Masuk" ไงสบายตัวเลยสิมึง " เสือเหย้าแย่
แบดซ์ยกยิ้มมุมปากแล้วยกเหล้ากระดกดื่ม นั่งคุยกับเพื่อนสักพักแบดซ์ก็หยัดตัวขึ้นแล้วหันหลังกลับไปทางบันไดจนเสือเอ่ยถาม
" นั่นมึงจะไปไหน " แบดซ์ตอบกลับ
" กลับ " จนวาโยเอ่ย
" จะรีบไปไหนวะ "
" ง่วง "
แบดซ์ตอบเพียงแค่นั้นแล้วเดินออกจากร้าน ไม่นานร่างสูงก็ขับรถซุปเปอร์คาร์มาถึงคอนโดหรูกลางเมืองชั้นบนสุดซึ่งเป็นเพ้นท์เฮ้าส์ของเขาและเพื่อน ๆ
ด้านบนจะมีเพียงแค่ 4 ห้องเท่านั้นและเป็นของเขาและบรรดาเพื่อนเขาทั้งสามคนเนื่องจากเพ้นท์เฮ้าแห่งนี้มีราคาสูงลิ่วผู้คนเลยนิยมซื้อคอนโดอยู่ซะมากกว่า
พอมาถึงหน้าลิฟต์เขาก็จัดการกดขึ้นไปชั้นที่30 ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเขาพอลิฟต์เปิดออกเข้าก็เดินไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ริมสุดพอมาถึงหน้าห้อง
ชายหนุ่มก็ทำการแตะคีย์การ์ดที่ด้านหน้าประตูแล้วผลักประตูเข้าห้องไป แล้วตรงไปนั่งยังโซฟาหรูสักพักหนึ่งก็เดินไปที่ห้องครัวเปิด ตู้เย็นแล้วหยิบเบียร์มาหนึ่งกระป๋องแล้วตรงไปยังระเบียงหลังห้อง
จากนั้นก็ล้วงกระเป๋าหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอัดนิโคตินเต็มปอดแล้วปล่อยควันโขมงออกมาแล้วเผ่งมองไปยังด้านหน้า พลันคิดถึงสาวน้อยที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มแล้วเผยยิ้มออกมาโดยที่ตัวเองก็ยังไงไม่รู้ตัวแล้วพึงพำกับตัวเอง
" ป่านนี้คงตัวเป็นสาวแล้วสินะยังแก้มป่อง "
แบดซ์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มมีความสุขขณะคิดถึงใบหน้าหวานตาโตแก้มป่องใบหน้านั้นยังตราตรึงใจเขามาจนถึงทุกวันนี้ แต่ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นที่ตราตรึงใจของเขาแต่ยังเป็นความแก่นเสี้ยวไม่กลัวใครของคนตัวเล็กด้วย
ย้อนกลับไป12ปีที่แล้ว เด็กหนุ่มเดินทางไปดูงานกับพ่อแม่ในโซนแถบภาคเหนือพอมาถึงสถานที่ดูงานเจ้าตัวมองไปยังด้านข้าง ซึ่งเป็นสวนสาธารณะซึ่งอยู่ไม่ไกลมากเลยขออนุญาตพ่อกับแม่ของเขาไปนั่งเล่นบริเวณนั้นระหว่างรอพวกท่านประชุม
" ป๊าม๊าผมขอไปนั่งรอตัวนั้นได้ไหมฮะ "
เด็กชายชี้ไปยังสวนสาธารณะใกล้ ๆ พ่อแม่มองตามมือลูกชายสุดที่รัก
ก็เห็นว่าไม่ไกลแล้วไม่เป็นอันตรายเพราะแถวนั้นมีพนักงานดูแลความปลอดภัยเด็ก ๆ อยู่เลยอนุญาตให้ไปรอที่บริเวณตรงนั้นได้ทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาที่ไม่ต้องเข้าประชุมด้วย ><
" ได้สิครับแต่ลูกอย่าไปเล่นไกลนักนะ " แม่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
" ครับ " ^^"
ชายหนุ่มเดินออกมาใครมันจะอยากเข้าประชุมกับผู้ใหญ่กันน่าเบื่อจะตายไปสำหรับเด็กอายุ 9 ขวบ แบบเขามองว่าการประชุมเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ซึ่งมันน่าเบื่อมากสำหรับเขาเลยเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกดีกว่า
เขาเดินมาเรื่อย ๆ ไม่นานก็มาถึงมองหามุมสงบที่ไม่มีใครมารบกวนได้สำรวจรอบ ๆ สักพักก็เห็นม้านั่นตัวยาวสีขาวสะอาดใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างหน้าเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ลมพัดโกรกเย็นสบายตา
เลยเดินไปยังม้านั่งตัวนั้นแล้วหย่อนก้นลงหยิบหนังสือการ์ตูนในกระเป๋าเป้ขึ้นมาอ่าน อ่านไปได้สักพักก็มีกลุ่มเด็กชายสองสามตามคนเดินเข้า
มาเอ่ยเรียกเสียงห้วนคล้ายหาจะเรื่องก็ไม่ปานเขามองไปยังเด็กหนุ่มที่มองหน้าคล้ายจะหาเรื่องมองสำรวจดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นหัวโจกประจำกลุ่มตัวเตี้ยอ้วนดำปานการ์ตูนญี่ปุ่นอ้วนกลมตัวสีฟ้าพูดกับเขาภาษาถิ่นซึ่งเจ้าตัวฟังก็ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่
" คิงฮู้ก่อว่านี่ตี้ไข " (มึงรู้ไหมว่านี่ที่ใคร)
" .... " พูดห่าอะไรของมันว่ะ
" เอ้า..บ่านี่เจ้าหมู่ฮาถามหยังบ่ปาก " (เอ้า..ไอ้นี่เพื่อนกูถามทำไมไม่ตอบ)
" .... " เด็กชายยังเงียบเหมือนเดิมเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกกระจอกของเด็กหนุ่มอ้วนดำพุงพลุ้ยกล่าวออกมา
พอเห็นว่าเด็กชายแบดซ์เงียบก็เลยเดินเข้าไปจับคอเสื้อคล้ายจะทำร้ายร่างกายด้วยความที่เขาตัวเล็กกว่าเลยทำให้ปลิวไม่ตามแรงกระชากของเด็กคนนั้นก่อนเด็กชายแบดซ์จะเอ่ย
" ปล่อย.... " กำลังจะง้างมือปัด ก็ได้ยินเสียงเล็กๆ พูดห้าวออกมา
" ไอ้จ้อยคิงยะหยังอ้ายเขาปล่อยมือบะเดี่ยวนี่ " (ไอ้จ้อยมึงทำอะไรพี่เขาปล่อยมือเดี๋ยวนี้)
เสียงหญิงสาวเอ่ยพูดออกมาแล้วทำตาแข็งกร้าวใส่นายจ้อยหัวโจกทำเอาลูกกระจอกสะกิดที่มีลูกพี่สองสามทีของมันเพื่อเป็นการเตือนให้ปล่อย
" อีเลี้ยวคิงแหมล่ะก๋า " (อีเลี้ยวมึงอีกแล้วเหรอ)
เลี้ยวหรือไฟเลี้ยวคือชื่อของเด็กสาว เด็กชายแบดซ์มองใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างคาดเดาอารมณ์ได้ยาก ในใจก็คิดตัวแค่นี้จะสู้อะไรใครได้กันนะ เด็กอันธพาลสามคนนี้หุ่นอย่างกับหมีเห็นเช่นนั้นเลยคิดจะเอ่ยขึ้น
" ไม่เป็น...... " ทำพูดหายเข้าไปในลำคอเหตุเพราะเด็กสาวเอ่ยขึ้น
" ฮา บอก หื้อ ปล่อย " (กูบอกให้ปล่อย) น้ำเสียงหวาน ๆ แต่ทรงพลังที่ฟัง ๆ ดูแล้วเสียวสันหลังวาบ
" บ่...หยังคิงจะยะหยังฮาได้ตั๋วเต้าบะกอก " (ไม่..ทำไมอย่างมึงจะทำอะไรกูได้ตัวเท่าลูกมะกอก)
สิ้นคำพูดนั้นเพื่อนที่อยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกสะกิดแขนโยกใหญ่
" ไอ้จ้อยคิงปล่อยมันเต๊อะเจื่อฮา " (ไอ้จ้อยมึงปล่อยมันเถอะเชื่อกู)
ไอ่จ้อยยังคงดื้อดึงไม่ยอมทำตามจนไฟเลี้ยวหมดความโมโหกระชากแขนข้างหนึ่งแล้วบิดจนไอ้จ้อยร้องเสียงหลง
" โอ๊ย โอ๊ยยยย อีเลี้ยวคิงปล่อยฮาบะเดี่ยวนี่ฮาเจ็บ " (โอ๊ย โอ๊ยยยย อี้เลี้ยวมึงปล่อยแขนกูเดี๋ยวนี้นะกูเจ็บ)
ได้ยินดังนั้นไฟเลี้ยวมึงกัดฟันกรอดแล้วถามว่า
" มึงจะปล่อยอ้ายเขาได้ยัง " (มึงจะปล่อยพี่เขาได้ยัง)
สิ้นคำถามของหญิงสาวเด็กชายจ้อยก็ปล่อยทันที หลังจากปล่อยมือไฟเลี้ยวก็ผลักเด็กชายจ้อยจนล้มลงไปกองกับพื้นจนก้นกระแทกกับพื้นดินสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมากแล้วก็เอ่ยขึ้น
" ฮาจะไปฟ้องแม่ " (กูจะไปฟ้องแม่)
ไฟเลี้ยวเบะปากแล้วก็พูดขึ้น
" ไปเต๊อะ " (ไปเลย)
หลังจากนั้นลูกกระจอกก็เข้ามาพยุงลูกพี่มันออกไปพอเห็นว่าทั้ง3คนนั้นเดินออกไปไกลจนสุดสายตาแล้วก็หันกลับมาถาม
" อ้ายเป็นหยังก่อเจ้า " คำถามลืมตัวที่ใช้ภาษาถิ่นเอ่ยเด็กหนุ่ม
" .... " ชายหนุ่มเงียบเหมือนเดิม เด็กหญิงเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจ เฮ้อออ ลากยาวแบบปลงตกเลยพูดว่าเอาใหม่ถามใหม่
" พี่เป็นอะไรรึเปล่าค่ะพวกนั้นได้ทำอะไรพี่ไหมคะ "
ชายหนุ่มมองใบหน้าน่ารักดวงตาใสซื่อตัวขาวแก้มป่องเหมือนตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่งก่อนจะเรียกสติกลับมา
" .... " ชายหนุ่มยังคงเงียบเหมือนเช่นเคย
" แล้วพี่มาทำอะไรตรงนี้เหรอคะ หนูดูแล้วพี่ไม่น่าจะใช่คนแถวนี้เพราะหนูไม่คุ้นหน้าพี่เลย " เด็กสาวถามด้วยแววตาใสซื่อ
" .... " ชายหนุ่มยังคงเงียบและมองหน้าจิ้มลิ้มอยู่แบบนั้น
" พี่เป็นใบ้เหรอคะ " เด็กสาวถามด้วยแววตาใสซื่อ
" ป่าว " เขาตอบขณะที่กำลังมองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นไม่ละสายตา
" หนูก็คิดว่าพี่เป็นใบ้ซะอีกถามอะไรก็ไม่พูด กลัวดอกพิกุลจะร่วงเหรอค่ะ? " เด็กสาวเอ่ยถามเย้าแหย่พร้อมกับระบายรอยยิ้มพิมพ์ใจส่งไปให้
" .... " เขาเงียบแล้วคิดในใจยัยเด็กนี่ตั้งใจกวนเขาใช่ไหม
" หนูชื่อไฟเลี้ยวนะหนูอายุ 7 ขวบ " พี่ละคะ ^^
" แบด... " คำพูดกลืนลงคออีกครั้งเพราะเสียงเรียกหาเด็กสาว
เลี้ยวไฟเลี้ยวลูกกลับบ้านกันค่ะหญิงสาวตะโกนขานรับกลับ
" ค่ะ แม่ " แล้วหันกลับมาหาเด็กหนุ่มอีกครั้ง
" หนูไปก่อนนะคะแล้วเจอกันใหม่นะคะ ^^ "
ก่อนจะเด็กออกไปเธอเดินไปก้มหยิบหนังสือการ์ตูนของเขาที่ทำตกอยู่ด้านข้างม้านั่งแล้วยื่นให้
" นี่ของพี่ค่ะพี่ทำหล่นไว้^^ " พูดด้วยรอยยิ้ม
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับไว้แม้จะยังไม่ได้พูดอะไรออกมา
" หนูไปก่อนนะ บ๊ายบายค่ะ "
เด็กสาวพูดด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มแล้วโบกไม้โบกมือท่าทางน่ารักน่าเอ็นเสร็จแล้วก็หันหลังวิ่งออกไปหาผู้เป็นแม่ ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามหลังตกอยู่ในภวังค์อยู่คู่ใหญ่กว่าจะเรียกสติกลับมาได้
หลังจากเด็กหญิงสาวเดินออกไปหาผู้เป็นแม่แล้วจูงมือกันเดินออกไปทว่าเธอยังหันมาส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ให้เขาอีกครั้ง
พอหันหลังกลับมานั่งท่าเดิมใบหน้าก็เกิดรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้งแบบไม่รู้ตัวแล้วพึงพำกับตัวเอง
" น่ารักชะมัดยัยแก้มป่อง "
" ไฟเลี้ยวงั้นเหรอชื่อแปลกดีจัง "
" แล้วเจอกันใหม่งั้นเหรอ? เจอแน่ต้องได้เจอแน่ๆ "
ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ แล้วระบายยิ้มมุมปาก
บทส่งท้ายสี่เดือนต่อมาการจัดงานที่เล่นใหญ่มาก ๆ คุณหญิงอัมพิกาจัดการเองเกือบทั้งหมดเพื่อลูกสะใภ้และลูกชายแล้วเธอทุ่มงบไม่อั้น ร่างสูงที่อยู่ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตากำลังยืนต้อนรับแขกอยู่กับผู้เป็นพ่อและแม่จวนจะได้เวลาแล้ว เขาอยากเห็นหน้าเจ้าสาวจะแย่เดินวนไปเวียนมาก็แม่เขาน่ะสิบอกว่าก่อนแต่งานห้ามเจอเธอสองวันเลยทำให้เขาต้องแยกจากอกน้อยของว่าที่ภรรยา" มึงจะเดินอีกนานไหม " วาโยถาม" ก็กูตื่นเต้น " " จะตื่นเต้นทำไมเดี๋ยวน้องก็มา " " กูจะรอวันแต่งมึงล่ะกัน " " กุไม่มีทางทำแบบมึงแน่ " วาโยพูดพร้อมไหวไหล่กวน ๆทางด้านไฟฉายที่ขึ้นไปรับน้องสาวลงมา เขาเคาะประตูห้องพักที่ทางโรงแรมจัดให้เบา ๆ ก่อนประตูจะเปิดออกก็อก ก็อก ก็อก " สงสัยพี่ไฟฉายน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวกูไปเปิดประตูก่อน " คะน้าที่ได้ยินเสียงเคาะประตูก็รีบเปิดออกมา" เสร็จกันรึยัง " " เสร็จแล้วค่ะ " ว่าจบก็หลีกทางให้ร่างสูงของไฟฉายเดินเข้ามาในห้องเขามองน้องสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของบ้านอยู่นานก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครื่อง" นะ น้องสาวพี่สวยจัง " " ไฟฉายอย่าร้องนะ " ไฟเลี้ยวทำท่าจะร้องตามพี่ชายจนเขาต้องเอ่ยห้าม" อย่าร้องนะเดี๋ยว
ส่งท้าย4ปีต่อมาหลังจากที่แบดซ์เรียนจบเขาก็เข้ามาทำงานก้บผู้เป็นพ่อเขาเริ่มไต่เต้าตั้งแต่พนักงานต้องรับผู้เป็นพ่อห้ามก็ไม่ฟังเขาบอกกับผู้เป็นพ่อว่าอยากให้ทุกคนยอมรับในตัวของเขาไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกชายของเจ้าสัวกฤษดิ์ จนเขาเป็นที่ยอมรับของพนักงานทุกคน ตอนนี้เขาขึ้นแท่นเป็นรองประทานบริษัทแล้ว และวันนี้เขาเคลียร์ทุกอย่างเพื่อที่จะไปถ่ายรูปรับปริญญาของคนตัวเล็กเขาเอ่ยบอกกับเดย์คนสนิทที่เป็นทั้งมือขวาและเลขาของเขา" วันนี้กูไม่เข้าบริษัทนะ แล้วของที่กูให้มึงเตรียม "" เรียบร้อยแล้วครับ " เขายื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่มาให้ร่างสูงรับไว้แล้วเดินออกจากห้องไป เขารีบมาขับรถมาหาคนตัวเล็กที่หอประชุมของมหาลัย’เขาลงจากรถเดินมาที่สนามหญ้าที่เขาจัดโซนให้บรรดานักศึกษาและญาติ ๆ ร่วมถ่ายรูป เขาใช้สายตากวาดหาคนตัวเล็กไม่นานก็เจอเธอกำลังถ่ายรูปอยู่กับเพื่อน ๆ ในคณะเขาจึงเดินเข้าไปหา บรรดานิสิตนักศึกษาที่เห็นเขาต่างยกมือไหว้ แน่ละไม่มีใครไม่รู้จักเขา เขาเป็นถึงคิงส์บริหารตัวตึงของคณะเชียวนะ เขาเดินไปก็เห็นพวกเพื่อนเขายืนรออยู่แล้วอยู่กันเป็นคู่ ๆ เลยเขาเลิกยักคิ้วให้เพื่อนแล้วเดินไปหาคนตัวเล็ก" ตัวเ
ตลอดไป เท่านั้นแหละไฟเลี้ยวรีบจับผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไว ต้องให้ขู่อี่นี่แปลกคน เมญ่าส่ายหัวเอือย ๆ แล้วหันมามองกน้าคะน้าและสายน้ำจากนั้นก็นำชุดเดรสแบรนด์หรูไปวางตรงที่นอน หลังจากอาบน้ำเสร็จร่างเล็กที่ยังไม่หายง่วงดีก็เดินหลับตามมานั่งที่หน้าตู้กระจก เหตุผลที่เธอนอนดึกก็เพราะหลังจากคุยกับแฟนหนุ่มเสร็จเธอก็อ่านนิยายต่อจนดึกพระนางกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย มันฟินจนวางโทรศัพท์ไม่ลงเลยทำให้เธอนั่งสัพงกอยู่เนี่ยแหละ" อีเลี้ยวมึงนั่งดี ๆ หน่อยได้ไหมเนี่ย "" ก็กูง่วง ขอนอนอีกห้านาทีได้ป่ะ " ว่าแล้วก็จะหยัดตัวลุกแต่ทำได้แค่เพราะคะน้ากดตัวเธอเอาไว" ไม่ได้ อีคะน้าจับหัวมันไว้ สัพงกแบบนี้กูแต่งหน้าไม่ถนัด " ไฟเลี้ยวหลับไปทั้งอย่างงั้นปล่อยให้เพื่อนระเล็งหน้าเธอไป" มันก็หลับของมันได้เนอะกุละเชื่อ " คะน้าเอ่ยพูดพลางถอนหายใจยาวเหยียด" มันคงนอนดึก จับไว้ก่อนใกล้เสร็จล่ะ " ใช้เวลาแต่หน้าสองชั่วโมงกว่าจะเสร็จพอมองดูเวลาก็เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่มากเลยปล่อยให้เพื่อนนอนอีกสักพักเพราะเหลือแค่ทำผมกับเปลี่ยนชุดก็เสร็จแล้ว" เลี้ยว อีเลี้ยว ตื่นได้แล้ว ฟ้าสว่างแล้ว "" อื้ออ " เธอลืมตาตื่นข
ทำใจดีดีเธออยู่ใกล้เขาตลอดแต่เขาไม่เคยรู้เลยห่างกันแค่อยู่คนละตึกเองเธออยู่ตึกเอแต่เขาอยู่ตึกบี" มันน่าน้อยใจจัง "" ไม่น้อยใจนะคะ " เธอเอาหน้าไปถูตรงไหล่แกร่งอย่างออดอ้อน" จุ๊บ~ หายงอนนะคะ " เธอจูบไปตรงบริเวณริมฝีปากหนา เขามองหน้าเธอนิ่ง ๆ " แบบนี้เขาเรียกจูบที่ไหนกันเขาเรียกสะกิดเฉย ๆ ถ้าจูบต้องแบบนี้ " เขาดึงรั้งร่างบางเข้ามาใกล้แล้วประคองท้ายทอยเล็กเอาไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ บรรจงจูบอันแสนหวานล้ำให้กับเธอก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเร้าร้อน" อื้ออออ ~ " เธอหลับตามพริ้มพร้อมเปิดปากต้อนรับลิ้นร้อน เธอคิดถึงรสจูบของเขา เขาละเมียดละไมกับการจูบเธออยู่แบบนั้นสักพักใหญ่ก่อนจะผละริมฝีปากออกแล้วเอ่ยแนบชิดริมฝีปากบางว่า" ไปดูหมาที่ห้องพี่ไหมครับ~ "" แต่ว่าหน้าพี่ก็หมานะคะ ไม่ต้องไปดูถึงห้องหรอก คริคริ "" o.o "" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หนูหยอกค่าาา " หมาที่ไหนจะหล่อขนาดนี้กัน" หึ แล้วอยากโดนโคยหมาไหมครับ " ว่าจบก็ถลกเสื้อนักศึกษาเธอขึ้นแล้วเอื้อมมือไปบีบนมเธอแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ว่าแต่เหมือนนมเธอจะใหญ่ขึ้นเลยนะหรือว่าเขาไม่ได้สัมผัสนานกันนะ" อื้ออ หนูเจ็บนะ " คนใจร้ายนี่บีบมาได้" ก็มันน่าหมั่นเข
ไปดูหมาที่ห้องพี่ไหมครับ > " เฮียมีธุระด่วน ต้องรีบกลับบ้านก่อนนะ "> " ไม่นานหรอก เฮียสัญญา...เฮียจะรีบกลับไปหานะครับคนดี "" … "เขามองโทรศัพท์ที่ซึ่งไร้การตอบรับจากนั้นก็วางโทรศัทพ์ลงแล้วรีบเหยียบคันเร่งรีบกลับบ้านจนไม่ทันได้สังเกตุข้อความที่ส่งไปมันขึ้นว่าส่งไม่สำเร็จ!!!!เพราะสัญญาณตามทางสองข้างทางที่มีป่ารกจึงทำให้สัญญาณไม่เสถียร แบดซ์มองถนนสีหน้าเศร้าหมอง เพียงหวังในใจว่า…คนที่เขารักสุดหัวใจจะรอเขากลับมาง้อเพียงหวังว่าเธอยังจะไม่เลิกรักเขา… แบดซ์ที่หลังจากกลับมาจากไร่เพราะต้องรีบกลับมาเคลียร์งานค้างที่มีปัญหาแถมยังต้องเข้าประชุมโครงการใหญ่ไม่เว้นวันกับผู้เป็นพ่อ ที่จะมีโปรเจคต์ใหญ่เร็ว ๆ นี้ที่ผู้เป็นพ่อมอบหมายให้เขาทำเลยทำให้ไม่มีเวลาที่จะได้ติดต่อกลับหาคนรักดังนั้นเขาจึงคิดว่าต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จแล้วรีบกลับไปหาเธอ แต่ทว่ากว่าจะเคลียร์เสร็จก็กินเวลาไปหลายอาทิตย์ประจบเหมาะกับใกล้ที่จะเปิดภาคเรียนพอดีสองอาทิตย์ต่อมา ภายในรั้วมหาลัยบริเวณสวนหย่อมไฟเลี้ยวที่กำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่ทันได้สังเกตุสิ่งรอบข้างและพึ่งจะรู้ตัวว่ามีคนมาก็ตอนที่มีคนมานั่งอยู่
ส่งไม่สำเร็จ" พี่ฉาย!? " " หูยยยย ซีนรักกลางฝนเชียวนะเธอ!! " พี่ชายลากเสียงยาวพร้อมเปิดไฟฉายมือถือส่อง" ไม่ได้ทำอะไรนะครับ! " แบดซ์รีบลุก " ไม่ได้ทำเลยเหรอ? " " ทำใจครับ ใจเต้นไม่หยุดเลย… " ไฟเลี้ยวเอามือปิดหน้า " หยุดพูดเลยนะเฮีย!! " ไฟฉายยังไม่ยอมลดไฟฉายมือถือลง ซ้ำยังส่องแบบตั้งใจมาก เหมือนจะจับผิดให้ได้ " ไฟเลี้ยว ทำไมหนูหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ~ หรือเพราะอุณหภูมิร่างกายของคนข้างๆ มันสูง? "" พี่ฉาย หยุดเลยนะ! " ไฟเลี้ยวตวาดเสียง แต่อีกฝ่ายยิ่งได้ใจ แบดซ์ที่นั่งอยู่บนฟางยกมือขึ้นป้องไฟฉาย " พี่ฉายครับ แสบตาครับ "ไฟมาได้แสบตาจะแย่แถมไม่ลดไฟลงด้วยนะ" กลัวโดนจับได้ไง! " พี่ชายหัวเราะหึ ๆ แบบไม่ไว้หน้าใคร" คือว่า…ฝนตกแรง แล้วโรงนาไม่มีไฟ เลยแบบ… "" เลยแบบไหนต่อ? " พี่ฉายขมวดคิ้ว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ" เลยแบบ…ต้องนั่งใกล้กัน เพื่อไม่ให้น้องหนาว " แบดซ์ตอบหน้าตายสุด ๆ เขาว่ากันว่าอุณหภูมิในร่างกายจะช่วยให้อุ่นขึ้น" อู้ววว "" พี่ฉาย พอได้แล้วค่ะ! " ไฟเลี้ยวรีบปัดมือพี่ชายที่ยังถือไฟฉายส่องกราดไปรอบโรงนา " โอ้โห~ ไม่พอไม่ได้แล้วมั้ง นี่มันซีนพีคของละครเย็นชัด ๆ! " พี่ชายย
สองสัปดาห์ต่อมาบริเวณลานกว้างใต้ถุนตึกคณะบริหาร เด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าคณะ คะน้าหญิงสาวตัวเล็กสวมใส่แว่นตาบดบังใบหน้าสวยกำลังชะเง้อคอมองหาใครบางคนอยู่ กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งกรู่มาทางนี้ด้วยความเร็วพอเห็นดังนั้นคะน้าจึงเอ่ยเรียก“อีเลี้ยว ไฟเลี้ยวทางนี้” ไฟเลี้ยวรีบวิ่งกรู่เข้ามาพร
เช้าวันต่อมาร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าดูแอพพลิเคชั่นสีเขียวก็เจอกับข้อความกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขาเป็นจำนวนมากกลุ่ม เซมาซั่มVAYO : Send a pictureVAYO : อย่างแจ่มอ่ะ >”มังกร60 : มึงพลาดแล้ว 5555TIGER : มันกลับมายังเถอะVAYO : กลับแล้วกูเห็นรถมันจอดอยู่TIGER : แล้วทำไมแม่งเงียบว่ะVAYO : ไอ้
ปัจจุบันแบดซ์ยืนเหม่อคิดถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นาน จนไม่รู้เวลาล่วงเลยนานเท่าใดแล้ว หลังจากหลุดจากภวังค์เขาก็เอ่ยขึ้น“ถ้าเธอเจอฉันเธอจะจำฉันได้ไหมนะยัยแก้มป่อง”ด้วยความคิดที่ว่าอยากเจอเธออีกสักครั้ง เลยมีความคิดอยากไปเที่ยวที่นั่นอีกสักหนและหวังว่าจะได้เจอสาวน้อยของเขา คิดได้ดังนั้นจึงเดินเข้าไปใ
- มหาวิทยาลัย KS -ตึกคณะบริหารฯ หลังจบคลาสเรียน นักศึกษาหนุ่มปี 3 ใบหน้าราวฟ้าประทานฉายา 4 หนุ่มจตุรเทพ วาโย เสือ มังกร และเขา 'แบดซ์' หนุ่มหล่อ พ่อรวย เจ้าเล่ห์ เจ้าของสายตาแพรวพราว สาวคนไหนสบตาต่างไม่รอดสักราย 4 หนุ่มเดินออกจากห้องเรียนหลังจบชั่วโมงสุดท้ายของวันแบดซ์ อัศวิน วิริยะพงษ์ไพศาล ใบหน







