Mag-log in@ห้างสรรพสินค้า
ขณะที่เดินเข้าไปในห้าง เกวรินก็พิมพ์คุยอะไรบางอย่างในมือถือไม่หยุดจนเกือบจะเดินชนเข้ากับคนอื่นอยู่หลายที จนภากรต้องเป็นฝ่ายจูงมือให้เธอเดินตาม เด็กสาวถึงยอมละความสนใจจากมือถือแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานให้เขา
“มือเฮียใหญ่จัง...หนูชอบ”
ว่าแล้วก็ประสานนิ้วมือเข้ากับเขาแล้วแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมา ไม่บ่อยนักที่เฮียจะเป็นฝ่ายจับมือเธอก่อนแบบนี้ มีแค่เธอที่อ้อนกึ่งบังคับจับมือเขาเองมากกว่า
“ไม่เล่นมือถือต่อแล้วหรือไง”
“ทำไมคะ น้อยใจเหรอ?”
“เปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงเรียบ ทว่าใบหน้ากลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักกับเรื่องเมื่อครู่
“หนูคุยกับแม่ค่า~ ไม่ได้คุยกับผู้ชาย เฮียไม่ต้องหึงน้า”
“ไร้สาระ...”
“ชิ ว่าหนูตลอดเลย” เธอยู่ปากน้อยๆ ไม่ได้แซวอะไรเขาอีก
“แล้วได้บอกแม่หรือยังว่ามานอนที่ห้องเฮีย”
“บอกแล้วค่ะ แม่บอกว่านอนยาวๆ เลย ไม่ต้องห่วง แม่โอเค”
“เกี๊ยว...เอาดีๆ”
“แหะๆ ไม่กล้าบอกค่ะ เฮียอย่าบอกแม่นะ หนูกลัวโดนดุ”
“แต่ไม่กลัวเฮียดุว่างั้น?”
“ถึงเฮียดุ แต่ได้ค้างห้องเฮีย หนูก็ยอมค่ะ” เธอยิ้มแป้นอย่างภูมิใจ แม้จะรู้สึกผิดที่โกหกแม่ แต่เรื่องค้างห้องผู้ชายเธอจะปล่อยให้หลุดมือไม่ได้
“เด็กแสบ” ภากรได้ฟังแบบนั้นก็ส่ายหัวไปมาอย่างจนใจกับความดื้อรั้นของคนตัวเล็ก
พอมาถึงหน้าโรงหนัง ซื้อบัตร ซื้อน้ำกับป๊อปคอร์นเสร็จ ทั้งคู่ก็มานั่งรอบนโซฟากำมะหยี่สีแดงหน้าโรงหนังเพราะอีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มฉายแล้ว
“นั่งนิ่งๆ รอเฮียตรงนี้นะ เดี๋ยวไปคุยธุระก่อน”
สิ้นเสียง ภากรก็ลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์บริเวณที่ไม่ค่อยมีเสียงรบกวนมากนัก จะได้คุยธุระสำคัญได้สะดวก
“โอเคค่า~” เกวรินตอบรับอย่างนึกเสียดาย แต่ก็เข้าใจว่าเขาคงคุยเรื่องงานจึงไม่อยากงี่เง่าให้เขาต้องรู้สึกอึดอัดใจ
“น้องครับ”
เธอกำลังจะหยิบป๊อปคอร์นเข้าปาก จู่ๆ ก็มีผู้ชายผิวขาวหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก เกวรินจึงเอียงคอน้อยๆ มองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“หนูเหรอคะ?”
“ครับ พี่ชื่อบาสนะ” เขาคนนั้นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มน่ารัก ดูเป็นผู้ชายขาวตี๋ที่หล่อมากทีเดียว
แต่เกวรินก็ยังยกให้เฮียภีมของเธอเป็นอันดับหนึ่งอยู่ดี!
“เอ่อ...”
“ขอเบอร์หน่อยสิ”
“คือ...หนูไม่สะดวกอะค่ะ” เธอส่งยิ้มแหยไปให้พร้อมโบกมือหย็อยๆ เป็นเชิงปฏิเสธ ถึงแม้จะหล่อยังไงเธอก็ไม่สนหรอก เพราะมีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้วทั้งคน
“ทำไมล่ะครับ” เขาเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ ปกติเวลาขอเบอร์ใครเขาไม่เคยโดนปฏิเสธเลยสักครั้ง
“ก็เราไม่ได้รู้จักกัน”
“แล้วน้องชื่ออะไร”
“ชื่อเกี๊ยวค่ะ”
“ดี...งั้นเราก็รู้จักกันแล้ว ทีนี้ให้เบอร์พี่ได้ยัง”
ใบหน้าของบาสยังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับยื่นมือถือเข้ามาใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น
“คือว่า...”
ฟึ่บ!
“อ๊ะ! เฮียภีม”
เสียงหวานร้องอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ ก็ถูกมือหนาดึงให้ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“เข้าโรงหนังได้แล้ว”
เขากดเสียงต่ำพยายามระงับอารมณ์ตัวเองเอาไว้ แต่ไม่วายตวัดสายตาไปมองผู้ชายคนนั้นอย่างเยือกเย็นทีหนึ่ง ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงเธอเข้าไปในโรงหนังด้วยกัน ไม่รอให้เธอปฏิเสธอะไรทั้งนั้น โชคดีที่เธอยังหิ้วถังป๊อปคอร์นติดมือมาทัน จะเสียดายก็แต่เครื่องดื่มที่ยังไม่ได้แตะเลยสักแอะเดียว
“เฮียภีม ดะ เดี๋ยวก่อน หนูลืม...อ๊ะ! นะ หนูเจ็บนะคะ” เกวรินเบ้หน้าอย่างเจ็บปวด พยายามดึงแขนของตัวเองกลับมาอย่างยากลำบากเพราะว่าเขาบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มทนไม่ไหว
“หึ”
“ถึงเฮียจะหึงยังไงหนูก็ไม่ชอบให้ใช้ความรุนแรงแบบนี้นะคะ”
“เฮียไม่ได้หึง”
ว่าแล้วก็กุมมือเธอเดินเข้าไปในโรงหนัง ดันไหล่บางนั่งลงบนเบาะโซฟานุ่ม แล้วกระแทกตัวลงนั่งอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“ค่ะ ไม่ได้หึงเลยค่ะ!” เกวรินค้อนให้เขาทีหนึ่งอย่างนึกหมั่นไส้
“เฮียบอกให้นั่งอยู่นิ่งๆ ไปคุยกับคนแปลกหน้าทำไม”
พอเริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้างก็หันไปถามด้วยน้ำเสียงที่ยังแข็งกระด้างอยู่
“หนูก็นั่งนิ่งๆ นะคะ”
“เกี๊ยว”
“แค่คุยนิดเดียวเองค่ะ อีกอย่างหนูก็ไม่ได้ให้เบอร์เขาไปสักหน่อย เฮียไม่เห็นต้องโมโหขนาดนั้นเลย” เธอบ่นอุบอิบอย่างนึกโมโหระคนน้อยใจ
ภากรเหลือบมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วก็ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ก่อนจะดึงมือเรียวมาวางไว้บนตักแล้วลูบไปมาเบาๆ อย่างรู้สึกผิดที่ทำให้เธอเจ็บตัว
“เจ็บมากไหม...เฮียขอโทษนะ”
เป็นความผิดของเขาเองที่โมโหจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เผลอทำร้ายเธอโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่ผ่านมาเขาทะนุถนอมเธอไม่ต่างอะไรจากไข่ในหินด้วยซ้ำ
ปกติแล้วเขาเป็นคนใจเย็นมากคนหนึ่ง น้อยคนนักที่จะทำให้เขาโกรธได้ แต่พอเป็นเรื่องนี้ เส้นสติเขาแทบขาดผึงจนเกือบจะปล่อยหมัดซัดใส่หน้าไอ้หมอนั่นอยู่แล้ว
แม่ง...
กล้าดียังไงมาขอเบอร์เด็กของเขา!
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ แต่ว่า...”
“แต่ว่า?”
“เป๊ปซี่หนูอะ! เป๊ปซี่หนู~”
คิดแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้หยิบเครื่องดื่มเข้ามาด้วยเพราะเขามัวแต่กระชากเธอเข้าโรงหนังโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวไปซื้อให้ใหม่”
เห็นคนตัวเล็กงอแงเรื่องของกินเขาก็หลุดยิ้มออกมาจนได้ ก่อนหน้านี้เธอคุยกับผู้ชายหน้าโรงหนังเลยยอมปล่อยไปชั่วคราว
“ออกไปเอาได้เหรอเฮีย”
“ไม่รู้...รู้แค่ว่าถ้าปล่อยให้คนแถวนี้หิวคงโดนงอนเป็นวันแน่ๆ”
“เฮีย!”
“หึ รออยู่นี่แหละ อย่าไปไหนนะ เดี๋ยวเฮียรีบมา”
“ค่า...ขอบคุณนะคะ” เกวรินฉีกยิ้มกว้างให้เขาไปทีหนึ่ง แล้วนั่งรอเขาในโรงหนังอย่างว่าง่าย
พอคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้แล้วก็อมยิ้มอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข เธอมั่นใจว่าไม่เคยเห็นเขาโมโหขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
คราวนี้ไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ …
เฮียภีมหึงเธอชัวร์!
1 เดือนต่อมา...“อื้ออ...เฮียอย่าแกล้ง” เสียงหวานครางแผ่วเมื่อคนเจ้าเล่ห์ขยับตัวลงมาแทรกกลางระหว่างขาทั้งสองของเธอ ก่อนจะตวัดลิ้นเลียกลีบอวบอูมเปียกเยิ้มด้านล่างไม่หยุดหลายวันมานี้ พออาการเหม็นกลิ่นและเหม็นขี้หน้าสามีของเธอเริ่มหายไป เขาก็คลอเคลียและหาเรื่องหื่นใส่เธอไม่หยุดหย่อนตอนนี้เธอก็เพิ่งจะตื่น แต่คนหื่นก็เริ่มอีกแล้ว!แผล็บ จ๊วบบบ“อืมมม เฮียไม่ได้แกล้ง...เฮียอยากกินเมีย”“ซี้ดดด เฮียขา...อึก พะ พอแล้ว”เพราะไม่ได้มีอะไรกันนาน หรือเพราะเธอกำลังตั้งท้องอยู่ก็ไม่รู้แน่ชัด ทว่าที่เธอรู้สึกได้ก็คือ ตอนนี้อารมณ์ของเธอจุดติดง่ายกว่าเดิมเสียอีก“นะครับ ขอกินหน่อยนะ เฮียไม่ได้กระแทกหนูมานานแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงตวัดลิ้นระรัวตรงเม็ดเล็กสีหวานอย่างหนักจนร่างอวบอิ่มสั่นสะท้าน ครางเสียงหวานอย่างสุดจะกลั้น“อ๊าส์ ฮะ เฮีย...แต่หนูกลัวว่า...”“เฮียสัญญาว่าจะทำเบาๆ เฮียถามหมอมาแล้ว เราสองคนมีอะไรกันตอนหนูท้องได้”เพราะกลัวว่าเธอจะหาข้ออ้างไม่ให้เธอจับกิน คนหื่นและคลั่งรักเมียอย่างเขาจึงไปหาข้อมูลเตรียมพร้อมมาอย่างดี มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาต่อลูกในท้องอย่างแน่นอน“ซี้ดด...แน่นะคะ..
ปัจจุบัน...“เกี๊ยวครับ หนูอยู่ไหน?” ภากรเดินตามหาภรรยาตัวน้อยให้วุ่น ทั้งนอกบ้านและในบ้าน แต่กลับไม่เจอร่างอวบอิ่มของเธอสักที“โอ๊ยย~ เฮียเลิกตามมาสักทีได้ไหมคะ”เสียงหวานของภรรยาสาวบ่นกระปอดกระแปดอย่างคนเหนื่อยใจ แต่งงานกันมาตั้งสองปีแล้ว แต่ไม่มีวันไหนที่เขาจะไม่ตามติดเธอราวกับเงาเลยสักครั้ง“ไม่พูดแบบนี้สิครับ เฮียเป็นห่วงหนูกับลูกนะ” เขาเอ่ยเสียงอ่อน ค่อยๆ เดินเข้าสวมกอดภรรยาที่กำลังยืนเทนมใส่แก้วอยู่ในห้องครัวจากทางด้านหลัง ก่อนจะหอมแก้มนิ่มไปมาอย่างหลงใหล ทั้งยังลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยของเธออย่างทะนุถนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้“เฮียเลิกมากอด เลิกมาใกล้หนูได้ไหม มันเหม็นเนี่ย!” คุณแม่ท้องอ่อนกระฟัดกระเฟียด ขืนตัวออกจากอ้อมกอดอุ่นของเขาอย่างนึกหงุดหงิด ทั้งยังยกมือขึ้นมาบีบจมูกเอาไว้เพราะกลิ่นตัวเขามันเหม็นมากจริงๆ“แต่เฮียเพิ่งอาบมาเองนะครับ ไม่ได้ฉีดน้ำหอมด้วย...” เขาเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้ดูแล้วไม่ต่างจากหมาหงอยเลยสักนิดตั้งแต่รู้ว่าเกวรินตั้งครรภ์เขาก็วางมือเรื่องงานที่บริษัทชั่วคราว และมาคอยดูแลเธอทุกฝีก้าวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งทุกอย่างก็กำลังไปได้ดี จนกระ
“หึ คิดว่าแอบหอมแก้มลูกสาวน้าในบ้านตั้งหลายครั้งจะปิดบังน้าได้เหรอ?” มุมปากเขากระตุกขึ้นน้อยๆ มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีแข็งขึง“ผมขอโทษครับ”“ไม่ต้องขอโทษอะไรหรอก...น้าก็พอจะมองออกว่าภีมดีกับลูกสาวน้าไม่น้อย คอยดูแลตัวแสบอยู่ตลอดตั้งแต่ยังเด็กๆ” เขาเองก็ไม่ใช่คนใจบอดตามืดมัวถึงขนาดจะกีดขวางทั้งคู่ เด็กหนุ่มคนนี้คอยแวะเวียนมาหาลูกสาวของเขาไม่ขาดแม้จะไปทำงานอยู่ไกลก็ตาม ทั้งยังคอยเอาใจใส่ลูกสาวของเขาเป็นอย่างดี ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้ระคายหูเลยสักครั้ง“แต่ว่าน้ากังวลอยู่เรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าภีมพอจะช่วยน้าได้หรือเปล่า...”“ถ้าผมพอช่วยได้ ผมก็ยินดีช่วยเต็มที่ครับ” ภากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อเขาได้ฟังดังนั้นก็ยกยิ้มขึ้นน้อยๆ พร้อมพยักหน้าอย่างพอใจ“ดี…น้าไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ถ้าภีมยังรักยังชอบลูกสาวของน้าอยู่ก็อยากให้ยัยหนูเรียนจบก่อนค่อยคบกัน ตอนนี้เกี๊ยวยังเด็ก ยังต้องโฟกัสกับการเรียนอีกมาก…” แม้เขาจะเคยคุยกับทางบ้านของภากรไปแล้วว่าถ้าเกวรินเรียนจบถึงจะให้แต่งงานกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องถามความต้องการและความสมัครใจของทั้งคู่ด้วยเมื่อเห็นเด็กทั้งสองมีใจให้กันแบบนี
4 ปีก่อน...“หึ...เด็กดื้อ หลับปุ๋ยเชียวนะ” ภากรมองใบหน้าหวานของเด็กสาวที่กำลังหลับพริ้มคาโต๊ะหนังสือแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ช่วงนี้เขาไม่ได้เจอเธอบ่อยนักเพราะเพิ่งจะเริ่มรับช่วงต่อบริษัทจากพ่อของเขา จึงต้องจัดการกับอะไรหลายๆ อย่างให้ลงตัว กว่าจะกลับจากทำงานก็ดึกดื่นจนบางครั้งกลับเช้าเลยก็มีแต่ไม่จะทำงานหนักแค่ไหน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเขาก็จะหาเวลากลับมาหาเธอจนได้...“คิดถึงเกี๊ยวชะมัดเลย...”คนตัวโตเอ่ยเสียงนุ่ม ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ทีละน้อย ก่อนจะกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนนุ่มของเด็กสาวเบาๆ อย่างแสนคิดถึงฟอดดด“อื้ออ~” เกวรินครางในลำคอน้อยๆ อย่างหงุดหงิดใจกับการถูกอะไรก็ไม่รู้มารบกวน เธอหันไปหน้าไปอีกด้านหลีกหนีสัมผัสเมื่อครู่ โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าใครบางคนแอบขโมยหอมแก้มเธอตอนหลับมาหลายครั้งหลายคราแล้ว...ฟอดดด“อื้ออ...อย่ากวน”คนตัวเล็กขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะยกมือขยี้ตาน้อยๆ แล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อหาสาเหตุว่าใครมารบกวนฝันหวานของเธอ“อ้าว เฮียกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนที่คิดถึงมาหลายวัน เกวรินก็ฉีกยิ้มร่าอย่างดีใจ เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงสดใส หายง่วงไปเลยในพริ
“หึ แสดงว่าเมื่อคืนไม่เข็ด?”“ปะ เปล่าค่ะ หนูแค่ชมเฮียเฉยๆ ...แหม ก็คุณสามีของหนูแซ่บจริงๆ นี่นา” เกวรินยิ้มร่าอย่างคนอารมณ์ดีในที่สุดเธอก็ได้เรียกเฮียว่าสามีจริงๆ แล้ว...มีความสุขจัง~“งั้นเหรอครับคุณภรรยา แซ่บขนาดนั้นเชียว?” ภากรถามยิ้มๆ รู้สึกหัวใจพองโตไม่น้อยเมื่อได้ยินคำว่าสามีจากปากของเด็กสาว“งื้อออ~ เรียกแบบนี้มันเขินเกินไปอะ เฮียอย่าแซวหนูได้ไหม”เกวรินยกมือขึ้นมากุมใบหน้าแดงก่ำของตัวเองอย่างเขินอาย ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะจากเขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า“แต่งก็แต่งแล้ว...เขินทำไมหื้ม”เสียงทุ้มเอ่ยถาม ขณะที่ดึงมือนุ่มนิ่มออกแล้วพรมจูบแก้มเนียนของคนรักอย่างทะนุถนอม“เขินเพราะเฮียทำแบบนี้นี่แหละ” เกวรินเถียงเสียงอ้อมแอ้มพร้อมหันหน้าหนีไปอีกทาง“ไม่อยากให้เฮียมอนิ่งคิสเหรอครับ ปกติอ้อนจูบเฮียทุกเช้าไม่ใช่หรือไง” ว่าแล้วร่างหนาก็ขยับตัวนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะดึงร่างนุ่มนิ่มของเด็กสาวขึ้นมานั่งบนตักแกร่งแล้วกอดเอวเอาไว้หลวมๆ“ก็อยากค่ะ...แต่มันเขินง่ะ...” เธอหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตากับคุณสามีสุดหล่อ ยังรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่เลยตอนที่เขาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ‘คุณภรรยา’ฮื
ตกดึก...“เพลียจัง~” เกวรินโอดครวญอย่างเหนื่อยล้า เพราะกว่าทุกอย่างจะจบลงก็ปาไปดึกดื่น วันนี้แม้จะเป็นวันที่พิเศษและมีความสุขมากๆ แต่ก็เหนื่อยมากไม่แพ้กันเลยเมื่อเข้ามาในห้องนอนซึ่งจัดแต่งอย่างสวยงาม ทั้งยังมีกลีบกุหลาบชมพูโปรยเอาไว้เป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่บนเตียงขาวสะอาดตา เกวรินเห็นแล้วก็ยิ่งอยากทิ้งตัวลงนอนมากกว่าเดิม“งื้อออ ที่นอนจ๋า~”“ไปอาบน้ำก่อน จะได้มานอนสบายตัว”เสียงทุ้มของภากรเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาสวมกอดคนตัวเล็กเอาไว้หลวมๆ แล้วโน้มใบหน้าลงหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ต้องคอยรับเครื่องดื่มจากคนโน้นที คนนี้ที จนสติเริ่มถดถอย แต่ยังไงคืนนี้เขาก็ไม่ปล่อยให้จบด้วยการนอนกอดกันบนเตียงเฉยๆ แน่“เฮีย...อื้ออ เบาๆ หน่อย” เกวรินเอ่ยเสียงสั่นเมื่อคนตัวโตเริ่มเลื่อนมือมาขย้ำเต้าใหญ่ด้านหน้าอย่างเมามันงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้เธอเปลี่ยนเป็นชุดเกาะอกสีขาวเรียบๆ ด้านล่างเป็นกระโปรงสั้นฟูฟ่องผูกโบขนาดใหญ่สีเดียวกันไว้ด้านหลัง ผมก็มัดรวบเป็นลอนหางม้า แต่งหน้าสีโทนชมพูอ่อนดูน่ารักน่าเอ็นดู“วันนี้เกี๊ยวสวยมากเลยรู้ไหม?”คนตัวโตเอ่ยเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะกระตุกโบด้านหลังออก แล้วร




![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


