LOGINหลังเหตุการณ์วันนั้น
ข่าวเรื่องการโจมตีบริษัทของอีวานกรุ๊ปถูกปิดเงียบ ไม่มีข่าวออกสื่อ ไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ เพราะในโลกของคนบางกลุ่ม… ความเงียบ คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด แต่สำหรับฉิน มันกลับเป็นสัญญาณว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่การขโมยข้อมูลธรรมดา “มีคนตั้งใจให้เรารู้ว่าเขาเข้าถึงได้” จินพูดขึ้น ขณะวางรายงานลงบนโต๊ะ ฉินมองเอกสาร “ไม่ใช่การโจมตี” เขาพูดเสียงเรียบ “เป็นการเตือน” จินพยักหน้า “ผมคิดเหมือนกันครับ” ความเงียบเกิดขึ้น สิบปีที่ผ่านมา ฉินตามหาคนที่เกี่ยวข้องกับคืนที่พ่อเสียชีวิต แต่ไม่เคยคิดว่า คนพวกนั้นจะกลับมาในวันที่เขาเริ่มเข้าใกล้ความจริง “เช็กทุกคนที่เคยอยู่กับพ่อฉัน” ฉินพูด “โดยเฉพาะคนที่หายไปหลังคืนวันนั้น” จินชะงัก เพราะคำสั่งนี้หมายความว่า ฉินกำลังกลับไปขุดรากของโวลคอฟอีกครั้ง อีกด้านหนึ่ง คฤหาสน์ของอีวาน ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือ มองรูปเก่าที่วางอยู่รูปของคนสามคน อเล็กเซย์ อีวาน และชายอีกคน ดมิทรี โวลคอฟ น้องชายของอเล็กเซย์ “คุณยังคิดถึงเขาอยู่สินะ” เสียงอันดาดังขึ้นดมิทรีหันกลับมา “คุณหนู” อันดาเดินเข้ามา “ลินบอกว่าคุณมาหาคุณพ่อ” ดมิทรีมองเธอ ก่อนยิ้มเล็กน้อย “โตขึ้นมาก” อันดาหัวเราะเบา ๆ “ทุกคนชอบพูดแบบนี้” “เพราะตอนเด็กๆคุณหนูเป็นคนเดียวที่กล้าเถียงกับคนอย่างอีวาน” คำพูดนั้นทำให้อันดายิ้ม เธอไม่เคยคิดว่า ตัวเองกล้าหาญ เธอแค่ทำสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง “คุณดมิทรี” “ครับ?” “ฉิน…” ดมิทรีหยุด แค่ได้ยินชื่อนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย อันดาสังเกตเห็น “เขาเกี่ยวข้องกับคุณพ่อใช่ไหม?” ดมิทรีเงียบ เพราะคำตอบนั้น มีเรื่องราวมากเกินไป “บางเรื่อง…” เขาพูดช้า ๆ “ถ้าคุณยังไม่รู้” “อาจจะดีกว่า” อันดามองเขา “ทำไมทุกคนพูดแบบนี้เหมือนกัน” “เหมือนอดีตของคุณพ่อเป็นสิ่งที่ฉันไม่ควรรู้” ในขณะเดียวกัน สถานที่อีกแห่ง ชายคนหนึ่งกำลังดูข้อมูลจากหน้าจอ ภาพของฉินและอันดาปรากฏอยู่ “เขาเริ่มสงสัยแล้ว” เสียงหนึ่งพูด ชายคนนั้นยิ้ม “ดี” “ยิ่งเขาเข้าใกล้ความจริง…” “ยิ่งควบคุมง่าย” เขาไม่เหมือนคนที่โกรธแค้น เขาเหมือนคนที่กำลังเล่นเกม และทุกคนบนกระดาน เป็นเพียงหมาก เย็นวันนั้น ฉินได้รับข้อความจากหมายเลขไม่ทราบชื่อ ข้อความเดียว “ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครฆ่าพ่อคุณ อย่ามองคนที่คุณเกลียด ให้มองคนที่คุณไว้ใจ” ฉินอ่านซ้ำ คนที่ไว้ใจ? ในคืนที่พ่อเสียชีวิต คนที่อยู่ใกล้อเล็กเซย์ที่สุด ไม่ใช่อีวาน แต่คือ… คนในโวลคอฟ จินเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้นครับ?” ฉินยื่นโทรศัพท์ให้ดู จินอ่าน ก่อนพูดเบา ๆ “คุณคิดว่า…” ฉินมองออกไปนอกหน้าต่าง “ฉันไม่รู้” “แต่มีอย่างหนึ่งที่แน่ๆ” เขาหยุด “คนที่ฆ่าพ่อฉัน…” “อาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คิด” และในคืนเดียวกัน ที่ประชุมใหญ่ของโวลคอฟถูกจัดขึ้น ชายคนหนึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ มิคาเอล โวลคอฟ หัวหน้าโวลคอฟคนปัจจุบัน เขามองเอกสารตรงหน้า ภาพของฉินปรากฏอยู่ “ลูกชายของอเล็กเซย์กลับมาแล้ว” คนในห้องเงียบ มิคาเอลพูดต่อ “ดูว่าเขากลับมาเพื่อทวงอำนาจ…” เขาหยุด “หรือกลับมาเพื่อเปิดหลุมฝังศพของความจริง” ห้องประชุมของโวลคอฟยังคงเงียบ ไม่มีใครกล้าพูดหลังจากได้ยินชื่อของชายคนหนึ่ง ฉิน โวลคอฟ สำหรับคนรุ่นเก่าในองค์กร ชื่อนี้ไม่ใช่แค่ชื่อของ CEO หนุ่ม แต่มันคือ “ลูกชายของอดีตหัวหน้า” “สิบปีที่ผ่านมา…” ชายคนหนึ่งในที่ประชุมพูดขึ้น “เขาไม่เคยกลับมาเกี่ยวข้องกับโวลคอฟ” มิคาเอลนั่งนิ่ง “แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว” เขามองภาพของฉิน “คำถามคือ…” “เขากลับมาเพราะต้องการอำนาจ” “หรือเพราะต้องการความจริง” ไม่มีใครตอบ เพราะทุกคนรู้ว่า ถ้าฉินเลือกเดินกลับเข้ามาในโลกนี้ มันจะไม่มีวันเป็นเรื่องเล็กๆ คฤหาสน์อีวาน “ลูกไม่ควรเข้ามายุ่ง” เสียงของอีวานดังขึ้น อันดาที่กำลังดูเอกสารเงยหน้าขึ้น “เรื่องอะไรคะ?” อีวานมองเธอ “เรื่องของพ่อกับฉิน” เธอนิ่ง “เขาเกี่ยวข้องกับอดีตของคุณพ่อ” “และลูกไม่ควรรับรู้มัน” อันดาวางปากกา “คุณพ่อ” อีวานชะงัก ตั้งแต่เด็ก เธอเรียกเขาแบบนี้ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนมีอำนาจ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นเจ้าของทุกอย่าง แต่เพราะสำหรับเธอ เขาคือครอบครัว “ถ้าเรื่องของคุณพ่อทำให้คนคนหนึ่งเกลียดได้” อันดาพูด “หนูก็ควรรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” อีวานมองเธอ และในสายตาของเขา เขายังเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้น เด็กที่เคยยืนอยู่ตรงหน้าเขา โดยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เด็กที่ช่วยชีวิตคนแปลกหน้า เพียงเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ “ลูกเหมือนอเล็กเซย์เลย” อีวานพูดเบา ๆ อันดาขมวดคิ้ว “ทำไมทุกคนพูดถึงเขาเหมือนเขาเป็นคนสำคัญ?” อีวานเงียบ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอถามถึงอดีตจริง ๆ อีกด้านหนึ่ง ฉินเดินเข้าไปในสถานที่ที่เขาไม่ได้กลับมานาน สำนักงานใหญ่ของโวลคอฟ จินเดินตามหลัง “แน่ใจนะครับ?” ฉินไม่หยุดเดิน “ฉันไม่ได้กลับมาเพื่อรับตำแหน่ง” “ฉันกลับมาเพื่อหาความจริง” ประตูใหญ่เปิดออก ทุกสายตาหันมามอง ชายหนุ่มที่ทุกคนคิดว่าจะไม่กลับมาอีก กลับมายืนอยู่ตรงหน้า “ฉิน” เสียงหนึ่งดังขึ้น ชายวัยกลางคนเดินเข้ามา มิคาเอล โวลคอฟ หัวหน้าโวลคอฟคนปัจจุบัน ฉินมองเขา “คุณคือมิคาเอล” “และคุณคือเด็กที่อเล็กเซย์รักมากที่สุด” ประโยคนั้นทำให้ฉินนิ่ง ไม่มีใครพูดถึงพ่อเขาแบบนี้มานาน “ผมไม่ใช่เด็กอีกแล้ว” มิคาเอลมองเขา “ใช่” “คุณโตแล้ว” “โตพอที่จะรู้ว่า…” เขาหยุด “บางครั้งความจริงก็เจ็บกว่าความแค้น” ฉินมองเขา “คุณรู้อะไร?” คำถามตรง แต่มิคาเอลไม่ตอบทันที “ผมรู้ว่าอเล็กเซย์ไม่ได้ตายเพราะความผิดพลาด” หัวใจฉินกระตุก “หมายความว่ายังไง?” มิคาเอลมองไปรอบ ๆ “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะพูดเรื่องนั้น” “เพราะคนที่คุณกำลังตามหา…” เขาหยุด “อาจกำลังฟังเราอยู่” คืนนั้น ดมิทรีกลับมาที่ห้องทำงานของอีวาน เขามองชายตรงหน้า “ฉินเจอมิคาเอลแล้ว” อีวานไม่ได้ตกใจ “ถึงเวลาแล้วสินะ” ดมิทรีกำมือ “คุณจะบอกเขาไหม?” “เกี่ยวกับความจริงทั้งหมด” อีวานมองรูปของอเล็กเซย์ เพื่อนที่เขาเสียไป “ถ้าฉันบอกตอนนี้…” “เขาจะไม่เหลืออะไรให้ยึด” ดมิทรีมองเขา “แต่เขาเกลียดคุณมาสิบปีเลยนะ” อีวานหลับตาลง “ฉันรู้” “และฉันยอมให้เขาเกลียด” “ดีกว่าให้เขาต้องรู้ว่า…” เขาหยุด “คนที่ทำร้ายพ่อเขา ยังอยู่ในโลกนี้” ในเวลาเดียวกัน เชอร์เกย์นั่งมองข่าว ภาพฉินกับมิคาเอล เขายิ้ม “เริ่มแล้วสินะ” “เกมที่ฉันรอมาตลอดสิบปี” เขาเปิดแฟ้มเก่าๆแฟ้มของคืนที่อเล็กเซย์ตาย แต่สิ่งที่อยู่ข้างใน… ยังมีความลับอีกอย่าง เช้าวันต่อมา ฉินได้รับข้อความอีกครั้ง “ถ้าอยากรู้ความจริงของพ่อให้มาหาคนที่อยู่ในคืนนั้น” ด้านล่างมีชื่อหนึ่ง ดมิทรี โวลคอฟ ฉินมองข้อความนั้น คนที่เขาไม่เคยสงสัย อาจเป็นคนที่รู้คำตอบทั้งหมดเสียงประตูเหล็กบานมหึมาค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆครืด…เสียงโลหะเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโรงงานร้าง ราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือนสู่ฉากสุดท้ายของเกมที่ดำเนินมายาวนานกว่าสิบปีฉินก้าวเข้าไปเป็นคนแรกสายตาเย็นเฉียบกวาดมองทุกมุมของอาคารอย่างรวดเร็วภายในโรงงานกว้างใหญ่เงียบผิดปกติมีเพียงหลอดไฟนีออนเก่า ๆ ที่กะพริบเป็นจังหวะ สาดแสงสีขาวซีดลงบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยคราบสนิมและรอยที่กัดกินทุกสิ่งด้านหลังเขา…ดมิทรี อีวาน ไนท์ และจิน เคลื่อนตัวเข้าประจำตำแหน่งตามแผนที่วางไว้ไนท์แตะหูฟังสื่อสารเบา ๆ“ทีมเหนือเข้าประจำจุดแล้ว”“ทีมตะวันตกปลอดภัย”“ไม่มีเป้าหมายหลุดออกไป”จินยืนอยู่หลังเสาคอนกรีต ใช้แท็บเล็ตเชื่อมต่อโดรนลาดตระเวนที่บินอยู่เหนืออาคารภาพแผนผังภายในโรงงานค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจุดสีแดงจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วพื้นที่เขาขมวดคิ้วทันที“อย่างน้อยสามสิบห้าคนครับ”“อาวุธครบมือ”“แต่…”จินหยุดนิ่ง ก่อนซูมภาพเข้าไปยังห้องกลางของอาคารจุดสีแดงทั้งหมด…กำลังเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้นราวกับเปิดพื้นที่ให้ใครบางคน“เหมือนพวกมันตั้งใจเปิดทาง”ดมิทรีจับปืนแน่นขึ้น“ระวังไว้”“นี่ไม่ใช่การซุ่มโจมตีธรรมดา”
ห้องบัญชาการของ Black Raven เงียบกว่าทุกครั้งแม้ภารกิจช่วยอันดาจะสำเร็จ และเธอได้รับการปฐมพยาบาลจนพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่บรรยากาศภายในกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความยินดีทุกคนรู้ดีว่า…สงครามยังไม่จบเจ้าหน้าที่ของ Black Raven ยังคงนั่งประจำจอมอนิเตอร์ ถอดรหัสข้อมูลที่กู้คืนมาจากฐานของ EDEN อย่างต่อเนื่องแสงจากหน้าจอหลายสิบจอสะท้อนทั่วห้อง แต่ไม่มีใครละสายตาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมฉิน…ในมือของเขายังคงถือจดหมายของอเล็กเซย์เหลืออีกเพียงหน้าสุดท้ายหน้าที่เขาไม่กล้าเปิดอ่านมาตลอดนิ้วเรียวยาวลูบผ่านกระดาษเก่าที่เริ่มซีดตามกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความทรงจำทั้งหมดจะสลายหายไปพร้อมกับมันรอบโต๊ะประชุม…อีวาน ดมิทรี ไนท์ และจิน ต่างนั่งเงียบ ไม่มีใครเร่งรัด ไม่มีใครพูดอะไรเพราะทุกคนรู้ดีว่า…คำตอบที่ฉินตามหามาตลอดสิบปี กำลังรออยู่ในหน้ากระดาษเพียงแผ่นเดียวฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนค่อย ๆ คลี่กระดาษออกลายมือของอเล็กเซย์ยังคงหนักแน่น แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปีเขาเริ่มอ่านออกเสียงช้า ๆ“ถึงลูกชายของพ่อ…”“เมื่อถึงวันที่ลูกอ่านหน้าสุดท้ายของจดหมายฉบับนี้…”“แปลว่าลูกเดินมาไกลกว
ห้องบัญชาการของ Black Raven ยังคงเงียบสนิทมีเพียงแสงจากจอมอนิเตอร์หลายสิบจอที่สะท้อนบนใบหน้าของทุกคนไมโครฟิล์มจากนาฬิกาพกของอเล็กเซย์ถูกฉายขึ้นบนจอขนาดใหญ่กลางห้องแผนผังองค์กรสีดำค่อย ๆ ปรากฏชัดPROJECT EDENชื่อดังกล่าวอยู่ตรงกลางของแผนผัง ก่อนแตกแขนงออกเป็นหลายหน่วยงานมีทั้งฝ่ายวิจัยฝ่ายรักษาความปลอดภัยฝ่ายลำเลียงและหน่วยปฏิบัติการพิเศษชื่อของเชอร์เกย์เป็นในหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเงียบลงคือเหนือชื่อของเขา…ยังมีลำดับชั้นอีกหลายระดับส่วนตำแหน่งสูงสุดถูกปิดทับไว้ด้วยแถบสีดำราวกับอเล็กเซย์จงใจไม่ให้ใครรู้ว่าคนที่อยู่บนสุดคือใครฉินจ้องภาพนั้นไม่กะพริบสมองของเขาเริ่มเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันคืนที่พ่อเสียชีวิตการทรยศของเชอร์เกย์การลักพาตัวอันดารวมถึงการโจมตีที่โกดัง A-17ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลแต่เป็นหมากที่ถูกวางไว้ล่วงหน้ามานานหลายปีดมิทรียืนกอดอกอยู่ด้านหลังก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“อเล็กเซย์ไม่ได้เก็บไมโครฟิล์มไว้เพื่อบอกว่าใครเป็นศัตรู”เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนใช้นิ้วชี้ไปยังสัญลักษณ์เล็ก ๆ มุมล่างของแผนผัง“เขากำล
เสียงปืนยังคงดังเป็นระยะจากด้านหน้าโกดังลูกกระสุนเจาะกำแพงคอนกรีตจนเศษปูนแตกกระจายดมิทรียืนประจำตำแหน่งอยู่หน้าทางเดิน มือขวายกปืนขึ้นยิงตอบโต้โดยไม่ลังเลปัง!ชายชุดดำที่กำลังวิ่งเข้ามาทรุดลงทันที“ฉิน!”เสียงอีวานดังขึ้น“ออกทางด้านหลัง!”ฉินพยักหน้า ก่อนเก็บซองจดหมายของอเล็กเซย์ไว้ในเสื้อสูทด้านในอย่างระมัดระวังส่วนกล่องไม้และเอกสารทั้งหมด จินเป็นคนรับหน้าที่ถือไว้ทั้งสี่คนรีบเคลื่อนตัวออกจากห้องลับดมิทรีเป็นคนสุดท้ายที่ถอยออกมาก่อนผลักประตูเหล็กปิดและเลื่อนชั้นเหล็กกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว“ต่อให้พวกมันเข้ามา…”เขาพูดเสียงเรียบ“…ก็จะเสียเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะหาห้องนี้เจอ”เสียงระเบิดดังขึ้นจากด้านหน้าโกดังตูม!แสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วอาคารตามด้วยเสียงตะโกนของลูกน้องอีวาน“ถอยครับ!”“พวกมันเข้ามาแล้ว!”ดมิทรีหันมองอีวานทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนอีวานจะพยักหน้า“ไป”ทั้งกลุ่มรีบวิ่งออกทางประตูด้านหลังโกดังด้านนอกเป็นทางเดินแคบที่ถูกต้นไม้รกปกคลุมฝนเมื่อคืนทำให้พื้นเต็มไปด้วยโคลนจินหันกลับไปมองโกดังเสียงปืนยังดังไม่หยุดควันสีเทาค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือหลังคาฉินกำหมัดแ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านม่านหมอกสีเทาเหนือพื้นที่อุตสาหกรรมร้างทางตอนเหนือของเมือง ขบวนรถเอสยูวีสีดำสามคันค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้า ๆ ก่อนหยุดลงริมถนนคอนกรีตที่แตกร้าวตามกาลเวลา เบื้องหน้าคือโกดังเก่าหลังหนึ่ง อาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมแทบทั้งหลัง ป้ายเหล็กที่ขึ้นสนิมยังคงแขวนเอียงอยู่เหนือประตู A-17 ฉินมองตัวอักษรสองตัวนั้นนิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือสถานที่สุดท้าย… ที่พ่อของเขาเคยเข้ามา อีวานก้าวลงจากรถก่อนเป็นคนแรก สายตาของเขากวาดมองพื้นที่โดยรอบอย่างระมัดระวัง แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปี แต่สัญชาตญาณของอดีตมาเฟียยังไม่เคยหายไป “ผิดปกติ…” เขาพูดเบา ๆ ดมิทรีซึ่งยืนอยู่ข้างกันพยักหน้าช้า ๆ “เงียบเกินไป” จินเหลือบมองป่าโปร่งด้านข้างโกดัง ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง แม้แต่สายลมยังแทบไม่พัดผ่าน บรรยากาศเหมือนเป็นธรรมชาติแต่เงียบสงบเกินไป ฉินขมวดคิ้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับ” ดมิทรีไม่ได้ตอบในทันที เขาคุกเข่าลงแตะพื้นดินหน้าประตูโกดัง ปลายนิ้วลูบผ่านโคลนที่ยังชื้นจากฝนเมื่อคืน ก่อนจะยกขึ้นมาดู มีคราบดินสีเข้มติดอยู่เพียงบาง ๆ “มีรถเข
รถเอสยูวีสีดำแล่นฝ่าสายฝนเข้าสู่คฤหาสน์ของอีวานประตูเหล็กบานใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกอย่างเงียบๆ ก่อนปิดลง ราวกับตัดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิงฉินมองผ่านกระจกรถทุกอย่างที่นี่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด แม้เขาจะไม่เคยก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้มาก่อนสวนสนถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ น้ำพุหินอ่อนกลางลานยังคงทำงาน ทว่าบรรยากาศกลับเงียบจนผิดปกติไม่มีเสียงพนักงานไม่มีเสียงสนทนามีเพียงชายชุดดำยืนประจำตำแหน่งอยู่ตามจุดต่าง ๆรถหยุดสนิทหน้าตัวอาคารชายวัยกลางคนที่มารับพวกเขาเปิดประตูให้ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ“นายท่านรออยู่ในห้องทำงานครับ”ฉินก้าวลงจากรถโดยไม่ลังเลจินเดินตามมาติด ๆ พลางกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความระมัดระวัง“ผมไม่ชอบที่นี่เลยครับ”เขาพูดเบา ๆ“เงียบเกินไป”ฉินพยักหน้า“คนที่ผ่านสงครามมา มักทำให้บ้านเงียบกว่าปกติ”ทั้งสองเดินผ่านโถงทางเดินยาวบนผนังแขวนภาพถ่ายหลายใบส่วนใหญ่เป็นภาพวิวทิวทัศน์และงานศิลปะ ไม่มีภาพครอบครัวแม้แต่ใบเดียวจนกระทั่งฉินหยุดฝีเท้าภาพหนึ่งที่แขวนอยู่สุดทางเดินทำให้เขานิ่งไปเป็นภาพชายสองคนยืนเคียงกันในวัยหนุ่มคนหนึ่งคืออีวานส่วนอีกคน…แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ฉินจ







