LOGINและขณะหลับนี่เองที่ทำให้พวกคุณหมอเห็นตรงกันว่าจะต้องเร่งสรุปผลแอนติบอดี้ให้แล้วเสร็จ พวกเขาต้องทำงานแข่งกับเวลาจะช้าไม่ได้ ขืนช้ากว่านี้บ้านเมืองคงพังทลายไปซะก่อน ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยโควิดนับสิบชุดจึงถูกนำมาสานต่อที่ห้องแล็บปฏิบัติการ แอนติบอดี้ที่ได้มาจากเปรมสด ๆ ร้อน ๆ ถูกนำมาหยดใส่ลงไปในจานเพาะ ทำให้กระบวนการสังเคราะห์เดินหน้าต่อไปได้
.
ดูทรงพวกคุณหมอคงจะพอมีหวัง ค่อนข้างจะได้ผลดีทีเดียวเมื่อเลือดของเปรมที่เป็นต้นตอของเชื้อสายพันธ์ุ New hell ได้เข้าไปทำลายเชื้อโควิดสายพันธ์ุเก่าได้อย่างราบคาบ มันทำการจับคู่กับฮิโมลโกลบินในกระแสเลือดผู้ป่วย และแบ่งตัวเองออกไปกระตุ้นภูมิต้านทานให้แก่เซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายผู้ป่วยเกิดภูมิและต่อสู้กับเชื้อไวรัสชนิดเก่าได้อย่างมีนัยยะสำคัญ
.
ทว่าก็น่าเสียดายที่ดันดีไม่สุด เพราะหลังจากใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องครั้งแล้วครั้งเล่า บวกกับการวิเคราะห์ตัวอย่างเชิงลึกอีกนับพัน ๆ ตัวอย่าง คณะแพทย์ต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเลือดของเปรมนั้น Positive เกินไป แอนติบอดี้จากสารคัดหลั่งในตัวเขาให้ฤทธิ์ที่เข้มข้นมากจนล้นต่อความต้องการของร่างกาย หากนำไปฉีดให้แก่ผู้ป่วยโควิดจริง กล่าวคือพวกเขาจะหายจากเชื้อตัวเก่าแต่จะมาติดเชื้อสายพันธุ์ New hell ที่รุนแรงกว่าชนิดเดิมแทน นั่นจึงเท่ากับว่าที่ทำมาล้วนสูญเปล่า , ไร้ค่า , ไร้ราคา , ไร้ประโยชน์
.
ความผิดหวังและคราบน้ำตาบังเกิดขึ้นในห้องแล็บ หมอหลายสิบชีวิตที่ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของประเทศ ต่างก้มหน้ายอมรับว่าไม่เหลือแสงสว่างใดที่ปลายอุโมงค์อีกแล้ว เปรมคือความหวังเดียวที่มี มิหนำซ้ำเขายังเป็นถึงลูกชายคนเดียวของบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ที่มีบุญคุณต่อหมอทุกคนในประเทศ แล้วนี่เหรอคือสิ่งที่พวกเขาได้รับ ถ้ามีวิธีที่ทำให้แอนติบอดี้ในเลือดเปรมอ่อนค่าลงบ้างก็คงดี น่าเสียดายที่ในโลกนี้ยังไม่มียาที่ทำแบบนั้นได้
.
“นอกเสียจากการทำให้เลือดของเขาสูญเสียความเสถียร!”
เสียงนายแพทย์อาวุโสเจ้าของโครงการโพล่งคำขึ้นกลางห้องแล็บ แกมีผมสีขาวสว่างโพลนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่นและริ้วรอยจากความตึงเครียด สวมแว่นหนาเตอะแต่การประเมินสถานการณ์นั้นค่อนข้างเฉียบคม
.
“คุณพยาบาลตอนนี้โรงบาลเรามีผู้ป่วยโควิดกี่คน?”
.
พยาบาลสาวหุ่นสะบึมคนเดิมรายงานไปตามความจริง ทำให้ทราบว่าที่นี่มีผู้ติดเชื้ออยู่มากทีเดียว แต่ละคนมาจากต่างสาขาอาชีพแล้วก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมไปถึงกลุ่มเพศทางเลือกด้วย ซึ่งสาเหตุที่หมอผู้รับผิดชอบโครงการถามเช่นนั้นก็เพราะแกต้องการจะทราบตัวเลขของผู้ป่วยโควิดที่เป็นเพศหญิง
.
ไอเดียของแกคือการถ่ายเลือดใหม่ให้กับเปรม โดยการนำเลือดผู้หญิงที่มีฮอร์โมน Estrogen ถ่ายโอนเข้าไปด้วย ด้วยวิธีนี้จะทำให้การผลิต Growth ฮอร์โมนของเปรมมีปริมาณที่น้อยลง สารคัดหลั่งจากตัวเขาจะด้อยคุณภาพลงไปตามกัน แล้วแอนติบอดี้ที่สกัดใหม่หลังจากนั้นก็จะให้ค่าความเข้มข้นที่ลดน้อยลงตามไปด้วย จนสุดท้ายทีมแพทย์ก็จะนำมาฉีดเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิดคนอื่น ๆ ได้
.
เป็นแผนที่ฟังดูปังแต่ยังไม่เคยมีใครทดลองทำมาก่อน หลักฐานคือบรรดานายแพทย์คนอื่น ๆ ต่างก็ยังคงตั้งคำถามกับไอเดียนี้อยู่ ทว่าด้วยความเกรงใจในความอาวุโสบวกกับเวลาที่กระชั้นชิด พยาบาลสาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็เลยต้องรีบลงมือจัดแจงระดมเก็บตัวอย่างเลือดผู้ป่วยโควิดเพศหญิงตามที่คุณหมอสั่งทันที
.
เธอเขี่ยแท็บเล็ตบนมือให้หน้าจอสว่างขึ้น พลางรายงานตัวเลขต่อหน้าคุณหมอทุกคนอีกครั้ง
.
“เรามีผู้ป่วยสตรีจำนวน 65 รายค่ะ ดิฉันจะให้พยาบาลทุกคนระดมเก็บตัวอย่างเลือดเดี๋ยวนี้เลยค่ะคุณหมอ”
.
“ขอบคุณมากแล้วลงไปเจอกันที่ชั้นใต้ดินนะ ผมจะไปตระเตรียมคุณเปรมหมายเลข 001 ของเราให้พร้อมสักหน่อย เราคงต้องพึ่งเขาอีกสักยก”
คุณหมอผมสีดอกเลาพูด
.
.
คนที่ซวยก็เลยกลายเป็นเปรมโดยไม่ต้องสืบ ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์หลังจากนั้นเขาแทบไม่ได้หลับได้นอน ตามตัวมีแต่รอยเข็ม พยาบาลในชุด PPE เดินเข้าเดินออกเป็นว่าเล่นเพื่อเข้ามาฉีดเลือดติดเชื้อของสตรีเข้าสู่ร่างกายเขา ฉีดแล้วก็รอผลแล็บ แล้วก็ฉีดอีก แล้วก็รอผลแล็บ สลับไปสลับมาอยู่แบบนี้ แต่จนแล้วจนรอดจนกระทั่งผู้ป่วยโควิดหญิงล่วงเลยมาถึงรายสุดท้ายในรายที่ 65 ค่าความเข้มของแอนติบอดี้ในเลือดเปรมก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย เขายังคงเป็นตัวอันตราย และเลือดของเขาก็ยังพร้อมจะแพร่เชื้อ Covid-19 สายพันธุ์ New hell ได้อยู่ต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
.
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงถาโถมเข้าไปสู่นายแพทย์ผู้รับผิดชอบโครงการอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งหมอด้วยกันเองที่อายุน้อยกว่า ต่างคนก็ต่างพยายามค้านว่าวิธีนี้มันไม่เวิร์ค แต่แกก็ยังคงดื้อ เดือดร้อนไปถึงคุณพยาบาลที่ต้องมารับคำสั่งเพิ่มเติมในอีกคำรบ
.
“คุณพยาบาลเดี๋ยวคุณช่วยทำเรื่องไปที่โรงพยาบาลตามต่างจังหวัดนะ ว่าให้พวกเขาส่งตัวผู้ป่วยโควิดที่เป็นผู้หญิงมาที่ตึกเราหน่อย บอกเขาด้วยว่าเป็นโรงพยาบาลในเครือ AP อะไร ๆ จะได้สะดวกขึ้น”
หมอสูงวัยกำชับ
.
สวนทางกับผู้ช่วยสาวที่ตอบกลับมาแบบห้วน ๆ เธอปาดนิ้วลงบนจอแท็บเล็ตพลางทอดสายตาดูตัวเลขสต๊อกผู้ป่วยอีกครั้ง
.
“ก็ทำได้อยู่ค่ะคุณหมอ แต่หนูอยากให้คุณหมอลองทำอะไรดูสักอย่าง เราอาจจะมองข้ามผู้ป่วยตกสำรวจกลุ่มนี้ไป “พวกกระเทย” อ่ะค่ะ พวกเขามีทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชายอยู่ในคน ๆ เดียวกัน บางทีอาจจะเวิร์คก็ได้นะคะ”
.
เรียกเสียงฮือฮาจากคณะแพทย์ได้เป็นวงกว้าง มันอาจจะฟังดูบ้าบิ่นแต่ก็ดูเป็นเหตุเป็นผลอยู่พอสมควร มิหนำซ้ำผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็มีอยู่ในสต๊อกอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการรอส่งตัวผู้ป่วยจากต่างจังหวัด เปรมเองก็เหนี่อยล้าเต็มทีขืนใช้งานเขามากไปกว่านี้ เกิดตายขึ้นมาประเทศชาติคงจะดับสูญ
.
สาวประเภทสองตัวเป็น ๆ แถมพ่วงด้วยอายุอานามที่มากถึง 65 ปี จึงถูกนำตัวเข้ามาพบคณะแพทย์ “กระเทยเฒ่า” คือโค้ดเนมที่พวกคุณหมอเรียกเธอ ทว่าครานั้นเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ว่าอะไรก็ในเมื่อหลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่ เธอพร้อมซะยิ่งกว่าพร้อมกลายเป็นดีซะอีกที่เลือดของเธอจะได้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ หากมันจะช่วยรักษาเชื้อโควิดได้เธอก็แสนจะภาคภูมิใจ
.
“เจาะไปเลยค่ะหมอ ดิฉันพร้อมแล้ว”
กระเทยเฒ่าพูด เธอสะบัดผมต่อไม่รอแล้วนะพลันยื่นแขนให้คุณพยาบาลคนเดิมจัดแจงด้วยความเต็มใจ
.
"จึก!"
.
ออสก้ามีรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมฉันใด สาวประเภทสองนางนี้ก็คงจะลงเอยเช่นนั้น เพราะหลังจากนำเลือดของเธอไปฉีดให้เปรมเสร็จ เธอก็ถูกจับใส่รถเข็นและเข็นกลับไปนอนพักยังจุดที่กันไว้สำหรับผู้ป่วยโควิด - 19 ในโรงพยาบาลตามเดิม แล้วหลังจากนั้นที่นี่ก็ไม่มีใครได้เจอเธออีกเลย รางวัลของเธอคือคำกล่าวขอบคุณจากบรรดาคุณหมอ พร้อมกับเสียงสวดภาวนาว่าขอให้เคสนี้สำเร็จ ขอให้เลือดกระเทยทำให้เลือดแมน ๆ เงี่ยน ๆ ของเปรมเจือจางลง แอนติบอดี้จากตัวเขาจะได้นำมารักษาผู้คนได้
.
หลายชั่วโมงผ่านไป
.
ภายในห้องพลาสติกที่มองเห็นกันและกันจากทั้งสองฟาก เปรมลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกคุ้นชินนั่นคือความชาตรงบริเวณท้องแขน ตรงตำแหน่งที่ถูกเจาะให้เลือด เขาลุกขึ้นจากเตียงได้เองพลันพยายามมองไปรอบ ๆ จ้องหน้าพวกคุณหมอคุณพยาบาล แล้วก็พบว่าหน้ากาก N95 แทบไม่ช่วยอะไรเลย เพราะแววตาของแต่ละคนนั้นเป็นแบบเดียวกันหมด คือกำลังตั้งคำถามว่าการฉีดเลือดกระเทยเข้าร่างครั้งนี้สำเร็จตามที่คิดรึเปล่า?
.
“ไงล่ะหมอ! มันสำเร็จไหม อย่าพากันเงียบสิตอบผมด้วย?”
เปรมทุบกระจกพลาสติกโครม ๆ เขาเองก็อยากรู้เช่นกัน
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







