INICIAR SESIÓNกึก
เสียงบางอย่างดังขึ้นจากชั้นล่าง
วีวี่หยุดนิ่ง
เธอฟัง
เสียงฝนยังตกอยู่ด้านนอก ลมยังพัดผ่านช่องหน้าต่าง แต่เสียงเมื่อครู่ไม่เหมือนสองอย่างนั้น
กึก
ดังขึ้นอีกครั้ง
เหมือนรองเท้าเหยียบเศษกระจก
มือของวีวี่ค่อย ๆ กำราวบันไดแน่นขึ้น
เธอชะโงกมองลงไป
ด้านล่างว่างเปล่า
หรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนว่างเปล่า
มุมหลายจุดของโถงยังจมอยู่ในความมืด แสงสีแดงจากป้ายทางออกส่องไปไม่ถึง โดยเฉพาะบริเวณหลังเคาน์เตอร์ที่ดำจนแทบแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นเสา อะไรเป็นเงา
วีวี่ยืนฟังอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่มีเสียงอีก
เธอกำลังจะก้าวลงต่อ แต่สายตากลับสะดุดกับอะไรบางอย่างตรงขั้นล่าง
รอยเท้าเปียก
ไม่ใช่ของเธอ
รอยรองเท้าคู่นั้นใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด และหันลงไปทางโถงด้านล่าง
วีวี่ก้มมองรอยของตัวเอง แล้วกลับไปมองรอยนั้นอีกครั้ง
คนละขนาด
คนละลายพื้นรองเท้า
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มเร็วขึ้นทีละน้อย
เธอไม่ได้อยู่คนเดียว
ความคิดนั้นชัดเจนขึ้นทันที
วีวี่รีบก้มมองโนด
หน้าจอยังมีเพียงตำแหน่งของ Fuse Core
ไม่มีคำเตือน
ไม่มีสัญญาณว่ามีใครอยู่ใกล้
นั่นกลับทำให้รู้สึกผิดปกติมากกว่าเดิม
ถ้ามีคนอยู่จริง ทำไมระบบถึงยังเงียบ
หรือมันจะเตือนก็ต่อเมื่อเข้าใกล้มากกว่านี้
วีวี่ค่อย ๆ ลงบันได
เธอพยายามเหยียบตรงริมขั้นเพื่อให้เกิดเสียงน้อยที่สุด แต่ไม้เก่าก็ยังส่งเสียงลั่นออกมาเป็นระยะ ทุกครั้งที่เสียงดังขึ้น เธอรู้สึกเหมือนกำลังบอกตำแหน่งตัวเองให้ใครบางคนรู้
เมื่อมาถึงครึ่งทาง—
เงาบางอย่างเคลื่อนผ่านบริเวณหลังเสา
เร็วมาก
วีวี่หยุดทันที
ไฟฉายถูกยกขึ้นแทบพร้อมกัน
ลำแสงสีขาวกวาดผ่านเสา โต๊ะ และพื้นที่หลังเคาน์เตอร์
ไม่มีใคร
“ใครอยู่ตรงนั้น?”
เสียงของเธอดังไปทั่วโถง
ไม่มีคำตอบ
มีเพียงเสียงฝนที่ยังตกอยู่ด้านนอก
วีวี่ยืนนิ่ง
เธอรู้ว่าตัวเองเห็นอะไรบางอย่างเมื่อครู่
มันไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับผ้าม่าน
และไม่ใช่เงาที่เกิดจากแสงภายนอก
เธอก้มมองโนดอีกครั้ง
ยังเงียบ
“ให้ตายสิ…”
วีวี่พึมพำเบา ๆ ก่อนลงบันไดต่อ
คราวนี้เธอไม่ปล่อยสายตาออกจากมุมมืดนานเกินไป
ทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่าง โนดก็กะพริบบอกตำแหน่งของ Fuse Core อยู่ไม่ไกล
ตู้โลหะขนาดเล็กซ่อนอยู่หลังชั้นวางที่ล้มตะแคง
วีวี่เดินเข้าไป
หนึ่งก้าว
สองก้าว
เธอหยุด
ด้านหลังเงียบ
ไม่มีเสียงฝีเท้า
หญิงสาวเดินต่อ
แกรก
เสียงกระจกดังมาจากทางขวา
วีวี่หันไฟฉายไปทันที
ว่างเปล่า
ชีพจรตรงลำคอเต้นชัดขึ้น
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกแล้ว
มีใครบางคนอยู่ในอาคารนี้จริง ๆ
แต่คนคนนั้นกำลังเลือกว่าจะให้เธอเห็นเมื่อไร
วีวี่รีบย่อตัวลงตรงตู้
เอาของก่อน
ออกจากตรงนี้ก่อน
มือเพิ่งแตะฝาตู้—
เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง
หนึ่งก้าว
หนัก
ชัด
ใกล้กว่าครั้งก่อนมาก
วีวี่แข็งไปทั้งตัว
มือยังค้างอยู่บนฝาตู้
เธอไม่หันกลับทันที
หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงชีพจรตรงขมับ
อีกก้าว
แล้วเสียงก็หยุดลง
ห่างจากด้านหลังไม่กี่เมตร
โนดยังคงเงียบ
วีวี่กำไฟฉายแน่นขึ้น
เธอค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้า เตรียมหมุนตัว—
“ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะหันมาดูข้างหลังก่อน”
เสียงผู้ชายดังขึ้นจากความมืด
วีวี่สะดุ้งเฮือก
“เฮ้ย!”
เธอหมุนตัวกลับแทบจะพร้อมกับยกไฟฉายขึ้น
ลำแสงสีขาวกวาดผ่านพื้น โต๊ะ เสา—
ก่อนหยุดอยู่ที่ร่างของชายคนหนึ่ง
เขายืนพิงเสาอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
สูงมาก
นั่นคือสิ่งแรกที่สะดุดตา
ร่างสูงใหญ่จนเสาที่พิงอยู่ดูแคบลงไปถนัดตา เสื้อแจ็กเก็ตสนามสีเข้มพาดอยู่บนไหล่กว้าง แขนเสื้อถูกร่นขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรง ผิวสีน้ำตาลเข้มรับกับแสงซีดจากไฟฉาย เส้นผมด้านบนเปียกชื้นเล็กน้อย
ดวงตาสีอำพันมองตรงมายังเธอ
สงบ
ไม่รีบร้อน
ไม่ใช่สายตาของคนที่หลงเข้ามาในสถานที่แห่งนี้
และที่ข้อมือ—
ไม่มีโนด
ในวินาทีนั้นเอง อุปกรณ์บนแขนวีวี่ก็สั่นแรง
ช้าเกินไปหลายวินาที
WARNING
KEEPER PRESENCE CONFIRMED
คำพูดของผู้ดำเนินเกมเมื่อตอนเริ่มดังกลับเข้ามาในหัวทันที
ถ้าเจอพวกเขา…วิ่งครับ
แต่ตอนนี้ด้านหลังเธอมีชั้นวางล้มขวางอยู่
ด้านหน้ามีผู้ชายตัวใหญ่เกือบสองเมตรยืนคุมพื้นที่
และระยะห่างระหว่างกันใกล้กว่าที่ควรจะเป็นมาก
วีวี่ไม่ได้ขยับ
ชายตรงหน้าเหลือบมองคำเตือนบนข้อมือเธอ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ระบบช้ากว่าที่คิดนะ”
เขาพยักหน้าไปทางโนด
“ถ้าผมตั้งใจจะเข้าถึงตัวเมื่อกี้ มันคงเตือนคุณไม่ทัน”
น้ำเสียงไม่ได้ข่ม
แต่ความจริงในประโยคนั้นกลับกดลงบนอกหนักกว่าคำขู่เสียอีก
ด้านหลังเป็นช่องแคบ มืดและเตี้ยพอให้คนหนึ่งคนก้มตัวลอดเข้าไปได้ กลิ่นน้ำมันเครื่องกับฝุ่นอับลอยออกมาจากด้านในโนดบนข้อมือสั่นทันทีUNREGISTERED ROUTE DETECTEDWARNING: ROUTE NOT VERIFIEDวีวี่มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง“เจอแล้ว…”“หรือเจอทางที่มีปัญหาก็ได้ครับ”เสียงเดียวกันดังขึ้นจากด้านหลังใกล้กว่าเดิมมากวีวี่หันกลับทันทีชายผมเงินลงมาจากชั้นลอยแล้วเธอไม่รู้ว่าเขาลงมาตอนไหนตอนนี้เขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบเมตร มือทั้งสองข้างวางอยู่ข้างลำตัวอย่างสบาย ท่าทางไม่ได้แสดงว่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่ระยะที่ลดลงกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีในจังหวะเดียวกัน โนดก็กระตุกแรงWARNINGKEEPER PRESENCE CONFIRMEDIDENTITY: UNKNOWNวีวี่เหลือบมองหน้าจอ ก่อนเงยกลับไปหาเขา“ทำงานแล้วสินะ”ชายผมเงินมอง NODE บนข้อมือเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ“ฟังจากน้ำเสียง คุณดูไม่ค่อยประทับใจมันเท่าไร”“ก็ถ้ามันเตือนหลังเจ้าตัวมายืนใกล้ขนาดนี้ จะให้ประทับใจตรงไหนคะ”“มีเหตุผล”วีวี่ขยับตัวให้ช่องเปิดอยู่ด้านข้าง ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกบีบติดกับฐานม้าหมุนชายตรงหน้าเห็น แต่ไม่ได้ขยับตามเธอจึงถาม“แล้วคุณล่ะคะ”“ผม?”“ฉันควรไว้ใจคุ
เขาไม่ได้รีบตอบเพียงใช้ปลายนิ้วเคาะราวเหล็กเบา ๆ สองครั้ง ก่อนเอียงสายตาไปทางม้าหมุนที่กำลังเคลื่อนผ่านด้านล่าง“พอจะรู้ว่าคุณวิ่งมาถึงนี่ได้ยังไงครับ”คำตอบที่ไม่ตอบอะไรชัดเจนทำให้วีวี่ถอนหายใจ“ถ้ารู้อยู่แล้ว จะถามทำไมคะ”“ก็อยากฟังจากเจ้าตัว”“แล้วถ้าฉันไม่อยากเล่า?”“ก็ไม่เป็นไร”เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก“คืนนี้ยังอีกยาว ผมไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตอนนี้”วีวี่มองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งมาเร็กทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกไล่แต่ผู้ชายคนนี้กลับต่างออกไปเขาแทบไม่ได้ขยับจากที่นั่งไม่เดินเข้าหาไม่ปิดทางถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรื้อดูทุกการตัดสินใจของเธอทีละชิ้นน่ารำคาญแบบคนละเรื่องเลยวีวี่หันกลับไปมองสามเส้นทางยังไม่ทันเดิน เสียงจากด้านบนก็ดังลงมาอีก“ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงไม่เสียเวลากับประตูแดงหรอกครับ”เธอเงยหน้าขึ้น“ทำไมคะ”“มันล็อก”“รู้ได้ยังไง”“ลองแล้ว”ตอบง่ายเกินไปวีวี่มองเขาอยู่สองวินาที“แล้วฉันควรเชื่อคุณ?”ชายผมเงินหัวเราะเบา ๆ“ไม่ควรครับ”คำตอบนั้นมาเร็วเสียจนเธอหลุดนิ่งไปนิดหนึ่งเขาเอนตัวไปด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งยันราวเอาไว้“ถ้าเป็นผมก็คงไม่เชื่อคน
เสียงฝีเท้าของมาเร็กยังตามหลังมาไม่ห่างวีวี่ได้ยินมันชัดแม้เสียงฝนจะกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของซุ้มเกมร้างสองข้างทาง ทุกครั้งที่รองเท้าของเขากระทบพื้นเปียก เสียงนั้นจะดังหนักและสม่ำเสมอราวกับเตือนว่า ระยะห่างสิบวินาทีที่เขาให้มากำลังหายไปทีละน้อยเธอไม่หันกลับไปมองอีกลมหายใจเริ่มแสบลึกลงไปถึงอก เสื้อผ้าเปียกแนบผิว เส้นผมบางส่วนติดอยู่ข้างแก้มจนรำคาญ แต่เธอยังวิ่งต่อโดยพยายามรักษาจังหวะเท้าไม่ให้ลื่นบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยน้ำขังโนดบนข้อมือกะพริบบอกตำแหน่งเป้าหมายอยู่ข้างหน้าB-04 — 180 Mใกล้แล้วแต่ก่อนที่เธอจะเห็นป้ายของพื้นที่ถัดไป เสียงอีกอย่างกลับลอยแทรกมากับสายฝนเสียงเพลงวีวี่ชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัวทำนองเก่า ๆ ดังแว่วมาจากเบื้องหน้า คล้ายเพลงจากกล่องดนตรีที่ถูกเปิดทิ้งไว้นานจนกลไกเริ่มฝืด โน้ตบางตัวทอดยาวผิดจังหวะ บางช่วงขาดหาย แล้วจู่ ๆ ก็กลับมาดังต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยิ่งเข้าใกล้ เสียงยิ่งชัดเธอพ้นแนวซุ้มเกมร้างออกมา แล้วก็เห็นมันม้าหมุนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานกว้างหลอดไฟรอบหลังคาติดขึ้นเป็นหย่อม ๆ สีเหลืองซีดสลับแดง บางดวงดับ บางดวงกะพริบจนแทบมองไม่ทัน ม้าไม้ที
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น“ถ้าจะหนีจริง ก็อย่าเสียเวลาเถียงกับผมเลย”วีวี่หัวเราะออกมา“พูดเหมือนกำลังช่วยเลยนะคะ”“ก็ช่วยให้คุณได้เริ่มก่อนตั้งสิบวินาทีแล้ว”“ใจดีจังนะ”น้ำเสียงประชดจนมาเร็กหัวเราะจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นวีวี่เห็นก็รีบขยับตัว“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยให้ตั้งหลักก่อน—”“สิบ”“คุณนี่จริง ๆ เลย!”รอยยิ้มของมาเร็กกว้างขึ้น“เก้า”วีวี่ไม่เสียเวลาบ่นต่อเธอหมุนตัวแล้วออกวิ่งทันที“แปด!”เสียงของเขาดังตามหลังวีวี่พุ่งผ่านประตูออกไปสู่สายฝนลมเย็นปะทะใบหน้าจนต้องหรี่ตา เสื้อผ้าที่เพิ่งเริ่มแห้งถูกละอองฝนซึมจนชื้นอีกครั้ง พื้นคอนกรีตเบื้องหน้ามีน้ำขังเป็นแอ่งเล็ก ๆ สะท้อนแสงจากเครื่องเล่นที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นริ้วสีแดง เหลือง และน้ำเงิน“เจ็ด!”วีวี่กระโดดข้ามราวเหล็กเตี้ยโดยไม่ลดความเร็ว“หก!”เธอก้มมองโนดเพียงแวบเดียวB-04 อยู่ทางตะวันออกเส้นทางตรงมีสิ่งกีดขวางมากกว่า แต่สั้นกว่าหากต้องแข่งกับคนช่วงขายาวอย่างมาเร็ก การวิ่งอ้อมคงมีแต่เสียเปรียบวีวี่เลือกทางตรง“ห้า!”ถังเหล็กเก่าล้มขวางอยู่ด้านหน้าเธอเร่งฝีเท้า มือแตะขอบถังเพียงชั่วขณะ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกเหวี่ยงขาทั้งสองข
ไม่ทันทันทีที่พ้นตัวเขา วีวี่กดฝ่ามือลงพื้น รับน้ำหนักเพียงชั่วครู่ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกดึงร่างกลับขึ้นมาแผงควบคุมอยู่ตรงหน้าเธอพุ่งเข้าไป เปิดฝาครอบออกทันทีเสียงหัวเราะของมาเร็กดังลั่นตามหลัง“ลงทุนพูดตั้งนาน ที่แท้ก็รอจังหวะนี้เองสินะ!”วีวี่ยังวุ่นอยู่กับแผงควบคุม แต่รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ถ้าไม่ทำให้คุณมัวแต่คุย ฉันจะเข้าใกล้ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะคะ!”มาเร็กหมุนตัวกลับมาเต็มตัวเสียงหัวเราะยังค้างอยู่ในน้ำเสียง“ผมรู้อยู่ว่าคุณมีแผน แต่ไม่คิดว่าจะทิ้งตัวลงตรงนั้นจริง ๆ”วีวี่คว้าคันโยก“งั้นก็ถือว่าฉันเลือกถูกแล้วค่ะ!”กึก!คันโยกถูกสับลงชั่วอึดใจแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นไฟสถานะบนแผงควบคุมก็กะพริบขึ้นทีละจุด สีแดงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับเสียงมอเตอร์ภายในระบบที่เริ่มทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอหลอดไฟเหนือศีรษะกะพริบสองครั้งก่อนจะติดค้างถัดไปอีกดวงหนึ่งสว่างขึ้นแล้วอีกดวงแสงค่อย ๆ ไล่ต่อกันออกไปตามทางเดินทีละช่วง ความมืดที่ปกคลุมอยู่ตามมุมห้องค่อย ๆ ถอยออก เผยให้เห็นรอยสนิมบนผนัง สายเคเบิลเหนือศีรษะ ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ และหยดน้ำซึ่งซึมเข้ามาตามขอบห
คราวนี้เขาหัวเราะเต็มเสียง“นี่จีบผมจริง ๆ เหรอ”“ขนาดนี้แล้วยังไม่ชัดอีกหรือไงคะ”“ชัดว่าคุณกำลังพยายามทำให้ผมสนใจอย่างอื่นมากกว่า”ตรงเกินไปจนวีวี่เกือบหลุดหัวเราะ“งั้นก็ถือว่าคุณรู้ทันค่ะ”เธอยังคงเดินเข้าไปใกล้“แต่เรื่องที่คุณหล่อ ฉันพูดจริงนะ”รอยยิ้มของเขานิ่งไปเพียงนิดเดียวพอให้วีวี่เห็นเขารู้ว่าเธอมีแผนแต่ดูเหมือนจะสนุกมากพอที่จะปล่อยให้เล่นต่อนั่นก็เพียงพอแล้ว“ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ”วีวี่มองเขาตรง ๆ“จีบมาตั้งพักหนึ่งแล้ว ฉันยังไม่รู้ชื่อเลย”มาเร็กส่ายหน้าพลางหัวเราะ“ตอนจะหนีคิดเร็ว แต่พอจะถามชื่อคนเพิ่งนึกขึ้นได้”“ถ้าหนีไปแล้วเกิดคิดถึงขึ้นมา จะได้รู้ว่าควรเรียกหาใครไงคะ”คำตอบทำให้เขาหัวเราะจริง ๆ“มาเร็ก”วีวี่ทวนชื่อช้า ๆ“มาเร็ก…”เธอพยักหน้าเบา ๆ“เข้ากับคุณดีนะ”“แล้วคุณล่ะ”วีวี่เลิกคิ้ว“คุณรู้ชื่อฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”“รู้”เขาตอบอย่างไม่คิดปิดบัง“วิเวียน ลูน่าเวส”การได้ยินชื่อเต็มของตัวเองจากคนที่เพิ่งเจอกันทำให้วีวี่รู้สึกแปลกไปนิดหนึ่งเธอยกมือขึ้นเหมือนขอให้หยุด“เรียกวีวี่ก็พอค่ะ ชื่อเต็มฟังแล้วเหมือนกำลังถูกเรียกไปเซ็นเอกสาร”มาเร็กหัวเราะ“วีวี่”เ







