INICIAR SESIÓNเมื่อวีวี่ได้สติอีกครั้ง สิ่งแรกที่รับรู้คือความเย็น
อากาศในห้องเย็นจนปลายนิ้วชา แต่แผ่นหลังกลับชื้นเหงื่อ หัวหนักอึ้งราวกับเพิ่งตื่นจากไข้สูง
เธอค่อย ๆ ลืมตา
แสงสีขาวจากเพดานสว่างเกินไปจนต้องหรี่ตาลงทันที
“อื้อ…”
ความทรงจำก่อนหมดสติค่อย ๆ กลับมา
ฝน
คนพวกนั้น
รถ
ความเย็นที่ต้นแขน—
วีวี่ลุกพรวด
เร็วเกินไป
โลกหมุนจนต้องรีบคว้าขอบที่นั่งเอาไว้
“โอ๊ย…ให้ตายสิ”
เธอหลับตา สูดลมหายใจลึกอยู่พักหนึ่ง ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
แล้วก็ต้องชะงัก
เธอไม่ได้อยู่คนเดียว
รอบตัวมีคนอีกหลายคน
ชายหญิงอายุไล่เลี่ยกัน บางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ บางคนยืนพิงกำแพง บางคนกำลังโวยวายอยู่ตรงประตูที่ปิดสนิท
สีหน้าของทุกคนเหมือนกันหมด
สับสน
กลัว
และไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“นี่มันที่ไหนวะ!”
ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนพลางทุบประตู
“เปิดสิ!”
“โทรศัพท์ฉันหาย!”
“ของฉันก็หาย!”
“ใครเป็นคนทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้!”
เสียงแตกตื่นดังระงมไปทั่วห้อง
วีวี่กวาดตามอง
เธอพยายามนับคน
หนึ่ง สอง สาม—
รวมเธอด้วยน่าจะสิบสอง
ข้อมือซ้ายของทุกคนมีอุปกรณ์สีดำแบบเดียวกันติดอยู่
วีวี่ก้มมองของตัวเอง
ไม่มีปุ่ม
ไม่มีตัวล็อก
ไม่มีรอยต่อชัดเจน
แน่นอนว่าเธอลองใช้นิ้วคลำขอบมันแทบจะทันที
“นี่มันอะไรเนี่ย…”
ยังไม่ทันมีใครได้คำตอบ
ไฟในห้องก็ดับพรึ่บ
เสียงร้องตกใจดังขึ้นพร้อมกัน
“เฮ้ย!”
“อะไรวะ!”
ไม่กี่วินาทีต่อมา แสงสีขาวจากหน้าจอขนาดใหญ่ตรงผนังด้านหน้าก็สว่างขึ้นแทน
ทั้งห้องเงียบลงทีละน้อย
ภาพบนหน้าจอยังเป็นสีดำ
จนเสียงหนึ่งดังขึ้นผ่านลำโพง
“สวัสดีครับ ผู้เล่นทุกคน”
น้ำเสียงผู้ชายฟังสุภาพเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์
“ก่อนอื่น ผมต้องขออภัยที่วิธีเชิญทุกคนมาที่นี่อาจจะ…ไม่เป็นมิตรนัก”
ทันทีที่พูดจบ เสียงด่าก็ดังขึ้นจากคนในห้อง
“ไม่เป็นมิตรบ้านแกสิ!”
“นี่มันลักพาตัว!”
“ปล่อยเราออกไปเดี๋ยวนี้!”
พิธีกรกลับรออย่างใจเย็น
จนเสียงเริ่มเบาลง
“ผมเข้าใจครับ”
น้ำเสียงยังคงสุภาพเหมือนเดิม
“และใช่ ทุกคนถูกพาตัวมาที่นี่โดยไม่ได้รับความยินยอม”
วีวี่ขมวดคิ้ว
ยอมรับตรง ๆ เลย?
“แต่ตอนนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าพวกคุณมาที่นี่ได้อย่างไร”
ภาพบนจอสว่างขึ้น
ตัวอักษรสีขาวปรากฏกลางพื้นดำ
NOCTURNE PROTOCOL
“สิ่งสำคัญคือพวกคุณจะออกไปจากที่นี่อย่างไร”
ความเงียบตกลงทั่วห้อง
เสียงพิธีกรพูดต่อ
“คืนนี้มีผู้เล่นทั้งหมดสิบสองคน”
“เกมจะดำเนินไปตลอดหนึ่งคืน และถูกแบ่งออกเป็นห้าช่วง”
บนจอปรากฏตัวเลข
12 PLAYERS
5 PHASES
ONE NIGHT
“ในแต่ละช่วง พวกคุณจะได้รับภารกิจผ่านอุปกรณ์ที่อยู่บนข้อมือ”
ทุกคนก้มมองพร้อมกัน
“เราเรียกมันว่า ‘โนด’”
วีวี่พลิกข้อมือดูอีกครั้ง
“โนดจะบอกเป้าหมาย เวลา เส้นทางบางส่วน รวมถึงสถานะของผู้เล่น”
มีคนตะโกนถาม
“แล้วถ้าไม่เล่นล่ะ!”
พิธีกรเงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าไม่เล่น คุณจะไม่มีสิทธิ์ไปยังพื้นที่ถัดไป”
“แล้วไง!”
“และจะไม่มีทางออกจากเกม”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
พิธีกรยังพูดต่อ
“กติกาหลักมีอยู่ไม่มาก”
บนหน้าจอปรากฏทีละข้อ
หนึ่ง — ห้ามทำลายโนด
สอง — ห้ามออกนอกพื้นที่ที่ระบบกำหนด
สาม — ทำภารกิจให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด
สี่ — ผู้เล่นสามารถร่วมมือกันได้
ห้า — ไม่มีข้อห้ามเรื่องการแย่งชิงสิ่งของหรือข้อมูล
ห้องเริ่มเงียบลง
ข้อสุดท้ายทำให้หลายคนหันมองกันเอง
“และสิ่งสำคัญที่สุด…”
หน้าจอเปลี่ยน
ภาพเงาของคนหลายคนปรากฏอยู่ในความมืด
มองไม่เห็นใบหน้า
ไม่มีชื่อ
ไม่มีข้อมูล
“ระหว่างเกม จะมีบุคคลบางกลุ่มคอยติดตามพวกคุณ”
วีวี่หรี่ตา
“บุคคล?”
พิธีกรพูดต่อ
“พวกเขาไม่ใช่ผู้เล่น”
“ไม่ต้องทำภารกิจ”
“และไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับพวกคุณ”
ผู้หญิงคนหนึ่งถามเสียงสั่น
“พวกเขาจะทำอะไรเรา?”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ
ก่อนคำตอบจะดังออกมา
“ตามหา”
“ไล่ล่า”
“และขัดขวางไม่ให้พวกคุณไปถึงเป้าหมาย”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง
วีวี่เงยหน้ามองเงาบนจอ
ไม่มีใบหน้า
ไม่มีชื่อ
ไม่มีแม้แต่จำนวนที่แน่นอน
ดี
ไม่ดีเลยสักนิด
“ถ้าเจอพวกเขา…”
พิธีกรหยุดไปเล็กน้อย
“…วิ่งครับ”
คนในห้องเงียบ
วีวี่หลุดหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา
“ดีมาก…”
คนข้าง ๆ หันมอง
เธอส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรค่ะ”
ด้านหลังเป็นช่องแคบ มืดและเตี้ยพอให้คนหนึ่งคนก้มตัวลอดเข้าไปได้ กลิ่นน้ำมันเครื่องกับฝุ่นอับลอยออกมาจากด้านในโนดบนข้อมือสั่นทันทีUNREGISTERED ROUTE DETECTEDWARNING: ROUTE NOT VERIFIEDวีวี่มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง“เจอแล้ว…”“หรือเจอทางที่มีปัญหาก็ได้ครับ”เสียงเดียวกันดังขึ้นจากด้านหลังใกล้กว่าเดิมมากวีวี่หันกลับทันทีชายผมเงินลงมาจากชั้นลอยแล้วเธอไม่รู้ว่าเขาลงมาตอนไหนตอนนี้เขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบเมตร มือทั้งสองข้างวางอยู่ข้างลำตัวอย่างสบาย ท่าทางไม่ได้แสดงว่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่ระยะที่ลดลงกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีในจังหวะเดียวกัน โนดก็กระตุกแรงWARNINGKEEPER PRESENCE CONFIRMEDIDENTITY: UNKNOWNวีวี่เหลือบมองหน้าจอ ก่อนเงยกลับไปหาเขา“ทำงานแล้วสินะ”ชายผมเงินมอง NODE บนข้อมือเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ“ฟังจากน้ำเสียง คุณดูไม่ค่อยประทับใจมันเท่าไร”“ก็ถ้ามันเตือนหลังเจ้าตัวมายืนใกล้ขนาดนี้ จะให้ประทับใจตรงไหนคะ”“มีเหตุผล”วีวี่ขยับตัวให้ช่องเปิดอยู่ด้านข้าง ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกบีบติดกับฐานม้าหมุนชายตรงหน้าเห็น แต่ไม่ได้ขยับตามเธอจึงถาม“แล้วคุณล่ะคะ”“ผม?”“ฉันควรไว้ใจคุ
เขาไม่ได้รีบตอบเพียงใช้ปลายนิ้วเคาะราวเหล็กเบา ๆ สองครั้ง ก่อนเอียงสายตาไปทางม้าหมุนที่กำลังเคลื่อนผ่านด้านล่าง“พอจะรู้ว่าคุณวิ่งมาถึงนี่ได้ยังไงครับ”คำตอบที่ไม่ตอบอะไรชัดเจนทำให้วีวี่ถอนหายใจ“ถ้ารู้อยู่แล้ว จะถามทำไมคะ”“ก็อยากฟังจากเจ้าตัว”“แล้วถ้าฉันไม่อยากเล่า?”“ก็ไม่เป็นไร”เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก“คืนนี้ยังอีกยาว ผมไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตอนนี้”วีวี่มองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งมาเร็กทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกไล่แต่ผู้ชายคนนี้กลับต่างออกไปเขาแทบไม่ได้ขยับจากที่นั่งไม่เดินเข้าหาไม่ปิดทางถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรื้อดูทุกการตัดสินใจของเธอทีละชิ้นน่ารำคาญแบบคนละเรื่องเลยวีวี่หันกลับไปมองสามเส้นทางยังไม่ทันเดิน เสียงจากด้านบนก็ดังลงมาอีก“ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงไม่เสียเวลากับประตูแดงหรอกครับ”เธอเงยหน้าขึ้น“ทำไมคะ”“มันล็อก”“รู้ได้ยังไง”“ลองแล้ว”ตอบง่ายเกินไปวีวี่มองเขาอยู่สองวินาที“แล้วฉันควรเชื่อคุณ?”ชายผมเงินหัวเราะเบา ๆ“ไม่ควรครับ”คำตอบนั้นมาเร็วเสียจนเธอหลุดนิ่งไปนิดหนึ่งเขาเอนตัวไปด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งยันราวเอาไว้“ถ้าเป็นผมก็คงไม่เชื่อคน
เสียงฝีเท้าของมาเร็กยังตามหลังมาไม่ห่างวีวี่ได้ยินมันชัดแม้เสียงฝนจะกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของซุ้มเกมร้างสองข้างทาง ทุกครั้งที่รองเท้าของเขากระทบพื้นเปียก เสียงนั้นจะดังหนักและสม่ำเสมอราวกับเตือนว่า ระยะห่างสิบวินาทีที่เขาให้มากำลังหายไปทีละน้อยเธอไม่หันกลับไปมองอีกลมหายใจเริ่มแสบลึกลงไปถึงอก เสื้อผ้าเปียกแนบผิว เส้นผมบางส่วนติดอยู่ข้างแก้มจนรำคาญ แต่เธอยังวิ่งต่อโดยพยายามรักษาจังหวะเท้าไม่ให้ลื่นบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยน้ำขังโนดบนข้อมือกะพริบบอกตำแหน่งเป้าหมายอยู่ข้างหน้าB-04 — 180 Mใกล้แล้วแต่ก่อนที่เธอจะเห็นป้ายของพื้นที่ถัดไป เสียงอีกอย่างกลับลอยแทรกมากับสายฝนเสียงเพลงวีวี่ชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัวทำนองเก่า ๆ ดังแว่วมาจากเบื้องหน้า คล้ายเพลงจากกล่องดนตรีที่ถูกเปิดทิ้งไว้นานจนกลไกเริ่มฝืด โน้ตบางตัวทอดยาวผิดจังหวะ บางช่วงขาดหาย แล้วจู่ ๆ ก็กลับมาดังต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยิ่งเข้าใกล้ เสียงยิ่งชัดเธอพ้นแนวซุ้มเกมร้างออกมา แล้วก็เห็นมันม้าหมุนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานกว้างหลอดไฟรอบหลังคาติดขึ้นเป็นหย่อม ๆ สีเหลืองซีดสลับแดง บางดวงดับ บางดวงกะพริบจนแทบมองไม่ทัน ม้าไม้ที
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น“ถ้าจะหนีจริง ก็อย่าเสียเวลาเถียงกับผมเลย”วีวี่หัวเราะออกมา“พูดเหมือนกำลังช่วยเลยนะคะ”“ก็ช่วยให้คุณได้เริ่มก่อนตั้งสิบวินาทีแล้ว”“ใจดีจังนะ”น้ำเสียงประชดจนมาเร็กหัวเราะจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นวีวี่เห็นก็รีบขยับตัว“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยให้ตั้งหลักก่อน—”“สิบ”“คุณนี่จริง ๆ เลย!”รอยยิ้มของมาเร็กกว้างขึ้น“เก้า”วีวี่ไม่เสียเวลาบ่นต่อเธอหมุนตัวแล้วออกวิ่งทันที“แปด!”เสียงของเขาดังตามหลังวีวี่พุ่งผ่านประตูออกไปสู่สายฝนลมเย็นปะทะใบหน้าจนต้องหรี่ตา เสื้อผ้าที่เพิ่งเริ่มแห้งถูกละอองฝนซึมจนชื้นอีกครั้ง พื้นคอนกรีตเบื้องหน้ามีน้ำขังเป็นแอ่งเล็ก ๆ สะท้อนแสงจากเครื่องเล่นที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นริ้วสีแดง เหลือง และน้ำเงิน“เจ็ด!”วีวี่กระโดดข้ามราวเหล็กเตี้ยโดยไม่ลดความเร็ว“หก!”เธอก้มมองโนดเพียงแวบเดียวB-04 อยู่ทางตะวันออกเส้นทางตรงมีสิ่งกีดขวางมากกว่า แต่สั้นกว่าหากต้องแข่งกับคนช่วงขายาวอย่างมาเร็ก การวิ่งอ้อมคงมีแต่เสียเปรียบวีวี่เลือกทางตรง“ห้า!”ถังเหล็กเก่าล้มขวางอยู่ด้านหน้าเธอเร่งฝีเท้า มือแตะขอบถังเพียงชั่วขณะ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกเหวี่ยงขาทั้งสองข
ไม่ทันทันทีที่พ้นตัวเขา วีวี่กดฝ่ามือลงพื้น รับน้ำหนักเพียงชั่วครู่ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกดึงร่างกลับขึ้นมาแผงควบคุมอยู่ตรงหน้าเธอพุ่งเข้าไป เปิดฝาครอบออกทันทีเสียงหัวเราะของมาเร็กดังลั่นตามหลัง“ลงทุนพูดตั้งนาน ที่แท้ก็รอจังหวะนี้เองสินะ!”วีวี่ยังวุ่นอยู่กับแผงควบคุม แต่รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ถ้าไม่ทำให้คุณมัวแต่คุย ฉันจะเข้าใกล้ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะคะ!”มาเร็กหมุนตัวกลับมาเต็มตัวเสียงหัวเราะยังค้างอยู่ในน้ำเสียง“ผมรู้อยู่ว่าคุณมีแผน แต่ไม่คิดว่าจะทิ้งตัวลงตรงนั้นจริง ๆ”วีวี่คว้าคันโยก“งั้นก็ถือว่าฉันเลือกถูกแล้วค่ะ!”กึก!คันโยกถูกสับลงชั่วอึดใจแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นไฟสถานะบนแผงควบคุมก็กะพริบขึ้นทีละจุด สีแดงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับเสียงมอเตอร์ภายในระบบที่เริ่มทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอหลอดไฟเหนือศีรษะกะพริบสองครั้งก่อนจะติดค้างถัดไปอีกดวงหนึ่งสว่างขึ้นแล้วอีกดวงแสงค่อย ๆ ไล่ต่อกันออกไปตามทางเดินทีละช่วง ความมืดที่ปกคลุมอยู่ตามมุมห้องค่อย ๆ ถอยออก เผยให้เห็นรอยสนิมบนผนัง สายเคเบิลเหนือศีรษะ ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ และหยดน้ำซึ่งซึมเข้ามาตามขอบห
คราวนี้เขาหัวเราะเต็มเสียง“นี่จีบผมจริง ๆ เหรอ”“ขนาดนี้แล้วยังไม่ชัดอีกหรือไงคะ”“ชัดว่าคุณกำลังพยายามทำให้ผมสนใจอย่างอื่นมากกว่า”ตรงเกินไปจนวีวี่เกือบหลุดหัวเราะ“งั้นก็ถือว่าคุณรู้ทันค่ะ”เธอยังคงเดินเข้าไปใกล้“แต่เรื่องที่คุณหล่อ ฉันพูดจริงนะ”รอยยิ้มของเขานิ่งไปเพียงนิดเดียวพอให้วีวี่เห็นเขารู้ว่าเธอมีแผนแต่ดูเหมือนจะสนุกมากพอที่จะปล่อยให้เล่นต่อนั่นก็เพียงพอแล้ว“ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ”วีวี่มองเขาตรง ๆ“จีบมาตั้งพักหนึ่งแล้ว ฉันยังไม่รู้ชื่อเลย”มาเร็กส่ายหน้าพลางหัวเราะ“ตอนจะหนีคิดเร็ว แต่พอจะถามชื่อคนเพิ่งนึกขึ้นได้”“ถ้าหนีไปแล้วเกิดคิดถึงขึ้นมา จะได้รู้ว่าควรเรียกหาใครไงคะ”คำตอบทำให้เขาหัวเราะจริง ๆ“มาเร็ก”วีวี่ทวนชื่อช้า ๆ“มาเร็ก…”เธอพยักหน้าเบา ๆ“เข้ากับคุณดีนะ”“แล้วคุณล่ะ”วีวี่เลิกคิ้ว“คุณรู้ชื่อฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”“รู้”เขาตอบอย่างไม่คิดปิดบัง“วิเวียน ลูน่าเวส”การได้ยินชื่อเต็มของตัวเองจากคนที่เพิ่งเจอกันทำให้วีวี่รู้สึกแปลกไปนิดหนึ่งเธอยกมือขึ้นเหมือนขอให้หยุด“เรียกวีวี่ก็พอค่ะ ชื่อเต็มฟังแล้วเหมือนกำลังถูกเรียกไปเซ็นเอกสาร”มาเร็กหัวเราะ“วีวี่”เ







