LOGINนาฬิกาที่ประมูลซื้อมาเพื่อ 'ลูกสาว' ถูกวางอยู่ตรงหัวเตียง เช้านี้แทนตื่นแต่เช้ามืด เพราะต้องไปส่งภรรยาขึ้นเครื่องบิน เดินทางไปยังอังกฤษ หล่อนนัดกับเพื่อนสนิทไปท่องเที่ยวและไปดูลู่ทางทำธุรกิจเพิ่มที่นั่น ไปหลายวัน เขาจึงต้องดูแลงานทางนี้แทน
'รอยัยทรายปิดเทอม เราไปกันทั้งบ้านเลยนะคะ'
ผู้เป็นภรรยาว่า แล้วจุ๊บแก้มเขาเบาๆ นัยน์ตาเธอมองเขาเต็มไปด้วยความรัก แทนยิ้มนิดๆ แล้วผงกศีรษะรับ เขามองส่งเธอไปจนลับตา
กวินทราไม่อยู่หลายวันแบบนี้ เขาอยากจะชวนทรายทองไปเที่ยวกันตามประสา...พ่อลูก
เพียงแค่คิดว่าจะได้อยู่กันตามลำพังกับเด็กสาวแสนสวย ร่างกายก็พลันร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างประหลาด แทนหยิบกล่องนาฬิกา เวลานี้...วันหยุดแบบนี้ทรายทองจะตื่นราวแปดโมงเช้า นี่เพิ่งจะตีห้ากว่า หล่อนคงจะยังไม่ตื่นดี เขาอยากจะทำให้หล่อนประหลาดใจ
ทรายทองจะต้องดีใจกับของขวัญชิ้นนี้มากแน่นอน
หนุ่มใหญ่เดินออกไปจากห้อง ตรงไปยังห้องของลูกสาว มันเปิดได้ง่ายดายเพราะทรายทองไม่เคยล็อคประตู กวินทราแยกห้องนอนกับลูกสาวและสั่งบอกลูกไว้แบบนั้น เพราะกวินทรามักจะเข้าไปหาลูก ไปดูลูกเกือบทุกวัน เธอติดนิสัยไปดูทรายทองตอนนอนว่านอนห่มผ้าไหม ปรับแอร์เย็นไปไหม แม้จะเข้าสู่วัยรุ่นแล้วก็ตาม ถ้ามีเวลากวินทราก็จะเข้าไปหาจูบราตรีสวัสดิ์กับลูกสาวสม่ำเสมอ เป็นสาเหตุที่ทำให้ทรายทองไม่เคยล็อคประตูห้องและติดมาจนถึงวัยสาว
กริ๊ก...
เขาทำท่าจะเรียกเธอ แต่ก็เปลี่ยนใจเวลานอนสาวน้อยมักจะนอนหลับลึก...อันนี้เขาเองก็รู้ เพราะก็เคยอยู่ดูแลกัน เคยไปเที่ยวแล้วนอนห้องรวมกันสามคน ตอนที่รักกับกวินทราใหม่ๆ เขาเคยนึกอยากให้มีลูกของเธอและเขา แต่เมื่อสนิทสนมกับทรายทองมากเข้า...เขาก็ไม่อยากมี
เขาอยากให้ทรายทองเป็นของรักของเขาและกวินทราเพียงเท่านั้น
เขาวางกล่องไว้ตรงหัวเตียง ทรายทองมักจะเปิดไฟโคมไว้ หล่อนไม่เคยหลับโดยไม่มีแสงไฟสลัวเปิดทิ้งไว้ เพราะสาวน้อยกลัวความมืด แสงไฟไล้ต้องใบหน้างามแอร่ม หล่อนนอนตะแคง เอามือท้าวคาง ใบหน้านั้นยิ้มพริ้มแม้จะหลับใหล นัยน์ตาคมกริบมองละไล้ไปตามใบหน้างามนั้น สาวน้อยของเขา...แมนค่อยยกมือไล้แก้มนิ่มอย่างลืมตัว
หล่อนยังคงหลับสนิทราวกับเจ้าหญิงนิทรา
ริมฝีปากแย้มเป็นรอยยิ้มอย่างน่าหลงไหล
เพียงแค่แตะต้องผิวนุ่ม กระแสไฟก็แล่นปราดไปทั่วร่างของเขา แทนทรุดลงนั่งบนเตียงอย่างลืมตัว เขาไล้นิ้วไปตามแก้ม เลยมายังปากอิ่ม มันนุ่ม...สีแดงสดฉ่ำ มือของเขาลากไล้ลงมาที่คาง...ต่ำมายังลาดไหล่ แม่สาวน้อยสวมชุดนอนยาวฟูฟ่องสีชมพูหวาน...ชุดนี้เขาเลือกให้หล่อนเอง มันเป็นชุดนอนผ้าโปร่งเป็นชั้นๆ สายเดี่ยวสีชมพู ยาวเหนือเข่า และตอนนี้ชายกระโปรงก็เลิกขึ้นสูงมาถึงขาอ่อน สีของชุดทาบบนผิวผ่องทำให้ผิวของสาวน้อยเป็นสีชมพูเรื่อ
แทนหลุบตามองไปตามมือของตน ที่กำลังลูบไล้...ผิวสาวละเมียดตา
ต่ำลงไปอีก...
เลือดของเขากำลังร้อนระอุ
บางส่วนแข็งขึงอย่างไม่ถูกต้อง แต่เขาไม่อาจจะห้ามความกฤษณาดำมืดนี้ได้
เขาลูบเลื่อนต่ำลงไปอีก หล่อนยังคงหลับตาพริ้ม ครางเบาๆ เมื่อมือร้อนผ่าวนั่นสอดเข้าไป...ในร่มผ้า
อา...
แทนครางเบาๆ เมื่อมือของเขากอบกุมความอิ่มหยุ่นล้นหลาม ตาคมเป็นประกายเร่าร้อน เขามองจับจ้องวงหน้างดงามของลูกสาวนอกไส้ หล่อนยังคงหลับ และไม่มีทีท่าว่าจะตื่น...
เขาค่อนเคล้นคลึง บีบปลายยอด เสียงครางแผ่วดังขึ้น โอ...หนูทรายของพ่อ หนูสวยเหลือเกิน แทนกลืนน้ำลาย สำนึกผิดถูกละลายหายเขาค่อยเอนตัวลงนอนเคียงเธอ ริมฝีปากรุ่มร้อนทาบลงบนกลีบปากสีเชอรี่สุก มืออีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปที่กางเกงนอนของตน และกอบกุมจับความโอฬารร้อนผ่าวไว้ ก่อนจะค่อยชักรูด ให้ความสุขกับตนเอง
โอ...
เขากำลังจะระเบิด
น้ำขาวขุ่นพุ่งออกมาเลอะมือเขา
ร่างสูงใหญ่เกร็งกระตุก เขาถอนใจชิดปากอิ่มนุ่ม ตาปรือมองสาวน้อยที่เขาลักลอบลูบไล้ล่วงเกิน หล่อนยังคงหลับสนิท ปากเผยอนิดๆ มันบวมเห่อ...อา เขาแข็งขึงขึ้นมาอีกแล้ว แทนรีบลุกขึ้นจากเตียง เขาลนลานรีบก้าวเดินยาวๆ ออกจากห้องของ 'ลูกสาว' โดยไม่หันกลับไปมองอีก...เขาทำอะไรลงไป
แทนถามตัวเองซ้ำไปมา เมื่อทรุดตัวลงนอนบนเตียงของตนกับภรรยา ชายหนุ่มขบกรามกรอด ภาพอันแสนเร่าร้อนของเจ้าหญิงนิทราตัวน้อยวาบขึ้นมาในสมอง ส่วนนั้นของเขาแข็งขึง...ปวดร้าว จนต้องเลื่อนมือลงไปทำมันซ้ำอีกหน
เขากำลังตกลงสู่นรกสินะ
แล้วเขาก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย
หนูทราย...
ถึงจะต้องดำดิ่งลงไปสุดขั้วของนรก
เขาก็อยากจุ่มจ้วงตนเองเข้าไปในตัวหล่อน...และทำให้หล่อนเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
ตัณหาดำมืดกำลังกัดกินศีลธรรมของเขาจนป่นปี้
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







