INICIAR SESIÓNวีวี่เดินตามแนวสายไฟขึ้นไปยังชั้นสองอย่างไม่รีบร้อนนัก
บันไดไม้เก่าส่งเสียงลั่นเบา ๆ ใต้ฝ่าเท้าทุกครั้งที่เธอก้าวขึ้นไป น้ำฝนที่ติดมากับรองเท้าทิ้งรอยชื้นเป็นทางยาวบนขั้นไม้ ส่วนราวบันไดด้านข้างขึ้นสนิมจนผิวโลหะหลุดลอก เธอจึงแตะมันเพียงหลวม ๆ ไม่กล้าฝากน้ำหนักมากนัก
ยิ่งสูงขึ้น แสงจากชั้นล่างก็ยิ่งจางลง
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง เหลือเพียงแสงสีแดงจากป้ายทางออกฉุกเฉินที่ลอดขึ้นมาตามช่องบันได ความมืดกินพื้นที่แทบทั้งหมดของทางเดินตรงหน้า มีเพียงแสงจากภายนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างแตกเข้ามาเป็นช่วง ๆ
เสียงฝนยังคงดังอยู่ด้านนอก
แต่เมื่อถูกผนังอาคารกั้นไว้ มันกลับฟังไกลขึ้นจนเหลือเพียงเสียงซ่าเบา ๆ สลับกับเสียงลมที่พัดลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่าง ผ้าม่านเก่าสีซีดตรงปลายทางเดินพองตัวขึ้นตามแรงลม ก่อนจะตกกลับลงมาอย่างเชื่องช้า
เงาของมันลากยาวไปตามพื้น
วีวี่หยุดฝีเท้า
เมื่อครู่เหมือนเงานั้นขยับผิดจังหวะไปนิดหนึ่ง
เธอมองอยู่พักหนึ่ง
ผ้าม่านไหวอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ
หญิงสาวจึงเดินต่อ
พื้นชั้นสองเต็มไปด้วยฝุ่นจนรอยรองเท้าของเธอปรากฏชัดทุกก้าว เศษกระจกจากหน้าต่างที่แตกกระจายอยู่ตามมุม บางชิ้นสะท้อนแสงสีแดงวาบขึ้นมาเมื่อเดินผ่าน
สายไฟที่เธอตามขึ้นมาพาดเลียบผนังไปจนถึงประตูบานสุดท้าย ก่อนจะหายเข้าไปเหนือวงกบตรงนั้นพอดี
วีวี่ลองหมุนลูกบิด
แน่นสนิท
เธอถอนหายใจเบา ๆ
“ก็คิดไว้อยู่แล้ว…”
มือเล็กล้วงกิ๊บโลหะออกจากกระเป๋ากางเกง
ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา เธอยังสงสัยไม่หายว่าทำไมของใช้แทบทุกอย่างถึงถูกยึดไปหมด แต่กิ๊บชิ้นนี้กลับถูกคืนมาให้
อาจไม่มีใครสนใจมัน
หรืออาจมีใครตั้งใจปล่อยไว้
ความคิดอย่างหลังทำให้วีวี่เงยหน้ามองกล้องตรงมุมเพดาน
เลนส์สีดำเล็ก ๆ หันตรงมายังทางเดินอย่างเงียบงัน
ไม่มีไฟกะพริบ
ไม่มีเสียง
แต่นั่นกลับยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังนั่งมองอยู่หลังจอ
วีวี่สบตากับเลนส์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลง
“ถ้าอยากดูนักก็ดูไป…”
กิ๊บถูกดัดออกเล็กน้อย แล้วสอดเข้าไปในช่องล็อก
ครั้งแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอลองขยับมุมใหม่
ยังเงียบ
วีวี่ถอนกิ๊บออกมามอง แล้วพยายามนึกถึงคลิปที่เคยเปิดดูตอนซ่อมตู้เก่า หลักการไม่ได้ซับซ้อน แต่ของจริงกลับให้ความรู้สึกต่างจากในคลิปมาก
ไม่ต้องออกแรงมาก
หาจังหวะของตัวล็อกก่อน
แล้วค่อยยก
เธอลองอีกครั้ง
ปลายโลหะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไป
กึก
วีวี่หยุดมือทันที
แรงสะท้อนเล็ก ๆ ส่งผ่านขึ้นมาถึงปลายนิ้ว
เธอค่อย ๆ เปลี่ยนองศา
กึก
อีกครั้ง
แล้ว—
แกร๊ก
ลูกบิดคลายออก
วีวี่นิ่งไปชั่วอึดใจเหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองทำสำเร็จจริง ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะผุดขึ้น
“ได้จริงด้วยแฮะ”
เธอเก็บกิ๊บกลับเข้ากระเป๋า แล้วค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป
ด้านในเป็นห้องควบคุมระบบขนาดเล็ก ผนังแทบทุกด้านเต็มไปด้วยตู้ไฟ แผงรีเลย์ และสายเคเบิลเส้นหนาที่พาดไขว้กันอยู่เหนือศีรษะ กลิ่นฝุ่นผสมกลิ่นโลหะเก่าอบอยู่ในห้องจนรู้สึกฝืดคอ
ไฟสถานะสีแดงสามดวงกะพริบอยู่เหนือแผงหลัก
หน้าจอตรงกลางขึ้นข้อความ
POWER LINK FAILURE
โนดบนข้อมือสั่นขึ้นทันที
A-17 — POWER RELAY STATION
OBJECTIVE
กู้คืนระบบจ่ายพลังงานของสถานี A-17RELAY STATUS: 0 / 3
วีวี่กวาดตามองแผงตรงหน้า
อย่างน้อยคราวนี้สิ่งที่ระบบบอกก็ดูตรงกับสิ่งที่เห็น
รีเลย์ตัวแรกถูกเปิดฝาครอบค้างไว้ สายไฟสองเส้นหลุดออกจากช่อง แต่ยังมีหมายเลขกำกับอยู่ครบ เธอใช้เวลาไล่ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ก่อนเสียบกลับเข้าไปทีละเส้น
ไฟสีแดงดับลง
สีเขียวติดขึ้นแทน
RELAY 01 — ONLINE
เสียงฮัมต่ำดังขึ้นจากด้านในผนัง พร้อมแรงสั่นบางเบาใต้ฝ่าเท้า
วีวี่ผ่อนลมหายใจออก
“หนึ่งแล้ว…”
เธอเดินไปยังแผงถัดไป
ทันทีที่เปิดฝาครอบออกก็เห็นช่องว่างอยู่ตรงกลาง
ชิ้นส่วนบางอย่างหายไป
โนดแสดงข้อมูลขึ้นตามมา
FUSE CORE REQUIRED
พร้อมกับแผนผังอาคารที่ปรากฏบนหน้าจอ จุดสีขาวกะพริบอยู่ชั้นล่างบริเวณด้านหลังเคาน์เตอร์
วีวี่มองจุดนั้น ก่อนจะเหลือบกลับไปทางบันได
“อุตส่าห์ให้ขึ้นมาแล้วก็ให้ลงไปอีก…”
เธอปิดฝาแผง แล้วเดินออกจากห้อง
เท้าเพิ่งแตะบันไดขั้นแรก—
ด้านหลังเป็นช่องแคบ มืดและเตี้ยพอให้คนหนึ่งคนก้มตัวลอดเข้าไปได้ กลิ่นน้ำมันเครื่องกับฝุ่นอับลอยออกมาจากด้านในโนดบนข้อมือสั่นทันทีUNREGISTERED ROUTE DETECTEDWARNING: ROUTE NOT VERIFIEDวีวี่มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง“เจอแล้ว…”“หรือเจอทางที่มีปัญหาก็ได้ครับ”เสียงเดียวกันดังขึ้นจากด้านหลังใกล้กว่าเดิมมากวีวี่หันกลับทันทีชายผมเงินลงมาจากชั้นลอยแล้วเธอไม่รู้ว่าเขาลงมาตอนไหนตอนนี้เขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบเมตร มือทั้งสองข้างวางอยู่ข้างลำตัวอย่างสบาย ท่าทางไม่ได้แสดงว่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่ระยะที่ลดลงกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีในจังหวะเดียวกัน โนดก็กระตุกแรงWARNINGKEEPER PRESENCE CONFIRMEDIDENTITY: UNKNOWNวีวี่เหลือบมองหน้าจอ ก่อนเงยกลับไปหาเขา“ทำงานแล้วสินะ”ชายผมเงินมอง NODE บนข้อมือเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ“ฟังจากน้ำเสียง คุณดูไม่ค่อยประทับใจมันเท่าไร”“ก็ถ้ามันเตือนหลังเจ้าตัวมายืนใกล้ขนาดนี้ จะให้ประทับใจตรงไหนคะ”“มีเหตุผล”วีวี่ขยับตัวให้ช่องเปิดอยู่ด้านข้าง ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกบีบติดกับฐานม้าหมุนชายตรงหน้าเห็น แต่ไม่ได้ขยับตามเธอจึงถาม“แล้วคุณล่ะคะ”“ผม?”“ฉันควรไว้ใจคุ
เขาไม่ได้รีบตอบเพียงใช้ปลายนิ้วเคาะราวเหล็กเบา ๆ สองครั้ง ก่อนเอียงสายตาไปทางม้าหมุนที่กำลังเคลื่อนผ่านด้านล่าง“พอจะรู้ว่าคุณวิ่งมาถึงนี่ได้ยังไงครับ”คำตอบที่ไม่ตอบอะไรชัดเจนทำให้วีวี่ถอนหายใจ“ถ้ารู้อยู่แล้ว จะถามทำไมคะ”“ก็อยากฟังจากเจ้าตัว”“แล้วถ้าฉันไม่อยากเล่า?”“ก็ไม่เป็นไร”เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก“คืนนี้ยังอีกยาว ผมไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตอนนี้”วีวี่มองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งมาเร็กทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกไล่แต่ผู้ชายคนนี้กลับต่างออกไปเขาแทบไม่ได้ขยับจากที่นั่งไม่เดินเข้าหาไม่ปิดทางถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรื้อดูทุกการตัดสินใจของเธอทีละชิ้นน่ารำคาญแบบคนละเรื่องเลยวีวี่หันกลับไปมองสามเส้นทางยังไม่ทันเดิน เสียงจากด้านบนก็ดังลงมาอีก“ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงไม่เสียเวลากับประตูแดงหรอกครับ”เธอเงยหน้าขึ้น“ทำไมคะ”“มันล็อก”“รู้ได้ยังไง”“ลองแล้ว”ตอบง่ายเกินไปวีวี่มองเขาอยู่สองวินาที“แล้วฉันควรเชื่อคุณ?”ชายผมเงินหัวเราะเบา ๆ“ไม่ควรครับ”คำตอบนั้นมาเร็วเสียจนเธอหลุดนิ่งไปนิดหนึ่งเขาเอนตัวไปด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งยันราวเอาไว้“ถ้าเป็นผมก็คงไม่เชื่อคน
เสียงฝีเท้าของมาเร็กยังตามหลังมาไม่ห่างวีวี่ได้ยินมันชัดแม้เสียงฝนจะกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของซุ้มเกมร้างสองข้างทาง ทุกครั้งที่รองเท้าของเขากระทบพื้นเปียก เสียงนั้นจะดังหนักและสม่ำเสมอราวกับเตือนว่า ระยะห่างสิบวินาทีที่เขาให้มากำลังหายไปทีละน้อยเธอไม่หันกลับไปมองอีกลมหายใจเริ่มแสบลึกลงไปถึงอก เสื้อผ้าเปียกแนบผิว เส้นผมบางส่วนติดอยู่ข้างแก้มจนรำคาญ แต่เธอยังวิ่งต่อโดยพยายามรักษาจังหวะเท้าไม่ให้ลื่นบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยน้ำขังโนดบนข้อมือกะพริบบอกตำแหน่งเป้าหมายอยู่ข้างหน้าB-04 — 180 Mใกล้แล้วแต่ก่อนที่เธอจะเห็นป้ายของพื้นที่ถัดไป เสียงอีกอย่างกลับลอยแทรกมากับสายฝนเสียงเพลงวีวี่ชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัวทำนองเก่า ๆ ดังแว่วมาจากเบื้องหน้า คล้ายเพลงจากกล่องดนตรีที่ถูกเปิดทิ้งไว้นานจนกลไกเริ่มฝืด โน้ตบางตัวทอดยาวผิดจังหวะ บางช่วงขาดหาย แล้วจู่ ๆ ก็กลับมาดังต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยิ่งเข้าใกล้ เสียงยิ่งชัดเธอพ้นแนวซุ้มเกมร้างออกมา แล้วก็เห็นมันม้าหมุนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานกว้างหลอดไฟรอบหลังคาติดขึ้นเป็นหย่อม ๆ สีเหลืองซีดสลับแดง บางดวงดับ บางดวงกะพริบจนแทบมองไม่ทัน ม้าไม้ที
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น“ถ้าจะหนีจริง ก็อย่าเสียเวลาเถียงกับผมเลย”วีวี่หัวเราะออกมา“พูดเหมือนกำลังช่วยเลยนะคะ”“ก็ช่วยให้คุณได้เริ่มก่อนตั้งสิบวินาทีแล้ว”“ใจดีจังนะ”น้ำเสียงประชดจนมาเร็กหัวเราะจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นวีวี่เห็นก็รีบขยับตัว“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยให้ตั้งหลักก่อน—”“สิบ”“คุณนี่จริง ๆ เลย!”รอยยิ้มของมาเร็กกว้างขึ้น“เก้า”วีวี่ไม่เสียเวลาบ่นต่อเธอหมุนตัวแล้วออกวิ่งทันที“แปด!”เสียงของเขาดังตามหลังวีวี่พุ่งผ่านประตูออกไปสู่สายฝนลมเย็นปะทะใบหน้าจนต้องหรี่ตา เสื้อผ้าที่เพิ่งเริ่มแห้งถูกละอองฝนซึมจนชื้นอีกครั้ง พื้นคอนกรีตเบื้องหน้ามีน้ำขังเป็นแอ่งเล็ก ๆ สะท้อนแสงจากเครื่องเล่นที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นริ้วสีแดง เหลือง และน้ำเงิน“เจ็ด!”วีวี่กระโดดข้ามราวเหล็กเตี้ยโดยไม่ลดความเร็ว“หก!”เธอก้มมองโนดเพียงแวบเดียวB-04 อยู่ทางตะวันออกเส้นทางตรงมีสิ่งกีดขวางมากกว่า แต่สั้นกว่าหากต้องแข่งกับคนช่วงขายาวอย่างมาเร็ก การวิ่งอ้อมคงมีแต่เสียเปรียบวีวี่เลือกทางตรง“ห้า!”ถังเหล็กเก่าล้มขวางอยู่ด้านหน้าเธอเร่งฝีเท้า มือแตะขอบถังเพียงชั่วขณะ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกเหวี่ยงขาทั้งสองข
ไม่ทันทันทีที่พ้นตัวเขา วีวี่กดฝ่ามือลงพื้น รับน้ำหนักเพียงชั่วครู่ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกดึงร่างกลับขึ้นมาแผงควบคุมอยู่ตรงหน้าเธอพุ่งเข้าไป เปิดฝาครอบออกทันทีเสียงหัวเราะของมาเร็กดังลั่นตามหลัง“ลงทุนพูดตั้งนาน ที่แท้ก็รอจังหวะนี้เองสินะ!”วีวี่ยังวุ่นอยู่กับแผงควบคุม แต่รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ถ้าไม่ทำให้คุณมัวแต่คุย ฉันจะเข้าใกล้ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะคะ!”มาเร็กหมุนตัวกลับมาเต็มตัวเสียงหัวเราะยังค้างอยู่ในน้ำเสียง“ผมรู้อยู่ว่าคุณมีแผน แต่ไม่คิดว่าจะทิ้งตัวลงตรงนั้นจริง ๆ”วีวี่คว้าคันโยก“งั้นก็ถือว่าฉันเลือกถูกแล้วค่ะ!”กึก!คันโยกถูกสับลงชั่วอึดใจแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นไฟสถานะบนแผงควบคุมก็กะพริบขึ้นทีละจุด สีแดงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับเสียงมอเตอร์ภายในระบบที่เริ่มทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอหลอดไฟเหนือศีรษะกะพริบสองครั้งก่อนจะติดค้างถัดไปอีกดวงหนึ่งสว่างขึ้นแล้วอีกดวงแสงค่อย ๆ ไล่ต่อกันออกไปตามทางเดินทีละช่วง ความมืดที่ปกคลุมอยู่ตามมุมห้องค่อย ๆ ถอยออก เผยให้เห็นรอยสนิมบนผนัง สายเคเบิลเหนือศีรษะ ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ และหยดน้ำซึ่งซึมเข้ามาตามขอบห
คราวนี้เขาหัวเราะเต็มเสียง“นี่จีบผมจริง ๆ เหรอ”“ขนาดนี้แล้วยังไม่ชัดอีกหรือไงคะ”“ชัดว่าคุณกำลังพยายามทำให้ผมสนใจอย่างอื่นมากกว่า”ตรงเกินไปจนวีวี่เกือบหลุดหัวเราะ“งั้นก็ถือว่าคุณรู้ทันค่ะ”เธอยังคงเดินเข้าไปใกล้“แต่เรื่องที่คุณหล่อ ฉันพูดจริงนะ”รอยยิ้มของเขานิ่งไปเพียงนิดเดียวพอให้วีวี่เห็นเขารู้ว่าเธอมีแผนแต่ดูเหมือนจะสนุกมากพอที่จะปล่อยให้เล่นต่อนั่นก็เพียงพอแล้ว“ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ”วีวี่มองเขาตรง ๆ“จีบมาตั้งพักหนึ่งแล้ว ฉันยังไม่รู้ชื่อเลย”มาเร็กส่ายหน้าพลางหัวเราะ“ตอนจะหนีคิดเร็ว แต่พอจะถามชื่อคนเพิ่งนึกขึ้นได้”“ถ้าหนีไปแล้วเกิดคิดถึงขึ้นมา จะได้รู้ว่าควรเรียกหาใครไงคะ”คำตอบทำให้เขาหัวเราะจริง ๆ“มาเร็ก”วีวี่ทวนชื่อช้า ๆ“มาเร็ก…”เธอพยักหน้าเบา ๆ“เข้ากับคุณดีนะ”“แล้วคุณล่ะ”วีวี่เลิกคิ้ว“คุณรู้ชื่อฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”“รู้”เขาตอบอย่างไม่คิดปิดบัง“วิเวียน ลูน่าเวส”การได้ยินชื่อเต็มของตัวเองจากคนที่เพิ่งเจอกันทำให้วีวี่รู้สึกแปลกไปนิดหนึ่งเธอยกมือขึ้นเหมือนขอให้หยุด“เรียกวีวี่ก็พอค่ะ ชื่อเต็มฟังแล้วเหมือนกำลังถูกเรียกไปเซ็นเอกสาร”มาเร็กหัวเราะ“วีวี่”เ







