Masuk"แทนคะ ก้อยเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เสียงใสหวานของภรรยาดังขึ้น ปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์ เขากำลังนั่งจ้องมองดูบางอย่างที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขา กวินทราขมวดคิ้ว เธอค่อยเดินไปทรุดนั่งข้างเขา หางตาเหลือบมองดูว่าสามีกำลังทำอะไร ตามประสาผู้หญิงที่มักจะมีความหึงหวงสามี ที่พวกหล่อนมักจะคิดว่าเป็นสมบัติส่วนตัว
"ดูอะไรอยู่คะ"
เธอกล้าเอ่ยเมื่อเห็นว่าสามีกำลังดูอะไรอยู่ แทนยิ้มนิดๆ ให้กับภรรยา เขาแต่งงานกับเธอมาสามปีแล้ว กวินทราเป็นแม่ม่ายลูกติด เธอมีลูกสาวอายุสิบสี่ปีอยู่ในวัยที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น
ทรายทอง...
"รูปของหนูทราย"
คำตอบของสามี ทำให้กวินทรายิ้มกริ่ม เธอรู้สึกปลื้มใจที่สามีเอ็นดูและรักลูกสาวของเธอมาก เธอกอดแขนเขา แล้วเอ่ยกระเซ้าเสียงกลั้วหัวเราะ
"ก้อยนึกว่าดูรูปสาวอื่นอยู่ เห็นจ้องจริงจัง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วย"
"หึๆ ก็ยัยหนูของเรา...น่ารักเหลือเกิน"
ตาของเขายังคงมองจับจ้อง หญิงสาววัยรุ่น หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา เจ้าหล่อนมีนัยน์ตาคมหวาน ล้อมกรอบด้วยขนตาดกหนา คิ้วเรียวสวยได้รูป จมูกโด่ง ริมฝีปากรูปกระจับ ผิวเนียนขาวลออ ผมของหล่อนยาวหยักศกล้อมกรอบใบหน้างดงามนั่น รูปร่างแน่งน้อยอรชร บางส่วนโตเกินวัย หล่อนมีสัดส่วนเหมือนสาวรุ่น โดยเฉพาะทรวงอกที่เห็นได้ชัดเจนในวัยเพียงแค่นี้
แม้จะยังอ่อนเยาว์ เพิ่งแรกสาว แต่ทรายทองก็สะสวยเหลือเกิน โดยเฉพาะนัยน์ตานั่น ยามมองสบตากับแม่สาวน้อย มันเหมือนเขากำลังถูกดึงดูดเข้าไป ในอะไรบางอย่าง...ที่แทนก็ตอบตัวเองไม่ได้ ว่าทำไมยิ่งนานวัน เขายิ่งอยากอยู่ใกล้ อยากคุย อยากให้หล่อนมองเพียงแค่เขา
"ก้อยดีใจที่คุณรักลูก"
คำว่าลูก...สะดุดหู สะดุดใจ ฉุกเขาให้ขึ้นมาจากหลุมลึกนั้นเพียงชั่วครู่ แทนปิดโทรศัพท์เสีย แล้วหย่อนมันลงในกระเป๋าเสื้อสูท เขาลุกขึ้นยืน และยิ้มให้ภรรยาพร้อมกับยื่นมือส่งให้หล่อน
"ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสาย โรงแรมที่จัดงานย่านนั้นรถติดด้วย"
"ค่ะ"
กวินทราควงแขนของสามี เธอยิ้มแย้มชวนเขาคุย เธอรู้ว่าเขาจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษถ้าเธอชวนเขาคุยเรื่องลูกสาว ซึ่งตอนแรกเธอคิดเป็นกังวลเมื่อจะแต่งงานใหม่กับเขา เพราะเกรงว่าเขาจะเข้ากับยัยหนูไม่ได้ เธอใช้เวลาดูใจกับเขาถึงสองปี กว่าจะตกลงแต่งงาน ตลอดเวลานั้น แทนพิสูจน์ให้เธอได้เห็นถึงความรัก ความเอ็นดูที่เขามีต่อหนูทราย เขาไม่ได้เข้าหาเพราะเธอเป็นคนร่ำรวย หวังผลประโยชน์ เพราะตัวของแทนก็มีอาชีพการงานที่ถือว่ากำลังประสบผลสำเร็จ เขาเป็นผู้จัดการในบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่ง เงินเดือนก็ไม่ถือว่าน่าเกลียดอะไร
แม้เขาจะด้อยกว่าเธอในเรื่องเงินทอง แต่เมื่อรักไปแล้วกวินทราก็ไม่สนใจและพร้อมที่จะให้เขาทุกสิ่ง เขาดูแลเธอ ดูแลลูกเธอเป็นอย่างดี เธอเป็นคนขอเขาจดทะเบียนด้วยซ้ำ พวกเพื่อนๆ ญาติๆ ของเธอบางคนก็คิดมากเกินไป ว่าเขาจะมาปอกลอกเอาจากเธอ แทนมาให้ต่างหาก ตอนนี้เขาก็ช่วยทำงานในบริษัทเครื่องสำอางของเธอ ทำงานดี และยิ่งช่วยกันพัฒนาให้รุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นไป
ฝันร้ายของเธอจบสิ้นลงแล้ว จบไปพร้อมกับอดีตสามี คิดถึงเขาแล้วกวินทราก็เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ไอศูนย์ตายไปแล้ว ถ้าเขาไม่ตายเธอก็คงไม่เจอคนดีๆ อย่างแทน
ทั้งสองควงคู่กันเข้าไปในงาน พูดคุยทักทายกับบรรดาแขกคนอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นหุ้นส่วนเกี่ยวพันกันทางธุรกิจ งานนี้เป็นงานการกุศล และมีการประมูลเครื่องเพชรเครื่องประดับ จนมาถึงของชิ้นหนึ่ง แทนรีบยกมือขอประมูลไว้ ในราคาที่ทำให้ภรรยาถึงกับขมวดคิ้วเลยทีเดียว
"แพงไปหรือเปล่าคะ..."
เธอสะกิดเขา กวินทราไม่ห้ามเขา แต่ก็ข้องใจว่าทำไมเขาถึงอยากได้นาฬิกานั่นนัก มันไม่ใช่ของผู้ชายด้วยซ้ำ
"ไม่แพงหรอก ผมจะให้เป็นของขวัญ"
เขาพูด เธอหน้าแดงขึ้นทันที อดปลาบปลื้มไม่ได้ เพราะคิดว่าสามีจะซื้อของให้ตน แม้ว่ามันจะเหมือนอัฐยายซื้อขนมยายก็เถอะ เพราะเขาทำงานกับเธอ ได้เงินเดือนจากเธอ และข้าวของทุกอย่าง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเงินของเธอ ไม่เว้นแม้กระทั่งของชิ้นนี้
"คะ? แหม..."
"ผมจะซื้อให้หนูทราย"
กวินทราถึงกับกะพริบตาปริบๆ เก้อไปนิด ที่เข้าใจผิด แต่เธอก็ยิ้มหวานส่งให้กับเขา เอ่ยชมกับความน่ารักของเขา ที่คิดถึงลูกสาวของเธอ
ลูกสาวของเราสินะ ของเธอและเขา แทนบอกว่าไม่อยากมีลูก เพราะตอนนี้เขากับเธอมีแค่หนูทรายก็เพียงพอ เขาไม่อยากมีปัญหา ลูกเรา ลูกเธอ ซึ่งลึกๆ แล้วกวินทราก็เสียใจที่เขาบอกแบบนั้น เพราะเธอก็อยากจะมีลูกกับเขา ที่จะเป็นโซ่ทองคล้องเขาและเธอไว้
แต่การพูดแบบนั้น คิดแบบนั้นก็ทำให้เธอปลาบปลื้ม ที่เขารักลูกสาวของเธอเหมือนลูกของเขาเอง
เธอควรจะดีใจ
กวินทราบอกตนเองแบบนั้น
ครอบครัวของเธอตอนนี้ ช่างมีความสุขเหลือเกิน
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







