LOGIN“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”
“อืม...”
ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชร
เวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ
“ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”
“โอ...”
“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”
ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม
“สามปีค่ะ”
“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”
“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”
เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”
“คุณจะไม่...”
ทรายทองหยุดพูดกะทันหัน เธอไม่ได้เอ่ยต่อประโยคท้าย ลภัสเป็นคนพูดมันขึ้นมาเสียเอง
“โอไม่หรอก หลังจากหนูเซ็นแล้วฉันก็ลบคลิประยำนั่น จะเก็บไว้ทำไมล่ะ เก็บไว้ทำลายนางเอกดังของค่ายละครตัวเองอย่างนั้นหรือ? ฉันไม่โง่หรอกนะ”
“ขอบคุณมากค่ะ เอ่อ...ฉันจะต่อสัญญากับคุณนะคะ คุณลภัส”
“ขอบใจมาก”
“ขอบคุณมากๆ เช่นกันค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนหนูทราย”
“คะ?”
ลภัสกลืนน้ำลาย เธอเคยพบปะทรายทองกับแทนหลายหน เธอเห็นอะไรบางอย่างในสายตาของทรายทองยามมองแทน ในฐานะคนที่ผ่านโลกมามาก...เธอพอจะเดาสายตาของทรายทองออก เด็กคนนี้อาจจะถูกบังคับ เด็กคนนี้ไม่เหมือนลูกสาวของเธอเลยแม้แต่น้อย
ความหม่นเศร้ายามเผลอ...
“มีอะไรอยากให้ฉันช่วย เกี่ยวกับเรื่องของคุณแทน บอกฉันได้นะ”
“หมายความว่าอะไรคะ?”
“ถ้าหนูไม่มีความสุขกับการทำแบบนั้น อยากปฏิเสธมัน แต่ไม่รู้จะทำยังไง ก็มาปรึกษาฉันได้นะ หนูทราย”
“เอ่อ...ค่ะ หนูจะมาขอความช่วยเหลือจากคุณ ถ้าหนูจำเป็น”
“ถ้าไม่มีความสุข ก็อย่าทำ”
น้ำตาทรายทองถึงกับรื้น เมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากลภัส เธอพึมพำขอบคุณ ก่อนจะวางสาย
คำพูดนั้นเหมือนกุญแจที่ไขประตูแห่งความทุกข์ตรมในใจของเธอ
ถ้าไม่มีความสุข...
เธอมีความสุขไหมนะ?
แน่นอนว่าเธอมีความสุขกับเซ็กซ์ การปรนเปรอจากแทน แต่เธอตะขิดตะขวงใจ ทุรนทุรายกับสถานภาพที่เป็นอยู่ มันทำให้เธอก้ำกึ่ง ระหว่างความสุขกับความทุกข์ อยู่แบบนี้
เธอตกเป็นทาสเซ็กซ์ของเขา ทรายทองถอนใจเฮือก แล้วหลับตาพริ้มลง เธออยากเห็นหนทางที่จะไปจากที่ตรงนี้เสียจริงๆ
“น้องปีหนึ่งปีนี้ มีแต่เริดๆ ทั้งนั้นเลยอะโปรไฟล์”
“มีทั้งดารา นักร้อง เน็ตไอดอลกันเลยนะ”
“ปีที่แล้วที่แซบที่สุด ต้องยกให้น้องภา ไฮโซสาวหม้าย...ที่ตอนนี้คนรุมจีบทั้งมอเลยใช่มะ”
“ใช่แล้วย่ะ จีบติดนี่คือตกถังข้าวสารอะแก แต่น้องภาดูเหมือนจะชอบหนุ่มใหญ่นะ นี่ก็เห็นว่าคุณคมสัน ซีอีโอของบริษัทนำเข้ารถยนต์ ตามจีบอยู่”
“จุ๊ๆ น้องภามานั่นแล้ว”
เสียงซุบซิบดังพอให้เจ้าของเรื่องได้ยิน ว่ากำลังพูดถึงตน หากภาพิไลทำหน้านิ่ง หล่อนแย้มริมฝีปากยิ้มน้อยๆ ตามแบบของหล่อน ภาพิไล คือนักศึกษาปีที่สามของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ หล่อนถือได้ว่าเป็นสาวอัจฉริยะคนหนึ่ง ทำผลงานต่างๆ ให้กับมหาวิทยาลัยมากมาย การวิจัยของหล่อนเรื่องยารักษาโรคสะเก็ดเงิน จากสมุนไพร สร้างชื่อเสียงให้หล่อนมาก หล่อนยกสิทธิบัตรให้เป็นสาธารณประโยชน์ ไม่ได้เก็บเงินใดๆ นั่นยิ่งทำให้หล่อนกลายเป็นที่ชื่นชมของสังคม ภาพิไลเป็นผู้บริหารของบริษัทของอดีตสามีที่เสียชีวิตไป ด้วยอายุยังน้อย แต่เธอก็มีวิสัยทัศน์และทำงานจนเป็นที่ประจักษ์กันในหมู่ผู้บริหาร ว่าเธอมีฝีมือขนาดไหน
หล่อนอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น กับความสามารถเกินตัว ตอนนี้หล่อนเป็นหม้ายเพราะสามีตาย ภาพิไลแต่งงานตั้งแต่อายุสิบหกปี การแต่งงานของเธอเป็นที่เลื่องลือกันในวงสังคมมาก ว่า พีระ พ่อหม้ายวัยดึก หนุ่มสังคมร่ำรวย ที่ไม่ยอมสละความโสดมานาน แต่กลับมาแต่งงานกับเด็กคราวลูก เรื่องราวการแต่งงานของเขาและสาวน้อย ฉาวโฉ่พอสมควร และจบลงในแบบที่...กลายเป็นที่ร่ำลือไปนานเลยทีเดียว
ข่าวดัง...ข่าวฉาว กลับทำให้ภาพิไลกลายเป็นที่สนใจ ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร หล่อนกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่สืบทอดต่อมรดกจากพีระ เงินนับพันล้าน หล่อนเป็นหม้ายเนื้อหอมวัยเยาว์ ที่สวยและเต็มไปด้วยความสามารถ แน่นอนว่ามีแต่คนเพียรมาให้ความสนใจกับหล่อนอยู่ตลอดเวลา แต่ภาพิไลก็ไม่เคยมีข่าว และไม่เคยคบหากับใครอีกเลยตั้งแต่สามีของเธอตายลง
“มาช่วยรับน้องเหรอคะน้องภา” เสียงของรุ่นพี่คนหนึ่งเรียกเธอ ภาพิไลยิ้มให้ เธอมีรายชื่อเฟรชชี่ในมือจำนวนหนึ่ง คนหนึ่งเป็นคนที่เธอสนใจ ภาพิไลจึงพาตัวเองมาในงานรับน้องของคณะครั้งนี้ด้วย
“ค่ะ อยากมาช่วยกิจกรรมของคณะบ้าง มีอะไรให้ภาช่วยก็บอกเต็มที่เลยนะคะ เรื่องสปอนเซอร์ถ้าขาดเหลืออะไร บอกได้ค่ะ”
เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้มหวาน มันประทับใจคนถามอย่างมาก เพราะด้วยฐานะของภาพิไล คำล่ำลือเกี่ยวกับหล่อนมากมาย จนคิดไปว่าหล่อนจะต้องหยิ่ง ต้องเชิด แต่กลับไม่ถือตัวเลยสักนิด แถมยังเสนอสปอนเซอร์อีกด้วยโดยไม่ต้องร้องขอ
“ปีนี้จัดแบบเล็กๆ น่ะค่ะ ไม่ได้พาน้องไปข้างนอก ก็เลยไม่ได้ขอสปอนเซอร์อะไร”
“อ้อ...ค่ะ แต่ภาว่าจัดทั้งที จัดใหญ่ไปเลยก็ดีนะคะ ให้น้องๆ ไปทำกิจกรรมให้สังคม เป็นการโปรโมตการรับน้องเชิงสร้างสรรค์ไปด้วย ปีที่แล้ว มอเราเพิ่งจะโดนเพ่งเล็งมา”
“น้องภาเสนอแนวคิดดีมากเลยค่ะ”
“ทางภาจะเป็นสปอนเซอร์ให้เองค่ะ แล้วก็จัดการทุกอย่างให้” เธอเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม
“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะน้องภา พี่จะเอาเข้าที่ประชุมบ่ายนี้เลย เชิญน้องภาด้วยนะคะ”
“ยินดีค่ะ”
ข้อเสนอของภาพิไล การมอบให้ซึ่งผลประโยชน์ของเธอ มันมีอะไรแอบแฝงอยู่ด้วยเสมอ ในสมองของอัจฉริยะที่ดีดลูกคิดรางแก้ว ถึงผลได้ผลเสียอยู่ตลอดเวลา
แน่ล่ะ...เธอเสนอให้ และเธอก็ต้องได้เช่นกัน
ภาพิไลร่วมอยู่ด้วยในกิจกรรมรับน้อง คนที่เธอหมายปองเข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย เนื่องจากกิจกรรมนี้จัดภายในมหาวิทยาลัยวันนี้ จึงมีแต่คนในที่ร่วมกิจกรรม ถ้าจัดนอกสถานที่ แน่นอนว่า จะต้องเรียกเป้าสายตาได้มากและกลุ่มแฟนคลับได้มากแน่ๆ
เธอหวังแบบนั้น หวังกระแส ถึงได้เสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้กับกิจกรรมรับน้อง เธอกำลังจะผลิตเครื่องสำอาง และเธอก็อยากได้เฟรชชี่คนนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้
นั่นไง...
เธอมองจ้องไปยังเป้าหมาย
ทรายทอง ศิวะเวชา
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ






![ผัวสามร่านรัก (4P) + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
