INICIAR SESIÓNหัวใจเต้นแรงขึ้นทันที เธอยกมือแตะอก ก่อนมองตู้ตรงหน้าอย่างหงุดหงิด
“จะดังอะไรขนาดนั้น…”
เสียงหัวเราะทุ้มดังมาจากเหนือศีรษะ
วีวี่เงยหน้าขึ้น
ชายร่างใหญ่คนนั้นนั่งอยู่บนคานเหล็กใต้เพดาน ขาข้างหนึ่งห้อยลงมาอย่างสบาย ราวกับโครงเหล็กสูงหลายเมตรเป็นที่นั่งธรรมดา
เธอมองอยู่ครู่หนึ่ง
“ขึ้นไปตอนไหนเนี่ย”
“ตอนคุณกำลังดันตู้”
“แล้วขึ้นไปทำไมคะ”
เขากวาดตามองรอบห้อง
“ข้างบนเห็นพื้นที่ง่ายกว่า”
วีวี่มองความสูงจากพื้นถึงคาน
“ตกลงมาทีฉันไม่ช่วยนะคะ”
ชายหนุ่มหัวเราะ
“นึกว่าจะเป็นห่วง”
“ฉันเป็นห่วงพื้นมากกว่าค่ะ”
เธอเหลือบมองร่างใหญ่ตรงนั้น
“คุณตกลงมาที ฉันอาจต้องเสียเวลาหาทางอ้อมหลุมเพิ่ม”
เสียงหัวเราะดังขึ้นเต็ม ๆ
วีวี่เลิกสนใจ แล้วกลับมาจัดการรีเลย์
สายไฟสองเส้นถูกต่อกลับเข้าตำแหน่ง
ปุ่มรีเซ็ตถูกกด
ไฟสีแดงดับ
สีเขียวสว่างขึ้นแทน
RELAY 03 — ONLINE
เสียงฮัมจากระบบดังชัดขึ้น แถบไฟตามพื้นบางจุดเริ่มกะพริบจาง ๆ แสดงว่ากระแสไฟกำลังกลับเข้าสู่ส่วนต่าง ๆ ของอาคาร
แต่ภารกิจยังไม่เสร็จ
โนดสั่นขึ้นอีกครั้ง
FINAL STEP
เปิด MAIN POWER GATE
ตำแหน่งของแผงควบคุมหลักปรากฏบนชั้นล่าง ฝั่งตรงข้ามกับบันได
เหลืออีกเพียงอย่างเดียว
วีวี่หมุนตัวแล้ววิ่งลงบันไดทันที
ด้านบนเงียบ
ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีเสียงของคนกระโดดลงจากคาน
แต่เธอไม่คิดใช้ความเงียบเป็นหลักฐานว่าอีกฝ่ายยังอยู่ที่เดิมอีกแล้ว
แผงควบคุมหลักอยู่ตรงผนังอีกฝั่ง
เห็นแล้ว
วีวี่เร่งฝีเท้า
ห้าเมตร
สี่
สาม—
เงาร่างใหญ่พุ่งตัดผ่านด้านหน้า
“เฮ้ย!”
เธอเบรกกะทันหัน รองเท้าลื่นไปกับฝุ่นบนพื้นจนต้องกางแขนช่วยประคองตัว
มาเร็กลงมายืนขวางหน้าแผงควบคุมได้พอดี
เขาไม่ได้หอบ
สีหน้ายังคงสบายเหมือนเดิม
มีเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากที่บอกชัดว่าเขาตั้งใจมายืนตรงนี้
วีวี่มองเขาอย่างเอาเรื่อง
“ตั้งใจขวางใช่ไหมคะ”
“ใช่”
เขาตอบทันที
“ผมอยากเห็นว่าถ้าทางตรงใช้ไม่ได้ คุณจะทำยังไงต่อ”
วีวี่ขยับไปทางซ้าย
เขาเลื่อนตาม
เธอเปลี่ยนไปทางขวา
เขาก็ปิดได้ทันอีก
ช่วงแขนกับช่วงขาของเขายาวเกินไป ต่อให้เธอเร็วกว่าในจังหวะสั้น ๆ ก็คงยากจะผ่านไปโดยไม่ถูกคว้า
วีวี่ถอนหายใจ
“ยืนเต็มทางขนาดนี้จะให้ผ่านยังไง”
มาเร็กหัวเราะเบา ๆ
“นั่นแหละที่ผมอยากรู้”
“ถ้าฉันทำได้จริง อย่ามาหงุดหงิดทีหลังนะคะ”
“ถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าคุณเก่ง”
วีวี่หยุดบ่น
สายตาเริ่มสำรวจพื้นที่ตรงหน้าอย่างจริงจัง
Echo Tag อยู่ในกระเป๋า แต่ระยะใกล้เกินไป ต่อให้โยนเสียงล่อไปอีกทาง มาเร็กก็ยังเห็นเธออยู่เต็มตา
ด้านข้างไม่มีช่อง
เหนือศีรษะก็ไม่มีอะไรให้ใช้ทันที
สายตาของวีวี่จึงกลับมาที่เขา
ไหล่กว้าง
แขนยาว
ช่วงขายาว
เขายืนแยกเท้าเล็กน้อยเพื่อพร้อมขยับปิดทางทั้งสองฝั่ง
สายตาของเธอหยุดอยู่ตรงช่องว่างนั้นเพียงแวบเดียว
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
บ้ามาก
แต่พอเป็นไปได้
ปัญหาคือเธอต้องเข้าไปใกล้เสียก่อน
หากวิ่งเข้าไปตรง ๆ เขาคงคว้าตัวได้ทัน
ต้องทำให้เขาเสียจังหวะ
ไม่ต้องนาน
เพียงเสี้ยวเดียวก็พอ
วีวี่เงยหน้าขึ้น
ความตึงตรงหว่างคิ้วค่อย ๆ คลายลง ไหล่ที่เกร็งอยู่ถูกปล่อยให้ผ่อน ก่อนสายตาจะไล่มองชายตรงหน้าตั้งแต่ใบหน้าลงมาถึงช่วงอกอย่างเปิดเผย
มาเร็กสังเกตเห็นทันที
“คิดอะไรอยู่”
วีวี่ไม่ได้ตอบ
เธอมองเขาอีกครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
“จริง ๆ แล้วพอมองดี ๆ…”
สายตาเลื่อนไปตามช่วงไหล่กว้าง ก่อนกลับขึ้นมาสบกับดวงตาสีอำพัน
“คุณหล่อกว่าที่คิดนะคะ”
มาเร็กเงียบไปชั่วขณะ ก่อนหัวเราะออกมา
“เปลี่ยนอารมณ์เร็วดีนะ เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนอยากหาของมาฟาดผมอยู่เลย”
“ตอนนั้นมัวแต่หงุดหงิดค่ะ”
วีวี่เริ่มเดินเข้าไปหา
ทีละก้าว
“พอมีเวลามองดี ๆ แล้วก็ต้องยอมรับว่าหน้าตาคุณใช้ได้เลยนะ”
มาเร็กยังยืนอยู่ที่เดิม แต่แววตาระวังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วที่เดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ เกี่ยวกับหน้าตาผมด้วยหรือเปล่า”
วีวี่หัวเราะเบา ๆ
“ก็ส่วนหนึ่งค่ะ”
เธอเดินเข้าไปอีก
“จริง ๆ ฉันชอบคนหน้าตาดีนะ”
มาเร็กมองเธออย่างขำ ๆ
“ฟังอยู่”
สายตาของวีวี่เลื่อนลงไปตามช่วงไหล่และลำตัวอย่างไม่คิดปิดบัง
“แล้วก็ชอบคนหุ่นดีด้วย”
เธอเงยหน้ากลับ
“ซึ่งคุณดันตรงทั้งสองอย่างเลย”
ด้านหลังเป็นช่องแคบ มืดและเตี้ยพอให้คนหนึ่งคนก้มตัวลอดเข้าไปได้ กลิ่นน้ำมันเครื่องกับฝุ่นอับลอยออกมาจากด้านในโนดบนข้อมือสั่นทันทีUNREGISTERED ROUTE DETECTEDWARNING: ROUTE NOT VERIFIEDวีวี่มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง“เจอแล้ว…”“หรือเจอทางที่มีปัญหาก็ได้ครับ”เสียงเดียวกันดังขึ้นจากด้านหลังใกล้กว่าเดิมมากวีวี่หันกลับทันทีชายผมเงินลงมาจากชั้นลอยแล้วเธอไม่รู้ว่าเขาลงมาตอนไหนตอนนี้เขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบเมตร มือทั้งสองข้างวางอยู่ข้างลำตัวอย่างสบาย ท่าทางไม่ได้แสดงว่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่ระยะที่ลดลงกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีในจังหวะเดียวกัน โนดก็กระตุกแรงWARNINGKEEPER PRESENCE CONFIRMEDIDENTITY: UNKNOWNวีวี่เหลือบมองหน้าจอ ก่อนเงยกลับไปหาเขา“ทำงานแล้วสินะ”ชายผมเงินมอง NODE บนข้อมือเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ“ฟังจากน้ำเสียง คุณดูไม่ค่อยประทับใจมันเท่าไร”“ก็ถ้ามันเตือนหลังเจ้าตัวมายืนใกล้ขนาดนี้ จะให้ประทับใจตรงไหนคะ”“มีเหตุผล”วีวี่ขยับตัวให้ช่องเปิดอยู่ด้านข้าง ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกบีบติดกับฐานม้าหมุนชายตรงหน้าเห็น แต่ไม่ได้ขยับตามเธอจึงถาม“แล้วคุณล่ะคะ”“ผม?”“ฉันควรไว้ใจคุ
เขาไม่ได้รีบตอบเพียงใช้ปลายนิ้วเคาะราวเหล็กเบา ๆ สองครั้ง ก่อนเอียงสายตาไปทางม้าหมุนที่กำลังเคลื่อนผ่านด้านล่าง“พอจะรู้ว่าคุณวิ่งมาถึงนี่ได้ยังไงครับ”คำตอบที่ไม่ตอบอะไรชัดเจนทำให้วีวี่ถอนหายใจ“ถ้ารู้อยู่แล้ว จะถามทำไมคะ”“ก็อยากฟังจากเจ้าตัว”“แล้วถ้าฉันไม่อยากเล่า?”“ก็ไม่เป็นไร”เขาพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก“คืนนี้ยังอีกยาว ผมไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตอนนี้”วีวี่มองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งมาเร็กทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกไล่แต่ผู้ชายคนนี้กลับต่างออกไปเขาแทบไม่ได้ขยับจากที่นั่งไม่เดินเข้าหาไม่ปิดทางถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรื้อดูทุกการตัดสินใจของเธอทีละชิ้นน่ารำคาญแบบคนละเรื่องเลยวีวี่หันกลับไปมองสามเส้นทางยังไม่ทันเดิน เสียงจากด้านบนก็ดังลงมาอีก“ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงไม่เสียเวลากับประตูแดงหรอกครับ”เธอเงยหน้าขึ้น“ทำไมคะ”“มันล็อก”“รู้ได้ยังไง”“ลองแล้ว”ตอบง่ายเกินไปวีวี่มองเขาอยู่สองวินาที“แล้วฉันควรเชื่อคุณ?”ชายผมเงินหัวเราะเบา ๆ“ไม่ควรครับ”คำตอบนั้นมาเร็วเสียจนเธอหลุดนิ่งไปนิดหนึ่งเขาเอนตัวไปด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งยันราวเอาไว้“ถ้าเป็นผมก็คงไม่เชื่อคน
เสียงฝีเท้าของมาเร็กยังตามหลังมาไม่ห่างวีวี่ได้ยินมันชัดแม้เสียงฝนจะกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของซุ้มเกมร้างสองข้างทาง ทุกครั้งที่รองเท้าของเขากระทบพื้นเปียก เสียงนั้นจะดังหนักและสม่ำเสมอราวกับเตือนว่า ระยะห่างสิบวินาทีที่เขาให้มากำลังหายไปทีละน้อยเธอไม่หันกลับไปมองอีกลมหายใจเริ่มแสบลึกลงไปถึงอก เสื้อผ้าเปียกแนบผิว เส้นผมบางส่วนติดอยู่ข้างแก้มจนรำคาญ แต่เธอยังวิ่งต่อโดยพยายามรักษาจังหวะเท้าไม่ให้ลื่นบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยน้ำขังโนดบนข้อมือกะพริบบอกตำแหน่งเป้าหมายอยู่ข้างหน้าB-04 — 180 Mใกล้แล้วแต่ก่อนที่เธอจะเห็นป้ายของพื้นที่ถัดไป เสียงอีกอย่างกลับลอยแทรกมากับสายฝนเสียงเพลงวีวี่ชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัวทำนองเก่า ๆ ดังแว่วมาจากเบื้องหน้า คล้ายเพลงจากกล่องดนตรีที่ถูกเปิดทิ้งไว้นานจนกลไกเริ่มฝืด โน้ตบางตัวทอดยาวผิดจังหวะ บางช่วงขาดหาย แล้วจู่ ๆ ก็กลับมาดังต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยิ่งเข้าใกล้ เสียงยิ่งชัดเธอพ้นแนวซุ้มเกมร้างออกมา แล้วก็เห็นมันม้าหมุนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางลานกว้างหลอดไฟรอบหลังคาติดขึ้นเป็นหย่อม ๆ สีเหลืองซีดสลับแดง บางดวงดับ บางดวงกะพริบจนแทบมองไม่ทัน ม้าไม้ที
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น“ถ้าจะหนีจริง ก็อย่าเสียเวลาเถียงกับผมเลย”วีวี่หัวเราะออกมา“พูดเหมือนกำลังช่วยเลยนะคะ”“ก็ช่วยให้คุณได้เริ่มก่อนตั้งสิบวินาทีแล้ว”“ใจดีจังนะ”น้ำเสียงประชดจนมาเร็กหัวเราะจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นวีวี่เห็นก็รีบขยับตัว“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยให้ตั้งหลักก่อน—”“สิบ”“คุณนี่จริง ๆ เลย!”รอยยิ้มของมาเร็กกว้างขึ้น“เก้า”วีวี่ไม่เสียเวลาบ่นต่อเธอหมุนตัวแล้วออกวิ่งทันที“แปด!”เสียงของเขาดังตามหลังวีวี่พุ่งผ่านประตูออกไปสู่สายฝนลมเย็นปะทะใบหน้าจนต้องหรี่ตา เสื้อผ้าที่เพิ่งเริ่มแห้งถูกละอองฝนซึมจนชื้นอีกครั้ง พื้นคอนกรีตเบื้องหน้ามีน้ำขังเป็นแอ่งเล็ก ๆ สะท้อนแสงจากเครื่องเล่นที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นริ้วสีแดง เหลือง และน้ำเงิน“เจ็ด!”วีวี่กระโดดข้ามราวเหล็กเตี้ยโดยไม่ลดความเร็ว“หก!”เธอก้มมองโนดเพียงแวบเดียวB-04 อยู่ทางตะวันออกเส้นทางตรงมีสิ่งกีดขวางมากกว่า แต่สั้นกว่าหากต้องแข่งกับคนช่วงขายาวอย่างมาเร็ก การวิ่งอ้อมคงมีแต่เสียเปรียบวีวี่เลือกทางตรง“ห้า!”ถังเหล็กเก่าล้มขวางอยู่ด้านหน้าเธอเร่งฝีเท้า มือแตะขอบถังเพียงชั่วขณะ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกเหวี่ยงขาทั้งสองข
ไม่ทันทันทีที่พ้นตัวเขา วีวี่กดฝ่ามือลงพื้น รับน้ำหนักเพียงชั่วครู่ ก่อนใช้แรงจากหัวไหล่กับสะโพกดึงร่างกลับขึ้นมาแผงควบคุมอยู่ตรงหน้าเธอพุ่งเข้าไป เปิดฝาครอบออกทันทีเสียงหัวเราะของมาเร็กดังลั่นตามหลัง“ลงทุนพูดตั้งนาน ที่แท้ก็รอจังหวะนี้เองสินะ!”วีวี่ยังวุ่นอยู่กับแผงควบคุม แต่รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ถ้าไม่ทำให้คุณมัวแต่คุย ฉันจะเข้าใกล้ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะคะ!”มาเร็กหมุนตัวกลับมาเต็มตัวเสียงหัวเราะยังค้างอยู่ในน้ำเสียง“ผมรู้อยู่ว่าคุณมีแผน แต่ไม่คิดว่าจะทิ้งตัวลงตรงนั้นจริง ๆ”วีวี่คว้าคันโยก“งั้นก็ถือว่าฉันเลือกถูกแล้วค่ะ!”กึก!คันโยกถูกสับลงชั่วอึดใจแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นไฟสถานะบนแผงควบคุมก็กะพริบขึ้นทีละจุด สีแดงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับเสียงมอเตอร์ภายในระบบที่เริ่มทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอหลอดไฟเหนือศีรษะกะพริบสองครั้งก่อนจะติดค้างถัดไปอีกดวงหนึ่งสว่างขึ้นแล้วอีกดวงแสงค่อย ๆ ไล่ต่อกันออกไปตามทางเดินทีละช่วง ความมืดที่ปกคลุมอยู่ตามมุมห้องค่อย ๆ ถอยออก เผยให้เห็นรอยสนิมบนผนัง สายเคเบิลเหนือศีรษะ ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ และหยดน้ำซึ่งซึมเข้ามาตามขอบห
คราวนี้เขาหัวเราะเต็มเสียง“นี่จีบผมจริง ๆ เหรอ”“ขนาดนี้แล้วยังไม่ชัดอีกหรือไงคะ”“ชัดว่าคุณกำลังพยายามทำให้ผมสนใจอย่างอื่นมากกว่า”ตรงเกินไปจนวีวี่เกือบหลุดหัวเราะ“งั้นก็ถือว่าคุณรู้ทันค่ะ”เธอยังคงเดินเข้าไปใกล้“แต่เรื่องที่คุณหล่อ ฉันพูดจริงนะ”รอยยิ้มของเขานิ่งไปเพียงนิดเดียวพอให้วีวี่เห็นเขารู้ว่าเธอมีแผนแต่ดูเหมือนจะสนุกมากพอที่จะปล่อยให้เล่นต่อนั่นก็เพียงพอแล้ว“ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ”วีวี่มองเขาตรง ๆ“จีบมาตั้งพักหนึ่งแล้ว ฉันยังไม่รู้ชื่อเลย”มาเร็กส่ายหน้าพลางหัวเราะ“ตอนจะหนีคิดเร็ว แต่พอจะถามชื่อคนเพิ่งนึกขึ้นได้”“ถ้าหนีไปแล้วเกิดคิดถึงขึ้นมา จะได้รู้ว่าควรเรียกหาใครไงคะ”คำตอบทำให้เขาหัวเราะจริง ๆ“มาเร็ก”วีวี่ทวนชื่อช้า ๆ“มาเร็ก…”เธอพยักหน้าเบา ๆ“เข้ากับคุณดีนะ”“แล้วคุณล่ะ”วีวี่เลิกคิ้ว“คุณรู้ชื่อฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”“รู้”เขาตอบอย่างไม่คิดปิดบัง“วิเวียน ลูน่าเวส”การได้ยินชื่อเต็มของตัวเองจากคนที่เพิ่งเจอกันทำให้วีวี่รู้สึกแปลกไปนิดหนึ่งเธอยกมือขึ้นเหมือนขอให้หยุด“เรียกวีวี่ก็พอค่ะ ชื่อเต็มฟังแล้วเหมือนกำลังถูกเรียกไปเซ็นเอกสาร”มาเร็กหัวเราะ“วีวี่”เ







