Masukการที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วง
ไม่ให้ห่วงได้ยังไง
เขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำ
แต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอ
นังเด็กร้ายกาจ
คอยดูเถอะถ้ากลับมา
แทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้ว
เขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไป
แทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย
“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”
“ครับ”
เขารับไหว้เธอ ตาคมจ้องมองที่หน้าทรายทอง แม่สาวน้อยของเขาสบตาด้วย แล้วก็ยิ้มหวาน พร้อมกับตรงเข้ามาหาเขา กอดแขนเขาอย่างประจบ
“คุณพ่อขา ทรายขอโทษจริงๆ ไม่คิดว่าจะประชุมนานมากขนาดนี้ แต่ทรายอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดน่ะค่ะ”
“เอ่อ...ถ้าเป็นเรื่องงาน พ่อจะไปว่าอะไรได้” เขาทำเสียงอ่อน...แต่สายตาไม่อ่อนเหมือนน้ำเสียงเลย
“พี่ขอตัวกลับก่อนนะ มาส่งน้องทรายถึงบ้านปลอดภัยแล้ว อย่าลืมเรื่องงานของเราล่ะ”
ภาพิไลเน้นคำว่างาน สองสาวมองสบตากัน แล้วยิ้มให้กันและกัน
“ค่ะ ทรายจะทำงานให้ดีที่สุด”
เมื่อส่งภาพิไลขึ้นรถแล้ว แทนก็ดึงแขนของทรายทอง ให้เดินตามเขาเข้าไปในบ้าน สาวน้อยขืนตัวไว้ แล้วเอ่ยเสียงหวาน
“ไม่ต้องดึงหรอกค่ะ คุณพ่อขา ทรายเจ็บ ทรายยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวแล้ว...พี่ลำไยคะ ตั้งโต๊ะให้ทรายหน่อย มีอะไรกินบ้าง”
ทรายทองหันไปหาสาวใช้คนสนิทของเธอ ที่มักจะป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เธอกับแทนเสมอ แทนไม่ใคร่จะชอบหล่อนนัก สายตาของหล่อนทำให้เขารู้สึกผิดได้อยู่ตลอดเวลา ส่วนทรายทองนั้นวันนี้เธอรู้สึกรักคนรับใช้ของเธอคนนี้มาก...ลำไยขานรับ ตาของสาวใช้มองดูมือของแทนที่จับแขนลูกสาวแน่น สายตานั้นทำให้แทนต้องปล่อยมือ แล้วเปลี่ยนมาเป็นโอบหล่อนแทน
“หายหัวไปทำงาน หรือว่าไปทำอะไรอย่างอื่น”
เขากระซิบเสียงเข้ม ให้ได้ยินกันสองคน ทรายทองกอดแขนเขา แล้วซบหน้าลงพร้อมกับกระซิบตอบเขา
“ทรายจะทำอะไรก็ได้นี่คะ? ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครเสียหาย...หรือคุณพ่อเสียหายกับการหายตัวไปของทราย”
“ทริปของเรา”
แทนพูดเสียงลอดไรฟัน เขายังคงโกรธ ที่ทริปหวานพังทลายลงเนื่องจากความเหลวไหลของทรายทอง หล่อนกำลังต่อต้านเขาหรือเปล่านะ ถึงได้ทำอะไรนอกเหนือสิ่งที่เขาสั่งแบบนี้
“ทริปนี้ล่มก็ไปทริปหน้าสิคะ เงินที่คุณพ่อจ่ายไป...ยังไงก็แค่นิดหน่อยจากเงินทั้งหมดที่เรามี ไม่เดือดร้อนหรอกค่ะ”
คิ้วของแทนถึงกับขมวดมุ่น ทรายทอง...แค่สองวันที่เธอหายไป เธอดูเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน
อาหารเย็นมื้อนี้ ลำไยทำอาหารง่ายๆ ที่ใช้เวลาทำไม่มาก แต่เป็นของโปรดของเธอมาขึ้นโต๊ะอย่างรู้ใจ ข้าวผัดกุ้ง มีไข่ดาวแบบไข่แดงเป็นยางมะตูมที่ทรายทองชอบนัก ปรกติแล้วอาหารแคลลอรี่สูงแบบนี้ เธอมักจะงดที่จะรับประทานในมื้อเย็น เพราะต้องรักษารูปร่าง แต่วันนี้ทุกสิ่งถูกปลดปล่อย เธอก็ควรจะฉลองให้กับตนเอง ด้วยอาหารที่เธอชอบ
แทนยังคงนั่งเฝ้าเธอให้รับประทานจนหมด
ทรายทองเอ่ยชวนเขาคุยเรื่องทั่วไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้ทำให้ทริปล่ม แทนที่ยังเคืองอยู่ หล่อนถามมาเขาก็ตอบไป เขาบอกให้ลำไยไปรินเหล้ามาให้ และดื่มหมดเป็นแก้วที่สามแล้วตอนนี้
แอลกอฮอล์ทำให้เลือดของเขาไหลร้อน
ความโกรธทำให้มันพล่านเดือด
เมื่ออิ่มอาหาร เธอก็ลุกจากโต๊ะ แล้วยื่นมือส่งให้กับแทน เสียงหวานเอ่ยเหมือนอ้อน
“ขึ้นข้างบนเถอะค่ะ พ่อจะตีหนูไหมคะ ที่หนูไม่กลับบ้าน”
“แน่นอน”
ทรายทองหัวเราะอย่างชอบใจ เขากับเธอจับจูงกันขึ้นไปยังชั้นสอง เธอถูกโยนลงบนเตียงกว้างในห้องของแทน เสียงหัวเราะดังระรื่น เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มครางกระหึ่มในลำคอ และโถมตัวลงมาบนเตียงนุ่ม บนตัวเธอ
แมงมุมกำลังหัดชักใย
ใยของมันเป็นใยแห่งตัณหา
หลอกล่อให้เหยื่อมาติดกับ
และ...เก็บไว้เป็นอาหาร
จนกว่ามันจะพอใจ
เก็บไว้จนกว่าเหยื่อจะหมดสิ่งที่มันต้องการ
และแห้งตายปลิวหายไปจากใยกล
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







