ว่าพวกเขาจะไม่ห่วงกัน แต่ก็ไม่เคยแสดงออกมาแบบนี้เพียงแค่มองตาก็รู้ใจ
TIGER : ไอ้โยมันจะชวนมึงไปติ้วสาว
แบดซ์คนคูล์ : มึงพักบ้างเถอะ ล่อทุกวันจนไข่ดันถลอก
VAYO : พูดเหมือนมึงเคยพัก
แบดซ์คนคูล์ : .... เขาอ่านแต่ไม่ตอบ
จากนั้นเขาก็ลุกไปอาบน้ำชำระร่างกาย เพื่อเตรียมตัวไปมหาลัยซึ่งวันนี้เขามีเรียนช่วงเช้า
พอมาถึงมหาลัยเขาก็เดินไปยังกลุ่มเพื่อนเขาที่นั่งอยู่โต๊ะประจำของเขาหน้าตึกคณะบริหาร พอมาถึงไอ้คนพูดมากซึ่งก็ไม่ใช่ใครไอ้โยเจ้าเก่าเจ้าเดิมเอ่ยทักผม
“ไงทำหน้าเหมือนหมาป่วย”
“.....” เขาไม่ตอบ
วาโยได้แต่ทำหน้าทำตาทะเล้นใส่แบบที่ชอบทำประจำ จนเสือเอ่ยถามขึ้น
“สรุปมึงไปทำอะไรที่เหนือวะ”
“หาคน” เขาตอบเพียงแค่นั้น
“ใคร” ทั้งสามคนพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
เขาหันมองพวกมันแล้วคิด ทำไมขี้เสือกจังวะ ปกติก็ไม่เสือกเรื่องของใครนะ ยกเว้นไอ้โยคนนึง
“อย่าทำเป็นเงียบ” วาโยเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เฮ้อ...พวกมึงนี่ขี้เสือกจังวะ”
“หึ เพราะเรื่องของมึง ไม่ได้มีมาให้เสือกบ่อย ๆ ไง”
เสือพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มันไม่อยากบอกแบบนี้ คงสำคัญมาสินะสิ่งที่ตามหาอยู่ หัวเราะในลำคอเบาๆ
“เออ..อย่างที่บอกกูตามหาคน ๆ หนึ่งอยู่ แต่ไปแล้วไม่เจอก็เลยกลับ “
“แล้วมึงหาเพื่อ? ” เสือถามจี้
เขาอ้ำอึ้งคิดอยู่จะตอบอย่างไรดี ควรจะบอกเรื่องในอดีตของเขาและเธอ ให้พวกมันรู้ทั้งหมดเลยดีไหม หรือบอกเท่าที่จำเป็นดี ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่เคยมีอะไรปิดบังกัน เขาเลยจำต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามหนุ่มจอมเสือกได้ฟัง
“ก็อย่างที่บอกกูตามเธออยู่”
“เธอออ!!”
สามหนุ่มรากเสียงยาวตะโกนออกมา ปกติแบดซ์จะไม่ตามหรือสนใจผู้หญิงคนไหนเลยสักครั้ง หรือคนนี้จะสำคัญ
“แล้วมึงจะเสียงดังทำส้นตีนอะไร”
“โทษ ๆ ต่อเลย” วาโยพูดขอโทษแล้วเอ่ยบอกให้เขาเล่าต่อ
“สิบกว่าปีที่แล้วกูเจอเธอ ตอนนั้นกูโดนไอ่เด็กหัวโจกแถวนั้นหาเรื่องเธอคงเห็นว่ากูไม่สู้ หรืออาจจะคิดว่ากูสู้ไม่ได้เธอเลยเข้ามาช่วย จากนั้นเธอก็จัดการไอ่พวกนั้นจนวิ่งหนีไป”
แบดซ์พูดไปยิ้มไปเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้เพื่อนหันหน้ามามองกัน แล้วเขาก็พูดต่อ
“เธอนั่งคุยกับกูอยู่สักพักแล้วแม่เธอก็มาเรียกกลับบ้าน ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้กูก็ยังไม่ได้เจอเธออีกเลย” พูดจบก็ทำหน้าเหมือนหมาป่วยอีกครั้ง จนเพื่อนหันมามองกันอีกครั้ง
“มึงชอบเขา” มังกรที่นั่งเงียบอยู่นานถึงกับพูดขึ้น
“ไม่รู้ว่ะ “
“ถ้าไม่ชอบตามหาเขาทำไม “วาโยเอ่ยถามแล้วทำหน้าทะเล้นใส่
“กูแค่อยากเจอเธออีกสักครั้ง อยากขอบคุณเธอเพราะตั้งแต่วันนั้นกูก็ไม่ได้เจอเธอเลย”
“มึงรู้ตัวป่ะ เวลามึงพูดถึงเธอตามึงเป็นประกายมาก” เขาเอ่ยบอกเพื่อน
ซึ่งเขาไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเขาแสดงท่าทีแบบไหนออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว
“ถ้ามึงเจออีกมึงจะทำไง? ” เสือถาม
“ไม่รู้ว่ะ” เขาพูดออกไปแบบนั้นเพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าถ้าเจอเธออีกครั้ง เขาควรทำยังไง ทำหน้าแบบไหน
หลังจากเล่าเรื่องราวจนพวกขี้เสือกหยุดถาม ทั้งสี่คนก็พากันขึ้นเรียนหลังจากเรียนเสร็จ ช่วงเที่ยงสี่หนุ่มก็พากันมาโรงอาหารกะว่าจะมาหาข้าวกิน แต่เห็นว่านักศึกษาเยอะมาก เลยเลือกที่จะมากินข้าวข้างมหาลัยแทนซึ่งเป็นร้านประจำ พอมาถึงพวกเขาทั้งสี่ก็สั่งอาหารกิน ระหว่างที่กินวาโยก็เอ่ยขึ้น
“พวกมึงจะไปดูน้องปี1ไหมว่ะ”
“ไม่” แบดซ์ตอบ
“แต่เขาว่าเด็กปีนี้แจ่ม ๆ ทั้งนั้นนะ “วาโยพูด
“มึงก็เด็ดทุกคนแหละ สวยหน่อยก็บอกว่าเด็ด” เสือว่า
“แต่สวยจริง ๆ นะ “
“มึงเห็น” แบดซ์ถาม
“ป่าวเขาพูดมา นี่ไงกูถึงชวนพวกมึงไปดู” วาโยเอ่ยเสียงแผ่ว
“กูเข้าแต่ไม่ใช่วันนี้” พวกเขาเป็นพี่ว๊ากยังไงก็ต้องเข้าอยู่แล้ว แต่เขาอยากให้น้อง ๆ ผ่อนคลายก่อนเจอพวกเขา ถึงพวกเขาจะขี้เล่น แต่เวลาอยู่ในหน้าที่จัดว่าโหดเลยทีเดียว หลังจากที่คุยกันเสร็จทั้งสี่ก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวจวบจนเสร็จ ก็พากันกลับมหาลัยเพื่อเข้าเรียนในคาบบ่าย
บทส่งท้ายสี่เดือนต่อมาการจัดงานที่เล่นใหญ่มาก ๆ คุณหญิงอัมพิกาจัดการเองเกือบทั้งหมดเพื่อลูกสะใภ้และลูกชายแล้วเธอทุ่มงบไม่อั้น ร่างสูงที่อยู่ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตากำลังยืนต้อนรับแขกอยู่กับผู้เป็นพ่อและแม่จวนจะได้เวลาแล้ว เขาอยากเห็นหน้าเจ้าสาวจะแย่เดินวนไปเวียนมาก็แม่เขาน่ะสิบอกว่าก่อนแต่งานห้ามเจอเธอสองวันเลยทำให้เขาต้องแยกจากอกน้อยของว่าที่ภรรยา" มึงจะเดินอีกนานไหม " วาโยถาม" ก็กูตื่นเต้น " " จะตื่นเต้นทำไมเดี๋ยวน้องก็มา " " กูจะรอวันแต่งมึงล่ะกัน " " กุไม่มีทางทำแบบมึงแน่ " วาโยพูดพร้อมไหวไหล่กวน ๆทางด้านไฟฉายที่ขึ้นไปรับน้องสาวลงมา เขาเคาะประตูห้องพักที่ทางโรงแรมจัดให้เบา ๆ ก่อนประตูจะเปิดออกก็อก ก็อก ก็อก " สงสัยพี่ไฟฉายน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวกูไปเปิดประตูก่อน " คะน้าที่ได้ยินเสียงเคาะประตูก็รีบเปิดออกมา" เสร็จกันรึยัง " " เสร็จแล้วค่ะ " ว่าจบก็หลีกทางให้ร่างสูงของไฟฉายเดินเข้ามาในห้องเขามองน้องสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของบ้านอยู่นานก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครื่อง" นะ น้องสาวพี่สวยจัง " " ไฟฉายอย่าร้องนะ " ไฟเลี้ยวทำท่าจะร้องตามพี่ชายจนเขาต้องเอ่ยห้าม" อย่าร้องนะเดี๋ยว
ส่งท้าย4ปีต่อมาหลังจากที่แบดซ์เรียนจบเขาก็เข้ามาทำงานก้บผู้เป็นพ่อเขาเริ่มไต่เต้าตั้งแต่พนักงานต้องรับผู้เป็นพ่อห้ามก็ไม่ฟังเขาบอกกับผู้เป็นพ่อว่าอยากให้ทุกคนยอมรับในตัวของเขาไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกชายของเจ้าสัวกฤษดิ์ จนเขาเป็นที่ยอมรับของพนักงานทุกคน ตอนนี้เขาขึ้นแท่นเป็นรองประทานบริษัทแล้ว และวันนี้เขาเคลียร์ทุกอย่างเพื่อที่จะไปถ่ายรูปรับปริญญาของคนตัวเล็กเขาเอ่ยบอกกับเดย์คนสนิทที่เป็นทั้งมือขวาและเลขาของเขา" วันนี้กูไม่เข้าบริษัทนะ แล้วของที่กูให้มึงเตรียม "" เรียบร้อยแล้วครับ " เขายื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่มาให้ร่างสูงรับไว้แล้วเดินออกจากห้องไป เขารีบมาขับรถมาหาคนตัวเล็กที่หอประชุมของมหาลัย’เขาลงจากรถเดินมาที่สนามหญ้าที่เขาจัดโซนให้บรรดานักศึกษาและญาติ ๆ ร่วมถ่ายรูป เขาใช้สายตากวาดหาคนตัวเล็กไม่นานก็เจอเธอกำลังถ่ายรูปอยู่กับเพื่อน ๆ ในคณะเขาจึงเดินเข้าไปหา บรรดานิสิตนักศึกษาที่เห็นเขาต่างยกมือไหว้ แน่ละไม่มีใครไม่รู้จักเขา เขาเป็นถึงคิงส์บริหารตัวตึงของคณะเชียวนะ เขาเดินไปก็เห็นพวกเพื่อนเขายืนรออยู่แล้วอยู่กันเป็นคู่ ๆ เลยเขาเลิกยักคิ้วให้เพื่อนแล้วเดินไปหาคนตัวเล็ก" ตัวเ
ตลอดไป เท่านั้นแหละไฟเลี้ยวรีบจับผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไว ต้องให้ขู่อี่นี่แปลกคน เมญ่าส่ายหัวเอือย ๆ แล้วหันมามองกน้าคะน้าและสายน้ำจากนั้นก็นำชุดเดรสแบรนด์หรูไปวางตรงที่นอน หลังจากอาบน้ำเสร็จร่างเล็กที่ยังไม่หายง่วงดีก็เดินหลับตามมานั่งที่หน้าตู้กระจก เหตุผลที่เธอนอนดึกก็เพราะหลังจากคุยกับแฟนหนุ่มเสร็จเธอก็อ่านนิยายต่อจนดึกพระนางกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย มันฟินจนวางโทรศัพท์ไม่ลงเลยทำให้เธอนั่งสัพงกอยู่เนี่ยแหละ" อีเลี้ยวมึงนั่งดี ๆ หน่อยได้ไหมเนี่ย "" ก็กูง่วง ขอนอนอีกห้านาทีได้ป่ะ " ว่าแล้วก็จะหยัดตัวลุกแต่ทำได้แค่เพราะคะน้ากดตัวเธอเอาไว" ไม่ได้ อีคะน้าจับหัวมันไว้ สัพงกแบบนี้กูแต่งหน้าไม่ถนัด " ไฟเลี้ยวหลับไปทั้งอย่างงั้นปล่อยให้เพื่อนระเล็งหน้าเธอไป" มันก็หลับของมันได้เนอะกุละเชื่อ " คะน้าเอ่ยพูดพลางถอนหายใจยาวเหยียด" มันคงนอนดึก จับไว้ก่อนใกล้เสร็จล่ะ " ใช้เวลาแต่หน้าสองชั่วโมงกว่าจะเสร็จพอมองดูเวลาก็เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่มากเลยปล่อยให้เพื่อนนอนอีกสักพักเพราะเหลือแค่ทำผมกับเปลี่ยนชุดก็เสร็จแล้ว" เลี้ยว อีเลี้ยว ตื่นได้แล้ว ฟ้าสว่างแล้ว "" อื้ออ " เธอลืมตาตื่นข
ทำใจดีดีเธออยู่ใกล้เขาตลอดแต่เขาไม่เคยรู้เลยห่างกันแค่อยู่คนละตึกเองเธออยู่ตึกเอแต่เขาอยู่ตึกบี" มันน่าน้อยใจจัง "" ไม่น้อยใจนะคะ " เธอเอาหน้าไปถูตรงไหล่แกร่งอย่างออดอ้อน" จุ๊บ~ หายงอนนะคะ " เธอจูบไปตรงบริเวณริมฝีปากหนา เขามองหน้าเธอนิ่ง ๆ " แบบนี้เขาเรียกจูบที่ไหนกันเขาเรียกสะกิดเฉย ๆ ถ้าจูบต้องแบบนี้ " เขาดึงรั้งร่างบางเข้ามาใกล้แล้วประคองท้ายทอยเล็กเอาไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ บรรจงจูบอันแสนหวานล้ำให้กับเธอก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเร้าร้อน" อื้ออออ ~ " เธอหลับตามพริ้มพร้อมเปิดปากต้อนรับลิ้นร้อน เธอคิดถึงรสจูบของเขา เขาละเมียดละไมกับการจูบเธออยู่แบบนั้นสักพักใหญ่ก่อนจะผละริมฝีปากออกแล้วเอ่ยแนบชิดริมฝีปากบางว่า" ไปดูหมาที่ห้องพี่ไหมครับ~ "" แต่ว่าหน้าพี่ก็หมานะคะ ไม่ต้องไปดูถึงห้องหรอก คริคริ "" o.o "" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หนูหยอกค่าาา " หมาที่ไหนจะหล่อขนาดนี้กัน" หึ แล้วอยากโดนโคยหมาไหมครับ " ว่าจบก็ถลกเสื้อนักศึกษาเธอขึ้นแล้วเอื้อมมือไปบีบนมเธอแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ว่าแต่เหมือนนมเธอจะใหญ่ขึ้นเลยนะหรือว่าเขาไม่ได้สัมผัสนานกันนะ" อื้ออ หนูเจ็บนะ " คนใจร้ายนี่บีบมาได้" ก็มันน่าหมั่นเข
ไปดูหมาที่ห้องพี่ไหมครับ > " เฮียมีธุระด่วน ต้องรีบกลับบ้านก่อนนะ "> " ไม่นานหรอก เฮียสัญญา...เฮียจะรีบกลับไปหานะครับคนดี "" … "เขามองโทรศัพท์ที่ซึ่งไร้การตอบรับจากนั้นก็วางโทรศัทพ์ลงแล้วรีบเหยียบคันเร่งรีบกลับบ้านจนไม่ทันได้สังเกตุข้อความที่ส่งไปมันขึ้นว่าส่งไม่สำเร็จ!!!!เพราะสัญญาณตามทางสองข้างทางที่มีป่ารกจึงทำให้สัญญาณไม่เสถียร แบดซ์มองถนนสีหน้าเศร้าหมอง เพียงหวังในใจว่า…คนที่เขารักสุดหัวใจจะรอเขากลับมาง้อเพียงหวังว่าเธอยังจะไม่เลิกรักเขา… แบดซ์ที่หลังจากกลับมาจากไร่เพราะต้องรีบกลับมาเคลียร์งานค้างที่มีปัญหาแถมยังต้องเข้าประชุมโครงการใหญ่ไม่เว้นวันกับผู้เป็นพ่อ ที่จะมีโปรเจคต์ใหญ่เร็ว ๆ นี้ที่ผู้เป็นพ่อมอบหมายให้เขาทำเลยทำให้ไม่มีเวลาที่จะได้ติดต่อกลับหาคนรักดังนั้นเขาจึงคิดว่าต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จแล้วรีบกลับไปหาเธอ แต่ทว่ากว่าจะเคลียร์เสร็จก็กินเวลาไปหลายอาทิตย์ประจบเหมาะกับใกล้ที่จะเปิดภาคเรียนพอดีสองอาทิตย์ต่อมา ภายในรั้วมหาลัยบริเวณสวนหย่อมไฟเลี้ยวที่กำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่ทันได้สังเกตุสิ่งรอบข้างและพึ่งจะรู้ตัวว่ามีคนมาก็ตอนที่มีคนมานั่งอยู่
ส่งไม่สำเร็จ" พี่ฉาย!? " " หูยยยย ซีนรักกลางฝนเชียวนะเธอ!! " พี่ชายลากเสียงยาวพร้อมเปิดไฟฉายมือถือส่อง" ไม่ได้ทำอะไรนะครับ! " แบดซ์รีบลุก " ไม่ได้ทำเลยเหรอ? " " ทำใจครับ ใจเต้นไม่หยุดเลย… " ไฟเลี้ยวเอามือปิดหน้า " หยุดพูดเลยนะเฮีย!! " ไฟฉายยังไม่ยอมลดไฟฉายมือถือลง ซ้ำยังส่องแบบตั้งใจมาก เหมือนจะจับผิดให้ได้ " ไฟเลี้ยว ทำไมหนูหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ~ หรือเพราะอุณหภูมิร่างกายของคนข้างๆ มันสูง? "" พี่ฉาย หยุดเลยนะ! " ไฟเลี้ยวตวาดเสียง แต่อีกฝ่ายยิ่งได้ใจ แบดซ์ที่นั่งอยู่บนฟางยกมือขึ้นป้องไฟฉาย " พี่ฉายครับ แสบตาครับ "ไฟมาได้แสบตาจะแย่แถมไม่ลดไฟลงด้วยนะ" กลัวโดนจับได้ไง! " พี่ชายหัวเราะหึ ๆ แบบไม่ไว้หน้าใคร" คือว่า…ฝนตกแรง แล้วโรงนาไม่มีไฟ เลยแบบ… "" เลยแบบไหนต่อ? " พี่ฉายขมวดคิ้ว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ" เลยแบบ…ต้องนั่งใกล้กัน เพื่อไม่ให้น้องหนาว " แบดซ์ตอบหน้าตายสุด ๆ เขาว่ากันว่าอุณหภูมิในร่างกายจะช่วยให้อุ่นขึ้น" อู้ววว "" พี่ฉาย พอได้แล้วค่ะ! " ไฟเลี้ยวรีบปัดมือพี่ชายที่ยังถือไฟฉายส่องกราดไปรอบโรงนา " โอ้โห~ ไม่พอไม่ได้แล้วมั้ง นี่มันซีนพีคของละครเย็นชัด ๆ! " พี่ชายย
- มหาวิทยาลัย KS -ตึกคณะบริหารฯ หลังจบคลาสเรียน นักศึกษาหนุ่มปี 3 ใบหน้าราวฟ้าประทานฉายา 4 หนุ่มจตุรเทพ วาโย เสือ มังกร และเขา 'แบดซ์' หนุ่มหล่อ พ่อรวย เจ้าเล่ห์ เจ้าของสายตาแพรวพราว สาวคนไหนสบตาต่างไม่รอดสักราย 4 หนุ่มเดินออกจากห้องเรียนหลังจบชั่วโมงสุดท้ายของวันแบดซ์ อัศวิน วิริยะพงษ์ไพศาล ใบหน
สองสัปดาห์ต่อมาบริเวณลานกว้างใต้ถุนตึกคณะบริหาร เด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าคณะ คะน้าหญิงสาวตัวเล็กสวมใส่แว่นตาบดบังใบหน้าสวยกำลังชะเง้อคอมองหาใครบางคนอยู่ กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งกรู่มาทางนี้ด้วยความเร็วพอเห็นดังนั้นคะน้าจึงเอ่ยเรียก“อีเลี้ยว ไฟเลี้ยวทางนี้” ไฟเลี้ยวรีบวิ่งกรู่เข้ามาพร
ปัจจุบันแบดซ์ยืนเหม่อคิดถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นาน จนไม่รู้เวลาล่วงเลยนานเท่าใดแล้ว หลังจากหลุดจากภวังค์เขาก็เอ่ยขึ้น“ถ้าเธอเจอฉันเธอจะจำฉันได้ไหมนะยัยแก้มป่อง”ด้วยความคิดที่ว่าอยากเจอเธออีกสักครั้ง เลยมีความคิดอยากไปเที่ยวที่นั่นอีกสักหนและหวังว่าจะได้เจอสาวน้อยของเขา คิดได้ดังนั้นจึงเดินเข้าไปใ
" ไงสบายตัวเลยสิมึง " เสือเหย้าแย่แบดซ์ยกยิ้มมุมปากแล้วยกเหล้ากระดกดื่ม นั่งคุยกับเพื่อนสักพักแบดซ์ก็หยัดตัวขึ้นแล้วหันหลังกลับไปทางบันไดจนเสือเอ่ยถาม" นั่นมึงจะไปไหน " แบดซ์ตอบกลับ" กลับ " จนวาโยเอ่ย" จะรีบไปไหนวะ "" ง่วง "แบดซ์ตอบเพียงแค่นั้นแล้วเดินออกจากร้าน ไม่นานร่างสูงก็ขับรถซุปเปอร์คา







