로그인"น้องใบหม่อน... เป็นลูกสาวของพี่สาวฉันเองค่ะ ตอนนั้นพี่สาวคิดจะไปทำแท้ง แต่ฉันขอร้องไว้ ยอมให้พี่คลอดแกออกมาแล้วฉันจะเป็นคนเลี้ยงดูในฐานะแม่เอง..." พูดได้แค่นั้นเธอก็สะอึกสะอื้นไห้ มือหนาเอื้อมมาลูบเรือนผมของเธออย่างอ่อนโยน"คุณเก่งมากเลยนะน้ำชา""ฉันสงสารหลานค่ะ อยากให้แกได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก ฉันเลยยอมแบกรับคำว่าแม่เลี้ยงเดี่ยว แล้วทำงานหาเงินสร้างอนาคตให้แก""หลังจากนี้ไป... คุณไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวอีกแล้วนะ ภาระหน้าที่ทั้งหมดนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีคนนี้เอง" ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปจุมพิตหน้าผากมนเนิ่นนาน"ขอบคุณมากนะคะคุณธันวา แต่ตราบใดที่ฉันยังไหว ฉันก็ยังอยากทำงานต่อนะคะ""นี่คุณถามผมหรือยัง ว่าผมจะยอมให้คุณออกไปทำงานต่อไหม"น้ำชาเงียบไปนิด... จะให้เธออยู่บ้านเกาะเขากินเฉย ๆ ได้ยังไงล่ะ "แล้ว... เรื่องเมื่อเช้า ท่านประธานเล่าให้คุณฟังหมดแล้วใช่ไหมคะ""คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกครับ ผมกับคีรินจัดการกัลยาเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอส่งฟ้องศาล""ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเลยเหรอคะ?!" เธอตกใจ แค่เธอหกล้มเนี่ยนะ"กัลยาคิดไม่ซื่อ วางแผนจะเล่นงานทั้งบริษัทของผมและของไอ้คีรินมันน
"ผู้หญิงพวกนั้นมีอะไรดีนักหนา ฉันไม่เข้าใจผู้ชายอย่างพวกคุณสองคนเลยจริง ๆ... ตาต่ำ!""หึ!" ธันวาตวัดสายตาคมกริบมองผู้หญิงที่หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น "ถ้าอย่างคุณมัทนากับคุณน้ำชาเรียกว่าต่ำ... ผู้หญิงอย่างคุณก็คงจมปลักอยู่ในโคลนตมแล้วมั้งครับ"คีรินปรายตามองอย่างพึงพอใจ ไม่คิดว่าฝีปากของไอ้คู่แข่งคนนี้จะจัดจ้านถึงใจได้ขนาดนี้ ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน"พาตัวออกไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลยครับ" คีรินออกคำสั่งเสียงเฉียบ"อะไรกันคะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด พวกคุณต่างหากที่จงใจเซ็นสัญญาทับซ้อนกันเอง!""คุณลองเอาเวลานี้ไปปรึกษาทนายดูดีกว่านะ ว่าไอ้สิ่งที่คุณทำลงไป มันจะต้องเข้าไปนอนในคุกกี่ปี" คีรินตัดบทอย่างตัดรำคาญ เขาไม่คิดเลยว่าจะเคยรู้จักกับคนพรรค์นี้ สมัยเด็ก ๆ กัลยาก็ไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจขนาดนี้ หรือเพราะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจนเหลิง... แต่ก็คงไม่ใช่หรอก สันดานคนมันต้องมาจากกมลสันดานของตัวเองล้วน ๆฝ่ายกฎหมายและ รปภ. ตรงเข้าคุมตัว กัลยาพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ จึงถูกลากตัวออกไปจากห้องทำงาน ท่าม
เวลาที่กัลยารอคอยก็มาถึง ในวันต่อมาหญิงสาวถือแฟ้มสัญญาฉบับนั้นบุกมาหาคีรินถึงบริษัทตั้งแต่เช้าตรู่เธอเดินเชิดหน้าตรงดิ่งเข้ามาในห้องทำงานของท่านประธานโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า มิหนำซ้ำยังไม่คิดจะบอกกล่าวเลขาฯ หน้าห้อง ถือวิสาสะเคาะประตูแล้วผลักเข้าไปทันทีน้ำชาที่พยายามรีบผุดลุกขึ้นตามไปขวางแต่ก็ไม่ทัน จึงรีบก้าวเท้าตามเข้าไปห้ามปรามเสียงแข็ง "คุณกัลยาคะ ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ มันผิดกฎระเบียบของบริษัท!""อีกไม่นาน... กฎระเบียบของบริษัทนี้ ฉันก็จะเป็นคนตั้งมันขึ้นมาใหม่เอง!"ว่าแล้วกัลยาก็ใช้ฝ่ามือผลักร่างของน้ำชาให้ออกไปพ้นทางอย่างแรง จนร่างบางเซถลาล้มพับลงไปกับพื้น รองเท้าส้นสูงคู่สวยรับแรงกระแทกไม่ไหวจนส้นหักสะบั้นมัทนาที่อยู่ในห้องเตรียมเครื่องดื่มได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบวิ่งออกมาดู ทันเห็นสินธุผู้ช่วยกำลังรีบก้มลงประคองน้ำชาให้ลุกขึ้นพอดี"คุณน้ำชาเป็นอะไรมากไหมคะ!" มัทนาถลันเข้าไปถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นน้ำชาหน้าซีดเผือด เอามือกุมท้องน้อยของตัวเองไว้แน่น"เจ็บ... น้ำชาเจ็บท้องค่ะคุณมัท""ฉันไม่ได้ผลักแรงอะไรเลยนะยะ! อย่ามาแกล้งสำออยทำเป็นล้มหน่อยเลย!" กัลยาตะคอกใส่เสียงแหลม
ในบ่ายวันนั้นเอง สายเรียกเข้าสายหนึ่งต่อตรงเข้ามาหาคีรินจากเบอร์ของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจเบอร์หนึ่งของเขา ประเด็นที่อีกฝ่ายโทรมาในวันนี้ กลับไม่ใช่เรื่องการห้ำหั่นทางผลประโยชน์แต่อย่างใด"บอสจะรับสายนี้ไหมครับ" สินธุเอ่ยถามผู้เป็นนายก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้>>{"ว่ามา"} คีรินรับเครื่องมาแนบหูแล้วกรอกเสียงเรียบลงไป{"เรื่องคุณกัลยา"}พอได้ยินชื่อที่หลุดออกมาจากปลายสาย คีรินก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียง "อืม" สั้น ๆ ในลำคอเพื่อหยั่งเชิงว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไร{"ผู้หญิงคนนั้นชักจะล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว"}ประโยคเดือดดาลที่หลุดจากปากธันวาทำเอาคีรินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ นึกสงสัยอยู่ในใจว่ากัลยาไปก่อเรื่องอะไรไว้ ถึงทำให้ศัตรูหัวใจอย่างมันหัวร้อนจนต้องต่อสายตรงมาเคลียร์กับเขาถึงที่>>{"ว่ามาสิ ฉันฟังอยู่"}จากนั้นธันวาก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่ากัลยาเล่นตุกติกและล้ำเส้นความสัมพันธ์ของเขาอย่างไร คีรินฟังแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่เป็นความรู้สึกทึ่งปนคาดไม่ถึงเสียมากกว่า... ไอ้ธันวามันก็มีมุมร้อนรนและออกตัวปกป้องผู้หญิงของมันขนาดนี้เหมือนก
"ถ้าคุณยังไม่เลิกส่งสายตาหวานเชื่อมมองหน้าผมอยู่แบบนี้นะ... ผมจะไม่ยอมรอให้ถึงคืนนี้จริง ๆ ด้วย"ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาหมายจะประกบปากจูบอีกรอบ น้ำชาจึงรีบใช้สองมือดันหน้าเขาออกห่างแล้วผุดลุกขึ้นนั่งทันที"ฉันหิวข้าวแล้วค่ะ! จะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้แหละ!" หญิงสาวรีบคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างไว ปล่อยให้ชายหนุ่มนอนหัวเราะด้วยความเอ็นดูอยู่บนเตียงหลังทานมื้อค่ำเสร็จ น้ำชาก็ออกมายืนรับลมชมบรรยากาศอันแสนเงียบสงบยามค่ำคืนของขุนเขาพอมองทอดสายตาออกไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ก็เห็นแสงไฟสีส้มระยิบระยับจากตัวเมืองส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง แหงนหน้ามองขึ้นไปบนผืนฟ้ากว้างก็พร่างพราวไปด้วยดวงดารานับล้านดวงที่ส่องแสงระยับตา"ถ้าคุณชอบ... ไว้พวกเราแวะมาเที่ยวที่นี่กันบ่อย ๆ ก็ได้นะ"เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นชิดแผ่นหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นของผ้าห่มผืนนุ่มที่ถูกนำมาคลุมไหล่บางไว้ ก่อนที่สองแขนแกร่งจะกอดร่างเธอไว้แนบอก "ข้างนอกนี้อากาศเริ่มเย็นลงมากแล้ว อย่าออกมายืนตากลมหนาวนานนักสิครับ""ทำไมคุณถึงดีกับฉันขนาดนี้คะ" หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นสบตากับคนที่กอดเธอจากทางด้านหลังธันวาโน้มใบหน้
"คุณแม่กับคุณลุงคืนดีกันแล้วใช่ไหมคะ" น้องใบหม่อนที่นอนมองตาแป๋วอยู่บนเตียงเอ่ยถามเสียงใส"คุณแม่ของเราเขาเป็นคนขี้น้อยใจ หนูต้องช่วยคุณลุงดูแลคุณแม่ให้ดี ๆ นะครับ" ชายหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้เด็กน้อย แต่สองแขนแกร่งก็ยังคงโอบกอดร่างบางของแม่เด็กไว้แน่นไม่ยอมปล่อยและในค่ำคืนนั้น เขาก็ยังคงนอนกอดเธอไว้บนโซฟาเบดแคบ ๆ ตัวเดิม แม้ใจจะโหยหาอยากจะฟัดร่างนุ่มนี้แทบขาดใจ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ทำได้เพียงแค่จูบเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากคุณหมอเข้ามาตรวจดูอาการจนแน่ใจแล้ว ก็อนุญาตให้น้องใบหม่อนออกจากโรงพยาบาลได้ธันวาขับรถพาสองแม่ลูกแวะกลับมาเก็บเสื้อผ้าที่บ้านพักของน้ำชาก่อน ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่นว่าจะให้เธอกับลูกย้ายไปพักฟื้นที่คฤหาสน์ของเขาสักระยะ เพื่อจะได้มีคนคอยช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งครั้งนี้น้ำชายอมพยักหน้าตกลงแต่โดยดีในเมื่อผู้ชายคนนี้ดีกับเธอถึงขนาดนี้ ทำไมเธอจะต้องยอมปล่อยมือเปิดทางให้ผู้หญิงหน้าด้านคนอื่นมาแย่งเขาไปด้วยล่ะ จากเหตุการณ์เมื่อวานมันชัดเจนแล้วว่ากัลยาจ้องจะฉกเขาไปจากอกเธอ... ไม่มีวันเสียหรอก!ทันทีที่รถแล่นมาถึงคฤหาสน์ธนากรณ์ ธัญญ่าก็รีบสาวเท้าออกมารับขวัญหลานตัวน้อย
ภายในบ้านจัดสรร.. มัทนารีบปิดประตูล็อกลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงเข้าไปโอบกอดลูกชายตัวน้อยที่รออยู่"เมื่อกี้แม่คุยกับใครครับ" คินน์น้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย"หนูได้ยินด้วยหรือลูก..." หญิงสาวพยายามปรับนํ้าเสียงให้ปกติที่สุดและลูบแก้มกลมเบา ๆ"ได้ยินครับ... คนไม่ดีหรือเปล่าครับ ทำไมแม่ถึงร
งับ!มัทนาพยายามรวบรวมสติเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ขบฟันลงบนริมฝีปากหนาของคนตัวโตอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ความเจ็บแปรปรวนทำให้นิ้วแกร่งที่บีบรัดต้นแขนเธอชะงัก คีรินสะดุ้งสุดตัวก่อนจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างจำนนมือหนายกขึ้นแตะมุมปากตัวเองเบา ๆ นัยน์ตาคมตวัดมองปลายนิ้วที่มีหยาดเลือดสีสดซึมอ
"เธอทำฉันแสบมากนะมัทนา!" แรงบีบที่ต้นแขนเรียวเพิ่มขึ้นตามอารมณ์เดือดดาลของคนพูด มัทนานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ มือบางพยายามแกะพันธนาการของเขาออกพัลวัน แต่เธอกลับไม่กล้าส่งเสียงกรีดร้องหรือโวยวายให้ดังไปกว่านี้ ลำพังแค่ความเจ็บทางกายยังพอทนได้ แต่สิ่งที่เธอกลัวเหนือสิ่งอื่นใด.. คือกลัวว่าเสียงทะเลาะวิวา
เมื่อมาถึงโรงเรียนอนุบาล มัทนาก็รีบสาวเท้าตรงดิ่งเข้าไปยังห้องพักของเด็กอนุบาลด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มราวกับไฟลน ทันทีที่บานประตูเปิดออก ภาพลูกชายตัวน้อยที่นั่งรออยู่ก็ทำให้คนเป็นแม่แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่"แม่ครับ.." เสียงเล็ก ๆ ออดอ้อนสั่นเครือดังขึ้นทันทีที่เห็นหน้ามารดา"น้องคินน์! เป็นยังไงบ้างล







