LOGINเคี้ยวฟันกรามตุ้ย ๆ เม็ดยาแหลกละเอียดกระซาบฟันขมแผ่ซ่านไปทั่วกระพุ้งแก้ม รสขมและรสขื่นคือสิ่งที่แพรวกำลังแบกรับ เธอเลี่ยงที่จะดื่มน้ำตามด้วยซ้ำ และจงใจจะให้สิ่งที่ทำนั้นติดตราตรึงใจไปตลอดกาลจะได้ไม่เชื่อใครง่าย ๆ อีก
.
“กร๊อบ , กรุ๊บ , กร๊อบ , กรุ๊บ”
.
“โง่อย่างมึงมันต้องโดนแบบนี้!”
แพรวด่าตัวเองในใจ
.
ในปากเธอคือยาคุมชนิดเม็ดที่เพิ่งได้รับมาจากเภสัชกรประจำร้าน แพรวจับมันโยนเข้าปากไปแล้วก็เคี้ยวบดขยี้เคล้ากับน้ำตาให้สาสมกับความแค้นที่ตนเองโดนกระทำ เธอมันโง่ เธอมันโดนสวมเขา บางทีหญ้าที่วัวกินอาจจะเฝื่อน ๆ แบบยาคุมที่เธอกำลังเขมือบอยู่ก็เป็นได้
.
และในระหว่างที่ยังไม่กลืนลงคอแพรวก็ได้กลับหลังหัน พลางเดินออกมาจากช็อปของบริษัท ภารกิจสำเร็จแล้วเธอไม่มีทางท้องกับพีแน่ ๆ แค่ต้องกินยาคุมให้ตรงกับเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด แต่ทว่าทันทีที่เดินผ่านประตูหน้าออกมา ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่อย่างที่แพรวและพีคิดเอาไว้ในตอนแรกเลย
.
จากที่เดาว่าผู้คนที่ยืนอออยู่หน้าร้าน คือทีมแพทย์ที่ปลอมตัวมาจะจับกระเทยไปทำยาต้านเชื้อ พวกเขาน่าจะมีการวางกำลังอย่างเป็นระบบ มีเครื่องไม้เครื่องมือเป็น ปืนช็อตไฟฟ้า ปืนตาข่าย หรือไม่ก็กระสุนยางที่ใช้ในการสลายการชุมนุม แต่ก็ไม่เห็นจะมีกันสักชิ้น กลับกลายเป็นนิสิตสาวที่ต้องผงะเข้ากับคณะบุคคล ที่ต่างก็ยืนตรงถวายความเคารพต่อภาพฉายาลักษณ์ขนาดยักษ์ของท่านประธานบริษัท AP และภรรยา
.
มันถูกฉายขึ้นมาบนตัวอาคารสำนักงานใหญ่ด้วยระบบแสงเลเซอร์ โดยมีส่วนหัวฉายอยู่บนยอดตึกสูงสุดและมีส่วนเท้าสยายลงมาจนถึงบริเวณช็อปขายยาด้านหน้า ในตำแหน่งที่แพรวยืนอยู่พอดีเป๊ะ
.
ตกใจสิจะเหลือเหรอ!
.
“อะ.. เอิ่มอะไรกันคะเนี่ยะ?!”
ขยับปากขมุบขมิบแต่ไม่ยักจะมีเสียงแพลมออกมา
.
และเสี้ยววินาทีต่อมาหล่อนก็ตรัสรู้ชอบได้ด้วยตนเองว่า ท่านประธาน AP หรือพ่อกับแม่ของมิวท์นั้น เป็นดั่งปูชนียบุคคลต่อวงการแพทย์ของประเทศ พวกท่านคือผู้ยิ่งใหญ่แม้แต่ช็อปขายยา AP ตรงนี้ ก็เป็นดั่งสถานอนุบาลที่มีคุณูปการต่อนักศึกษาคณะเภสัชทุกคน จึงไม่แปลกที่เหล่าแพทย์ทั้งหลาย จะทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อการสูญเสียในครั้งนี้ พนักงานในช็อปเห็นสิ่งใดในจอข้างนอกก็เห็นสิ่งเดียวกัน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าสูงสุด
.
แพรวจึงได้แต่กระเถิบตัวกระท่อนกระแท่นออกมาจากบริเวณ โดยอาศัยกระถางต้นไม้และซอกหลืบเสาไฟที่ใช้ประดับประดาเป็นที่กำบัง จนกระทั่งพ้นแล้วเธอจึงเอ่ยคำขึ้น
.
“วู่ววว.. แบบนี้โทรหาอีพีหน่อยดีกว่า อยากระบาย อยากเมาท์"
"เรื่องนี้ถ้าไม่ได้พูดเราคงอกแตกตายแน่ หวังว่ามึงคงยังไม่แวนซ์ไปไหนไกลนักนะ”
.
“ตู๊ดดด! , ตู๊ดดด! , ตู๊ดดด!”
เสียงสัญญาณดัง รอคนฝั่งนั้นกดรับ
.
.
ตัดภาพมาอีกฟากหนึ่ง ณ ห้องสตูดิโอถ่ายทอดสดที่ถูกเคลียร์คนออกไปหมดแล้ว
.
ทีมงานช่างภาพช่างผมล้วนได้รับก๊าซมหัศจรรย์แห่งการรักษาของเปรมไปแบบถ้วนหน้า บางคนถึงกับประนมมือใส่หัวกล่าวคำนมัสการสาธุ ประหนึ่งได้รับการพรมน้ำมนต์จากพระเกจิอาจารย์ดังก็มิปาน และนั่นเองที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญและการันตีได้ว่าผู้คนนั้นศรัทธาในตัวเปรมขนาดไหน เขาเป็นดั่งพระเจ้าไปแล้ว เป็นเครื่องจักรกลกึ่งโรบอทที่จะขาดเสียไม่ได้ในโลกยุควิบัติภัยนี้ จนกระทั่งก๊าซเริ่มจางลงเขาจึงได้หันมาพูดกับมิวท์
.
“พี่ให้ทุกคนออกไปหมดแล้ว เป็นไงบ้างไหวอยู่ใช่ไหมครับ”
ใบหน้าหล่อเหลากับคำพูดหวานเสนาะหู ใครฟังก็มีแต่จะละลายรวมถึงมิวท์ด้วย
.
“มิวท์ไม่ไหวค่ะพี่~! ป๊ากับม๊าตายแล้วนะพี่เปรม~! ป๊าตายแล้ว~! ฮือ.. อ.. อ.~!”
ทั้งปล่อยโฮทั้งพุ่งเข้าไปสวมกอด ตอกย้ำว่าต่อหน้ากล้องนั้นคือการแสร้งเป็นเข้มแข็งโดยสิ้นเชิง มิวท์อ่อนแอจนถึงขีดสุดเธอร้องไห้แบบไม่ห่วงสวย แถมยังคุกเข่าลงซุกหน้าสวยจ่ออยู่ตรงเป้ากางเกงเปรม
.
“พี่ขอโทษนะมิวท์ถ้าเลือดของพี่เข้ากับพวกกระเทยได้มากกว่านี้ล่ะก็ พวกท่านก็คงจะหายดี ขอเวลาพี่อีกหน่อยเถอะพวกเรากำลังทำงานกันอย่างหนัก บริษัทเราก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วด้วย ถ่ายโอนเทคโนโลยีเข้าหากันอีกหน่อย อีกแค่นิดเดียวเชื้อโควิดร้ายก็คงจะหายไปจากโลกแบบ 100%"
เปรมอธิบายสลับกับการวาดฝ่ามือลูบไล้ ลงบนผมสวยของหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงเป้า
.
“งั้น!? แล้วก๊าซที่พี่พ่นให้พวกนักข่าวไปเมื่อกี้ล่ะคะ พี่โกหกพวกเขาหรอ?”
.
“ก็ไม่เชิงจ่ะ มันแค่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ป้องกันและยับยั้งการเผยแพร่เชื้อได้ในระดับที่น่าพอใจ พวกเขาจะไม่หายแต่จะไม่ตายไปสักระยะ”
.
“พี่เปรม!”
แก้มบวมป่อง มิวท์เหมือนจะงอนแล้วก็โกรธ
.
สวนทางกับหนุ่มหล่อที่เริ่มย่อตัวลงคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ตาพวกเขาประสานกันดวงแก้มที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาช่างเป็นอะไรที่น่าสงสาร เปรมก็เลยใช้สันนิ้วปาดมันออกให้ เขากรีดปลายนิ้วไปจ่อที่ริมฝีปากบางของมิวท์ กดน้ำหนักแผ่วเบาจนปากสาวเจ้ายุบเป็นรอยบุ๋มน่ารัก
.
“ปากน่าจุ๊บจัง”
เปรมว่า
.
“พี่จูบนะ”
.
“จุ๊บบบบบบ!!!”
.
กลายเป็นมิวท์ที่ชิงประกบปากนาบเข้าก่อน แล้วสะบัดหน้าหนีพลางชันกายลุกขึ้นไปนั่งบนโต๊ะนักข่าว เธอประกบมือเข้าหากันพอหลวม ๆ ถูฝ่ามือไปมาประหนึ่งคนที่ขาดความมั่นใจและเขินอายอยู่ในที
.
“พี่เปรมอ่ะ~! พี่ก็รู้ว่ามิวท์ติดเชื้อ~!”
สาวไฮโซก้มหน้าลงกดต่ำ
.
“ใช่ครับ! เพราะพี่รู้ไง! แล้วมิวท์เองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเราต้องทำยังไงมิวท์ถึงไม่ตายและยังมีชีวิตอยู่!”
กระชากชายเสื้อสะบัดทิ้งไปด้านหลัง เปรมเริ่มแกะกระดุมด้วยความรวดเร็ว แกนแข็งของเขาเสยชูชันขึ้นจนเห็นเป็นลำนูนโก่งอยู่ตรงร่องซิบ เขาเดินอาด ๆ เข้าหาหญิงสาวที่หน้าแดงระเรื่อ สายเข็มขัดถูกปลดออกเสื้อนอกกองอยู่ที่พื้น เปลือยท่อนบนเห็นเป็นรอนท้องที่เกร็งแข็งชวนลูบไล้
.
“ตรงนี้จะดีเหรอคะ? ข้างนอกคนเยอะแยะ”
.
“มิวท์อยากตายเหมือนป๊ากับม๊าไหมล่ะ ถ้าไม่ก็ต้องทำ! ตอนนี้การมีเซ็กส์กับพี่คือทางเดียวที่มิวท์จะยังมีชีวิต อสุจิของพี่กับเลือดซิงของน้องจะผสมกันทำให้เกิดการต้านเชื้อด้วยแรงปฏิกิริยา”
“ช่างเถอะ! ขี้เกียจพูดแล้วเราเอากันมา 4 - 5 ครั้งแล้วนี่นา ไม่งั้นมิวท์คงตายตามป๊ากับม๊าไปแล้วพี่พูดถูกไหม?”
.
เหมือนโดนไฟท์บังคับอยู่กลาย ๆ ผู้บริหารสาวหน้าใหม่ถูกจับตัวได้ เธอโดนวงแขนล่ำสอดอ้อมลำตัว ตามติดมาด้วยการโถมน้ำหนักตัวดันเธอนอนราบแนบบนโต๊ะ เพดานขาวเจิดจ้าแสงนีออนสะท้อนหน้าเห็นเปรมที่จ้องหน้าอยู่ดูมีความสุขท่วมท้น
.
ขาเรียวถ่างอ้าออกอย่างว่าง่าย ดุ้นแข็งใต้กางเกงดุนใส่ร่องจิ๋มที่ยังคงปิดผนึกด้วยจีสตริงสีเนื้อ มิวท์ยกก้นขึ้นเองแล้วค่อย ๆ ปลดตะขอซิบกระโปรงออก
.
“แคว๊กกก!!!”
.
“พี่เปรมคะ?”
.
“คะ..ว่าไงเอ่ย?”
ฝ่ายชายตอบเสียงสั่น
.
“เย็ดมิวท์เลยค่ะไม่ต้องเกรงใจแพรวแล้ว ที่พูดวันนี้เธอคงเห็นแล้วว่าเราเป็นอะไรกัน ไม่ต้องปกปิดอะไรอีกแล้วนะคะพี่เปรม.. ม.. ม.. ม..”
“อ๊าาา.. ซีดดด..”
“มิวท์เองก็อยาก.. เปลี่ยนที่บ้างก็ตื่นเต้นดีเหมือนกัน.. น.. น.. น..”
.
กางเกงในตัวจิ๋วปลิวกระจายมันหล่นลงแถวหน้าห้อง และตอนนี้ก็มีเพียงริมหนวดบาง ๆ ของเปรมที่บดขยี้เข้าใส่กลีบร่องเสียวกระซิก เขาไม่ตอบสิ่งที่มิวท์ทักเลยสักคำ เผิน ๆ การเล่นเกมปลุกปล้ำในห้องส่งออกอากาศนี่แหละ ที่จะเป็นคำตอบที่เขามอบให้เธอ
.
“ฟู่~!”
.
ปล่อยก๊าซสีแดงออกมาจากฝ่ามืออีกคำรบ เปรมทำมันเป็นครั้งที่ 5 ว่ากันว่าถ้าเย็ดกันภายใต้แก๊สที่กลั่นจากเลือดกระเทยนี้ คนที่ปี้ด้วยจะสวยขึ้น เงี่ยนขึ้น และรอดจากการฆาตกรรมของ covid
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







