Masuk"คุณจะส่งยัยหนูไปเรียนเมืองนอกจริงๆ น่ะเหรอ ก้อย"
แทนถามภรรยาในมื้อเช้า กวินทราเงยหน้าขึ้นจากอาหารเช้าของเธอ แล้วปรายตานิดหนึ่งมองเขา ทรายทองที่กำลังดื่มนมอยู่วางแก้ว ก่อนจะมองหน้ามารดา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
"อะไรนะคะแม่ แม่จะให้หนูไปไหนคะ"
"คือ..."
หล่อนวางช้อนลง นึกเคืองสามีที่ถามขึ้นมาในเวลานี้ แน่ล่ะลูกสาวของเธอยังไม่ทราบ และเธอก็ไม่แน่ใจว่าทรายทองเห็นด้วยไหมกับสิ่งที่เธอคิดจะทำ
แต่เธอเห็นว่ามันดีสำหรับครอบครัวของเธอในตอนนี้ มันดีถ้าเธอจะกันให้ทรายทองห่างไปเสียจากพ่อเลี้ยง เธอกลัว...กลัวสิ่งที่คิดว่ามันจะเป็นจริง
"แม่อยากให้หนูไปเรียนต่อที่เมืองนอก ไปที่สวิส น้าอี๊ดเค้าอยากให้เราไปเรียนทางนั้น พี่หมูก็เรียนที่นั่น ทรายมีเพื่อนแน่นอนจ้ะ"
"แต่หนูไม่อยากไป"
ทรายทองทำหน้างอ แล้วลุกพรวดขึ้น "แม่ไม่ถามหนูเลย แม่นึกจะทำอะไรก็ทำ หนูโกรธแม่!"
"เดี๋ยวก่อนยัยทราย ยัยหนู"
กวินทราพยายามร้องเรียกลูกสาว แต่ทรายทองเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหาร เธอเดินตรงไปขึ้นรถ แล้วบอกให้คนขับรถออกรถไปส่งเธอที่โรงเรียน โดยไม่ฟังเสียงเรียกร้องของมารดาเลย
"เห็นไหม? ว่าลูกไม่ชอบ"
แทนได้ที จึงเอ่ยสำทับ
"ทำไมคุณถึงคิดว่าการไปเรียนเมืองนอกมันจะดีกับหนูทราย หืม...คุณก้อย พวกเราสองเสียงไม่เห็นด้วย คุณก็ไม่ควรจะทำ"
"ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันทำ"
กวินทรามองหน้าสามี หล่อนจ้องเข้าไปในตาของเขา แทนขมวดคิ้ว มองภรรยาอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เธอต้องการ
"คุณก็ควรจะอยู่ห่างๆ ยัยหนูทราย"
เธอลุกขึ้นยืน หยิบเอาแฟ้มเอกสารที่วางไว้บนโต๊ะมาถือไว้พร้อมกระเป๋าถือ แล้วเชิดหน้า มองสามีแบบหัวจรดเท้า จนแทนตัวชาวาบ ใจสั่น...เพราะเกรงว่าสิ่งที่เคยแอบทำ จะถูกล่วงรู้เข้าแล้ว
หรือว่าเธอรู้แล้ว?
แทนจ้องตอบภรรยา เขากลืนน้ำลาย มองตามหลังกวินทราที่เดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารอีกคน
เขาควรจะทำลายความเคลือบแคลง ก่อนที่จะเกิดเรื่องที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น
เขาต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน
อา...เขาควรระงับใจ
ถ้าไม่อย่างนั้น ของรักของเขาต้องถูกส่งไปอยู่ที่อื่น ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น แทนคงจะทนไม่ได้แน่นอน
"เธอคิดมากไปหรือเปล่า ยัยก้อย คุณแทน...กับยัยหนูทรายน่ะนะ"
"ฉันอาจจะคิดมากไปจริง นั่นแหละ ยัยครีม ยัยอี๊ดก็บอกแบบนั้น"
กวินทราถอนหายใจ ปลายสายเองก็นิ่งไปนิด ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง
"เอาแบบนี้ไหมล่ะ เธอลองติดกล้องวงจรปิดในบ้าน หน้าห้องหนูทราย แบบไม่ต้องให้มีใครรู้ ในห้องของหนูทรายด้วย อย่างน้อยๆ ก็เอาไว้เพื่อป้องกันน่ะ"
"ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"เราควรล้อมคอกไว้ก่อนวัวหายนะ" คิริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"บางทีเราก็ไม่ควรจะไว้วางใจใคร ควรคิดมากไว้ก็ดี ฉันเองก็เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้ เธอก็คงรู้"
"อืม...ฉันถึงโทรมาปรึกษาเธอยังไงล่ะ"
"ผู้ชายน่ะ ไว้ใจไม่ได้หรอกนะยัยก้อย หึ"
คิริมาหัวเราะอย่างจะประชดโลก เธอก็เสียสามีไปให้กับเพื่อนรัก ที่มาขอพึ่งพิงอาศัยเธอที่บ้านตอนเดือดร้อน ใครจะไปรู้เล่า ว่าเพื่อนรักนั้น กลับมาหักเหลี่ยม ฉวยโอกาสตอนเธอไม่อยู่บ้านออกมาทำงาน ทำหน้าที่ภรรยาแทนเธอ
"เธอช่วยติดต่อบริษัทกล้องวงจรปิดให้ทีก็แล้วกัน"
"อืม...มันมีแอพแบบที่เราสามารถเช็คกล้องได้จากโทรศัพท์มือถือเลย เป็นการระวังยัยหนูของเธอได้อย่างดีที่สุด"
"ขอบใจมากนะยัยครีม"
"อืม...ฉันหวังว่าเธอคงจะไม่เห็นสิ่งผิดปรกติใดๆ จากการติดตั้งกล้องครั้งนี้นะยัยก้อย"
"ฉันก็หวังว่าเช่นนั้น"
กวินทราให้คนมาติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ห้องของบุตรสาว แน่นอนว่าเธอไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้ แม้แต่คนรับใช้ในบ้าน เธอคอยเช็คความเคลื่อนไหวเสมอในโทรศัพท์มือถือ ที่มีแอพเชื่อมต่อไว้
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สองอาทิตย์...
หนึ่งเดือน...
กวินทราค่อยคลาย...หายความเครียด บางทีวันนั้น ที่สามีออกมาจากห้องบุตรสาว เธออาจจะคิดมากไปเอง บางทีเขาอาจจะเข้าไปหาทรายทองเพื่อปลุกลูก หรืออาจจะอยากให้ทรายทองทำอะไรให้หรือเปล่า? เธออาจจะคิดมากไปเอง
"เดินทางปลอดภัยนะ"
"ดูแลลูกสาวของเราดีๆ นะคะ"
เธอเอ่ย นัยน์ตาของเธอที่มองสามีตอนนี้ มีความรักอ่อนโยนเหมือนเดิม แทนก้มลงจูบแก้มเธอ แน่นอนว่าตลอดเดือนที่ผ่านมา เขาพยายามอย่างยิ่ง ที่จะไม่ใกล้ แตะต้องหนูทรายของเขาจนเกินควร เพราะเกรงว่ากวินทราจะผิดสังเกต
เป็นการอดเปรี้ยวไว้กินหวานโดยแท้
หนุ่มใหญ่คิดกระหยิ่ม
คืนนี้...
เขาอาจจะเข้าไปเชยชมหนูทรายของเขา
เพียงแค่คิดร่างกายก็พลันระอุร้อน เขาให้คนรับใช้เอาชากุหลาบสูตรพิเศษให้ยัยหนูทรายได้ดื่ม ชาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการช่วยเรื่องนอนหลับ...เขาหวังว่าเธอจะหลับลึก
เจ้าหญิงนินทราของเขา
"ครับที่รัก นั่นลูกของเรานะ"
"ฟังแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองแย่เหลือเกิน ที่สงสัยคุณ"
"ผมรักคุณ และรักยัยหนูทราย..." เขาเน้นเสียง "แบบลูก"
"ค่ะ"
เขาใช้มือประคองใบหน้าของเธอ แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม
"คิดทบทวนให้ดีเรื่องจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ลูกมาบ่นกับผม มาร้องไห้กับผมว่าไม่อยากไป แกไม่อยากอยู่ไกลเราสองคนนะ คุณก้อย"
"ค่ะ ก้อยรู้ เพราะลูกก็งอนก้อย แทบจะไม่คุยกับก้อยเลย"
"คุณจะคิดดูใหม่ใช่ไหม? เรื่องไปเรียนต่อของยัยหนูทราย"
"อืม...มีเวลาตัดสินใจอีกเป็นปีค่ะ แต่ก้อยคิดว่าอาจจะไม่ให้ลูกไปแล้ว"
"ดีมากจ้ะ เดินทางปลอดภัยนะที่รักของผม" เขาจูบปากเธอ แล้วปล่อยให้เธอเดินเข้าเกสต์ไป สีหน้าของแทนยิ้มอย่างเปี่ยมสุข และสมใจ
เขาเดินเหมือนลอยไปที่รถที่จอดไว้ ตามองนาฬิกาข้อมือ มันบอกเวลาเกือบสี่่ทุ่มแล้ว คงจะได้เวลาของเขาแล้ว
รอพ่อนะคะที่รัก
เขาเหยียบคันเร่งรีบกลับบ้านราวกับติดปีก
ทรายทองมองไปที่เตียงสีขาวสะอ้าน ผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกาย หมดจดอยู่ตรงนั้น เหมือนวันที่เขาแรกคลอด เขาดูเหนื่อยล้าเหลือเกินหล่อนยิ้มที่มุมปาก ภาพที่เธอได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้กำลังทำให้เธอร้อนรุ่ม อยากปลดปล่อยเหลือเกินเธอคุ้นกับทุกสัดส่วนนั่น เธอเคยสัมผัสมันไม่เว้นแม้แต่ที่เดียว แน่ล่ะ...เขาเป็นคนสอนให้เธอได้เรียนรู้ ได้มีความสุขกับเซ็กซ์ ได้เรียนรู้ด้านมืดของจิตใจมนุษย์เธอเองคือมนุษย์ ที่มีด้านมืดเธอตรงไปนั่งที่ริมเตียง ในมือถือแก้วไวน์ คลึงมันเล่นเบาๆ เธอมีอะไรสนุกๆ อยากจะทำกับเขา...เธอค่อยคลานขึ้นไปบนเตียง เอาไวน์ในแก้วเทราดเขา เขาสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลง เนื้อตัวของเขามีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ บางแห่งเขียวช้ำ อา...มันทำให้ทรายทองยิ่งนึกถึงภาพก่อนหน้า คนไหนกันนะ ที่ฝากรอยนั้นไว้ คุณนพพร หรือว่าคุณหญิงโฉมศรี“หนูทราย”“ขา...”เธอขานตอบเขา ร่างกายรุ่มร้อนต้องการปลดปล่อย ตามองส่วนนั้น...มันตกห้อยเหมือนจะหมดแรง แน่นอน เธอรู้ว่าทำแบบไหนมันถึงจะพร้อม..."พ่อขอร้อง...ปล่อยพ่อไปได้ไหม""คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ..." ทรายทองตอบ ขณะที่คร่อมร่างเขา มือกำลังปลุกเร้าส่วนนั้น ให้มันพร้อมกับ
การที่ทรายทองทำให้ทริปล่มทำให้แทนหงุดหงิดมาก หล่อนหายไปจากบ้านถึงสองวันเต็มๆ สองวันที่เขาติดต่อหล่อนไม่ได้ หล่อนเพียงแค่ส่งไลน์ข้อความมาหาเขา บอกกับเขาว่าหล่อนกำลังทำงานกับภาพิไล ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ให้ห่วงได้ยังไงเขาแทบจะคลั่งเลยด้วยซ้ำแต่จะทำอะไรออกหน้ามากมายก็ไม่ได้...มันกระทบแน่นอนล่ะถ้าเกิดเขาไปบุกชิงตัวหล่อนจากบ้านของภาพิไล เขาจึงจำทนต้องรอ รอ และรอนังเด็กร้ายกาจคอยดูเถอะถ้ากลับมาแทน...เพียงแค่คิดก็ร้อนรุ่มเสียแล้วเขาแทบจะไปยืนรอเธอที่หน้าบ้านอยู่แล้ว แต่เก็บอาการไว้ เขาไม่อยากให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาห่วงทรายทองจนเกินไปแทนนั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรศัพท์ตามเธอเพราะนี่ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว...แต่เขาได้ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ทำให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเร็วๆ ออกมาข้างนอก ใบหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิดของเขา ต้องเร่งปรับ เมื่อเห็นว่าทรายทองควงแขนมากับใคร ภาพิไลนั่นเอง หล่อนยิ้มให้เขา ก่อนจะพนมมือไหว้เขา แล้วเอ่ยทักทาย“สวัสดีค่ะ คุณแทน ขอโทษนะคะที่พาน้องทรายไปคุยงานเสียนานเลย พอดีต้องประชุมเครียดกันเลยน่ะค่ะ”“ครับ”เขารับไหว
ทรายทองเริ่มสนิทกับภาพิไลมากขึ้นทุกวัน เธอนึกชอบสาวสวยคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพิไลเหมือนเข้าอกเข้าใจเธอจนน่าประหลาด บางถ้อยคำ บางคำพูด ทำให้เธอสะกิดใจ และปลอบประโลมเธอ บางหนทำให้เธอฮึกเหิม...ฮึกเหิม...“พี่ภากำลังทำอะไรอยู่หรือคะ”ทรายทองถาม เมื่อนั่งอ่านสิ่งที่ภาพิไลส่งให้เธอดู เพื่อพิจารณาเซ็นสัญญา พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเครื่องสำอางที่เปิดใหม่ของภาพิไล สองสาวนัดกันรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งมีห้องจัดไว้ส่วนตัว จะได้ไม่มีคนวุ่นวายรบกวน“หมายถึงอะไรจ๊ะ?” “ทรายเห็นว่าพี่กำลังมีโครงการบางอย่าง วิจัยยาบางตัวอยู่น่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเกี่ยวกับความงาม ทรายจะได้ฟินรอเลยค่ะ”“หึๆ นี่ไว้ใจของที่พี่วิจัยมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” “มากค่ะ” ทรายทองยื่นแขนของตนเองให้กับภาพิไลได้ดูชัดๆ“ดูผิวของทรายสิคะ ยิ่งใช้ก็ยิ่งดี ยิ่งออร่า ก็เพราะครีมของพี่ภาเลยค่ะ”“เครื่องสำอางน่ะค่ะ พี่จะเปิดตัวพวกเครื่องสำอาง เมคอัพ จะทำให้เป็นของผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพี่ทำแล้วพี่อยากจะ...ร่วมมือกับบริษัทของน้องทราย น้องทรายจะว่ายังไงคะ” ภาพิไลลองแง้
เมื่อได้พักงาน ทรายทองก็พักงานจริงจัง เธอบอกผู้จัดการว่าไม่รับงานอีเว้นท์ และงานโชว์ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เธอต้องการหยุดพัก ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นคนอื่นๆ บ้าง หกเดือน...เวลาทองของเธอ เธอให้โบนัสดรุณีไปพอสมควร และบอกให้ผู้จัดการสาวไปพักบ้าง ดรุณีอิดออดที่อดส่วนแบ่งจากการทำงาน แต่ก็หน้าบานเพราะโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ป่านนี้ดรุณีคงไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวแล้วกระมังเธอตั้งใจจะไปขอบคุณลภัสเป็นการส่วนตัวสักวัน ที่ทำให้เธอได้หยุด ได้พักผ่อน แปลกตรงพอเธอได้พัก กลับมีแต่คนอยากได้เธอไปทำงานด้วย ติดต่อมามากมาย ลภัสให้อิสระเธอในการรับเลือกงาน รับก็ได้ ไม่รับก็ได้ ไม่ได้กดดันอะไรทรายทองเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เลือกที่จะพักผ่อน มากกว่าเลือกเงินเงินของเธอมีมากมายพอแล้ว พื้นที่การยอมรับ การถูกยกย่องในสังคมต่างหาก ที่ทรายทองต้องการ เธอจึงยังคงทำงานอยู่ในวงการนี้ ความกดดันจากชีวิตส่วนตัว ทำให้ทรายทองโหยหา...และการมีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการจากแฟนคลับ คือการตอบโจทย์ของเธอ“สวัสดีค่ะน้องทราย” เสียงทักทายดังขึ้น ทรายทอง...หันไปยิ้มรับ ตามแบบที่เธอควรทำเมื่อเป็นคนมีชื่อเสียง “สวัสดีค่ะ”“ดีใจมากจริง
“หนูกำลังเหนื่อย...เลยอยากพักบ้างน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ใกล้จะสอบแล้ว ถ้าคุณลภัสเอ่อ...ไม่ว่าอะไร หนูอยากจะของดงานบางชิ้นได้ไหมคะ”“อืม...”ลภัสนิ่งไปเล็กน้อย ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา ตอนแรกแม้เพียงแค่อยากแก้เผ็ดเด็กคนนี้กับพ่อเลี้ยง ที่ทำชั่วลับหลังเธอ และมองเห็นว่าทรายทองน่าจะเอามาปั้นให้ได้เป็นเพชรเวลาพิสูจน์แล้วว่าทรายทองคือเพชรเม็ดงาม ที่ทำให้ค่ายละครของเธอมีรายได้มหาศาลเลยทีเดียว เอาเถอะ...ก็ให้พักบ้างอะไรบ้าง หลังๆ มานี้ทรายทองแทบจะถูกเรียกว่านางเอกเจ็ดวัน เพราะทุกช่องฉายแต่ละครของเธอ “ได้สิ ฉันให้เธอพักงาน อ้อ...งานอีเว้นท์อะไรนั่นก็แล้วแต่เธอจะรับเลย ไม่ได้บังคับอะไร ส่วนงานละคร ฉันจะให้เธอหยุดสักหกเดือน”“โอ...”“สัญญาของเราทำกันไว้กี่ปีนะ”ลภัสแสร้งทวน เพราะอยากจะรู้ใจของทรายทอง ว่าจะยังอยากอยู่กับเธออีกต่อไปไหม“สามปีค่ะ”“อา...เธออยากจะต่อสัญญาไหม?”“ถ้าหนูไม่ต่อสัญญาจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมคะ”เด็กคนนี้ไม่เบาหรอก ลภัสยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“นั่นก็แล้วแต่หนูเลยสิจ๊ะ ถ้าหนูอยากทำงานกับเราต่อ ก็ดูแลกันไป ฉันก็มีงานป้อนให้หนูเหมือนเดิม”“คุณจะไม
“ขอบคุณมากสำหรับเงินโอนนะคะคุณโต”“ผมจะต้องไปงานของยัยปลาดาวด้วยไหม?” ทางนั้นตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จนเธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบโต้กลับไป“มาก็ดีค่ะ สร้างภาพนิดหน่อย ถ้าคุณหายไปเลย คนจะสงสัย”“มันจบแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นดูเรืองรองไปด้วยความหวัง แต่ลภัสจะดับฝันนั้นเสีย“มันขึ้นอยู่กับฉันค่ะ ว่าอยากให้มันจบหรือเปล่า ถ้าจะมาก็มาวันสวดคืนสุดท้ายก็แล้วกันค่ะ”“คุณไม่ใช่คนทำ...ใช่ไหม?”“มันคืออุบัติเหตุ” เธอตอบเขาเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะ “จริงๆ ฉันก็อยากจะเป็นคนทำนะ คุณโต หึๆ ทั้งมันและทั้งคุณด้วย ไว้เจอกันค่ะ...” ลภัสวางสายก่อนจะเอนหลังกับเก้าอี้ พลางหลับตาลง ใบหน้าของเธอเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มของความสะสาใจเมื่อแรกที่เห็นคลิปบัดสีนั่น ลภัสก็ปรี่เข้าไปตบลูกสาวคนเดียวตัวร้ายของหล่อน จนเลือดกบปาก และขังนังเด็กร่านแรดนั่นไว้ ก่อนจะรุดไปเจรจากับ ‘อดีต’ คนรักหล่อนเก็บมันไว้ต่อรอง...รีดเงินจากโตมรนั่นทำเพราะความสะใจนังศยาภัทร มันยังคงปากดี หัวเราะเยาะหล่อน บอกว่านอกจากโตมรแล้ว คนรักปัจจุบันของลภัส มันก็จัดการเชือดทางนั้นแล้วเรียบร้อย มันลากเขาขึ้นเตียงสนองตัณหาของมันแล้ว มันหัวเราะใ





![[ดวงใจท่านรอง 1] รองประธาน (แอบรัก) พยาบาลฝึกหัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

