LOGINวันนี้กวินทรามองจับจ้องทั้งสามี และลูกสาวของเธอ พวกเขาทั้งคู่ ดูไม่ผิดปรกติจากที่เคยทำ...ใช่...จากที่เคยทำ
สามีของเธอมักจะป้วนเปี้ยน แตะต้อง โอบกอด ดูเหมือนเขารักใคร่ และหลงบุตรสาวของเธออย่างมาก คงจะดีและไม่น่าสงสัยอะไร ถ้าหากทรายทองอายุ แปดเก้าขวบไม่ใช่สาวสะพรั่งอย่างตอนนี้
ใช่...
ถ้ามันเป็นอย่างที่เธอกำลังคิด
เธอควรจะทำอย่างไรดี
กวินทราทรุดลงนั่งข้างสามี แอบลอบมองเขา ตาของเขาจับจ้องมองร่างเล็กอวบอิ่มของบุตรสาว ที่ตอนนี้กำลังสนุกสนานอยู่ในสวนน้ำ แทบจะไม่วางตา เธอกระแอมเรียกความสนใจจากเขา แทนหันมามองเธอแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม กวินทรายิ้มแย้มส่งให้เขา แล้วเอ่ยเสียงหวาน
"ยัยหนูดูสนุกมากเลยนะคะแทน คุณไม่ไปเล่นน้ำกับลูกเหรอ"
เธอกำลังทดสอบ...แม้จะเจ็บ แต่เธอก็ต้องพิสูจน์ข้อต้องสงสัยของตนเอง
"เอ่อ...ให้เด็กๆ สนุกกันดีกว่า"
แทนว่า เขาสังเกตว่าวันนี้กวินทราคอยจับจ้องมองเขาและทรายทอง สังหรณ์บางอย่าง และชนักที่ติดหลังไว้ ทำให้เขาระมัดระวังตัว ที่จะแสดงอาการคลั่งสาวน้อยต่อหน้าเมีย แน่นอนว่า...เขาไม่ต้องการให้เธอล่วงรู้ จับได้ ว่าเขาทำอะไรลงไปบ้าง
ถ้าเธอจับได้...
ทุกอย่างจะต้องพัง!
ความกลัวสะกิดเตือนในใจ ทำให้แทนรั้งรอความประพฤติลงได้บ้าง
"ยัยหนูโตขึ้นมากเลยนะคะ"
กวินทราว่า เธอพูดไปเรื่อยๆ ทำทีก้มลงเล่นโทรศัพท์
"อีกหน่อยเราสองคนอาจจะต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง"
"ยังไงหรือครับ?"
"ฉันอาจจะให้ยัยหนูไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ อยากให้แกมีประสบการณ์ชีวิตเยอะๆ แล้วก็ได้ภาษา"
"ไม่ดีหรอก ให้เรียนที่นี่ดีแล้ว ห่างไกลสายตาไป ผมเป็นห่วงหนูทราย"
เสียงของสามีเข้มขึ้นทันที พร้อมกับนัยน์ตาเปล่งประกายวับ ดูไม่พอใจกับสิ่งที่เธอพูด
ที่เขาไม่พอใจนี่ เพราะห่วงลูกสาวเธอ หรือว่าอะไรกัน?
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เพื่อนของก้อยไว้วางใจได้ ว่าจะดูแลยัยหนูเป็นอย่างดี"
"ผมไม่ให้ไปหรอกนะ" แทนฮึดฮัด "ห่างขนาดนั้น ผมเป็นห่วง ผมทนไม่ได้หรอก"
"ที่แทนทนไม่ได้นี่ เพราะห่วง..." กวินทราเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ แล้วมองสบตาสามี
"หรือหวง...คะ"
แทนหลบตาภรรยาวูบ เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ แล้วเดินดุ่มๆ จากไป กวินทรามองตามพลางเม้มริมฝีปาก เธอเหมือนกำลังจะได้คำตอบ...
เธอคงจะต้องส่งบุตรสาวไปเรียนต่อที่อื่นจริงๆ
ผัวกับลูก...
ตอนนี้เธอเลือกที่จะทำแบบนี้ไปก่อน เธอหวังว่าแทนอาจจะแค่...ห่วงบุตรสาวอย่างที่เขาบอก และเธอคงจะคิดไปเองเรื่องที่เธอสงสัยอยู่
จะอย่างไรเธอก็รักเขา...
"แทนคะ อา...แทน เบาๆ ค่ะ"
เสียงครางโหยเมื่อสามีจับเธอพลิกหันหลัง แล้วแทรกสอดความแข็งร้อนเข้ามาในกายเธอ แทนกระแทกกระทั้น ส่งเธอไปยังสวรรค์ กวินทราอ่อนเปียกไปหมด เพราะเธอถูกเขาจับโยนขึ้นเตียง ตั้งแต่กลับมาจากการไปเที่ยวพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว
"อืม...อา"
เสียงทุ้มคำราม เมื่อปลดปล่อยหลั่งไหลลงในกายเธอ เขาลุกผละไปทันทีเมื่อถอดถอนตัว ปล่อยให้กวินทรานอนซบกับฟูกนิ่ม หอบหายใจอย่างเปี่ยมสุข
สักพักแทนก็กลับขึ้นเตียงมานอน กวินทราลุกไปเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกายบ้าง กว่าเธอจะกลับมา สามีก็หลับไปเสียแล้ว เธอซบแนบกับท่อนแขนของเขา จูบผิวเนื้อตรงนั้น แล้วเอ่ยพึมพำ...
"ก้อยรักคุณ ก้อยรักคุณเหลือเกิน ก้อยไม่อยากผิดหวังอีกแล้ว"
แทนวาดแขนกอดเธอทั้งหลับ กวินทราซุกหน้ากับอ้อมอกเขา แล้วหลับไหลลงไปบ้างอย่างอ่อนเพลีย
แทนลืมตาขึ้นในความมืด เขาหลุบตาลงมองคนที่กอดไว้ แน่ล่ะเขาได้ยินสิ่งที่เธอเผลอลืมตัวเอ่ยออกมา
เขาก็รักเธอ...
แต่ตอนนี้เขากำลังรัก...ใครบางคนมาก มากจนคลั่ง
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ







