LOGIN
นิยายเรื่อง “Comeback เมื่อรักหวนคืน”
ซันxกรีน คำเตือนก่อนอ่านนิยาย นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายแนวโรแมนติก อิโรติก และดราม่า อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเพศ ภาษา การกระทำ และด้านอื่นๆ ที่ไม่ควรแก่การประพฤติตาม เช่น การกระทำต่อร่างกายผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม การกระทำทางเพศโดยไม่มีสติ ความรุนแรงอันเนื่องมาจากการดื่มสุราหรือของมึนเมา ทั้งหมดของเนื้อหาในนิยาย จึงเหมาะแก่บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ นิยายทั้งหมดของ นามปากกา พิชา - Phicha ถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้เขียน และแต่งเติมเรื่องราวเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ ทำให้อาชีพ หรือหน้าที่การงาน ในทางใดทางหนึ่งของผู้อื่นเสื่อมเสีย และผู้เขียนไม่ได้มีความคิดที่จะสนับสนุนพฤติกรรมเหล่านั้น กรุณาอ่านอย่างมีอรรถรส และความบันเทิงเท่านั้นค่ะ “นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามนำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหาไม่ว่ากรณีใดๆ หากพบเห็นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุด” เจ้าของลิขสิทธ์โดย "พิชา - Phicha” You can follow #Phicha on these channels. It's an encouragement for me too. 😊❤ ------------------- อดีตที่เคยหวานชื่น ภายในห้องเช่าขนาดเล็กใกล้มหาลัย ถึงแม้จะราคาถูกห้องเล็กและแออัด แต่ในตอนนี้มันก็มากไปด้วยความรักความอบอุ่นของคนสองคน ที่มีความรักให้กันอย่างเปี่ยมล้น “สวยไหมกรีน” ในมือหนานั้นมีนาฬิกาข้อมือ ที่เก็บเงินซื้อมาเองให้แฟนสาว “ซัน...เอามาจากไหน” เธอที่เห็นก็ถึงกับเบิกตากว้าง เพราะนาฬิกาแบรนด์นี้ก็มีราคาหลายพัน ซึ่งมันก็แพงมากสำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้มีเงินอย่างพวกเธอ “เป็นเงินที่ซันทำงานพิเศษมาได้ นี่ตั้งใจเก็บเงินซื้อให้กรีนเลยนะ” รอยยิ้มที่อบอุ่นก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้า “ซัน! ซื้อทำไม เปลืองตังค์แย่ ต่อไปไม่เอาแล้วนะ ขายตอนนี้ทันไหมเนี่ย” ด้วยเพราะย้ายออกมาอาศัยอยู่ด้วยกันตามประสาคนรัก ทั้งคู่ไม่ได้มีเงินกันมากนัก ทั้งยังต้องทำงานพิเศษ เพื่อส่งตัวเองเรียนอีกต่างหาก ใช้เงินแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ต้องคิดหนักมาก “ไม่หรอกกรีน ซันอยากให้กรีนมีอะไรใส่บ้าง” เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้ม เพราะรู้ดีว่าแฟนสาวที่วางแผนการใช้เงินอย่างดี จะชอบบ่นเรื่องสิ้นเปลืองมากแค่ไหน “ครั้งหน้าไม่เอาแล้วนะ ซันเก็บเงินไว้ดีกว่า กรีนไม่อยากให้ซันต้องสิ้นเปลือง” “โอเค แต่กรีนชอบไหม” “ชอบ...” เธอแทบไม่อยากพูดคำว่าชอบด้วยซ้ำ เพราะนี่มันก็เป็นสิ่งที่เธออยากได้ แต่ด้วยสถานะแบบนี้การเก็บเงินก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ซัน ชวินทร์ พัฒน์ธรากุล นักศึกษา ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเขาเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์และเขียนโปรแกรมเป็นหลัก กรีน เอวาริณ วณราวงษ์ นักศึกษา ปี 4 คณะมนุษยศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เขาและเธอเป็นแฟนกันตั้งแต่เรียนอยู่ปี 1 และเมื่อขึ้นปี 2 ทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ห้องเช่าขนาดเล็ก ซึ่งแม่เธอทำงานเป็นครูสอนโรงเรียนอนุบาล ส่วนพ่อของเขาเป็น รปภ. ภายในโครงการหมู่บ้านหรู ครอบครัวของแต่ละคนก็มีฐานะไม่ดีด้วยกันทั้งคู่ ก็เลยเน้นหาเงินส่งตัวเองเรียนเป็นหลัก และมีความเข้าอกเข้าใจกันดี ความสัมพันธ์ก็เลยยืดยาวมาถึง 4 ปี แทบไม่เคยทะเลาะอะไรกันเลยสักครั้ง ใบหน้าหล่อก็จ้องเข้าไปนัยน์ตาสวยอย่างลึกล้ำ มือหนาก็จับมือบางไว้จนแน่น เขามักจะให้คำสัญญากับเธอเสมอ เมื่อรู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่าง ในความลำบากของเราสองคนที่ต้องเจอ “กรีน เราลำบากมาด้วยกันขนาดนี้แล้ว ถ้าเรียนจบไป ซันขายโปรแกรมได้ ซันจะเปิดบริษัทใหญ่โต ซันจะเป็นคนรวยให้ได้ ถึงตอนนั้นซันสัญญาว่ากรีนจะมีทุกอย่างที่ควรจะมี ซันจะไม่ให้กรีนน้อยหน้าใครเลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เพื่ออยากให้เธอรับรู้ว่าเขามุ่งมั่นทำตามความฝันมากแค่ไหน และในความฝันนั้นก็มีเธอชัดเจนเสมอ “อือ ถ้าถึงวันนั้น ก็หวังว่าซันจะยังต้องการกรีนอยู่นะ” “โธ่กรีน ชีวิตซันถ้าไม่มีกรีน ซันก็คงจะรักใครไม่ได้อีกแล้ว” และนี่คือสิ่งที่เขาบอกกับเธอตลอดเช่นกัน “หึ ให้มันแน่อย่างนั้นนะ ไม่ใช่ว่าพอมีทุกอย่างแล้ว กรีนจะไม่สำคัญกับซันอีกต่อไป” “สำคัญสิกรีน ซันสัญญาเลย ว่าซันจะไม่รักใครถ้าไม่ใช่กรีนเด็ดขาด” “ขอบคุณมากนะซัน” “อือ ตอนนี้เราลำบากด้วยกันมาก ถึงเวลาที่สบาย กรีนจะเป็นผู้หญิงที่สบายที่สุดในโลก ทุกคนต้องอิจฉากรีน ซันสัญญาเลย” มือหนาก็ชูนิ้วก้อยขึ้นมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคำมั่นสัญญา ที่เขาจะทำแบบนั้นเพื่อเธอคนเดียวจริง ๆ “หึ โอเค สัญญาแล้วนะ” “ซันจะไม่รักใครเลยนอกจากกรีน” แล้วร่างสูงก็ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดจนแนบอก ใบหน้าหล่อก็โน้มเข้าไปจูบที่ขมับเล็กย้ำ ๆ อีกหลายครั้ง มือหนาอีกข้างก็เลื่อนขึ้นไปจับที่หน้าอกใหญ่ “ซัน...” “คืนนี้ขอนะ” “ไม่ได้พรุ่งนี้ มีเรียนแต่เช้า” “หึ กรีนไหวน่า” “ซันนนนนน” แล้วด้วยวัยหนุ่มสาว เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นทุกวันตั้งแต่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เขาเล่นหื่นซะขนาดนั้น จนเธอเองก็พาลหลงมัวเมาไปด้วยจนโงหัวไม่ขึ้น รักเขา... เปิดเรื่องแล้วค่ะ กลับมาอีกครั้งกับแนวรักดราม่าเกี่ยวกับครอบครัว ในเรื่องนี้จะมีสลับบทไปมาในตามช่วงเวลานะคะ เพราะต้องย้อนกลับไปนึกถึงอดีตที่ผ่านมา เป็นแนวดราม่าที่กลับมาเขียนเป็นเรื่องที่สอง ฝากทุกคนด้วยนะคะณ บริษัท CSEPayหลังกลับจากเที่ยวและพักผ่อนอีกวัน วันนี้ก็ต้องมาทำงานตามปกติ ซึ่งประธานหนุ่มที่เอาแต่สนใจงานก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็แทบละทิ้งหน้าที่ที่ไม่จำเป็นทุกอย่าง และติดลูกกับเมียแจ เช่นวันนี้ก็อ้อนให้เมียกับลูกตามมาทำงานด้วย“ซัน เกินไปแล้วนะ เดินห่างหน่อยก็ได้”“ไม่ได้ เมียซันสวยขนาดนี้ อยากกอดอยากอ้อนตลอดเวลาเลย”“เดี๋ยวเถอะ”“คิก ๆ” ยัยหนูที่อยู่บนอ้อมแขนพ่อ ก็หัวเราะคิกคักอย่างพอใจ เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ดูจะรักกันและหวานขึ้นทุกวันแบบนี้“สวัสดีค่ะท่านประธาน น้องกรีน น้องเกล”“สวัสดีค่ะป้าแวว” เด็กหญิงตัวน้อยก็ประนมมือไหว้อย่างน่ารัก จนแวววรรณต้องยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะพี่แวว นี่ของฝากค่ะ” เอวาริณยื่นถุงสีน้ำตาลใบใหญ่ ที่เอามาด้วยให้แวววรรณ“ขอบใจมากจ้ะ”“คุณแวววันนี้มีงานอะไรด่วนไหม”“เอ่อ บริษัทของคุณเจต จะเข้ามาคุยงานด้วยตอน 10 โมงค่ะ”“จะถึงเวลาแล้วหนิ”“ค่ะ แววเตรียมเอกสารทุกอย่างไว้ที่ห้องประชุมเล็กแล้วค่ะ”“โอเค ไปกันเถอะกรีน”“ไปไหน”“ไปคุยงานกับคุณเจตไง”“ได้ไง ซันไปคุยเลย กรีนจะอยู่กับลูก” เธอพูดจาอย่างขัดขืน เพราะรู้ว่าเขาจะพาเธอไปเปิดตัวกับคนอื่นในฐานะภรรยา“
พอเริ่มดึกเสียงพูดคุยก็ยิ่งดังขึ้น เพราะต่างคนต่างก็ดื่มไปพอประมาณ บทสนทนาที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ดังเป็นระยะ“ฮ้าววว”มือน้อย ๆ ยกขึ้นปิดปากหาวอย่างน่าเอ็นดู ซึ่งคุณปู่ที่หลงหลานก็รีบถามทันที“ง่วงเหรอลูก”“ค่ะ”“ปู่พาไปเข้านอนนะคะ”“ค่ะ น้องเกลไปนอนก่อนนะคะ”เด็กหญิงขยับเข้าไปกอดหอมพ่อแม่ แล้วกางแขนให้ปู่อุ้มไปเข้านอน ตั้งแต่ได้อยู่ร่วมกันความสนิทสนมก็เพิ่มมากขึ้น เด็กหญิงไว้เนื้อเชื่อใจทั้งพ่อและปู่ ไม่ต่างจากแม่จนใช้คำว่าครอบครัวได้อย่างสนิทใจพอคุณชาติชัยพาหลานเข้าบ้านพัก ก็เหลือแต่คู่หนุ่มสาว ชวินทร์ที่รอจังหวะนี้มานานก็เริ่มชักชวนแม่ของลูก ออกไปคุยตามประสาคนรักเพียงลำพัง“ไปเดินเล่นกันหน่อยไหม”“ค่ะ”เขาประคองร่างบางออกไปแล้ว ยักคิ้วให้กับทศวรรษ เพราะรู้ว่าต่างคนต่างมีภารกิจซ่า! ซ่า! ซ่า!เอวาริณยืนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง แล้วทอดตามองผืนน้ำที่มีแสงจันทร์ตกกระทบจนระยิบระยับน่ามอง สายลมเย็นที่ปลิวปะทะใบหน้าทำให้เธอหวนนึกถึงวันเก่าที่เคยลำบากด้วยกัน“นึกถึงตอนที่เราเป็นนักศึกษาเนอะซัน ตอนนั้นเราลำบากกันมาก แต่ก็มีความสุขมากเหมือนกัน”“ใช่ เรามีความสุขแค่ไหนซันไม่เคยลืม กว่าจะได
หลังจากปรับความเข้าใจกันได้ เขาก็รีบจุงมือเธอพาไปจดทะเบียนสมรสทันที“นางเอวาริณ พัฒน์ธรากุล” เขาอ่านชื่อและนามสกุลเธอซ้ำอยู่หลายรอบ ด้วยความรู้สึกดีและภาคภูมิใจ ที่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง“พอแล้วซัน รีบกลับกันเถอะ” เธอก็ได้แต่ส่ายหัวด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นเขากลับมาทำตัวเหมือนเดิม เป็นคนรักคนเดิมของเธอ“ครับ คุณภรรยาสุดที่รัก”“หึ ค่า คุณสามี”แล้วทั้งคู่ก็จับมือกันออกไปจากอำเภอ ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ที่มีอย่างมากล้นหลังจากนั้น ชวินทร์ก็พาครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเรือนหอ ทำให้เอวาริณรู้ว่าเขาสร้างที่นี่ไว้เพื่อเธอจริง ๆ เพราะทุกรายละเอียดที่เธอบอกเล่า ชวินทร์ไม่บกพร่องเลยสักจุดเดียว“ทำอะไรกันครับแม่ลูก”พอกลับจากทำงานชายหนุ่มก็รีบตรงไปหาลูกเมียทันที ตอนนี้เขาให้เอวาริณออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวซึ่งเธอก็ยินดี หญิงสาวใช้เวลาที่มีดูแลทั้งเขาและลูก รวมถึงพ่อสามีด้วยความเต็มใจ“กำลังเก็บดอกอัญชันไปต้มน้ำดื่มค่ะ” พูดจบเธอก็เอียงแก้มให้สามีจูบตามความเคยชิน“น้องเกลด้วยค่ะ”“ต้องอย่างนั้นอยู่แล้วค่ะ”ชวินทร์จูบแก้มนุ่มของลูกสาว ก่อนจะอุ้มลูกขึ้นจากพื้น“คิดถึงพ่อหรือเปล่าคะ”“คิดถึงค่ะ
“ให้เขาเข้าร่วมเถอะค่ะ คุณเป็นถึงผู้บริหารแล้วจะตัดสินตามอารมณ์ไม่ได้ ยิ่งได้รับความไว้วางใจให้เอื้อเฟื้อเรื่องสถานที่ ก็ควรมีเหตุผลให้มากหน่อย"“จริง หนูพูดถูก” คุณบวรรีบสนับสนุน เพราะโปรเจคที่ต้องนำเสนอครั้งนี้มันสำคัญกับเขามากจริง ๆ“เอาแบบนั้นเหรอ” ชวินทร์ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จนลลินกำมือแน่นด้วยความริษยา“ค่ะ ส่วนใครทำผิดเราก็ลงโทษคนนั้น”เพียะ!!!ฝ่ามือเล็กฟาดลงที่ซีกแก้มของลลินสุดแรง ภาพไปหน้านองน้ำตา และแววตาที่ฉายความหวาดกลัวของลูกทำให้เธอทนไม่ได้“นี่แก...”“ถ้ายังอยากจะอยู่เสนอโปรเจคก็หุบปาก! ฉันตบเธอในฐานะแม่ที่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกฉัน ครั้งนี้ฉันแค่สั่งสอนแต่ถ้ามีครั้งหน้าคุณจะไม่ใช่แค่โดนตบแน่!” พูดจบเอวาริณก็เดินกลับไปทางเดิม เพราะฝากลูกไว้กับแวววรรณ ที่คิดว่าไว้ใจได้ที่สุดแล้วหลายวันต่อมาจากเหตุการณ์ครั้งก่อน เอวาริณที่มึนตึงอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าเขา ทำเอาชวินทร์กระวนกระวายใจทุกวัน เขาพยายามง้องอนทุกทางแต่เธอก็ปิดกั้นทุกทางเช่นกัน ขนาดว่ามีลูกสาวคอยช่วยเป็นกาวใจก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น“แม่ขา...ดูขาพี่เหมียวสิคะ” เด็กหญิงยื่นให้แม่ดูตุ๊กตาพี่เหมียวซึ่ง
ทั้งคู่ตัดสินใจพากันมาที่ห้องประชุมใหญ่ แล้วขอขัดจังหวะการประชุมด้วยสีหน้าซีดเซียว“พี่แววคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”“เกิดอะไรขึ้น!”“เอ่อ...” แล้วทั้งสองสาวก็รีบกระซิบแวววรรณ ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ตกใจ จนแวววรรณเองก็มีสี่หน้าที่ซีดเซียวไม่ต่างกัน“...” เอวาริณก็มองตามด้วยความแปลกใจ เพราะเห็นว่าแวววรรณ หันมามองหน้าเธออยู่เป็นระยะ“เอ่อ ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ” แล้วแวววันก็ตัดสินใจ ลุกขึ้นไปกระซิบบอกกับท่านประธาน ที่ตอนนี้เขาเริ่มจะพรีเซนต์งานสำคัญอยู่“มีเรื่องสำคัญอะไรงั้นเหรอ”“เอ่อ...คือน้องมิเกลหายไปค่ะ”“อะไรนะ!” แล้วท่านประธานก็ต้องมีสีหน้าที่ตกใจไม่ต่างกัน เขารีบหันไปมองเอวาริณ อย่างคนที่เกรงกลัว“...” ถึงจะไม่ได้พูดเสียงดังแต่เอวาริณที่นั่งอยู่ไม่ไกลมากก็ได้ยินชัดเจน หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วขยับเข้าไปใกล้พนักงานสองคนที่อยู่ตรงนั้น ก่อนจะถามซ้ำ“เมื่อกี้พวกเธอพูดว่าอะไรนะ”“ไม่เกี่ยวกับเธอ”“ฉันถาม!” เอวาริณถามเสียงแข็ง“คือ...น้องมิเกล ลูกสาวท่านประธานที่ให้พวกเราดูหายไป” ถึงแม้ไม่อยากพูดด้วยเท่าไหร่ แต่ก็ต้องตอบไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“...” เอวาริณหันขวับมองใบหน้าหล่อเหลาอย่า
วันต่อมาพออยู่กับคุณปู่หลายวันเข้า หนูน้อยก็เริ่มเบื่อ จนอ้อนขอตามแม่ไปทำงานด้วย“ได้ไหมคะแม่ น้องเกลอยากไปกับแม่ได้ไหมคะ”“ไม่ได้จริง ๆ ลูก แม่ต้องไปทำงาน”ถึงทศวรรษจะใจดีกับเธอแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจที่จะเอาลูกไปทำงานด้วยได้ เพราะเขายิ่งใจดีเธอก็ยิ่งต้องเกรงใจ อีกทั้งเธอยังอยู่ในสถานะลูกจ้าง จึงไม่ควรเลยที่จะทำอย่างนั้น“คุณกรีนคะคุณทศมารอแล้วค่ะ”“ขอบคุณค่ะป้ายุ”หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร แล้วหอมแก้มซ้ายขวาของลูก“อย่างอแงนะคะคนดี วันนี้แม่มีงานสำคัญมากแม่ต้องไปก่อน เอาไว้วันหยุดแม่พาไปเที่ยวสนุก ๆ เลยดีไหมคะ”“ค่ะ ก็ได้” เพราะไม่อยากให้แม่เป็นกังวล ยัยหนูจึงตอบรับเสียงอ่อยพอเอวาริณไปแล้ว ชวินทร์ที่ยังนั่งอยู่ต้องเห็นสีหน้าผิดหวังของลูก เขาจึงขัดเคืองพาลโกรธที่เธอเห็นงานสำคัญกว่า แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้เหมือนกัน“งั้นน้องเกลไปกับพ่อไหมลูก ไปทำงานกับพ่อได้นะ”“จริงเหรอคะ น้องเกลไปกับพ่อได้เหรอ” น้ำเสียงและแววตาของเด็กหญิง ดูสดใสขึ้นมาทันที“จริงสิลูก วันนี้ไปเที่ยวกับพ่อนะคะ”ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีประชุมโปรเจคใหญ่ แต่ชวินทร์ไม่อาจทนเห็นความผิดหวังของลูกได้ จึงตัดสินใจพาหนูน้อยไปท







