LOGINเสียงบางอย่างตกกระทบพื้นดังเพล้งในช่วงเกือบตีสี่ กอหญ้าลืมตาขึ้นทันทีทั้งที่ปกติหากได้นอนแล้วเธอค่อนข้างหลับลึก แต่คืนนี้กลับรู้สึกกระสับกระส่ายมาตลอด ตั้งแต่เจ้าหมาดำที่เก็บมาจากข้างถนนเริ่มมีอาการสั่นเป็นพักๆ เธอลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วมองเบาะข้างเตียงแล้วชะงัก ว่างเปล่า
“หายไปไหนแล้ว”
กอหญ้าเปิดไฟ ก่อนเดินออกจากห้องนอนแล้วมองลงไปทางบันได เสียงครางต่ำดังขึ้นจากชั้นล่าง ทำให้เธอรีบวิ่งตามเสียงไปทันที
“เจ้า…”
คำเรียกขาดหายอยู่ในลำคอ ตรงพื้นหน้าห้องตรวจไม่มีหมาดำตัวใหญ่ที่เธอคิดว่าจะเจอ แต่กลับมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งพิงกำแพงอยู่ ร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตร ผมดำยาวยุ่งตกปรกใบหน้า ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่นจากความเจ็บปวด เสื้อผ้าไม่มีติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว นอกจากผ้าผืนหนึ่งที่ถูกดึงมาพันรอบสะโพกอย่างลวกๆ กอหญ้ายืนแข็งทื่อ
“กรี๊ด!”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันที
“เงียบ”
“เงียบอะไร! คุณเป็นใคร! เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!”
กอหญ้าคว้าไม้กวาดที่พิงอยู่ข้างประตูขึ้นมาถือสองมือ ชายแปลกหน้าหรี่ตามองอาวุธในมือเธอ
“วางลง”
“ไม่วาง! ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันโทรแจ้งตำรวจ!”
เขาพยายามลุกแต่ยังไม่ทันยืนเต็มความสูง ร่างก็เซกลับไปพิงกำแพงอีกครั้ง กอหญ้าชะงักเมื่อเห็นเลือด บริเวณสีข้างของเขามีบาดแผลตำแหน่งเดียวกับที่เจ้าหมาดำบาดเจ็บไม่มีผิด เธอมองเขา มองแผล แล้วมองเขาอีกครั้ง
“เดี๋ยวนะ”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ
“อย่าบอกนะว่า…”
เขาหลับตาราวกับไม่อยากอธิบาย กอหญ้าชี้ไม้กวาดไปทางเขา
“หมาดำของฉันอยู่ไหน”
“ข้าไม่ใช่หมาของเจ้า”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างหงุดหงิด กอหญ้านิ่งไปสองวินาทีจากนั้นดวงตาค่อยๆ เบิกกว้าง
“เสียงนี้…”
เธอเคยได้ยินในความฝัน ชายตรงหน้าลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงชั่วขณะ หัวใจกอหญ้ากระตุกแรง
“คุณ…”
“ลูคัส”
“อะไรนะ”
“ชื่อของข้า”
“ฉันไม่ได้ถามชื่อ!”
“เจ้ากำลังจะถาม”
“อย่ามารู้ทันฉันนะ!”
กอหญ้าพยายามตั้งสติ แต่ภาพตรงหน้ากำลังทำลายเหตุผลทุกอย่างที่เธอมี ผู้ชายหน้าตาหล่อคมเข้มชนิดที่หากเดินอยู่บนถนนคงมีคนหันมองทั้งซอย กำลังนั่งเลือดไหลอยู่ในคลินิกสัตว์ของเธอ และดูเหมือนเขาจะอ้างตัวว่าเป็นหมาดำที่เธอเพิ่งรักษาเมื่อคืน
“พิสูจน์”
ลูคัสขมวดคิ้ว
“อะไร”
“ถ้าคุณคือหมาตัวนั้นจริงก็พิสูจน์”
สีหน้าเขาเย็นลงทันที
“ข้าไม่ชอบคำว่าหมา”
“งั้นสุนัข”
“ไม่ต่างกัน”
“ก็คุณสี่ขา มีขน มีหาง จะให้เรียกว่าอะไร”
ดวงตาสีแดงเรืองวาบ กอหญ้ายกไม้กวาดสูงขึ้น
“อย่าขู่ ฉันขู่กลับนะ”
ลูคัสหายใจเข้าลึกก่อนร่างสูงใหญ่จะถูกเงาดำกลืนกินชั่วขณะ เพียงพริบตาเดียวผู้ชายตัวโตตรงหน้าก็หายไป เหลือเพียงสุนัขสีดำตัวเดิมกอหญ้าอ้าปากค้าง
“โอเค…”
เจ้าหมาดำมองเธอ
“โอเค ฉันขอถอนคำพูดเมื่อกี้”
มันขยับ แล้วเงาดำก็เปลี่ยนกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง กอหญ้าหันหน้าหนีทันที
“คุณช่วยเอาผ้ามาปิดให้ดีกว่านี้ได้ไหม!”
“ข้าปิดแล้ว”
“มันจะหลุดอยู่แล้ว!”
ลูคัสก้มมองผ้าที่พันอยู่รอบเอวก่อนถอนหายใจเหมือนเรื่องนี้เป็นปัญหาไร้สาระที่สุดที่เขาเคยเจอมา กอหญ้าหน้าแดงจนถึงใบหู
“นั่งอยู่ตรงนั้น ห้ามขยับ”
“เจ้าเป็นคนสั่งข้า?”
“ใช่”
“ไม่มีใครสั่งข้า”
“งั้นก็นั่งเลือดไหลตายไปเลย”
ลูคัสเงียบ กอหญ้าหันกลับมาเขายังนั่งที่เดิม
“เห็นไหม เชื่องกว่าที่คิด”
“กอหญ้า”
เธอชะงัก
“คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไง”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที ลูคัสมองเธอนิ่ง สีหน้าที่เมื่อครู่ยังหงุดหงิดกลับสงบลงอย่างประหลาด
“ข้ารู้”
“รู้จากไหน”
“นานมาแล้ว”
“เราเคยเจอกัน?”
เขาไม่ได้ตอบ กอหญ้าเดินเข้าไปใกล้อย่างระวัง ก่อนสายตาจะตกลงบนแผลที่สีข้าง
“ก่อนอื่นรักษาแผลก่อน”
“เจ้ารักษาไม่ได้”
“เมื่อคืนฉันก็รักษาไปแล้ว”
“มันไม่ใช่แผลธรรมดา”
“แล้วเป็นอะไร”
“คำสาปจากวิญญาณ”
กอหญ้ามองหน้าเขานิ่ง
“ขออะไรที่คนปกติเขาพูดกันได้ไหม”
“ข้าไม่ใช่คนปกติ”
“อันนี้ฉันเชื่อแล้ว”
ลูคัสเกือบหลุดยิ้มแต่ความเจ็บปวดแทรกเข้ามาเสียก่อน ร่างเขาเกร็งทันที เส้นสีดำจากบาดแผลเริ่มลามขึ้นตามหน้าท้อง กอหญ้าเห็นก็รีบวางไม้กวาดลง
“เฮ้ย! นี่มันลาม”
เธอคุกเข่าลงข้างตัวเขา
“อย่าแตะ”
“ถ้าไม่แตะแล้วจะรักษายังไง”
“กอหญ้า”
น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น
“ถ้าเจ้าแตะข้าตอนนี้ ข้าอาจควบคุมตัวเองไม่ได้”
มือของเธอชะงักกลางอากาศ
“หมายความว่าไง”
ลูคัสกัดกรามแน่น
“กลิ่นของเจ้า…สัมผัสของเจ้า…มันกระตุ้นบางอย่างในตัวข้า”
กอหญ้าเลิกคิ้ว
“ฉันไม่ได้ฉีดฮอร์โมนอะไรนะ”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
“แล้วแบบไหน”
เขามองเธอสายตานั้นทำให้กอหญ้าหยุดหายใจไปชั่วขณะ มันเหมือนในความฝัน สายตาของสัตว์ร้ายที่มองเธอราวกับหิวโหย
“ข้ารอมานานเกินไป”
เสียงของเขาต่ำลง
“และตอนนี้ข้าอ่อนแอเกินกว่าจะควบคุมสัญชาตญาณได้”
กอหญ้ากลืนน้ำลาย
“งั้นก็อย่าทำอะไรฉันสิ”
“ข้ากำลังพยายาม”
คำตอบตรงเกินไปจนเธอเงียบ ลูคัสเบือนหน้าหนี
“ถอยไป”
แต่ทันใดนั้นร่างของเขาก็กระตุกอย่างแรง เส้นสีดำลามขึ้นมาถึงหน้าอก กอหญ้าไม่สนคำเตือนอีก เธอยื่นมือไปแตะบริเวณไหล่เขาทันที ปฏิกิริยาเกิดขึ้นแทบจะพร้อมกัน แสงสีทองอ่อนๆ ไหลจากฝ่ามือเธอเข้าสู่ร่างของลูคัสเส้นสีดำหยุดลาม ลมหายใจที่ติดขัดของเขาค่อยๆ สงบลง แต่ในวินาทีเดียวกัน ดวงตาของลูคัสกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มกว่าเดิม
“กอหญ้า…”
เสียงเรียกชื่อเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว มันแหบพร่าหนักและอันตราย กอหญ้ารีบชักมือกลับแต่ลูคัสคว้าข้อมือเอาไว้
“คุณ!”
“อย่าหนี”
“คุณบอกให้ฉันถอยเองนะ”
“ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว”
“คุณนี่มัน—”
กอหญ้ายังพูดไม่ทันจบ ร่างสูงก็เอนเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นตัวของเขาแปลกประหลาด คล้ายกลิ่นไม้ไหม้เจือกับกลิ่นฝน
“ปล่อยก่อน”
เธอพูดช้าๆ ลูคัสหลับตาแล้วค่อยๆ คลายมือออก
“ขอโทษ”
กอหญ้าชะงัก เธอไม่คิดว่าคนแบบเขาจะพูดคำนี้ลูคัสสูดลมหายใจลึก
“ข้าไม่แตะเจ้า ถ้าเจ้าไม่อนุญาต”
คำพูดนั้นทำให้ความกลัวในใจเธอลดลงอย่างประหลาด กอหญ้าค่อยๆ มองแผล เส้นสีดำเริ่มขยับอีกครั้งทันทีที่เธอถอย
“ถ้าฉันไม่แตะคุณ มันจะลาม”
“ใช่”
“แล้วต้องทำยังไง”
ลูคัสเงียบ
“ตอบ”
“พลังของเจ้าจะช่วยข้าได้”
“ใช้ยังไง”
เขามองเธอนิ่ง กอหญ้าหรี่ตา
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
“การสัมผัส”
“แค่นั้น?”
“ยิ่งใกล้ ยิ่งได้ผล”
เธอเข้าใจในทันที ใบหน้าร้อนวูบ
“เดี๋ยวนะ…”
“ข้าจะไม่บังคับ”
ลูคัสตอบทันที
“ถ้าเจ้าไม่ต้องการ ข้าจะหาวิธีอื่น”
“มีไหม”
เขาเงียบ
“แปลว่าไม่มี”
“อาจมี แต่ไม่ทันคืนนี้”
กอหญ้ากัดริมฝีปาก เธอมองชายตรงหน้าอีกครั้งแม้ยังไม่เข้าใจว่าเขาคืออะไรแน่ แต่ถ้าปล่อยไว้ เขาอาจตายตรงนี้จริงๆ ที่สำคัญ… ทุกครั้งที่มือเธอแตะเขาเธอรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองจำสัมผัสนี้ได้ กอหญ้าค่อยๆ ยื่นมือออกไป
“ถ้าฉันบอกให้หยุด คุณต้องหยุด”
ลูคัสนิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นพยักหน้า
“ข้าสาบาน”
“ห้ามทำอะไรเกินกว่าที่ฉันตกลง”
“ได้”
“แล้วห้ามใช้พลังบังคับฉันด้วย”
“ข้าไม่เคยคิดจะทำ”
กอหญ้ามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
“คุณดูเหมือนคนที่คิด”
“ข้าคิดหลายอย่าง”
“ลูคัส!”
ครั้งนี้เขาหลุดยิ้มจริงๆ เพียงเล็กน้อย แต่ทำให้ใบหน้าที่ดูดุอ่อนลงจนกอหญ้าเผลอมองค้าง
“ยิ้มเป็นด้วย”
“ข้าไม่ได้ตาย”
“แต่หน้าเหมือนคนไม่เคยมีความสุขมาสามพันปี”
รอยยิ้มบนใบหน้าลูคัสหายไปทันที กอหญ้าชะงัก
“เดาถูก?”
“เกือบ”
บรรยากาศเงียบลง กอหญ้าไม่ถามต่อเธอเพียงนั่งลงข้างเขาแล้ววางมือบนหน้าอก แสงสีทองปรากฏอีกครั้งลูคัสหลับตา ความเจ็บลดลงแต่ความรู้สึกอีกอย่างกลับรุนแรงขึ้นแทน เขากำมือแน่นกับพื้นกอหญ้าสังเกตเห็น
“เจ็บเหรอ”
“ไม่”
“แล้วเป็นอะไร”
“อย่าถาม”
“ฉันเป็นหมอ”
“เจ้าเป็นสัตวแพทย์”
“คุณแปลงเป็นหมาได้ ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขต”
ลูคัสเปิดตาขึ้นมอง
“ถ้าเจ้าพูดคำว่าหมาอีกครั้ง—”
“จะทำไม”
เธอจ้องกลับ
“ฉันจับทำหมันจริงนะ”
ใบหน้าหล่อคมของเขานิ่งไปจากนั้นมองลงต่ำโดยไม่รู้ตัว กอหญ้าหลุดหัวเราะทันที
“กลัวจริงด้วย!”
“ข้าไม่ได้กลัว”
“มองทำไมก่อน”
“กอหญ้า”
“คะ คุณหมาดำ”
ลูคัสถอนหายใจยาว ศัตรูที่เขาเคยฆ่ามาหลายพันตนอาจไม่มีใครทำให้เขาหมดคำพูดได้เท่าผู้หญิงคนนี้ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างเขาก็สั่นอีกครั้ง แสงสีทองจากมือเธอไม่เพียงพอแล้ว กอหญ้าสีหน้าเปลี่ยน
“ทำไมมันแย่ลง”
“คำสาปกำลังฝังลึก”
“ต้องทำยังไง”
ลูคัสมองเธอคราวนี้เขาไม่ตอบทันที กอหญ้าเข้าใจจากสายตา หัวใจเต้นแรงขึ้น
“ต้องใกล้กว่านี้?”
เขาพยักหน้า
“แค่ไหน”
“กอหญ้า เจ้าตัดสินใจเอง”
เธอนิ่งไป ก่อนค่อยๆ ขยับเข้าใกล้
“แบบนี้?”
ลูคัสหายใจลึก
“อีก”
กอหญ้าขยับจนเข่าแตะเข่า
“แบบนี้?”
“ยังไม่พอ”
“คุณไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม”
“ข้าไม่มีแรงพอจะหลอกเจ้า”
กอหญ้ากัดริมฝีปากก่อนยกแขนโอบรอบลำตัวเขาอย่างเก้ๆ กังๆ ทันทีที่ร่างทั้งสองแนบชิดแสงสีทองก็สว่างขึ้นอย่างชัดเจน เส้นดำบนร่างลูคัสเริ่มหดกลับกอหญ้าตาโต
“ได้ผลจริง”
ลูคัสกลับไม่ได้ตอบ เขานิ่งแข็งอยู่ทั้งตัว
“ลูคัส?”
“อย่าขยับ”
“ทำไม”
“เพราะถ้าเจ้าขยับ ข้าอาจลืมคำสาบานของตัวเอง”
กอหญ้านิ่งทันทีความเงียบเข้าครอบงำ เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นแรงอยู่ใต้ฝ่ามือและของเธอก็ไม่ได้เบากว่ากัน
“คุณร้อนมาก”
“เพราะเจ้า”
“อย่าโทษฉันสิ”
“ข้าไม่ได้โทษ”
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ปลายจมูกเกือบแตะเส้นผมเธอ
“ข้าชอบ”
คำสั้นๆ ทำให้ใบหน้ากอหญ้าร้อนวูบ
“คนป่วยห้ามจีบหมอ”
“กฎของใคร”
“ฉันตั้งเองเมื่อกี้”
ลูคัสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทำให้เธอเผลอเงยหน้าขึ้นและระยะห่างก็เหลือแทบไม่มี เขาหยุดไม่ขยับเข้ามาต่อ ดวงตาสีแดงค่อยๆ เปลี่ยนกลับเป็นสีดำ
“ถ้าข้าจูบเจ้า…เจ้าจะยอมไหม”
กอหญ้านิ่ง ไม่มีใครเคยถามเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ทั้งตรง ทั้งดิบ แต่กลับให้สิทธิ์เธอเป็นคนเลือกเต็มที่ เธอมองริมฝีปากของเขาแล้วสบตาอีกครั้ง
“ถ้าฉันบอกว่าไม่?”
“ข้าจะหยุด”
“แล้วถ้าบอกว่าได้?”
“ข้าจะจำไว้ว่าเจ้าเป็นคนอนุญาต”
หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบเจ็บ
“แค่จูบนะ”
“ตามที่เจ้าต้องการ”
กอหญ้าพยักหน้าเบาๆ ลูคัสจึงก้มลง จูบแรกไม่ได้รุนแรงอย่างที่เธอคาด กลับช้าและระมัดระวังราวกับเขากำลังแตะสิ่งที่กลัวจะแตกสลาย แต่เพียงไม่กี่วินาทีความอดกลั้นที่กดเอาไว้นานเกินไปก็เริ่มพัง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวเธอแน่นขึ้นกอหญ้าสะดุ้งแต่ไม่ได้ถอย มือเธอเผลอกำเสื้อ… ก่อนนึกได้ว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อ
“คุณ!”
ลูคัสหยุดทันที
“อะไร”
“ไม่มีอะไร”
“แน่ใจ?”
“อย่าถามมาก”
เขายิ้มมุมปาก กอหญ้าทุบไหล่เขาเบาๆ
“เจ็บอยู่นะ”
“มือเจ้าเบากว่าลม”
“งั้นฉันจะตีแรงขึ้น”
“เอาสิ”
“ลูคัส!”
เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นแสงสีทองที่โอบรอบทั้งคู่ก็สว่างจนห้องทั้งห้องถูกย้อมด้วยแสงอุ่น กอหญ้าชะงัก
“แผล…”
เส้นดำกำลังหายไปแต่ช้าเกินไป ลูคัสหายใจติดขัดอีกครั้ง กอหญ้ามองสีหน้าเขาแล้วตัดสินใจ
“ถ้าต้องใกล้กว่านี้…”
ลูคัสมองเธอทันที
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอะไร”
“รู้”
“อย่าทำเพราะสงสารข้า”
“ฉันไม่ได้สงสาร”
เธอเงียบไปเล็กน้อย
“ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงไว้ใจคุณ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน”
ลูคัสมองเธอด้วยสายตาที่เจ็บปวดอย่างแปลกประหลาด
“เพราะเจ้าเคยไว้ใจข้ามาก่อน”
“หมายความว่าไง”
“วันหนึ่งข้าจะเล่า”
“งั้นวันนี้?”
“วันนี้ให้เจ้าตัดสินใจแค่เรื่องตรงหน้า”
กอหญ้าสบตาเขาอยู่นานก่อนพูดช้าๆ
“ฉันเลือกช่วยคุณ”
ประโยคนั้นทำให้แววตาของลูคัสเปลี่ยนไป เขายกมือแตะแก้มเธอเบามากราวกับไม่เชื่อว่าเธออยู่ตรงนี้จริง
“ถ้าเจ้าเปลี่ยนใจเมื่อใด บอกข้า”
“อืม”
เขาจึงโน้มลงมาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้กอหญ้าไม่ได้เป็นฝ่ายรับเพียงอย่างเดียว มือของเธอโอบรอบคอเขาแสงสีทองสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คำสาปบนร่างลูคัสค่อยๆ ถูกผลักออกทีละน้อย เสียงหายใจของทั้งคู่ค่อยๆ กลืนหายไปกับความเงียบของค่ำคืนและประตูห้องชั้นบนก็ถูกปิดลง คืนนั้นไม่มีใครรู้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของหญิงสาวทำงานอย่างไร รู้เพียงว่าเมื่อแสงแรกของเช้าวันใหม่ส่องผ่านม่าน บาดแผลของเซอร์เบอรัสที่ไม่อาจรักษาด้วยพลังของตัวเองกลับเหลือเพียงรอยจางๆ กอหญ้าลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นอกกว้าง สิ่งที่สองคือแขนใหญ่ที่กอดเอวเธอแน่นจนแทบขยับไม่ได้และสิ่งที่สาม…คือใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่นอนหลับอยู่ใกล้มาก เธอนิ่งไปสามวินาทีความทรงจำเมื่อคืนไหลกลับมา กอหญ้าดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้า
“โอ๊ย…”
เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะ
“ตื่นแล้ว?”
เธอชะงัก ลูคัสลืมตา ไม่มีร่องรอยความอ่อนแอเหมือนเมื่อคืนอีกแล้ว สีหน้ากลับดูสงบและพอใจจนน่าหมั่นไส้
“ปล่อยค่ะ”
“ไม่”
กอหญ้าหันขวับ
“อะไรนะ”
“ยังไม่ปล่อย”
“ฉันต้องลงไปเปิดคลินิก”
“ปิด”
“จะบ้าเหรอ!”
“ข้าซื้อได้”
“ซื้ออะไร”
“คลินิก”
กอหญ้าจ้องหน้าเขา
“คุณคิดว่าเงินซื้อทุกอย่างได้หรือไง”
ลูคัสคิดนิดหนึ่ง
“เกือบทุกอย่าง”
“ปล่อยเลย”
“ไม่”
“ลูคัส”
“อืม”
“อยากโดนทำหมันไหม”
แขนที่กอดเอวเธอคลายทันที กอหญ้าหลุดหัวเราะ
“กลัวจริงด้วย”
“ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าทำเรื่องไร้สาระ”
“ค่ะ คุณเซอร์เบอรัสผู้ยิ่งใหญ่”
ลูคัสขมวดคิ้ว
“เจ้ารู้?”
กอหญ้าชะงัก
“เมื่อคืนคุณละเมอ”
“ข้าพูดอะไร”
“เซอร์เบอรัส…ประตู…แล้วก็ชื่อฉัน”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย กอหญ้าสังเกตเห็น
“ฉันอยากได้คำตอบ”
ลูคัสลุกขึ้นนั่ง ผมยาวสีดำตกลงมาตามบ่า
“ข้าจะบอก”
“ทั้งหมด?”
“เท่าที่เจ้าควรรู้ตอนนี้”
“เห็นไหม มีปิดบังจริงด้วย”
“กอหญ้า”
“อะไร”
เขามองเธอนิ่ง
“มีบางอย่างกำลังตามหาเจ้า”
รอยยิ้มบนใบหน้าเธอหายไป
“ใคร”
“ข้ายังไม่รู้”
“เกี่ยวกับเมื่อคืน?”
“เกี่ยวกับเจ้า และเกี่ยวกับประตู”
กอหญ้านิ่งไป
“ประตูในฝัน?”
ลูคัสชะงักครั้งนี้เป็นเขาที่ดูตกใจจริงๆ
“เจ้าฝันเห็นมัน?”
“มาหลายครั้งแล้ว”
“เห็นอะไรอีก”
“หมาสามหัว”
สีหน้าลูคัสนิ่ง กอหญ้ามองเขาแล้วค่อยๆ ชี้นิ้ว
“อย่าบอกนะว่า…”
เขาไม่ตอบ
“นั่นคุณ?”
ลูคัสยังนิ่ง
“โอ๊ย!”
กอหญ้าคว้าหมอนฟาดเข้าเต็มไหล่เขา
“เมื่อคืนก่อนๆ คุณเข้าฝันฉันใช่ไหม!”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
“แล้วที่ไล่ฉันล่ะ!”
“สัญชาตญาณ”
“แล้วที่คร่อมฉัน!”
“ข้าจำไม่ได้”
“โกหก!”
หมอนถูกฟาดอีกครั้งลูคัสรับไว้ด้วยมือเดียว
“หยุด”
“ไม่หยุด!”
“กอหญ้า”
“อะไร!”
เขาดึงหมอนออกจากมือ แล้วโน้มหน้ามาใกล้
“ถ้าเจ้ายังตี ข้าจะเข้าใจว่าอยากเล่น”
กอหญ้าชะงัก
“เล่นอะไร”
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง เธอรีบถอยทันที
“ไม่ต้องเลย!”
ลูคัสหัวเราะ กอหญ้ามองแล้วรู้สึกแปลกเมื่อคืนเขายังดูเหมือนสัตว์ร้ายที่ใกล้ตาย แต่เช้านี้กลับดูมีชีวิตมากจนน่าหงุดหงิด เธอหันไปคว้าเสื้อคลุม
“ฉันลงไปเปิดคลินิก”
“ข้าจะไปด้วย”
“ไม่ได้”
“ทำไม”
“คุณจะไปสภาพนี้?”
ลูคัสก้มมองตัวเอง กอหญ้าหน้าแดงทันที
“อย่ามอง!”
“ร่างข้าเอง”
“ก็อย่ามองต่อหน้าฉัน!”
“เจ้าดูหมดแล้วเมื่อคืน”
หมอนอีกใบลอยเข้าใส่หน้าเขาทันที
“ลูคัส!”
เสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่เซอร์เบอรัสหัวเราะอย่างจริงใจและเป็นครั้งแรกที่กอหญ้ารู้สึกว่า ชีวิตอันสงบสุขของเธอคงจบลงแล้ว เพราะหมาดำที่เก็บมารักษาเมื่อคืน ไม่เพียงกลายเป็นผู้ชายแต่ดูเหมือนจะไม่มีความคิดจะออกไปจากชีวิตเธออีกเลย ที่อีกฟากหนึ่งของเมือง ชายหนุ่มผมสีเทาเงินยืนอยู่บนระเบียงสูงของเพนต์เฮาส์ ดวงตาสีเขียวอมทองมองแสงเช้าเบื้องหน้าแก้วไวน์ในมือหยุดนิ่ง กลิ่นบางอย่างที่หายไปนานมากลอยมากับสายลม กลิ่นเดียวกับเมื่อหลายพันปีก่อน ชายหนุ่มค่อยๆ ยิ้มด้านหลังเงาร่างขนาดมหึมาของงูหลายหัวปรากฏขึ้นชั่ววูบ
“ในที่สุด…”
โลแกนวางแก้วลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ กว้างขึ้น
“เจ้ากลับมาแล้วสินะ ”
กอหญ้าตามลูคัสกลับมาถึงคลินิกในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท แต่คนที่เดินนำหน้ากลับไม่ยอมพูดกับเธอสักคำ ตั้งแต่เดินออกจากสวนจนถึงหน้าประตูคลินิก ชายร่างสูงเพียงเดินเงียบๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนดูน่ากลัวกว่าเวลาที่เขาคำรามเสียอีก กอหญ้าปลดล็อกประตูแล้วหันกลับ“จะเงียบอีกนานไหม”ลูคัสเดินผ่านเธอเข้าไปข้างใน“ไม่ได้เงียบ”“ตั้งแต่สวนจนถึงนี่พูดอยู่สามคำ”“ก็ยังพูด”กอหญ้าหลับตาช้าๆ“นี่เรียกว่างอนค่ะ”ลูคัสหยุดเดิน“ข้าไม่งอน”“งั้นหันมาคุยกันดีๆ”เขาไม่หัน กอหญ้ากอดอก“คุณลูคัส”“ว่า”“หันมา”เงียบ“ลูคัส”สุดท้ายเขาจึงหันกลับ ดวงตาสีเข้มจับจ้องเธอ“พอใจหรือยัง”“ยัง”เธอเดินเข้าไปใกล้“คุณโกรธที่ฉันจูบโลแกน?”กรามของเขาเกร็งทันที“ข้าไม่ได้โกรธ”“โกหก”“ไม่ได้โกหก”“งั้นมองหน้าฉันแล้วพูด”ลูคัสจ้องเธอ“ข้าไม่ได้โกรธ”“มือคุณกำจนเส้นเลือดขึ้นหมดแล้ว”เขาก้มมองมือตัวเองก่อนคลายออกช้าๆ กอหญ้าหลุดหัวเราะ“เห็นไหม”“มันตลกหรือ”“นิดหน่อย”สายตาเขาเย็นลง“กอหญ้า”“คะ”“อย่าหัวเราะตอนข้ากำลังพยายามอดทน”น้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้เธอชะงัก“อดทนอะไร”ลูคัสไม่ตอบ เขาเพียงมองริมฝีปากเธอกอหญ้ารู้ทันที ใบหน้า
บรรยากาศในคลินิกเงียบลงอย่างประหลาด ทั้งที่เมื่อครู่ยังมีเสียงเครื่องปรับอากาศเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดและเสียงแมวร้องจากห้องพักด้านหลัง แต่ทันทีที่ลูคัสกับโลแกนสบตากันทุกอย่างกลับเหมือนถูกกดให้เงียบลงพร้อมกัน กอหญ้ามองผู้ชายตัวสูงสองคนตรงหน้าแล้วถอนหายใจ“ถ้าจะจ้องกันขนาดนี้ ไปต่อยกันข้างนอกไหมคะ”มิ้นท์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์รีบก้มหน้าทันทีเพราะกลั้นหัวเราะ ลูคัสไม่ละสายตาจากโลแกน“ข้าไม่จำเป็นต้องต่อย”โลแกนยิ้ม“จริงสิ เจ้าเก่งแต่กัด”กอหญ้าหันขวับไปมองลูคัส ลูคัสนิ่ง“เขาพูดจริงเหรอ”“กอหญ้า”“อะไร”“อย่าฟังมัน”โลแกนหัวเราะเบาๆ“เห็นไหมครับหมอ เขาดุแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว”กอหญ้าหรี่ตา“เมื่อก่อน?”โลแกนชะงักนิดเดียว ก่อนยิ้มต่อเหมือนไม่มีอะไร“หมายถึงตอนรู้จักกันแรกๆ”ลูคัสมองเขาอย่างเตือน แต่กอหญ้ากลับสนใจอย่างเห็นได้ชัด“รู้จักกันมานานแค่ไหนคะ”โลแกนกำลังจะตอบ ลูคัสแทรกขึ้นทันที“ไม่นาน”“หลายพันปี”ทั้งสองตอบพร้อมกัน กอหญ้านิ่ง มิ้นท์สำลักน้ำ ลูคัสหันไปมองโลแกนด้วยสายตาเย็นจัด“พูดมาก”โลแกนยักไหล่“ความจริงก็คือความจริง”กอหญ้าวางปากกาลง“เดี๋ยวนะ หลายพันปีจริงเหรอ”โลแกนยิ
กอหญ้ายืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำอยู่นานกว่าปกติ เธอมองตัวเองในเงาสะท้อนแล้วถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ผมยาวถูกรวบขึ้นลวกๆ ใบหน้าหวานยังมีรอยอ่อนเพลียจากการนอนน้อย ส่วนความทรงจำเมื่อคืนกลับชัดเจนเสียจนแค่คิดก็ทำให้แก้มร้อนขึ้นมาอีก“ตั้งสติค่ะกอหญ้า”เธอชี้นิ้วใส่ตัวเองในกระจก“เขาเป็นคนไข้”เงียบ“คนไข้ที่เป็นหมา”เงียบอีก“ไม่ใช่สิ เป็นปีศาจ”กอหญ้าหลับตา ยิ่งพูดยิ่งแปลก เมื่อคืนเธอยอมรับได้อย่างไรว่าเจ้าหมาดำบาดเจ็บที่เก็บมาจากข้างถนนคือเซอร์เบอรัส ผู้เฝ้าประตูยมโลกในตำนานกรีก แถมยัง…“พอ!”เธอตบแก้มตัวเองเบาๆ“ไม่คิดแล้ว”กอหญ้าเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วต้องหยุดทันที ลูคัสยืนพิงผนังอยู่ตรงหน้าห้อง เขาเปลี่ยนไปใส่เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงขายาวที่ไม่รู้ไปหามาจากไหน ผมดำยาวถูกมัดหลวมๆ ไว้ด้านหลัง รูปร่างสูงใหญ่เกือบแตะกรอบประตูทำให้ทางเดินแคบลงไปถนัดตา เธอมองตั้งแต่หัวจรดเท้า“เสื้อผ้ามาจากไหน”“คนของข้าเอามาให้”“คนของคุณ?”“อืม”“เข้ามาตอนไหน”“ตอนเจ้าอาบน้ำ”กอหญ้าตาโต“มีคนเข้าบ้านฉันตอนฉันอาบน้ำ?”“ข้าอนุญาตแล้ว”“แต่ฉันไม่ได้อนุญาต!”ลูคัสขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจว่าปัญหาอยู่ต
เสียงบางอย่างตกกระทบพื้นดังเพล้งในช่วงเกือบตีสี่ กอหญ้าลืมตาขึ้นทันทีทั้งที่ปกติหากได้นอนแล้วเธอค่อนข้างหลับลึก แต่คืนนี้กลับรู้สึกกระสับกระส่ายมาตลอด ตั้งแต่เจ้าหมาดำที่เก็บมาจากข้างถนนเริ่มมีอาการสั่นเป็นพักๆ เธอลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วมองเบาะข้างเตียงแล้วชะงัก ว่างเปล่า“หายไปไหนแล้ว”กอหญ้าเปิดไฟ ก่อนเดินออกจากห้องนอนแล้วมองลงไปทางบันได เสียงครางต่ำดังขึ้นจากชั้นล่าง ทำให้เธอรีบวิ่งตามเสียงไปทันที“เจ้า…”คำเรียกขาดหายอยู่ในลำคอ ตรงพื้นหน้าห้องตรวจไม่มีหมาดำตัวใหญ่ที่เธอคิดว่าจะเจอ แต่กลับมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งพิงกำแพงอยู่ ร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตร ผมดำยาวยุ่งตกปรกใบหน้า ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่นจากความเจ็บปวด เสื้อผ้าไม่มีติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว นอกจากผ้าผืนหนึ่งที่ถูกดึงมาพันรอบสะโพกอย่างลวกๆ กอหญ้ายืนแข็งทื่อ“กรี๊ด!”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันที“เงียบ”“เงียบอะไร! คุณเป็นใคร! เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!”กอหญ้าคว้าไม้กวาดที่พิงอยู่ข้างประตูขึ้นมาถือสองมือ ชายแปลกหน้าหรี่ตามองอาวุธในมือเธอ“วางลง”“ไม่วาง! ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันโทรแจ้งตำรวจ!”เขาพยายามลุกแต่ยังไม่ทันยืนเต็ม
เสียงโซ่เหล็กครูดกับพื้นหินดังแกรก…แกรก…แกรก… กอหญ้ายืนอยู่กลางหมอกสีดำที่หนาจนแทบมองไม่เห็นปลายเท้าตัวเอง อากาศรอบกายเย็นจัดจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว แต่แปลกเหลือเกินที่สถานที่แห่งนี้กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ทั้งที่เธอแน่ใจว่าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ตรงหน้าเธอคือประตูหินขนาดมหึมาสูงจนยอดจมหายเข้าไปในความมืด บานประตูเต็มไปด้วยรอยสลักประหลาดคล้ายอักษรโบราณ บางจังหวะมันเรืองแสงสีแดงวาบราวกับมีชีพจรของตัวเอง เสียงครางต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง กอหญ้าชะงักหัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดอยู่ในอก มาอีกแล้ว… เธอค่อยๆ หันกลับไป ดวงตาสีแดงสามคู่ลอยอยู่ท่ามกลางหมอก วินาทีต่อมาร่างมหึมาของสุนัขสีดำก็ค่อยๆ ก้าวออกมา มันใหญ่เกินกว่าจะเรียกว่าสุนัขธรรมดา ลำตัวสูงเกือบถึงไหล่ของเธอ กล้ามเนื้อใต้ขนสีดำสนิทขยับตามทุกย่างก้าว เขี้ยวขาววาวสะท้อนกับแสงสีแดงจากประตู และที่สำคัญ… มันมีสามหัว“อย่าเข้ามานะ”กอหญ้าถอยหลังหนึ่งก้าว เจ้าสัตว์ประหลาดหยุด หัวตรงกลางจ้องเธอนิ่งส่วนอีกสองหัวส่งเสียงคำรามต่ำอยู่ในลำคอเหมือนกำลังไม่พอใจที่เธอถอยหนี“ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาไง”มันก้าวต่อ กอหญ้าถอยอีก“นี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อ







