INICIAR SESIÓN
ฝนตกหนักมาตั้งแต่หัวค่ำ และไม่มีทีท่าว่าจะซาลงง่าย ๆ
เม็ดฝนถูกลมพัดเฉียงกระแทกกระจกอาคาร หลังคารถ และพื้นถนนจนเสียงพร่าดังคลุมไปทั่วบริเวณ แสงจากป้ายร้านค้าและตึกสูงสองฝั่งถนนสะท้อนอยู่บนพื้นเปียกชื้น สีแดง ส้ม ม่วง และฟ้าละลายปะปนกันอยู่ตามแอ่งน้ำ ก่อนจะแตกกระจายทุกครั้งที่รถแล่นผ่าน
ผู้คนบนทางเท้าต่างเร่งฝีเท้ากลับบ้าน ไม่มีใครสนใจจะมองคนรอบข้างมากนัก
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นรถสีดำคันหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่อีกฝั่งของถนนมานานพักใหญ่แล้ว
ไฟหน้าดับสนิท กระจกทุกบานมืดจนมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน มีเพียงเครื่องยนต์ซึ่งยังเดินเบาอยู่ใต้เสียงฝน
มันจอดอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งประตูกระจกของอาคารฝั่งตรงข้ามเปิดออก
หน้าจอเล็กภายในรถจึงสว่างขึ้น
ภาพหญิงสาวคนหนึ่งถูกขยายเข้ามาใกล้ กรอบสีขาวปรากฏครอบใบหน้าของเธอ ก่อนข้อมูลไม่กี่บรรทัดจะเลื่อนขึ้นบนหน้าจอ
วิเวียน ลูน่าเวส
อายุ 26 ปียืนยันตัวตนแล้วชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าขยับมือแตะอุปกรณ์สื่อสารข้างหู
“เจอตัวแล้ว”
ปลายสายเงียบไปเพียงครู่ ก่อนเสียงทุ้มเรียบจะตอบกลับมา
“เอาตัวมา”
ไม่มีคำถาม ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
คำสั่งมีเพียงเท่านั้น
วีวี่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกจับตามอง
สิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดที่สุดในตอนนี้กลับเป็นร่มใสในมือที่ถูกลมพัดจนโครงด้านหนึ่งพลิกกลับอีกครั้ง
“จะพังวันนี้ให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย…”
หญิงสาวยืนหลบอยู่ใต้ชายคาของร้านที่ปิดไปแล้ว พลางก้มหน้าก้มตาจัดการกับแกนโลหะที่บิดออกจากร่อง เสื้อคอเต่าสีดำไร้แขนชื้นไปเล็กน้อยตรงหัวไหล่ เส้นผมยาวบางส่วนแนบติดข้างแก้ม ส่วนกางเกงยีนส์เอวต่ำก็เปียกตรงชายขาจนสีเข้มขึ้นกว่าเดิม
เธอลองดันแกนโลหะกลับเข้าไปครั้งหนึ่ง
ไม่เข้า
วีวี่ขมวดคิ้ว ก่อนออกแรงอีกนิด
“เออ…ดื้อเข้าไป”
กึก
แกนเล็กเด้งกลับเข้าร่องพอดี
เธอชะงักมองผลงานตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มพอใจจะผุดขึ้นบนใบหน้า
“นั่นไง ก็ยังใช้ได้อยู่”
เธอกางร่มขึ้นทดลองหมุนดูสองสามที เมื่อเห็นว่ามันไม่พลิกกลับอีกจึงพยักหน้ากับตัวเองอย่างพอใจ
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
23:08 น.
แบตเตอรี่เหลือสิบสองเปอร์เซ็นต์ ส่วนรถที่เรียกไว้ขึ้นว่ากำลังจะมาถึงในอีกสามนาที
“โอเค…ขอให้ถึงห้องก่อนแบตหมดก็พอ”
เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก่อนขยับสายกระเป๋าบนไหล่ให้เข้าที่
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง
ตอนแรกวีวี่ไม่ได้สนใจนัก เพราะบริเวณนี้ยังมีคนเดินผ่านอยู่เป็นระยะ แต่เสียงนั้นกลับไม่ได้เคลื่อนห่างออกไป ตรงกันข้าม มันกลับใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
เร็วเกินไป
ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบขึ้นมาตรงท้ายทอย
วีวี่กำลังจะหันกลับ แต่ยังไม่ทัน—
ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าอย่างแรง
“เฮ้ย!”
ร่างเล็กสะบัดแขนแทบจะทันที ทว่าอีกมือกลับเข้าล็อกหัวไหล่จากด้านหลังเสียก่อน
“ปล่อยฉันนะ!”
วีวี่ก้มตัวลงแรง ๆ แล้วเหยียบส้นรองเท้าลงบนหลังเท้าของคนที่อยู่ข้างหลังเต็มแรง
แรงจับคลายเพียงชั่ววินาที
แค่นั้นก็พอ
เธอบิดข้อมือหลุด หมุนตัวออกด้านข้างแล้ววิ่งทันที
แต่ยังไม่พ้นชายคา ชายอีกคนก็โผล่ขึ้นมาขวางทาง
“ไอ้บ้าเอ๊ย!”
วีวี่หักตัวหลบอย่างกะทันหันจนเกือบเสียหลัก มือของอีกฝ่ายคว้าได้เพียงสายกระเป๋า
เธอปล่อยกระเป๋าทันที
ของหาใหม่ได้
ชีวิตหาใหม่ไม่ได้
หญิงสาวยังวิ่งต่อ
อีกไม่ไกลก็ถึงถนนใหญ่แล้ว
ถ้าไปถึงตรงนั้นได้—
หมับ!
แขนแข็งแรงรัดเข้ารอบเอวจากด้านหลังจนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้น
“ปล่อย! ปล่อยฉันนะ!”
วีวี่ดิ้นสุดแรง ข้อศอกกระแทกเข้ากับลำตัวคนด้านหลังจนอีกฝ่ายสะดุ้ง
“จับแขนเธอไว้!”
“จับอยู่!”
“ปล่อยฉัน! ไอ้บ้าเอ๊ย!”
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บอก แต่ยิ่งตกใจ สมองกลับยิ่งพยายามจับรายละเอียดทุกอย่างรอบตัว
สามคน
รถสีดำหนึ่งคัน
ประตูด้านข้างเปิดอยู่
ถ้าหลุดได้อีกครั้ง ขอแค่สามวินาที
สามวินาทีก็พอ
วีวี่ทิ้งน้ำหนักตัวลงต่ำอย่างกะทันหัน แขนที่รัดอยู่รอบเอวคลายลงเพียงเล็กน้อย
เธอรีบหมุนตัวตามแรงนั้น
เกือบหลุดแล้ว
อีกนิดเดียว—
ความเย็นวาบแตะลงตรงต้นแขน
วีวี่ชะงัก
“อะไร…”
ขาเริ่มอ่อนลงอย่างผิดปกติ
แสงไฟตรงหน้าพร่ามัว เสียงฝนซึ่งเมื่อครู่ยังดังอยู่รอบตัวค่อย ๆ ถอยห่างออกไปทีละน้อย
“บ้าจริง…”
เธอพยายามขยับขา แต่ร่างกายไม่ยอมตอบสนอง
“พวกแก…”
ริมฝีปากเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“…เป็นใครกัน…”
ไม่มีใครตอบ
สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือประตูรถสีดำเลื่อนเปิดออก
ก่อนทุกอย่างจะดับลง
ด้านหลังเป็นช่องแคบ มืดและเตี้ยพอให้คนหนึ่งคนก้มตัวลอดเข้าไปได้ กลิ่นน้ำมันเครื่องกับฝุ่นอับลอยออกมาจากด้านในโนดบนข้อมือสั่นทันทีUNREGISTERED ROUTE DETECTEDWARNING: ROUTE NOT VERIFIEDวีวี่มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง“เจอแล้ว…”“หรือเจอทางที่มีปัญหาก็ได้ครับ”เสียงเดียวกันดังขึ้นจากด้านหลังใกล้กว่าเดิมมากวีวี่หันกลับทันทีชายผมเงินลงมาจากชั้นลอยแล้วเธอไม่รู้ว่าเขาลงมาตอนไหนตอนนี้เขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบเมตร มือทั้งสองข้างวางอยู่ข้างลำตัวอย่างสบาย ท่าทางไม่ได้แสดงว่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่ระยะที่ลดลงกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีในจังหวะเดียวกัน โนดก็กระตุกแรงWARNINGKEEPER PRESENCE CONFIRMEDIDENTITY: UNKNOWNวีวี่เหลือบมองหน้าจอ ก่อนเงยกลับไปหาเขา“ทำงานแล้วสินะ”ชายผมเงินมอง NODE บนข้อมือเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ“ฟังจากน้ำเสียง คุณดูไม่ค่อยประทับใจมันเท่าไร”“ก็ถ้ามันเตือนหลังเจ้าตัวมายืนใกล้ขนาดนี้ จะให้ประทับใจตรงไหนคะ”“มีเหตุผล”วีวี่ขยับตัวให้ช่องเปิดอยู่ด้านข้าง ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกบีบติดกับฐานม้าหมุนชายตรงหน้าเห็น แต่ไม่ได้ขยับตามเธอจึงถาม“แล้วคุณล่ะคะ”“ผม?”“ฉันควรไว้ใจคุ
เขาไม่ได้รีบตอบเพียงใช้ปลายนิ้วเคาะราวเหล็กเบา ๆ สองครั้ง ก่อนเอียงสายตาไปทางม้าหมุนที่กำลังเคลื่อนผ่านด้านล่าง“พอจะรู้ว่าคุณวิ่งมาถึงนี่ได้ยังไงครับ”คำตอบที่ไม่ตอบอะไรชัดเจนทำให้วีวี่ถอนหายใจ“ถ้ารู้อยู่แล้ว จะถามทำไมคะ”“ก็อยากฟังจากเจ้าตัว”“แล้วถ้าฉันไม่อยากเล่า?”“ก็ไม่เป็นไร”เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก“คืนนี้ยังอีกยาว ผมไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตอนนี้”วีวี่มองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งมาเร็กทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกไล่แต่ผู้ชายคนนี้กลับต่างออกไปเขาแทบไม่ได้ขยับจากที่นั่งไม่เดินเข้าหาไม่ปิดทางถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรื้อดูทุกการตัดสินใจของเธอทีละชิ้นน่ารำคาญแบบคนละเรื่องเลยวีวี่หันกลับไปมองสามเส้นทางยังไม่ทันเดิน เสียงจากด้านบนก็ดังลงมาอีก“ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงไม่เสียเวลากับประตูแดงหรอกครับ”เธอเงยหน้าขึ้น“ทำไมคะ”“มันล็อก”“รู้ได้ยังไง”“ลองแล้ว”ตอบง่ายเกินไปวีวี่มองเขาอยู่สองวินาที“แล้วฉันควรเชื่อคุณ?”ชายผมเงินหัวเราะเบา ๆ“ไม่ควรครับ”คำตอบนั้นมาเร็วเสียจนเธอหลุดนิ่งไปนิดหนึ่งเขาเอนตัวไปด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งยันราวเอาไว้“ถ้าเป็นผมก็คงไม่เชื่อคน
เสียงฝีเท้าของมาเร็กยังตามหลังมาไม่ห่างวีวี่ได้ยินมันชัดแม้เสียงฝนจะกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของซุ้มเกมร้างสองข้างทาง ทุกครั้งที่รองเท้าของเขากระทบพื้นเปียก เสียงนั้นจะดังหนักและสม่ำเสมอราวกับเตือนว่า ระยะห่างสิบวินาทีที่เขาให้มากำลังหายไปทีละน้อยเธอไม่หันกลับไปมองอีกลมหายใจเริ่มแสบลึกลงไปถึงอก เสื้อผ้าเปียกแนบผิว เส้นผมบางส่วนติดอยู่ข้างแก้มจนรำคาญ แต่เธอยังวิ่งต่อโดยพยายามรักษาจังหวะเท้าไม่ให้ลื่นบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยน้ำขังโนดบนข้อมือกะพริบบอกตำแหน่งเป้าหมายอยู่ข้างหน้าB-04 — 180 Mใกล้แล้วแต่ก่อนที่เธอจะเห็นป้ายของพื้นที่ถัดไป เสียงอีกอย่างกลับลอยแทรกมากับสายฝนเสียงเพลงวีวี่ชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัวทำนองเก่า ๆ ดังแว่วมาจากเบื้องหน้า คล้ายเพลงจากกล่องดนตรีที่ถูกเปิดทิ้งไว้นานจนกลไกเริ่มฝืด โน้ตบางตัวทอดยาวผิดจังหวะ บางช่วงขาดหาย แล้วจู่ ๆ ก็กลับมาดังต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยิ่งเข้าใกล้ เสียงยิ่งชัดเธอพ้นแนวซุ้มเกมร้างออกมา แล้วก็เห็นมันม้าหมุนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานกว้างหลอดไฟรอบหลังคาติดขึ้นเป็นหย่อม ๆ สีเหลืองซีดสลับแดง บางดวงดับ บางดวงกะพริบจนแทบมองไม่ทัน ม้าไม้ที
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น“ถ้าจะหนีจริง ก็อย่าเสียเวลาเถียงกับผมเลย”วีวี่หัวเราะออกมา“พูดเหมือนกำลังช่วยเลยนะคะ”“ก็ช่วยให้คุณได้เริ่มก่อนตั้งสิบวินาทีแล้ว”“ใจดีจังนะ”น้ำเสียงประชดจนมาเร็กหัวเราะจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นวีวี่เห็นก็รีบขยับตัว“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยให้ตั้งหลักก่อน—”“สิบ”“คุณนี่จริง ๆ เลย!”รอยยิ้มของมาเร็กกว้างขึ้น“เก้า”วีวี่ไม่เสียเวลาบ่นต่อเธอหมุนตัวแล้วออกวิ่งทันที“แปด!”เสียงของเขาดังตามหลังวีวี่พุ่งผ่านประตูออกไปสู่สายฝนลมเย็นปะทะใบหน้าจนต้องหรี่ตา เสื้อผ้าที่เพิ่งเริ่มแห้งถูกละอองฝนซึมจนชื้นอีกครั้ง พื้นคอนกรีตเบื้องหน้ามีน้ำขังเป็นแอ่งเล็ก ๆ สะท้อนแสงจากเครื่องเล่นที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นริ้วสีแดง เหลือง และน้ำเงิน“เจ็ด!”วีวี่กระโดดข้ามราวเหล็กเตี้ยโดยไม่ลดความเร็ว“หก!”เธอก้มมองโนดเพียงแวบเดียวB-04 อยู่ทางตะวันออกเส้นทางตรงมีสิ่งกีดขวางมากกว่า แต่สั้นกว่าหากต้องแข่งกับคนช่วงขายาวอย่างมาเร็ก การวิ่งอ้อมคงมีแต่เสียเปรียบวีวี่เลือกทางตรง“ห้า!”ถังเหล็กเก่าล้มขวางอยู่ด้านหน้าเธอเร่งฝีเท้า มือแตะขอบถังเพียงชั่วขณะ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกเหวี่ยงขาทั้งสองข
ไม่ทันทันทีที่พ้นตัวเขา วีวี่กดฝ่ามือลงพื้น รับน้ำหนักเพียงชั่วครู่ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกดึงร่างกลับขึ้นมาแผงควบคุมอยู่ตรงหน้าเธอพุ่งเข้าไป เปิดฝาครอบออกทันทีเสียงหัวเราะของมาเร็กดังลั่นตามหลัง“ลงทุนพูดตั้งนาน ที่แท้ก็รอจังหวะนี้เองสินะ!”วีวี่ยังวุ่นอยู่กับแผงควบคุม แต่รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ถ้าไม่ทำให้คุณมัวแต่คุย ฉันจะเข้าใกล้ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะคะ!”มาเร็กหมุนตัวกลับมาเต็มตัวเสียงหัวเราะยังค้างอยู่ในน้ำเสียง“ผมรู้อยู่ว่าคุณมีแผน แต่ไม่คิดว่าจะทิ้งตัวลงตรงนั้นจริง ๆ”วีวี่คว้าคันโยก“งั้นก็ถือว่าฉันเลือกถูกแล้วค่ะ!”กึก!คันโยกถูกสับลงชั่วอึดใจแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นไฟสถานะบนแผงควบคุมก็กะพริบขึ้นทีละจุด สีแดงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับเสียงมอเตอร์ภายในระบบที่เริ่มทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอหลอดไฟเหนือศีรษะกะพริบสองครั้งก่อนจะติดค้างถัดไปอีกดวงหนึ่งสว่างขึ้นแล้วอีกดวงแสงค่อย ๆ ไล่ต่อกันออกไปตามทางเดินทีละช่วง ความมืดที่ปกคลุมอยู่ตามมุมห้องค่อย ๆ ถอยออก เผยให้เห็นรอยสนิมบนผนัง สายเคเบิลเหนือศีรษะ ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ และหยดน้ำซึ่งซึมเข้ามาตามขอบห
คราวนี้เขาหัวเราะเต็มเสียง“นี่จีบผมจริง ๆ เหรอ”“ขนาดนี้แล้วยังไม่ชัดอีกหรือไงคะ”“ชัดว่าคุณกำลังพยายามทำให้ผมสนใจอย่างอื่นมากกว่า”ตรงเกินไปจนวีวี่เกือบหลุดหัวเราะ“งั้นก็ถือว่าคุณรู้ทันค่ะ”เธอยังคงเดินเข้าไปใกล้“แต่เรื่องที่คุณหล่อ ฉันพูดจริงนะ”รอยยิ้มของเขานิ่งไปเพียงนิดเดียวพอให้วีวี่เห็นเขารู้ว่าเธอมีแผนแต่ดูเหมือนจะสนุกมากพอที่จะปล่อยให้เล่นต่อนั่นก็เพียงพอแล้ว“ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ”วีวี่มองเขาตรง ๆ“จีบมาตั้งพักหนึ่งแล้ว ฉันยังไม่รู้ชื่อเลย”มาเร็กส่ายหน้าพลางหัวเราะ“ตอนจะหนีคิดเร็ว แต่พอจะถามชื่อคนเพิ่งนึกขึ้นได้”“ถ้าหนีไปแล้วเกิดคิดถึงขึ้นมา จะได้รู้ว่าควรเรียกหาใครไงคะ”คำตอบทำให้เขาหัวเราะจริง ๆ“มาเร็ก”วีวี่ทวนชื่อช้า ๆ“มาเร็ก…”เธอพยักหน้าเบา ๆ“เข้ากับคุณดีนะ”“แล้วคุณล่ะ”วีวี่เลิกคิ้ว“คุณรู้ชื่อฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”“รู้”เขาตอบอย่างไม่คิดปิดบัง“วิเวียน ลูน่าเวส”การได้ยินชื่อเต็มของตัวเองจากคนที่เพิ่งเจอกันทำให้วีวี่รู้สึกแปลกไปนิดหนึ่งเธอยกมือขึ้นเหมือนขอให้หยุด“เรียกวีวี่ก็พอค่ะ ชื่อเต็มฟังแล้วเหมือนกำลังถูกเรียกไปเซ็นเอกสาร”มาเร็กหัวเราะ“วีวี่”เ







