LOGINผิวพรรณดูมีน้ำมีนวลขึ้น รอยจ้ำตามแขนขาและลำตัวเริ่มจางไป เปล่าเลยเปรมไม่ได้ใช้ครีมบำรุงผิวสารสกัดจากเมือกหอยทากใด ๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นเพราะผลจากเลือดของกระเทยเฒ่าที่ฉีดเข้าสู่เส้นเลือด ปฏิกิริยาอลูมินั่มแทบจะเกิดขึ้นในทันที วินาทีที่เลือดจากสองแหล่งแล่นผสมกัน ทำให้เกิดสภาวะเชื้อผลักเชื้อ และแอนติบอดี้กำลังจะอ่อนฤทธิ์
.
ได้ผลอย่างชะงักงันเมื่อมองด้วยตาเปล่า มีทีมแพทย์อีกหลายชุดใส่ชุด PPE เข้ามาเช็คผลและเก็บผลเลือดไปตรวจในห้องแล็บ เพื่อความแน่ใจว่ามีแอนติบอดี้ในการรักษา Covid-19 แล้วจริง ๆ ประเทศไทยกำลังจะรอด พวกเราผลิตยารักษาได้เองแม้ที่มาที่ไปจะแปลกพิสดารไปซะหน่อยก็เถอะ
.
3 วันผ่านไป
.
ภายหลังจากการเฝ้าติดตามอาการและเช็คผลแล็บ ก็ได้ข้อสรุปออกมาว่าเปรมยังคงมีเชื้อสายพันธุ์ New hell อยู่ในร่างกาย แต่จะไม่แสดงอาการและอัตราการแพร่เชื้อก็อยู่ในระดับต่ำ นอกเหนือจากนั้นคุณหมอยังวิเคราะห์ต่ออีกว่าเพราะเหตุใดเลือดกระเทยอาวุโสถึงได้ผล
.
คำตอบคือเพราะเลือดที่ได้มานั้นมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่เยอะมาก เรียกได้ว่าทุก 10 ซีซีจะมีเหล้าผสมอยู่ถึง 3 ใน 4 ส่วน มิหนำซ้ำในเลือดของเธอก็ยังมีส่วนผสมของยาคุมกำเนิด มวลสารสากลของกระเทยทั้งชาติที่มีไว้สำหรับกินเพื่อให้หน้าอกมีขนาดใหญ่คล้ายกับผู้หญิง
.
ปัจจัย 2 สิ่งนี้รวมกันทำให้แอนติบอดี้ในการรักษาสัมฤทธิ์ผล เปรมก็เลยกลับมามีสุขภาพแข็งแรงและหายโทรม เนื้อตัวเขากลับมาเต่งตึงใบหน้าที่เคยซูบผอมก็กลับมามีสีสัน เรียกรอยยิ้มให้แก่บรรดาหมอ ๆ ทั้งคณะ พวกเขาถึงกับกอดคอกันกระโดดโลดเต้นดีใจกันสุดเหวี่ยง ที่ในที่สุดก็ทำให้เปรมที่เป็นตัวแม่แห่งเชื้อสายพันธุ์ New hell กลายเป็นอาวุธสำคัญที่ใช้รักษาเชื้อโควิดเวอร์ชั่นออริจินอลได้
.
สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงทีละเปราะ ผู้คนเริ่มทยอยหาย มีการออกข่าวกันครึกโครมว่ารัฐบาลค้นพบยาต้านเชื้อสูตรใหม่ที่ทำให้โรงพยาบาลและสถานกักกันโรคต่าง ๆ มีปริมาณผู้ป่วยลดลง แอนติบอดี้จากตัวเปรมใช้ดีเหลือเชื่อ เขาถูกนำตัวออกจากห้องขังพลาสติกและสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ แต่ก็ถูกขอร้องเอาไว้ว่าให้อยู่ในบริเวณอาคารของโรงพยาบาลในเครือ AP แห่งนี้ไปพลางก่อน
.
“หมอต้องขอร้องคุณให้อยู่ที่นี่ต่อสักพัก เราต้องใช้เลือดคุณรักษาคนไข้รายอื่นอีกหลายชีวิต”
คุณหมอเจ้าของโปรเจคออกปากขอร้อง
.
“ยินดีครับหมอเจาะเลือดผมไปเลยอยากได้เท่าไหร่ก็เอาไป ผมเองก็ต้องการแบบนี้อยู่แล้วไม่รีบร้อนอะไรหรอกครับ”
เปรมพูดกึ่งอมยิ้ม สำหรับเขาแล้วแค่ไม่โดนขังในห้องพลาสติกโปร่งใสกับสายระโยงระยางติดตามตัวก็มีความสุขจะแย่ การได้นั่งคุยกันในออฟฟิศแบบนี้แหละดีที่สุด
.
ทว่าท่าทีของหมอนี่สิที่ดูไม่สู้ดีนัก แกถอนหายใจยาวพลางล้วงมือลงไปหยิบแฟ้มโปรเจคขึ้นมากางให้ดู
.
“พลั๊ววว!”
(เสียงฟาดแฟ้มลงใส่โต๊ะ)
.
“ผมคงต้องพูดกับคุณตรง ๆ คือตอนนี้ทีมแพทย์ของเราได้ตกลงร่วมกันแล้วว่าจะมีโปรเจคใหม่โดยใช้คุณเป็นศูนย์กลาง”
.
“ผมเป็นศูนย์กลาง? , คืออะไร? , ยังไงครับ? ”
ชายหนุ่มสงสัย
.
“คุณเปรียบเหมือนอาวุธชิ้นเดียวที่ใช้จัดการเชื้อร้ายได้ เราเลยคิดว่าจะหันมาผลิตวัคซีนชนิดพ่นแทนการสกัดแอนติบอดี้แบบเดิมที่เคยทำ”
.
"หือ!"
“ก็ดีนี่ครับก็เอาเลือดผมไปสกัดสิ ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว”
.
“ไม่ ๆ ๆ คุณเปรมคุณเข้าใจผิดแล้ว”
“สถานการณ์ตอนนี้เป็นภาพลวงตา ตัวเลขผู้ป่วยลดลงก็จริงแต่อัตราการแพร่กระจายของโรคยังพุ่งสูงมาก การสกัดแอนติบอดี้จากเลือดคุณนั้นช้าเกินไป เรารักษาคนไข้ให้หายได้วันละ 10 คน ในขณะที่มีคนติดเชื้อเพิ่มวันละเป็นหมื่น ทีนี้คุณเห็นรึยังว่าตัวเลขมันไม่สัมพันธ์กัน”
.
“ก็ทำไมหมอไม่ดูดเลือดผมไปให้เยอะกว่านี้ละครับ ไม่เห็นจะยาก”
.
หมอใหญ่ถอนหายใจปลดปลง เขาใช้สันมือดันแฟ้มเอกสารเข้าไปใกล้ ๆ เปรม พลันพูดขึ้นว่า
.
“แต่คุณจะตายนะ!”
.
“ห๊าาา!?”
.
“จริง! ผมไม่ได้ล้อเล่น กราฟในแฟ้มบอกชัดว่าร่างกายคุณทนไม่ไหว ย้ำอีกครั้งว่าคุณคืออาวุธชนิดเดียวที่เรามีเพราะงั้นเราจะทำให้คุณเสียชีวิตไม่ได้เด็ดขาด คุณคือความหวังของมวลมนุษยชาติ ผมกับทีมก็เลยต้องการจะเสนอทางออกด้วยการผลักดันคุณให้ขึ้นมาเป็นแนวร่วมกับทีมงานสืบสวนโรคของเรา”
“เราจะตั้งคุณให้เป็นหัวหน้าทีมผู้พิทักษ์”
.
เปรมอึ้งไปในทันใดความเย่อหยิ่งที่เคยมีกลายเป็นความหลัง แถมยังออกอาการละล้าละลังทำอะไรไม่ถูก พอดีกันกับที่คุณหมอพลิกหน้ากระดาษเปิดให้เขาดูโปรเจคที่คิดจะทำ ในนั้นมีตัวหนังสือยึกยือที่อ่านไม่ออกแต่มีรูปภาพของฝ่ามือแล้วก็เครื่องยนต์กลไกต่าง ๆ ลักษณะเป็นแผนผังคล้ายกับพิมพ์เขียว
.
ก่อนที่ต่อมาคุณหมอจะยกมือตัวเองขึ้นมาชูไว้ตรงหน้า กางนิ้วทั้งห้าออกจากกันเสียงดัง
.
“พรึบบบ!!!”
.
“คุณเปรมโปรเจคนี้จะทำให้คุณกลายเป็นคนเหนือคนไปเลยล่ะ คุณไม่อยากเป็นฮีโร่เหรอดูเหมาะกับคุณมากเลยนะ ดีกว่าให้คนมองคุณเป็นขยะแพร่เชื้อตั้งเยอะถูกไหม? ”
“เซ็นต์ยินยอมตรงนี้ซะสิ”
“เซ็นต์ซะนี่ผมพูดกับคุณดี ๆ แล้วนะ”
.
เคาะนิ้วป็อก ๆ ลงตรงท้ายเอกสาร คีย์เสียงเยือกเย็นราวกับอมฮอลล์ เกิดเป็นการมัดมือชกแบบกลาย ๆ
.
“เอิ่ม..ม..ม.. เรื่องนี้คือ?”
.
เปรมจะเลือกอะไรได้ไหม เปรมจะเลือกไม่เซ็นต์ได้หรือเปล่า ♪ ท่อนฮุคเพลง cover ดังของ The Toy คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะในบั้นปลายเปรมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขาบ้าง
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







