เข้าสู่ระบบไม่รู้ทำไมพ่อแม่ฉันถึงมาอยู่ในห้องรับแขกพร้อมน้าอิงฟ้ากับอาเคนได้ ก็ในเมื่อแม่บอกฉันเมื่อวันก่อน ว่ากำหนดกลับมันอีกประมาณเดือนนึง ฉันก็เลย เอ่อ แปลกใจถึงขั้นตกใจอย่างที่เห็น😂“ไง ไม่เจอกันนานเลยลูกสาวแม่” แม่ทักขึ้นมายิ้มๆ พ่อเองก็ยิ้มให้ ในขณะที่ฉันยังงงอยู่เลย แต่ก็ดีใจนะ ที่ได้เจอพ่อแม่สักที“คุณลุงคุณน้า สวัสดีครับ” พี่อคินยกมือไหว้ พ่อกับแม่ก็รับไหว้ ก่อนฉันจะเดินเข้าไปหาท่านสองคนแล้วสวมกอด“คิดถึงจังเลยค่ะ” ฉันทั้งกอดทั้งหอมพ่อกับแม่ฟอดใหญ่จนเต็มปอด“แม่กับพ่อก็คิดถึง” แม่กับพ่อหอมฉันคืน ก่อนฉันจะนึกออกว่าอยากจะถามเรื่องที่พ่อกับแม่กลับก่อนกำหนด“ไหนบอกจะกลับเดือนหน้าไงคะ แล้วทำไมกลายเป็นวันนี้ได้ล่ะ” ฉันถามยิ้มๆ ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่พร้อมกับหันไปหาพ่อทีหันไปหาแม่ที“กลับมารับลูกไง”“คะ!?” พอพ่อตอบแบบนั้น ฉันก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน งงว่าพ่อพูดเล่นหรือยังไง“รับหนูเหรอ?”“จ้ะ พ่อเขาต้องไปประจำที่อเมริกาสักสองสามปี พ่อกับแม่เลยกลับมารับหนูไปอยู่ที่โน่นด้วย” แม่ตอบให้ ส่วนฉันอึ้งไปเลย ก่อนฉันจะหันไปที่พี่อคิน ถึงได้เห็นว่าเขายืนนิ่งไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่สีหน้าและแววต
เขาถามอีกรอบ และฉันในสภาพนี้คงนึกคำตอบอื่นไม่ออก นอกจาก“อืม” ใช่ ตอบตกลง“ขอบใจนะ รักจิดาจัง” พี่อคินยิ้มก่อนก้มลงมาหาฉันอีกนิด ฉันก็ยิ้มตอบ“จิดาก็รักพี่อคิน”“พี่รู้ครับที่รัก” พี่อคินยิ้มบอกอย่างอ่อนโยนก่อนก้มลงจูบฉันอย่างนุ่มนวล ก่อนมันจะค่อยๆหนักหน่วงร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน“อืม...” พี่อคินครางเบาๆพร้อมกับใช้ลิ้นตวัดพันเกี่ยวกับลิ้นฉัน ฉันก็ตวัดลิ้นตอบเขา เราแลกลิ้นกันไปเรื่อยๆอย่างเมามันส์ ลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทุกอย่าง ตอนนี้สิ่งที่คุมเกมคือความรักและความปรารถนาจุ๊บๆ จ๊วบ...เสียงจูบร้อนแรงดังคลอเคล้าไปทั่วทั้งห้อง ผสานกับเสียงครางของฉันและพี่อคิน ก่อนพี่อคินจะถอนจูบออกแล้วถอดเสื้อผ้าฉันอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผ้าขนหนูของตัวเองด้วย ก่อนเขาจะก้มลงมาจูบฉันอย่างหนักหน่วงเหมือนเดิม ฉันเองก็กอดรัดเขาแน่นพร้อมกับจูบตอบอย่างไม่แพ้กัน “อือ พี่อคิน อืมม...” ฉันครางออกมาถี่กว่าเก่า เมื่อพี่อคินจูบปากฉันแล้วไล่จูบลงไปที่ซอกคอแล้วขบเม้มดูดดึงซุกไซ้สลับกันทั้งสองข้าง สิ่งที่เขาทำมันทำฉันเสียวสะท้านยิ่งกว่าเก่า“อือ อื้อ พี่อคิน อืมม...” ฉันทั้งครางทั้งกอดแล้วลูบไล้พี่อคิน
“จิดา” ถึงเขาจะมองฉันแปลกๆ หน้าตาก็ไม่ยิ้มแย้ม เสียงก็นิ่งๆ แต่แค่เขาเรียกชื่อฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว“ค่ะ จิดาเอง” ฉันตอบเขาพร้อมรอยยิ้ม แต่เขาไม่ได้ยิ้มตอบหรอก แต่เขาลุกขึ้นนั่งช้าๆเหมือนอยากจะลงจากเตียง“โอะ โอ๊ย โอ๊ย!” ระหว่างพี่อคินทำท่าจะก้าวลงจากเตียง อยู่ๆเขาก็ร้องออกมาแล้วก็เอามือจับที่หัวเหมือนปวดมาก“พี่อคิน!” ฉันตกใจขึ้นมาอีกระลอก“พี่ปวดหัวเหรอ ปวดแผลเหรอคะ ให้หมอมาดูมั้ย เดี๋ยวจิดาเรียกให้”“มะ...ไม่ ไม่ต้อง” เขาจับมือฉันไว้ จับแน่นมาก โดยที่ไม่หันมามองหน้าฉัน ตอนนี้เขาทำแค่จับมือฉันแล้วนั่งก้มหน้านิ่งๆ หายใจแรงๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่“เอ่อ พี่อคิน พี่ดีขึ้นรึยังคะ” ฉันรอดูเขาอยู่นิ่งๆ ก่อนตัดสินใจถามออกไป เมื่อเขานั่งนิ่งด้วยอาการเดิมนานไปแล้ว“อืม” เขาพยักหน้าตอบก่อนหันมาจ้องฉันนิ่ง“หายแล้ว” ได้ยินว่าเขาหาย ฉันก็ดีใจนะ แต่ทำไมสายตาเขาไม่เป็นมิตรเลย มันทำฉันร้อนๆหนาวๆชอบกล“เอ่อ พี่หายแล้วแน่นะ”“อืม กลับบ้านเถอะ” เขาตอบนิ่งๆ“เอ่อ คา...ค่ะ กลับบ้านก็กลับบ้าน มาค่ะ จิดาช่วย” ฉันยื่นมือไปช่วยพี่อคินลงจากเตียง เขาก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ฉันเลยพาเขาไปนั่งรอฉันจัดการค่
[ AKIN PART ]“เดี๋ยวพวกมึงไปก่อนเลยนะ กูขอไปห้องน้ำหน่อย”ผมบอกไอ้แมคกับไอ้ลีโอหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ“จะไปคนเดียวเหรอ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนมั้ย”“ไม่เป็นไร กูไปได้”“แต่ว่า...”“เอาน่า กูโอเค พวกมึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” ผมแทรกไอ้ลีโอพูดก่อนเดินแยกออกมา ขืนไม่รีบ พวกมันคงหาเรื่องตามมาจนได้ ผมไม่อยากรบกวนพวกมันมากไปกว่านี้ แค่ผมความจำเสื่อมแล้วยังเสือกถ่อสังขารมาเรียนก็เป็นภาระพวกมันมากพออยู่แล้ว เพราะงั้นอะไรที่ผมพอจะช่วยตัวเองได้ ผมก็ควรจะทำ#~~หลังจากเข้าห้องน้ำ ผมก็เดินกลับมาทางเดิม ก่อนผมจะเหลือบไปเห็นจิดา แน่นอน ผมไม่มีทางที่จะไม่เดินเข้าไปหาเธอ “จิดา” ผมเรียกเธอเบาๆก่อนนั่งลงข้างๆ“พี่อคิน” เธอหันมาหาผม เดี๋ยวนะ แล้วทำไมสีหน้าเธอดูเครียดๆ เธอเป็นอะไรไป ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าเธอยังดีๆอยู่เลย“เอ่อ พี่กินข้าวยัง” เหมือนเธอกำลังฝืนยิ้มให้ผมนะ“กินแล้ว เธออ่ะ ทำไมนั่งกินข้าวคนเดียว หน้าก็เครียดๆ เป็นไรรึเปล่า” ผมถามไปตามตรง แปลกใจมากที่เห็นเธอนั่งเครียดแถมยังนั่งอยู่คนเดียว เห็นปกติเธอเคยเล่าให้ผมฟังว่ามีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด หรือเธอจะทะเลาะกับเพื่อนวะ“มิ
Next Morning🌤...วันนี้พอฉันตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงมาข้างล่าง ฉันก็เห็นว่าพี่อคินนั่งอยู่ในห้องอาหารแล้ว แต่นั่งอยู่คนเดียว“มาแล้วเหรอ” พี่อคินเงยหน้าขึ้นมาถามฉัน “เอ่อ ค่ะ แล้ว...”“พ่อกับแม่ติดธุระ เลยรีบออกไป” เหมือนเขารู้ทันเลยแฮะ ว่าฉันจะถามอะไร“นั่งสิ กินข้าวกัน เดี๋ยวจะได้ไปเรียน”“คา...ค่ะ” ฉันตอบไม่ค่อยเต็มเสียง ก่อนนั่งลง ที่ฉันรู้สึกประหม่าแบบนี้ก็เพราะเขานั่นแหละ ที่เขาทำกับฉันเมื่อคืนมันทำฉันสูญเสียความมั่นใจมาจนถึงตอนนี้“เป็นอะไร ท่าทางแปลกๆ” ยังมีหน้ามาถาม นี่เขาไม่รู้ตัวเลยเหรอ???- -!!!“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไร” ถึงในใจจะคิดอีกอย่าง แต่ถ้าให้พูดออกไปตรงๆก็คงไม่ดีว่ามั้ย“อืม” เขาพยักหน้ารับนิ่งๆ ไม่ถามอะไรอีก ที่เขาทำคือหันไปบอกเด็กในบ้านให้เสิร์ฟมื้อเช้า เสร็จแล้วก็ลงมือกิน แต่ฉันนี่สิ กินไม่ลง มันไม่ค่อยหิวอ่ะ เลยนั่งเอามีดเขี่ยๆไส้กรอกไปงั้น“คือยังไง” อยู่ๆพี่อคินก็ถามขึ้นมา ฉันเลยจำต้องหยุดเขี่ยแล้วเงยมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ“คะ?” ฉันทำหน้างงใส่เขาแบบชัดเจนมาก ฉันรู้สึกได้“ก็ที่ทำอยู่อ่ะ คืออะไร เขี่ยเล่นเป็นเด็กๆอยู่ทำไม” ที่แท้ก็เรื่องนี้“อ๋อ เอ่อคื
[ AKIN PART ]Several Days Later...!!!@PRK Hospital ก็อกๆๆ!!!เสียงเคาะประตูทำผมชะงักในสิ่งที่กำลังคิด ก่อนผมจะหันไปมองประตู จากนั้นมันก็ถูกเปิดออกด้วยผู้ชายสองคนที่เคยมาเยี่ยมผมหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ พวกมันบอกว่าชื่อแมคกับลีโอ เป็นเพื่อนสนิทผม แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกหรอก ขนาดผ่านมาหลายวันแล้ว ผมก็ยังจำอะไรไม่ได้สักอย่าง ผมพยายามนึกแล้วนึกอีก แต่ทุกครั้งสิ่งที่ได้คือปวดหัวจนแทบระเบิด และตามมาด้วยความว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำเก่าๆอันไหนผุดขึ้นมาในหัวผมเลย และผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ ความทรงจำทั้งหมดของผมจะกลับคืนมา มันทรมานนะ กับการอยากรู้แล้วไม่รู้ อยากนึกให้ออกแต่ก็นึกไม่ออก“ไง ไอ้สัส วันนี้จำพวกกูได้ยัง” พวกมันถามแล้วเดินมายืนข้างๆเตียง แต่ผมคงทำได้อย่างเดียวคือมองพวกมันนิ่งๆแล้วส่ายหน้า ในขณะที่พวกมันทำหน้าเซ็งทันควัน“เห้อ ยังอีกเหรอวะ วัยรุ่นเซ็งเลยอ่ะ” ประโยคท้าย พวกมันทำหน้าเบื่อโลกยิ่งกว่าเดิมอีก“ก็อยากจำให้ได้ แต่มันนึกไม่ออกจริงๆ” ผมบอกพวกมันเสียงเรียบอย่างปลงไม่ค่อยตก ก็เครียดนั่นแหละเอาตรงๆ“เห้ย ไม่เอาน่า ไม่ทำหน้าอย่างนั้น ตอนนี้ยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ค่อย







