INICIAR SESIÓNแสงแดดอุ่นจัดในยามสายลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสงเข้ามาแยงตา ปลุกร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ตื่นจากการหลับใหล
มันเดย์ขมวดคิ้วเข้าหากัน ครางฮือในลำคอเมื่อความรู้สึกแรกที่โจมตีระบบประสาทคืออาการปวดหนึบที่ศีรษะราวกับถูกค้อนทุบ อาการแฮงก์โอเวอร์จากการดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดเล่นงานเธออย่างหนัก แต่ทว่า นั่นยังไม่เลวร้ายเท่ากับความปวดร้าวระบมที่แล่นริ้วขึ้นมาจากช่วงล่างและสะโพก ทุกครั้งที่ขยับตัว เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกจับแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบใหม่
หญิงสาวค่อยๆ ปรือตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องสีขาวคุ้นตา แต่เป็นแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยสักสีดำเข้มดุดันของผู้ชายที่นอนหันหลังอยู่ข้างๆ
ความทรงจำเมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก
ภาพที่เธอเดินไปด่าเขาที่ร้านเหล้า ภาพที่เธอท้าทายเขาด้วยความเมา ภาพที่เธอดึงคอเสื้อเขาลงมาจูบ และภาพความเร่าร้อนดิบเถื่อนบนเตียงนี้ที่สาดซัดเข้าใส่เธอครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงครางของตัวเองที่ดังระงมไปทั่วห้องยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท
‘บ้าไปแล้ว... มันเดย์ เธอทำบ้าอะไรลงไป!’
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุอก ความตื่นตระหนกตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่คอหอย เธอเสียความบริสุทธิ์ที่เก็บรักษามาตลอดยี่สิบปีให้กับผู้ชายเสเพลที่สุดในคณะ ผู้ชายที่เพื่อนในแก๊ง 7’Days เกลียดขี้หน้าและไม่อยากให้เธอเข้าใกล้!
ในขณะที่มันเดย์กำลังสติแตกอยู่ภายในใจ ร่างสูงใหญ่ที่นอนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มขยับตัว โซนพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ นัยน์ตาคมกริบที่เพิ่งตื่นนอนยังคงมีความงัวเงีย แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่สบตากับเธอ แววตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยและอ่านไม่ออก
โซนลอบประเมินสถานการณ์เงียบๆ เขาเตรียมใจรับมือกับพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เสียครั้งแรกมักจะตื่นมาพร้อมกับน้ำตา เสียงโวยวาย การด่าทอ หรือไม่ก็การเรียกร้องให้เขารับผิดชอบเป็นแฟน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แบดบอยรักสนุกอย่างเขาเกลียดและรำคาญที่สุด เขากระชับผ้าห่มขึ้นมาปิดระดับเอว นั่งพิงพนักเตียงเงียบๆ รอให้เธอเป็นฝ่ายระเบิดอารมณ์ออกมาก่อน
ทว่า... ผิดคาด
มันเดย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด เธอหลับตาลงนับหนึ่งถึงสามในใจ พยายามดึงตรรกะและสติสัมปชัญญะของนักเรียนหัวกะทิกลับมาให้เร็วที่สุด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความตื่นตระหนกในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นราวกับสวิตช์ไฟที่ถูกสับเปลี่ยนโหมด
หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง รวบผ้าห่มขึ้นมาปกปิดหน้าอกเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ เธอไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย และไม่ได้หยิบหมอนขึ้นมาฟาดเขาอย่างที่โซนจินตนาการไว้
“ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำสิ หรือนายจะกลับไปสภาพนี้” มันเดย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก ก่อนจะก้าวลงจากเตียง คว้าเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของตัวเองที่หล่นอยู่บนพื้นมาสวมลวกๆ แล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำโดยไม่หันกลับมามองเขาสักนิด
ปัง!
เสียงประตูห้องน้ำปิดลง ทิ้งให้โซนนั่งอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความงุนงง
‘อะไรวะเนี่ย... ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย แถมยังไล่กูไปอาบน้ำอีก?’
สิบนาทีต่อมา มันเดย์เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพที่ดูเป็นปกติที่สุด เธอสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงขาสั้น ล้างหน้าบ้วนปากจนสดชื่น ในขณะที่หัวใจข้างในยังคงเต้นตึกตักด้วยความประหม่า แต่ภายนอกเธอสวมหน้ากาก ‘แม่พระผู้มีเหตุผล’ เอาไว้อย่างแนบเนียน
โซนที่เพิ่งสวมกางเกงยีนส์เสร็จ หันมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาเดินเข้าไปหาเธอที่กำลังยืนกอดอกพิงโต๊ะเครื่องแป้งอยู่
“เธอโอเคป่ะเนี่ยมันเดย์?” โซนถาม หยั่งเชิงดูท่าที
“โอเค ทำไมจะไม่โอเค” มันเดย์ตอบกลับเสียงนิ่ง สบตาเขากลับอย่างไม่ลดละ “เราโตๆ กันแล้ว เรื่องเมื่อคืน... ถือซะว่ามันเป็นอุบัติเหตุจากความเมาก็แล้วกัน ฉันจำได้ว่าฉันเป็นคนเริ่มก่อน เพราะงั้นนายไม่ต้องกังวลว่าฉันจะเรียกร้องให้นายมารับผิดชอบอะไร”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของแม่พระประจำสาขา ทำเอาโซนถึงกับเลิกคิ้วสูง ความประหลาดใจก่อตัวขึ้นในอก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจที่เรื่องมันง่ายกว่าที่คิด
“ช่างแม่งพ่อตาแล้วโว้ย! โดนยิงพรุ่งนี้ก็คุ้มวะ!” โซนคำรามลั่นในลำคอ ชายหนุ่มตวัดท่อนแขนแกร่งรวบร่างบอบบางของมันเดย์ขึ้นอุ้มจนตัวลอย หญิงสาวหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจเมื่อแขนแกร่งอุ้มเธอเดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนที่เปิดไฟสลัวทิ้งไว้ โซนโยนร่างของเธอลงบนเตียงคิงไซส์สีเข้มอย่างไม่ออมแรง ก่อนจะตามลงไปทาบทับ กักขังยัยตัวแสบไว้ภายใต้สรีระที่สูงใหญ่กว่า นัยน์ตาคมกริบที่เคยกดข่มความรู้สึกเอาไว้ บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะและความหิวกระหายที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด “ดื้อนักนะ... อุตส่าห์หนีแล้ว ยังจะมาเข้าถ้ำเสือถึงที่แบบนี้ อย่ามาร้องขอชีวิตทีหลังก็แล้วกัน!” “ใครกันแน่ที่จะต้องร้องขอชีวิต” มันเดย์เชิดหน้าท้าทาย มือเล็กเอื้อมไปดึงท้ายทอยของเขาให้โน้มลงมาหา โซนไม่รอช้า เขาประกบริมฝีปากบดขยี้ความอวดดีนั้นอย่างเร่าร้อนที่สุด รสจูบที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและความโหยหาถูกส่งผ่านเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำ ริมฝีปากดูดดึงและพัวพันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มือหนาหยาบกร้านลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสตัวบาง ก่อนจะจัดการปลดเปลื้องเสื้อคาร์ดิแกนและชุดเด
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ นั่นคือระยะเวลาที่ ‘โซน’ เจ้าหมาป่าแห่งคณะวิศวะ ต้องใช้ชีวิตอย่างแห้งเหี่ยวและทรมานแสนสาหัสราวกับอยู่ในช่วงจำศีล นับตั้งแต่วันที่ ‘ว่าที่พ่อตา’ บุกมาเปิดศาลเตี้ยถึงคอนโดของมันเดย์ และประกาศกฎเหล็กห้ามเขานอนค้างอ้างแรมด้วยกันอย่างเด็ดขาด โซนก็กลายสภาพเป็นลูกหมาเชื่องๆ ที่ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ชายหนุ่มรับส่งแฟนสาวไปเรียน ติวหนังสือด้วยกัน แวะกินข้าวเย็น และต้องรีบขับรถมาส่งเธอที่ล็อบบี้คอนโดก่อนพระอาทิตย์ตกดินราวกับซินเดอเรลล่าที่กลัวเวทมนตร์จะเสื่อมสลาย เวลาสี่ทุ่มครึ่ง ภายในห้องชุดสไตล์ลอฟต์ที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเทาของโซน บรรยากาศช่างเงียบเหงาและอ้างว้าง ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดกางเกงวอร์มสีเทาเพียงตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดรอยสักและมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบ กำลังนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงคิงไซส์ปูผ้าปูสีเข้ม ชายหนุ่มพลิกตัวไปมาอย่างงุ่นง่าน มือหนายกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเลื่อนดูรูปถ่ายคู่ของเขากับมันเดย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “แม่งเอ๊ย... คิดถึงจนจะบ้าตายอยู่แล้วโว้ย” โซนสบถคำรามในลำคอ โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างเตียงแล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก การเคยชินกับการมีร่างนุ่มนิ่มหอมๆ ให้กอดทุกค
“ไม่เลิกค่ะ! ยังไงหนูก็ไม่เลิกเด็ดขาด!” มันเดย์สวนกลับทันควัน เสียงหวานที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แข็งกร้าวและดื้อดึงที่สุดในชีวิต เธอมองหน้าพ่อกับแม่ผ่านม่านน้ำตา “หนูโตแล้วนะคะ หนูคิดเองได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี โซนไม่เคยดึงหนูให้ต่ำลง มีแต่จะช่วยผลักดันกันไปข้างหน้าต่างหาก!” “มันเดย์! นี่ลูกกล้าเถียงพ่อกับแม่เพื่อผู้ชายคนนี้เหรอ!” คุณพ่อลุกขึ้นยืนชี้หน้าลูกสาวด้วยความโกรธจัด ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะลุกลามบานปลายจนกู่ไม่กลับนั้นเอง... โซนที่นั่งนิ่งรับฟังคำด่าทอมาตลอด ก็เอื้อมมือใหญ่ของเขาไปกอบกุมมือเล็กๆ ของมันเดย์ที่กำลังสั่นเทาเอาไว้แน่น ชายหนุ่มออกแรงบีบเบาๆ เพื่อเรียกสติและส่งผ่านความอบอุ่นไปให้เธอ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ประจันหน้ากับผู้พิพากษาทั้งสองด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีอาการลุกลี้ลุกลน มีเพียงความแน่วแน่และดื้อดึงในแบบฉบับของเจ้าหมาป่าที่ไม่ยอมก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ “ผมเข้าใจครับว่าพ่อกับแม่กำลังโกรธ และผมยอมรับผิดทุกอย่างที่ทำตัวไม่เหมาะสม” น้ำเสียงทุ้มห้าวของโซนดังทะลุความตึงเครียดขึ้นมา “แต่ถ้าพ่อกับแม่จะบังคับให้ผมเลิกกับมันเดย์... ผมคงทำให้ไม่ได้ค
ความเงียบสงัดภายในห้องชุดสุดหรูของมันเดย์ในเวลานี้ ช่างเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นหัวใจจนแทบระเบิด ทันทีที่คำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ผมเป็นแฟนของมันเดย์เองครับ’ หลุดออกจากปากของผู้ชายร่างยักษ์หน้าตาดุดันที่เพิ่งเดินออกจากตู้เสื้อผ้า สติสัมปชัญญะของคุณแม่ที่เคยเยือกเย็นก็ขาดผึงลงในพริบตา อาการช็อกสุดขีดจู่โจมคนเป็นแม่จนหน้ามืดวิงเวียน คุณแม่ยกมือขึ้นทาบอก ซวนเซไปด้านหลังจนต้องทรุดตัวลงนั่งบนเบาะโซฟา ภาพลูกสาวสุดที่รักผู้เป็น ‘แม่พระ’ แสนดี ผู้เปรียบดั่งผ้าขาวที่พับไว้อย่างเรียบร้อย อยู่ในกรอบระเบียบมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับมีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาซุกซ่อนอยู่ในห้องนอน แถมผู้ชายคนนั้นยังสวมเสื้อยืดสีดำ รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม คิ้วบาก นัยน์ตาดุดัน และมีรอยสักโผล่พ้นแขนเสื้อให้เห็น... นี่มันไม่ใช่แฟนหนุ่มสไตล์ลูกคุณหนูหรือหมอหน้าใสแบบที่คุณแม่เคยวาดฝันไว้เลยสักนิด แต่นี่มันตัวอันตรายระดับวีไอพีชัดๆ “มะ... แม่คะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ดมยาดมก่อนค่ะ!” มันเดย์หน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างโซฟา พยายามจะพัดลมและส่งยาดมให้คุณแม่ด้วยมือที่สั่นเทา “ไม่ต้องเลยมันเดย์ ถอยไ
Rrrr… Rrrr… Rrrr!! เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือจังหวะเพลงร็อกอีดีเอ็มหนักหน่วง แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาจากทิศทางของ... ตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน! ความเงียบสงัดระดับสุญญากาศเข้าปกคลุมห้องชุดสุดหรูในทันที เสียงริงโทนดังก้องกังวานทะลุบานประตูไม้ออกมาอย่างชัดเจน ชนิดที่ต่อให้หูตึงก็ยังได้ยิน มันเดย์อ้าปากค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างไปรอที่ยมโลกแล้ว เสียงริงโทนดังอยู่ประมาณสิบวินาทีก่อนจะถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว (ฝีมือโซนที่เพิ่งคลำหาปุ่มปิดเสียงเจอในความมืด) แต่ความพินาศได้บังเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คุณแม่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยใจดีและมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเย็นเยียบจนน่ากลัว คุณแม่ยกแขนขึ้นกอดอก จ้องหน้าลูกสาวสุดที่รักด้วยสายตาคาดคั้นและกดดันขั้นสุด “ในห้องมีใครอยู่ มันเดย์...” น้ำเสียงของคุณแม่เฉียบขาดและดังกังวาน “ให้เขาออกมาเดี๋ยวนี้!” “มะ... แม่คะ... คือว่า...” มันเดย์หน้าซีดเผือด ขอบตาร้อนผ่าวและเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมา เธอรู้ดีว่าพ่อแม่คาดหวังในตัวเธอมากแค่ไหน การซุกซ่อนผู้ชายไว้ในห้องนอ
“แม่!! เดี๋ยวก่อนนนน!!” เสียงหวีดร้องระดับแปดหลอดของมันเดย์ดังลั่นห้องชุดสุดหรู ร่างบอบบางที่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนยังยืนตัวสั่นเป็นลูกนก บัดนี้กลับพุ่งทะยานด้วยความเร็วแสงดุจซูเปอร์ฮีโร่ เข้าไปกางแขนขวางหน้าบานประตูตู้เสื้อผ้าบิลต์อินเอาไว้สุดชีวิต แผ่นหลังเล็กๆ แนบชิดติดกับบานประตูไม้ราวกับใช้กาวตราช้างติดไว้ หอบหายใจแฮ่กๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองผู้เป็นแม่ที่ชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศห่างจากที่จับประตูเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร คุณแม่เลิกคิ้วสูง มองท่าทีลุกลี้ลุกลนขั้นสุดของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยความประหลาดใจ “เป็นอะไรไปลูก ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้น แม่แค่จะเปิดตู้เสื้อผ้าเอาคาร์ดิแกนมาใส่เอง” “ขะ... ข้างในมันรกมากค่ะแม่! รกแบบ... รกสุดๆ ระเบิดลงเลยค่ะ!” มันเดย์แถสดๆ ร้อนๆ ลิ้นแทบจะพันกัน สมองระดับหัวกะทิกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผลที่สุด “คือหนู... หนูเพิ่งรื้อตู้เสื้อผ้าเมื่อคืนนี้เองค่ะ กะว่าจะคัดเสื้อผ้าเก่าๆ เอาไปบริจาค ตอนนี้ข้างในมีแต่เสื้อผ้ากองสุมท่วมหัว ถ้าแม่เปิดตอนนี้ เสื้อผ้ามันต้องถล่มลงมาทับแม่แน่ๆ ค่ะ! หนูอายแม่ด้วยน่ะค่ะ อย่าเพิ่งเปิดเลยนะคะ!”







