LOGIN“โครมมม!”
.
“หึ! ทำไมประตูบานนี้พังเข้ามาง่ายจัง เหมือนแค่วางพิงไว้เฉย ๆ เลย?”
เจ้าหน้าที่ผู้ถือวิทยุหันมาคุยกับเพื่อน พวกเขาทำแบบนี้กับทุกห้องและล่าตัวบุคคลกลุ่มเสี่ยงสูงที่เป็นชาวสีม่วงผิดเพศ ลงไปกักขังไว้ด้านล่างได้หลายรายแล้ว
.
“ระวังตัวด้วยล่ะ อาจจะเป็นกับดักก็ได้ คนข้างในอาจจะมีอาวุธ”
เสียงทีมที่มาด้วยกันร้องเตือน
.
“อืม..จริง ทุกคนระวังตัวด้วยนะ!”
เขาตะโกนบอกทุกคนพลางกระชับวิทยุไว้จนมือเปียก โดยทุกคนที่พูดถึงนั้นก็มีทั้งกระสอบป่าน , ปืนช็อตไฟฟ้า , แล้วก็ลูกดอกอาบยาสลบ
.
ประหนึ่งรู้มาก่อนกาล ว่าที่นี่คือห้องของพีกระเทยควายรูปร่างสูงโปร่งแห่งทุ่งบางกะปิ ผู้ซึ่งบัดนี้กำลังหมดแรงอ่อนล้าหลังเพิ่งผ่านการถ่างขาสังวาชกับเพื่อนสาวมาหยก ๆ
.
“สองคนทิศ 12 นาฬิกา อีกคนมากับฉัน! ชิดกำแพงไว้! เราจะโอบจากด้านข้าง!”
.
“ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! , ตรึม! ”
.
ฝ่าเท้าโหมกระหน่ำโรมรันไม่มีการย่องเบาแบบภารกิจสายลับใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างเต็มไปด้วยความอึกทึกครึกโครม ส่วนหนึ่งก็เพราะอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่บนแขน ที่มีการแจ้งเตือนอย่างแน่ชัดว่าในห้องแห่งนี้มีชาวรักร่วมเพศอาศัยอยู่ เลือดของพวกเขากำลังเป็นที่ต้องการต่อวงการแพทย์
.
กระเทยหนึ่งคนสามารถหลั่งเลือดได้ถึง 4000 ซีซี / น้ำหนักตัว 50 กก. ซึ่งพีหนักกว่านั้นหลายเท่า กล้ามเนื้อมัดใหญ่ , กล้ามเนื้อลาย , ไบเซ็บ ฯลฯ ล้วนต้องการฮิโมโกลบินไว้ขนถ่ายออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้กระเทยควายสายแดกเหล้าอย่างเขาจึงเป็นที่ต้องการสูงสุด เซ็นเซอร์จับสัญญาณถึงได้ร้องดังกว่าใคร ๆ
.
“ตี๊ดดด!!! , ตี๊ดดด!!! , ตี๊ดดด!!!”
(ดังเหมือนรู้ว่าเจ้าของสัญญาณชอบเที่ยวผับ EDM)
.
แต่ครานั้นอุปกรณ์ดังกล่าวก็มิได้ระบุรูปพรรณสันฐานที่ชัดเจนลงไป มันแจ้งได้แค่ว่ามีชาวสีม่วงอยู่ แต่ครั้นจะหาเจอรึเปล่าก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้าหน้าที่หน่วยคัดกรองอีกที และสิ่งที่ได้ก็คือ
.
“ไม่เจอเลยครับหัวหน้ามีแค่ห้องเปล่า ๆ ?”
.
“บัดซบ! มันจะไม่มีได้ไงก็เซ็นเซอร์มันสั่นจนแขนฉันระบมไปหมดแล้วเนี่ยะ ไปหาดูใหม่?! ”
.
“ครับ!”
.
ตวาดใส่ลูกทีมราวกับแรมโบ้หลุดออกมาจากจอทีวี วิทยุที่ถือมาโดนกำจนแทบจะปริแตก พลันภาวนาเป็นหนักหนาว่าอย่าให้เบื้องบนติดต่อมาตอนนี้ เจ้าหน้าที่หนุ่มค่อนข้างแปลกใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นชั้น 3 หรือชั้น 4 เซ็นเซอร์บนข้อมือนั้นไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง มันชี้เป้าได้อย่างแม่นยำ จะมีก็แค่หนนี้ ณ ห้องที่อยู่จุดสูงสุดของอพาร์ทเมนต์ ที่ไม่ว่าจะหายังไงก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของห้องเลย
.
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาสะดุดตากับบางสิ่งบนโซฟาเข้า!
.
“รอยบุ๋ม?”
“คราบหยดน้ำเกรอะกรังที่ยังไม่แห้งนี่ก็ด้วย?"
“เฮ้! นายน่ะใช้แบล็คไลท์ส่องดูซิว่ามีปฏิกิริยาอะลูมินอลรึเปล่า? ประตูที่พังบวกกับตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ที่เกะกะทำไมถึงคล้ายจะมีการต่อสู้กันเลย บางทีเจ้าของห้องอาจจะเจอเหตุมิดีมิร้ายก่อนเรามาถึงก็ได้ ช่วยเช็คทีเร็ว!”
.
พูดไม่พูดเปล่าด้วยความที่สวมถุงมือกับชุด PPE ปลอดเชื้อเวอร์ชั่นหนาพิเศษจากบริษัท AP ทำให้หัวหน้าหน่วยกล้าที่จะใช้นิ้วแตะสัมผัสดู แล้วก็ขยี้ ๆ !
.
“ฉึบ ๆ , ฉึบ ๆ”
.
“มีเส้นผมด้วยแฮะ.. แบบนี้ชักไม่เข้าท่าล่ะ ถ้าเป็นเหตุฆาตกรรมขึ้นมาทีมเราจะซวยไปด้วย"
.
สะดุ้งโหยงออกอาการเลิ่กลักในทันใด ภาพที่เคยน่าเกรงขามกราวรูดหายไปหมดสิ้น เหลือไว้เพียงทีมแพทย์วัยละอ่อนสี่ถึงห้านายที่ทยอยนั่งทับลงบนโซฟาเพื่อรอฟังผลตรวจ
.
“ได้แล้วครับ!”
.
“ว่าไง.. ใช่เลือดไหม?”
.
ทีมงานพลิกข้อมืออ่านข้อมมูลจากจอแอปเปิ้ลวอร์ชประจำตัว
.
“ไม่ใช่ครับแต่เป็น “อสุจิ” ”
.
“ห๊าาาา!!!”
.
“พรวดดดดดดดด!!!”
.
โซฟาเด้ง ๆ ยังไม่สู้แก้มก้นที่เหมือนติดสปริงเอาไว้ 3 ขด สกปรกบัดสีบัดเถลิง! เพราะนอกเหนือจากคำพูดนั้น ลูกทีมยังได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่าโซฟาตัวนี้มีร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง มีการใช้ปากรวมไปถึงการสอดใส่อวัยวะเข้าทางรูทวารหนัก หยดกระเซ็นของเชื้ออสุจิและลักษณะของวงคราบ บ่งบอกถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่เสร็จกิจกันถึง 3 ครั้ง และแต่ละครั้งฝ่ายหญิงจะเป็นผู้ถึงจุดสุดยอดก่อนทั้งหมด
.
“ทุกการกระแทกเกิดขึ้นบนโซฟาตัวนี้ครับ ส่วนการเล้าโลมมีที่~”
.
“พอ ๆ ๆ ฉันไม่อยากฟังแล้วมันละเอียดเกินไป”
.
“ไม่ได้ครับหัวหน้าอันนี้สำคัญมาก!”
.
ทำเอาบรรดาเจ้าหน้าที่ทีมงานราว 4 - 5 คนหยุดชะงัก พวกเขาเลิกตกใจเหลอหลา พลันหันมาฟังรายงานด้วยความตั้งอกตั้งใจ
.
“ต่อสิ.. ฉันฟังอยู่?”
.
“เอิ่ม.. ครับคือ.. จากกราฟระบุว่าพวกเขาเพิ่งจะมีเพศสัมพันธ์กันเสร็จไปเมื่อ 5 นาทีก่อนนี่เอง นั่นหมายความว่าถ้าจะออกไปก็ต้องผ่านพวกเราก่อน แต่ทำไมเราถึงไม่เห็นใครเลย?”
.
“ก็แปลว่าพวกเขายังอยู่ในห้องนี้น่ะสิ”
.
“ครับ! ผมก็ว่างั้น!”
.
สะบัดมือดีดเอาถุงมือเปื้อน ๆ ออกไปพ้น ๆ ไฟในตัวรุกโชนขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการค้นหาครั้งใหม่ ถุงมือคู่ใหม่พร้อม , อุปกรณ์พร้อม , คนก็พร้อม เมื่อทุกอย่างเป็นใจพีจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนได้ ต่อให้ที่นี่จะเป็นห้องที่เขาใช้เชือดผู้ชายมาเป็นร้อย ๆ คนแล้วก็ตาม แต่อย่าลืมสิว่าหมอ ๆ ในชุดปฏิบัติการพวกเขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ศึกระหว่างกลุ่มหมอหนุ่มกับนักศึกษาเภสัชจะจบลงอย่างไร? ใครจะชนะ? เราต้องรอดู?
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







