Mag-log inเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกที่แผดร้อง มันเดย์สะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนหนานุ่มในคอนโดของตัวเอง หญิงสาวเอื้อมมือไปกดปิดเสียงน่ารำคาญนั้น ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหงาย ฝ่ามือเล็กยกขึ้นก่ายหน้าผากพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อความทรงจำอันเร่าร้อนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกดเล่นอัตโนมัติ
หลังจากค่ำคืนแห่งความบ้าบิ่นที่จบลงด้วย ‘ข้อตกลงลับฉบับ FWB’ โซนก็กลับไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความยับเยินบนเตียงนอนและรอยสีกุหลาบที่กระจายอยู่ทั่วลาดไหล่และลำคอขาวเนียนของเธอ
มันเดย์ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วเดินตรงไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ เธอปลดกระดุมชุดนอนออก เลื่อนคอเสื้อลงเพื่อสำรวจร่องรอยสมรภูมิรัก รอยจูบสีแดงช้ำหลายจุดเด่นหลาอยู่บนผิวขาวจัดจนน่าตกใจ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้เธอมีเรียนเช้า และแน่นอนว่าเธอไม่สามารถปล่อยให้ใครเห็นรอยพวกนี้ได้เด็ดขาด หากความลับแตกว่า ‘แม่พระประจำสาขา’ แอบไปมีอะไรกับ ‘แบดบอยตัวอันตราย’ อย่างโซน โลกทั้งใบที่เธอพยายามสร้างมาตลอดคงพังทลายลงไม่เป็นท่า
มันเดย์ใช้เวลาหน้ากระจกนานกว่าปกติ เธอหยิบคอนซีลเลอร์และรองพื้นปกปิดมาแต้มลงบนรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ เกลี่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมั่นใจว่าสีผิวดูเนียนเรียบสม่ำเสมอ จากนั้นจึงเลือกหยิบเสื้อนักศึกษาตัวโคร่งที่ติดกระดุมได้จนถึงเม็ดบนสุดมาใส่ ก่อนจะสวมทับด้วยเสื้อช็อปสีเขียวเข้ม สีประจำสาขาวิศวะสิ่งแวดล้อม และเพื่อความปลอดภัยขั้นกว่า เธอเลือกที่จะปล่อยผมยาวสลวยให้สยายลงมาปรกต้นคอ แทนที่จะมัดรวบเป็นหางม้าเหมือนทุกที
เมื่อเช็กความเรียบร้อยจนแน่ใจว่าไม่มีจุดบกพร่อง มันเดย์ก็สูดลมหายใจเรียกความมั่นใจ ปั้นรอยยิ้มละมุนละไมแบบที่ทำเป็นประจำ แล้วก้าวออกจากห้องเพื่อไปสวมบทบาทเดิมที่ทุกคนคุ้นเคย
บรรยากาศใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษา ทันทีที่มันเดย์เดินเข้ามาในห้องเรียนวิชาภาค จอยและกลุ่มเพื่อนสนิทในสาขาก็โบกมือเรียกให้มานั่งที่โต๊ะประจำแถวหน้าสุด ทว่าทันทีที่เธอนั่งลง คำถามที่เตรียมใจเอาไว้แล้วก็ถูกยิงตรงเข้ามาทันที
“มันเดย์ วันศุกร์มึงหายไปไหนมาวะ!” จอยเบิกตากว้าง พุ่งเข้ามาจับแขนเธอเขย่าเบาๆ “ตอนไอ้โซนลากมึงออกไปหลังร้าน แล้วพอพวกกูวิ่งตามออกไป พวกมึงก็หายตัวไปทั้งคู่เลย โทรหาก็ไม่ติด มึงรู้ไหมว่าพวกกูเป็นห่วงแทบแย่!”
“ชะ... ใช่ กูกระวนกระวายใจมาก นึกว่าไอ้โซนมันจะโมโหที่มึงไปด่ามันแล้วทำร้ายมึงซะอีก” เพื่อนผู้ชายอีกคนเสริมหน้าตาตื่น
มันเดย์ลอบกลืนน้ำลายลงคอ พยายามรักษาระดับอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้เต้นแรงจนเกินไป เธอปรับสีหน้าให้ดูอ่อนล้าเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มที่ซ้อมมาเป็นร้อยรอบหน้ากระจก
“อ๋อ... ไม่มีอะไรหรอกจอย” เธอยิ้มเจื่อนๆ “วันนั้นฉันเมามากน่ะ เมาจนพูดไม่รู้เรื่อง โซนเขาก็คงรำคาญที่คนมองเยอะ เลยลากฉันออกไปข้างนอก พอเขาเห็นว่าฉันอ้วกแตกแถมยืนแทบไม่อยู่ เขาก็เลย... เอิ่ม... พาไปเรียกแท็กซี่ส่งกลับคอนโดน่ะ ไม่มีอะไรจริงๆ”
“เหรอวะ?” จอยหรี่ตามองอย่างจับผิด “ไอ้โซนเนี่ยนะคนดีพาไปส่งขึ้นแท็กซี่? ปกติเห็นมันไม่เคยแคร์ใคร”
“เขาคงรำคาญฉันแหละมั้ง อยากตัดรำคาญไวๆ” มันเดย์รีบไหลตามน้ำ พยายามเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียนด้วยการหยิบชีทสรุปในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะ “เออ นี่ชีทสรุปวิชานี้ที่ฉันทำมาเมื่อคืน ฉันถ่ายเอกสารมาเผื่อทุกคนด้วยนะ เอาไปแบ่งกันอ่านสิ”
“เช็ดดด! แม่พระของพวกเรากลับมาแล้วเว้ย!”
ทันทีที่เห็นชีทสรุปสีสันสดใสที่จดด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสงสัยเรื่องของโซนก็ถูกปัดตกไปอย่างง่ายดาย เพื่อนๆ ทุกคนต่างรุมล้อมเข้ามาขอบคุณและแย่งชีทกันอย่างอารมณ์ดี มันเดย์ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มแสนดีถูกประดับขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง เธอแจกจ่ายชีทและคอยอธิบายเนื้อหาที่เข้าใจยากให้เพื่อนๆ ฟังอย่างใจเย็น การแสดงละครฉากใหญ่ของเธอเริ่มต้นได้อย่างสวยงาม
ทว่าความสงบสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน...
ครืดดด...
เสียงเลื่อนเก้าอี้ดังขึ้นจากทางด้านหลังห้องเรียน เรียกให้สายตาหลายคู่หันไปมอง มันเดย์ชะงักคำพูดที่กำลังอธิบายเนื้อหาให้จอยฟัง เธอเหลือบตามองตามสัญชาตญาณ ก่อนที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายจะกระตุกวูบ
โซนเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยสภาพแบดบอยตามมาตรฐานของเขา เสื้อช็อปสีเขียวเข้มพาดอยู่บนบ่า เสื้อยืดสีดำด้านในยับยู่ยี่นิดๆ เข้ากันกับกางเกงยีนส์สีเข้มและรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ทรงผมที่ไม่ได้เซ็ตอย่างตั้งใจกลับดูเท่และเซอร์ในแบบที่ผู้หญิงหลายคนต้องแอบลอบมอง นัยน์ตาคมดุภายใต้คิ้วเข้มกวาดมองไปรอบห้องด้วยท่าทีเบื่อโลก ก่อนที่เขาจะเดินล้วงกระเป๋าไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้แถวหลังสุด ซึ่งเป็นอาณาเขตประจำของกลุ่มเด็กหลังห้อง
จังหวะที่เดินผ่านแถวหน้า โซนไม่ได้ปรายตามองมันเดย์เลยแม้แต่นิดเดียว เขาทำเหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ไม่มีบทสนทนา ไม่มีการทักทาย ไม่มีแม้แต่การพยักหน้าให้ ราวกับว่าค่ำคืนที่ร่างกายของทั้งสองหลอมรวมกันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
มันเดย์หันกลับมาโฟกัสการติวให้จอย พยายามจดจ่ออยู่กับหนังสือและชีทสรุป แต่ในใจกลับปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ จนอาจารย์เดินเข้ามาในห้องสำหรับการเรียนภาคเช้า
‘เขาทำตามข้อตกลงได้ดีเยี่ยม... ดีจนน่าหงุดหงิดเลยล่ะ’
“ช่างแม่งพ่อตาแล้วโว้ย! โดนยิงพรุ่งนี้ก็คุ้มวะ!” โซนคำรามลั่นในลำคอ ชายหนุ่มตวัดท่อนแขนแกร่งรวบร่างบอบบางของมันเดย์ขึ้นอุ้มจนตัวลอย หญิงสาวหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจเมื่อแขนแกร่งอุ้มเธอเดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนที่เปิดไฟสลัวทิ้งไว้ โซนโยนร่างของเธอลงบนเตียงคิงไซส์สีเข้มอย่างไม่ออมแรง ก่อนจะตามลงไปทาบทับ กักขังยัยตัวแสบไว้ภายใต้สรีระที่สูงใหญ่กว่า นัยน์ตาคมกริบที่เคยกดข่มความรู้สึกเอาไว้ บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะและความหิวกระหายที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด “ดื้อนักนะ... อุตส่าห์หนีแล้ว ยังจะมาเข้าถ้ำเสือถึงที่แบบนี้ อย่ามาร้องขอชีวิตทีหลังก็แล้วกัน!” “ใครกันแน่ที่จะต้องร้องขอชีวิต” มันเดย์เชิดหน้าท้าทาย มือเล็กเอื้อมไปดึงท้ายทอยของเขาให้โน้มลงมาหา โซนไม่รอช้า เขาประกบริมฝีปากบดขยี้ความอวดดีนั้นอย่างเร่าร้อนที่สุด รสจูบที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและความโหยหาถูกส่งผ่านเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำ ริมฝีปากดูดดึงและพัวพันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มือหนาหยาบกร้านลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสตัวบาง ก่อนจะจัดการปลดเปลื้องเสื้อคาร์ดิแกนและชุดเด
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ นั่นคือระยะเวลาที่ ‘โซน’ เจ้าหมาป่าแห่งคณะวิศวะ ต้องใช้ชีวิตอย่างแห้งเหี่ยวและทรมานแสนสาหัสราวกับอยู่ในช่วงจำศีล นับตั้งแต่วันที่ ‘ว่าที่พ่อตา’ บุกมาเปิดศาลเตี้ยถึงคอนโดของมันเดย์ และประกาศกฎเหล็กห้ามเขานอนค้างอ้างแรมด้วยกันอย่างเด็ดขาด โซนก็กลายสภาพเป็นลูกหมาเชื่องๆ ที่ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ชายหนุ่มรับส่งแฟนสาวไปเรียน ติวหนังสือด้วยกัน แวะกินข้าวเย็น และต้องรีบขับรถมาส่งเธอที่ล็อบบี้คอนโดก่อนพระอาทิตย์ตกดินราวกับซินเดอเรลล่าที่กลัวเวทมนตร์จะเสื่อมสลาย เวลาสี่ทุ่มครึ่ง ภายในห้องชุดสไตล์ลอฟต์ที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเทาของโซน บรรยากาศช่างเงียบเหงาและอ้างว้าง ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดกางเกงวอร์มสีเทาเพียงตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดรอยสักและมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบ กำลังนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงคิงไซส์ปูผ้าปูสีเข้ม ชายหนุ่มพลิกตัวไปมาอย่างงุ่นง่าน มือหนายกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเลื่อนดูรูปถ่ายคู่ของเขากับมันเดย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “แม่งเอ๊ย... คิดถึงจนจะบ้าตายอยู่แล้วโว้ย” โซนสบถคำรามในลำคอ โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างเตียงแล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก การเคยชินกับการมีร่างนุ่มนิ่มหอมๆ ให้กอดทุกค
“ไม่เลิกค่ะ! ยังไงหนูก็ไม่เลิกเด็ดขาด!” มันเดย์สวนกลับทันควัน เสียงหวานที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แข็งกร้าวและดื้อดึงที่สุดในชีวิต เธอมองหน้าพ่อกับแม่ผ่านม่านน้ำตา “หนูโตแล้วนะคะ หนูคิดเองได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี โซนไม่เคยดึงหนูให้ต่ำลง มีแต่จะช่วยผลักดันกันไปข้างหน้าต่างหาก!” “มันเดย์! นี่ลูกกล้าเถียงพ่อกับแม่เพื่อผู้ชายคนนี้เหรอ!” คุณพ่อลุกขึ้นยืนชี้หน้าลูกสาวด้วยความโกรธจัด ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะลุกลามบานปลายจนกู่ไม่กลับนั้นเอง... โซนที่นั่งนิ่งรับฟังคำด่าทอมาตลอด ก็เอื้อมมือใหญ่ของเขาไปกอบกุมมือเล็กๆ ของมันเดย์ที่กำลังสั่นเทาเอาไว้แน่น ชายหนุ่มออกแรงบีบเบาๆ เพื่อเรียกสติและส่งผ่านความอบอุ่นไปให้เธอ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ประจันหน้ากับผู้พิพากษาทั้งสองด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีอาการลุกลี้ลุกลน มีเพียงความแน่วแน่และดื้อดึงในแบบฉบับของเจ้าหมาป่าที่ไม่ยอมก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ “ผมเข้าใจครับว่าพ่อกับแม่กำลังโกรธ และผมยอมรับผิดทุกอย่างที่ทำตัวไม่เหมาะสม” น้ำเสียงทุ้มห้าวของโซนดังทะลุความตึงเครียดขึ้นมา “แต่ถ้าพ่อกับแม่จะบังคับให้ผมเลิกกับมันเดย์... ผมคงทำให้ไม่ได้ค
ความเงียบสงัดภายในห้องชุดสุดหรูของมันเดย์ในเวลานี้ ช่างเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นหัวใจจนแทบระเบิด ทันทีที่คำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ผมเป็นแฟนของมันเดย์เองครับ’ หลุดออกจากปากของผู้ชายร่างยักษ์หน้าตาดุดันที่เพิ่งเดินออกจากตู้เสื้อผ้า สติสัมปชัญญะของคุณแม่ที่เคยเยือกเย็นก็ขาดผึงลงในพริบตา อาการช็อกสุดขีดจู่โจมคนเป็นแม่จนหน้ามืดวิงเวียน คุณแม่ยกมือขึ้นทาบอก ซวนเซไปด้านหลังจนต้องทรุดตัวลงนั่งบนเบาะโซฟา ภาพลูกสาวสุดที่รักผู้เป็น ‘แม่พระ’ แสนดี ผู้เปรียบดั่งผ้าขาวที่พับไว้อย่างเรียบร้อย อยู่ในกรอบระเบียบมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับมีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาซุกซ่อนอยู่ในห้องนอน แถมผู้ชายคนนั้นยังสวมเสื้อยืดสีดำ รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม คิ้วบาก นัยน์ตาดุดัน และมีรอยสักโผล่พ้นแขนเสื้อให้เห็น... นี่มันไม่ใช่แฟนหนุ่มสไตล์ลูกคุณหนูหรือหมอหน้าใสแบบที่คุณแม่เคยวาดฝันไว้เลยสักนิด แต่นี่มันตัวอันตรายระดับวีไอพีชัดๆ “มะ... แม่คะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ดมยาดมก่อนค่ะ!” มันเดย์หน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างโซฟา พยายามจะพัดลมและส่งยาดมให้คุณแม่ด้วยมือที่สั่นเทา “ไม่ต้องเลยมันเดย์ ถอยไ
Rrrr… Rrrr… Rrrr!! เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือจังหวะเพลงร็อกอีดีเอ็มหนักหน่วง แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาจากทิศทางของ... ตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน! ความเงียบสงัดระดับสุญญากาศเข้าปกคลุมห้องชุดสุดหรูในทันที เสียงริงโทนดังก้องกังวานทะลุบานประตูไม้ออกมาอย่างชัดเจน ชนิดที่ต่อให้หูตึงก็ยังได้ยิน มันเดย์อ้าปากค้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างไปรอที่ยมโลกแล้ว เสียงริงโทนดังอยู่ประมาณสิบวินาทีก่อนจะถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว (ฝีมือโซนที่เพิ่งคลำหาปุ่มปิดเสียงเจอในความมืด) แต่ความพินาศได้บังเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คุณแม่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยใจดีและมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเย็นเยียบจนน่ากลัว คุณแม่ยกแขนขึ้นกอดอก จ้องหน้าลูกสาวสุดที่รักด้วยสายตาคาดคั้นและกดดันขั้นสุด “ในห้องมีใครอยู่ มันเดย์...” น้ำเสียงของคุณแม่เฉียบขาดและดังกังวาน “ให้เขาออกมาเดี๋ยวนี้!” “มะ... แม่คะ... คือว่า...” มันเดย์หน้าซีดเผือด ขอบตาร้อนผ่าวและเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมา เธอรู้ดีว่าพ่อแม่คาดหวังในตัวเธอมากแค่ไหน การซุกซ่อนผู้ชายไว้ในห้องนอ
“แม่!! เดี๋ยวก่อนนนน!!” เสียงหวีดร้องระดับแปดหลอดของมันเดย์ดังลั่นห้องชุดสุดหรู ร่างบอบบางที่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนยังยืนตัวสั่นเป็นลูกนก บัดนี้กลับพุ่งทะยานด้วยความเร็วแสงดุจซูเปอร์ฮีโร่ เข้าไปกางแขนขวางหน้าบานประตูตู้เสื้อผ้าบิลต์อินเอาไว้สุดชีวิต แผ่นหลังเล็กๆ แนบชิดติดกับบานประตูไม้ราวกับใช้กาวตราช้างติดไว้ หอบหายใจแฮ่กๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองผู้เป็นแม่ที่ชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศห่างจากที่จับประตูเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร คุณแม่เลิกคิ้วสูง มองท่าทีลุกลี้ลุกลนขั้นสุดของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยความประหลาดใจ “เป็นอะไรไปลูก ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้น แม่แค่จะเปิดตู้เสื้อผ้าเอาคาร์ดิแกนมาใส่เอง” “ขะ... ข้างในมันรกมากค่ะแม่! รกแบบ... รกสุดๆ ระเบิดลงเลยค่ะ!” มันเดย์แถสดๆ ร้อนๆ ลิ้นแทบจะพันกัน สมองระดับหัวกะทิกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผลที่สุด “คือหนู... หนูเพิ่งรื้อตู้เสื้อผ้าเมื่อคืนนี้เองค่ะ กะว่าจะคัดเสื้อผ้าเก่าๆ เอาไปบริจาค ตอนนี้ข้างในมีแต่เสื้อผ้ากองสุมท่วมหัว ถ้าแม่เปิดตอนนี้ เสื้อผ้ามันต้องถล่มลงมาทับแม่แน่ๆ ค่ะ! หนูอายแม่ด้วยน่ะค่ะ อย่าเพิ่งเปิดเลยนะคะ!”







