Share

บทที่ 13 : แอนติบอดี้

Author: L.sunanta
last update Last Updated: 2025-06-21 22:30:57

หน้ากากผ้าถูกสวมคลุมกระชับ บางคนถึงกับควักเอาหน้ากากกันแก๊สขึ้นมาครอบทั้งหน้าเอาไว้ สถานการณ์ดูโกลาหลหนัก ทุกส่วนสัดวุ่นวายจนจับต้นชนปลายไม่ถูก เหล่ารปภ.ต่างกรูกันเข้ามารุมทึ้งร่างอันไร้วิญาณของลุงคนสวน พวกเขาเปลี่ยนคฤหาสน์ส่วนหน้าให้เป็นดั่งตลาดสดที่คนออกันเต็มพื้นที่

.

การสิ้นชีพของลุงเป็นดั่งหลักฐานสำคัญว่าต่อให้เคหะสถานหรูแค่ไหนเชื้อมันก็ไม่เว้น ทุกคนในบ้าน AP กำลังไม่ปลอดภัย และทางที่ดีก็ควรจะรีบย้ายศพออกไปทำลายทิ้ง แล้วก็ปิดข่าวให้เงียบที่สุด

.

พีวิเคราะห์

.

เขายังคงนั่งยองกุมมือแพรวเอาไว้แน่น ความตื่นเต้นทำเอาเจ้าตัวสั่นไปหมด แม้จะอยู่ในร่างชายแต่จิตใจหาได้กล้าหาญสมดั่งสรีระไม่ เหงื่อเปียกชุ่มมือ มีจังหวะหนึ่งแพรวคิดจะชะเง้อคอส่องเข้าไปดูข้างในเขาก็ยังรั้งเธอเอาไว้

.

"อีพี! มึงเป็นบ้าอะไร? กูแค่จะชะเง้อดูเฉย ๆ นิดเดียวเอง!"

ไม่แปลกที่แพรวจะโกรธเพราะเธอโดนเบรคมาหลายทีแล้ว

.

"ชู่ววว~!"

.

ร่างหนารีบจี่ปากสั่งให้เงียบ เนื่องด้วยเสี้ยววินาทีต่อมานั้นบรรดารปภ.ที่รายล้อมศพอยู่ก็เริ่มออกอาการชักเกร็ง พวกเขาทยอยคุกเข่าลงกับพื้นทีละคนสองคน บางคนกุมมือไว้ที่หน้าอกแล้วก็เริ่มไอค๊อก ๆ แค๊ก ๆ ณ ตอนนี้หน้ากากผ้าดูจะเอาไม่อยู่เสียแล้ว พีกับแพรวเห็นเต็มตาว่าสายรัดนั้นเริ่มละลาย บริเวณที่เป็นแผ่นกรองก็ถึงกับย้วยหยดหลอมลงมาเป็นเมือก

.

"แหมะ!"

.

หน้ากากกันแก๊สเองก็เช่นกัน แผ่นกระจกกั้นขึ้นฝ้ามองไม่เห็น อุณหภูมิภายในน่าจะสูงสุดมันถึงได้ร้าวแล้วก็ปริแตกออกจากกันเสียงดังเพล๊ง! ยามแต่ละคนดิ้นพล่านราวกับตกนรก ลำตัวพวกเขาหงิกงอพับยู่พลันสิ้นใจตายด้วยทุกขเวทนาสังขาร 10 ศพแน่นิ่งอิงชิดติดกับศพลุง

.

"อ๊ะ!"

"อะ..อะไรกันเนี่ยะ?"

แพรวปิดปากแผดเสียงกรี๊ดในลำคอ ก่อนจะหลุบสายตาหันมามองใบหน้าพีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

.

"มันชัดยิ่งกว่าชัดอีกมึง มิวท์ติดเชื้อและพวกเราไม่ควรอยู่ที่นี่"

"ต้องรีบไปจากคฤหาสน์แห่งนี้ให้เร็วที่สุด! , ไป! , ไปเดี๋ยวนี้เลย!"

.

กระเทยควายตะคอกใส่ หมดความจำเป็นที่ทั้งสองจะกระซิบกระซาบกันอีกต่อไป เพราะต่อให้เสียงดังยังไงก็ไม่เหลือยามหน้าไหนมาล็อคตัวอยู่ดี แพรวเห็นด้วยกับสิ่งที่พีพูดทุกอย่างเธอประเมินสถานการณ์เข้ากับข่าวที่เพิ่งดูมา เลยพอจะอนุมานได้ว่ามิวท์น่าจะติดเชื้อจากอสุจิ ดูจากพฤติกรรมการคุกเข่าอมนกเขาให้คนสวนแล้ว แค่นี้เพื่อนลุคคุณหนูก็ไม่ใช่คนเดิมที่แพรวเคยรู้จักอีกต่อไป

.

วาดขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์โดยพลัน ภาพสุดท้ายก่อนยวดยานพาหนะจะลับทิวรั้วไป เธอมองเห็นภาพมิวท์ตอนกำลังคุกเข่าถ่างปากอ้าซ่าโม้คดุ้นให้พี่เปรม แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง

.

"หืม?"

"ใจเย็นแพรว มึงรอดแน่มึงไม่ต้องร้องหรอกกูเปียกหลัง"

.

"ฮึ.. ฮือ.. ฮือ.. ฮือ.."

"ใครบอกกูร้อง กูไม่ได้ร้องสักหน่อย.. ฮือ.. ฮือ.. ฮือ.."

.

.

การตายรายวันยังคงมีต่อเนื่อง เชื้อไวรัสร้ายแพร่กระจายขึ้นสู่อากาศต้านทานแรงโน้มถ่วงทำให้ลอยค้างอยู่ได้นานถึง 3 วัน 3 คืนโดยไม่ตกกระทบสิ่งใด ทำให้มันแพร่ระบาดไปได้ไกลโดยไม่ต้องใช้วีซ่า มันกระจายลงสู่แหล่งน้ำแทรกซึมลงไปทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา , แม้น้ำลำคลอง , ท่อระบายน้ำอันโสโครก , หรือแม้กระทั่งท้องทะเลมันก็แพร่ลงไปถึง ไวรัสไม่ได้มีเหงือกไว้หายใจแต่มันก็ไม่ตายแม้จะอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนน้อยเต็มที

.

ผลพวงจากการระบาดนี้ทำให้หน้ากากครอบแก้วติดใบพัดของบริษัท AP ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า รูปลักษณ์ของเจ้านี่คงไม่ต้องอธิบายซ้ำ แพรวใช้มันจนคล่องแถมคนอื่น ๆ ก็ขาดมันไม่ได้เช่นกัน บริษัท AP ตักตวงจากนวัตกรรมชนิดนี้จนได้รับเม็ดเงินไปมหาศาล พวกเขาขายหน้ากากรุ่นใหม่ตัดราคาหน้ากากอนามัยของรัฐบาล แถมยังส่งออกไปต่างประเทศอีกตั้งหลายคอนเทนเนอร์

.

ยังมีเรื่องของน้ำดื่ม ด้วยความที่ตัวเชื้อแพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำอุปโภคบริโภค ประชาชนจึงจำเป็นจะต้องกดน้ำจากตู้กรองของบริษัท AP เพียงอย่างเดียว มันถูกเรียกว่าตู้อัลตร้าเพราะใช้ระบบแสงอัลตร้าไวโอเลตในการทรานซิสชั่นน้ำให้กลายเป็นไอ ทว่ารูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนตู้กดน้ำหยอดเหรียญธรรมดาทั่วไปนี่แหละ มันถูกติดตั้งกระจายไปตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ แล้วก็มีช่องหยอดเหรียญที่รองรับแค่เหรียญ 10 เพียงอย่างเดียว มิหนำซ้ำยังต้องหยอดถึง 8 เหรียญต่อน้ำเพียง 1 ขวด โอ้แม้เจ้า! โปรดจินตนาการเอาเถอะว่าบริษัท AP จะร่ำรวยขนาดไหน

.

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าท่ามกลางความวิกฤตเช่นนี้ คนเดียวในประเทศที่ยังคงเชิดหน้าชูตาอยู่ได้ก็คือมหาเศรษฐีจากบริษัท AP นี่เอง มิวท์กับครอบครัวกำลังมั่งคั่งขึ้นเป็นเท่าทวี ซึ่งนี่แหละคือความจริงที่มิอาจปฏิเสธ

.

.

"วี้หว่อ! , วี้หว่อ! , วี้หว่อ! , วี้หว่อ!"

.

เสียงหวอรถตำรวจดังแข่งกับรถพยาบาล สถานการณ์อันตึงเครียดทำให้บุคลากรต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ ทว่าระยะหลังมานี้ปริมาณเกินกว่าครึ่งดันกลายเป็นเสียงหวอสัญญาณของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแทน

.

นั่นก็เพราะชาวต่างชาติทุกคนที่ลงเครื่องมาล้วนต้องถูกกักตัวทั้งหมด พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้หากไม่ได้รับการกักกันโรคจนครบระยะเวลาฟักตัวที่ 14 วัน "State Quarantine" คือชื่อเรียกปฏิบัติการ โดยจะทำการคัดสรรโรงแรมต่าง ๆ ที่สะอาดสะอ้านและมีศักยภาพพอเพื่อนำมาใช้เป็นที่กักกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีโรงแรมไหนเข้าเกณฑ์เลยสักแห่งนอกเสียจากโรงแรมในเครือ AP ที่มีนวัตกรรมฆ่าเชื้อแบบอัลตร้าลักษณะเดียวกับที่ใช้ในตู้กดน้ำ

.

ความชาญฉลาดของพวกเขากลายเป็นการผูกขาดแบบกลาย ๆ เหมือนเป็นการมัดมือชกให้ภาครัฐไม่มีทางเลือกจนต้องยอมจ่ายเพื่อให้มาตรการนี้ดำเนินต่อไป นี่แหละคือธุรกิจเพราะถ้าลองนับดูแล้วตั้งแต่เหนือจรดใต้โรงแรมของบริษัท AP มีมากถึงพันกว่าแห่ง ชนิดที่ต่อให้ไม่มีโรคระบาดเฮงซวยนี่แค่ค่าเปิดห้องให้คนเข้าไปขี้ AP ก็นับเงินแต่ละปีไม่หวาดไม่ไหวแล้ว

.

ก็เลยไม่แปลกใจที่พอเวลาผ่านไปสักพัก กระแสความไม่พอใจของสังคมจะปะทุขึ้นมา!

.

รถตำรวจตม.วิ่งจับฝรั่งต่างชาติ รถพยาบาลวิ่งขนส่งผู้ป่วยที่ติดเชื้อ แล้วรถตำรวจล่ะคิดว่าวิ่งกันทำไม? คำถามนี้คนที่น่าจะตอบเราได้ดีที่สุดเห็นจะเป็นแพรว เพราะตอนนี้เธอแทบจะอยู่ใจกลางกลุ่มผู้ชุมนุมเลย

.

"ออกไป! , ออกไป! , ออกไป! , ออกไป! , ออกไป! , ออกไป!"

"AP จงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ!"

เป็นสโลแกนที่แกนนำตะโกนใส่โทรโข่ง เพื่อเชื้อเชิญให้ม็อบพูดตามจะได้ปลุกพลังให้ฮึกเหิม

.

แน่นอนว่าแพรวเองก็ใส่สุดเสียง เธอชูกำปั้นขึ้นฟ้าขย่มโครม ๆ ไปตามจังหวะ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าสิ่งที่บริษัท AP ทำนั้นไม่ถูกต้อง พวกเขาควรจะอยู่ข้างประชาชนที่ลำบากไม่ใช่มาขูดเลือดขูดเนื้อกันในยามวิกฤตเช่นนี้

.

"ไอ้ขี้ตู่! , ไอ้ขี้ตู่! , ไอ้ขี้ตู่!"

เธอตะโกนเสริม ด้วยความหมั่นไส้ AP ที่ตอแหลมานานแสนนาน ผนวกรวมกับการโกรธมิวท์ด้วยก็ส่วนหนึ่ง

.

บ้านเมืองกำลังเกิดกลียุค สถานการณ์บานปลายจนขยายวงกว้าง ทุกอย่างกำลังจะเอาไม่อยู่ กระแสธารแห่งความไม่พอใจถาโถมหนักขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลต้องเผชิญกับแรงกดดันในทุก ๆ มิติ เพราะถ้าไม่ง้อนวัตกรรมของบริษัทหน้าเลือดนี่ชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ก็จะเป็นอันตราย บุคลากรที่เก่งที่สุดในประเทศล้วนสังกัดอยู่ใน AP พวกเขามีโรงพยาบาลเอกชนที่เจ๋งที่สุดในโลก พวกเขามีโรงแรมที่ฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตร้าเทคโนโลยีระดับสูง มิหนำซ้ำยังมีทีมวิศวกรที่ควบคุมอุปกรณ์ไฮเทคทุกชนิดในประเทศนี้ได้ โดยใช้เพียงคอมพิวเตอร์แล็ปท็อบเพียงแค่เครื่องเดียว

.

เรียกได้ว่าภาครัฐไม่มีแต้มต่อใด ๆ เลยมีแต่ตายกับตาย แต่ก็ถือว่ายังพอมีโชคอยู่บ้างเพราะท้ายที่สุดแล้วประเทศนี้ก็หลุดพ้นจากวิกฤตม็อบมาได้ ด้วยการใช้วิกฤตโรคภัยที่มีอยู่เดิมให้เป็นประโยชน์

.

นั่นก็คือ..

.

จู่ ๆ พื้นถนนก็แตกระแหง รอยแยกฉีกตัวเป็นแนวยาวราวกับสายฟ้าฟาดปักลงไปในเนื้อดิน ท่อแก๊สรั่วพ่นละอองฟูฟ่อง กลุ่มคนแตกกระเจิงต่างคนต่างไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าพลานุภาพของเชื้อไวรัสมรณะสายพันธุ์นรกจะรุนแรงถึงเพียงนี้ คำเตือนที่ว่าให้รักษาระยะห่างจึงไม่ใช่เรื่องตลก เพราะถ้าพวกเขาแออัดยัดเยียดจนเกินไปก็จะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของมัน

.

กลุ่มผู้ประท้วงหลอมละลายดุจไอติมแท่ง เสื้อผ้าพวกเขากลืนหายกลายเป็นน้ำกลั้วไปกับกระดูกที่โดนเชื้อร้ายย่อยสลายจนเละเทะ นับร้อยชีวิตไหลย้อยลงไปในซอกถนนที่แตกระแหง ไม่เหลือแม้แต่ศพ ไม่มีแม้แต่เศษชิ้นส่วนเนื้อ covid สายพันธุ์ใหม่ทรงพลังยิ่งกว่าอาวุธเคมีใด ๆ ดีแค่ไหนแล้วที่แพรวหนีรอดออกมาได้อย่างเฉียดฉิว

.

ภาพการตายหมู่กับเสียงโหยหวนยังคงก้องอยู่ในหูเธอ หมดกันความเกรี้ยวกราดอยากเรียกร้องที่เตรียมมา แม้แต่ป้ายผ้าป้ายไฟก็ยังไม่ได้ใช้ งานนี้ม็อบเป็นฝ่ายแพ้อย่างราบคาบ "อย่าเก๋ากับธรรมชาติ" น่าจะเป็นคำคมที่เหมาะที่สุดเพราะศัตรูตัวจริงหาใช่บริษัท AP หรือรัฐบาลไม่ หากแต่เป็นเชื้อไวรัสขนาดจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าต่างหาก

.

บทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มาตรการต่าง ๆ ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เสียงไซเรนดังระงมไปทั่ว จากแต่ก่อนที่เป็นเสียงหวอของรถตำรวจ , รถพยาบาล , แล้วก็รถตม. ตอนนี้ได้เพิ่มหวอของรถตรวจเชื้อเคลื่อนที่เข้ามาด้วย พวกมันได้รับคำสั่งให้วิ่งพร่านไปทั่วทั้งเมืองเพื่อสุ่มตรวจผู้คนซึ่งเป็นการตรวจแบบเชิงรุก กล่าวคือหากพบผู้ติดเชื้อเมื่อไหร่ก็จะทำการจับกุมและนำตัวมากักกันในทันทีไม่มีข้อยกเว้น

.

.

ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึี่งในสังกัดของ AP

.

ในห้องประชุมปลอดเชื้อต่อหน้าฟิล์ม TC แสกนของผู้ป่วย covid รายหนึ่ง คณะแพทย์กำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับประเด็นการรักษาอย่างเข้มข้น

.

"ตัวอย่างเลือดหมายเลข 001 ให้ผลออกมาเป็นบวก มีความเป็นไปได้ที่เราจะทำการผลิตแอนติบอดี้จากเลือดของเขาครับ"

นายแพทย์คนหนึ่งบอก เขาเดินไปดูใกล้ ๆ ฟิล์มแสกน พลางทอดสายตาลงต่ำมองดูผู้ป่วยที่สลบอยู่บนเตียงผ่านจอมอนิเตอร์ไปด้วย

.

"แต่มันจะเป็นการทรมานผู้ป่วยนะ พวกเขาไม่ใช่ศพยังเป็นคนที่มีลมหายใจ ผมไม่เห็นด้วย! เราควรทดลองกับสัตว์ทดลองก่อนอย่างน้อยก็ไม่ผิดจรรยาบรรณ"

หมออีกคนค้าน

.

"แล้วมันมีเวลาขนาดนั้นไหมล่ะ! คุณก็เห็นว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่มีหมออย่างเราประเทศนี้ก็ไม่มีทางรอด!"

.

"แต่?"

.

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เราได้ข้อสรุปแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะทำลายตัวเองถ้าใช้แอนติบอดี้ของผู้ป่วยเก่า ถ้าคุณกลัวทำคนตายนักคุณก็แค่ไปหาผู้ป่วยมาสะสมไว้เยอะ ๆ แค่นี้ก็พอแล้ว"

.

คำพูดจากปากหมอช่างเหมือนหมาซะยิ่งกระไร หลังการถกเถียงอันเผ็ดร้อนก็ได้มีการเซ็นคำสั่งอนุมัติโดยท่านประธานใหญ่ของ AP ข้อมูลผู้ป่วย covid มากมายใน State Quarantine ก็เลยถูกเปิดเผยออกมาหมด นั่นเท่ากับว่าบรรดาผู้ป่วยล้วนต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นหนูทดลองให้พวกหมอ ๆ โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่

.

แต่ก็ยังไม่พอเพราะเมื่อความรุนแรงของเชื้อถูกนำมาเป็นข้ออ้างโดยชอบทำ กระดาษคำสั่งแผ่นนั้นจึงเป็นดั่งอาญาสิทธิ์ที่เปิดทางให้รถตรวจเชื้อวิ่งไปที่ไหนก็ได้ เพื่อควานหาคนติดเชื้อเข้ามาเพิ่ม

.

ยานพาหนะสี่ล้อหักเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งอยู่ในซอกตึกแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ในชุดเกราะถือไม้กระบองกระโดดลงจากท้ายรถ พลันกระหน่ำฟาดใส่คนทุกคนที่เดินผ่านมาจนช้ำ พวกเขาพิพากษาคนผ่านปืนวัดอุณหภูมิที่ถือไว้ในมืออีกข้าง ใครมีไข้สูงถือว่ามีความเสี่ยงและจะต้องโดนจับไปตรวจอย่างละเอียดบนรถอีกรอบ หากพบว่าเป็นบวกคือเรียบร้อย! ต้องถูกส่งเข้าสถานกักกันทันที

.

ปากก็อ้างว่ารักษาแต่ความจริงคือการเอาคนไปสกัดเป็นยาเสียมากกว่า นี่เหรอหมอ? นี่เหรอบุคลากรทางการแพทย์ที่ใครต่างก็คาดหวัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 165 : จบบริบูรณ์

    "ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 164 : Armageddon!

    ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 163 : Canon bomb!

    บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 162 : แหวกแม่งทั้งบ้าน!

    มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 161 : มันคงเป็นไวรัส!

    ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 160 : กลับบ้าน

    "ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status