Share

บทที่ 6 : พ่อ

Author: L.sunanta
last update Last Updated: 2025-06-14 12:12:16

สาวเจ้านัยต์ตาสวยเดินย้อนกลับมาหาเพื่อน มิวท์เก็บสมาร์ทโฟนใส่ไว้ในกระเป๋าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ประเด็นที่สนทนากันเมื่อครู่คือการคบชู้ยั่วผัวเพื่อนเห็น ๆ ในหัวเธอกำลังรบราฆ่าฟันระหว่างถูกผิด เปรมบอกเลิกแพรวไปแล้วนั่นคือความจริง แต่ความจริงอีกข้อที่ว่าแพรวเป็นเพื่อนสนิทของเธอก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ ดูทรงแล้วการปล่อยตัวปล่อยใจคงไม่ทำให้เธอหลุดพ้นจากการเป็นผู้มีมลทินมัวหมอง

.

"ทำยังไงดี.. เราจะทำยังไงดี.. จะผ่านสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ยังไง ขึ้นห้องก็ไม่ได้เพราะมีพี่เปรมดักรออยู่ โถ่เอ๊ย!"

กัดเล็บเครียดจนไม่รู้จะหาทางออกยังไง รู้ตัวอีกทีหน้าขาส่วนบนก็ชนเข้ากับขอบโต๊ะของเจ้าหน้าที่ซะแล้ว

.

"โครมมมม!"

.

"เฮ๊ย! , น้อง!"

ร่างหนาในชุดยูนิฟอร์มลุกขึ้นเท้าสะเอว

.

"ขอโทษค่ะ.. หนูเดินใจลอยไปหน่อย ต้องขอโทษด้วยนะคะ!"

มิวท์รีบแก้ตัว

.

ทว่าเจ้าหน้าที่หุ่นหมีคนนั้นกลับเบี่ยงประเด็นไปทางอื่น

.

"พี่ไม่ได้หมายถึงน้อง พี่หมายถึงเพื่อนน้องสองคนนี้ต่างหาก บอกขอใช้โทรศัพท์โทรหาที่บ้านจนครึ่งชั่วโมงผ่านไปยังไม่ได้เรื่องอะไรเลย พี่ว่าน้องสามคนเซ็นต์รับสารภาพซะเถอะเรื่องมันจะได้จบ ๆ จะลีลาไปเพื่อ หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่ กล้องวงจรปิดก็มี"

ตวาดเสียงดังจนน่ากลัว จากมือที่ท้าวสะเอวอยู่บัดนี้ย้ายขึ้นมากอดอกหุนหัน

.

ทำให้มิวท์ต้องนั่งลงร่วมโต๊ะกับพีและแพรวตามระเบียบ นิสิตสามคนนั่งตัวสั่นหวาดผวาไม่ต่างจากลูกหมาที่โดนเอาไปปล่อยวัด ที่ต่างจากคนอื่นหน่อยก็เห็นจะเป็นแพรวผู้มีแอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือดมากกว่าคนอื่น เธอยังคงไม่รู้ความจริงว่ามิวท์แอบไปโทรศัพท์กับใคร แล้วมิวท์เองก็เหมือนจะคิดได้ในใจว่าสิ่งที่ทำนั้นมันผิด เธออาจจะสำนึกผิดแล้วก็ได้ ก็เลยเอื้อมมือขึ้นไปโอบไหล่แพรวเอาไว้พลางดึงเข้ามากอด

.

"ไม่ต้องกลัวนะแพรว.. เดี๋ยวมิวท์จัดการเองถ้าไม่รอดยังไง คนของคุณพ่อก็จะเคลียร์ให้เราได้^^"

.

ดวงตาของทั้งสองจ้องมองกัน ดวงหน้าใกล้กันไม่ถึงเสี้ยวเซนติเมตร ทว่าจู่ ๆ พีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็สะดีดสะดิ้งขึ้นมา เขากระโดดโลดเต้นโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณว่าพระบิดาได้เสด็จมาถึงแล้ว

.

"มาแล้วค่ะ! , มาแล้ว! , พ่อหนูมาแล้ว! เตรียมตัวเตรียมใจได้เลยคุณตำรวจพวกคุณโดนแน่!"

พีตะโกนด้วยความมั่นใจ จนกลายเป็นมิวท์อีกครั้งที่ดึงเขาให้นั่งลง

.

"ชู่ววววว..อย่ากระโตกกระตากนักสิพี , เงียบ!"

.

"ใช่! อีบ้า! อดีตผู้ต้องหาเมาแล้วครับเนี่ยะนะ? มันน่าเบ่งตรงไหน? ถ้าเป็นอดีตผู้การหรือสส.นักการเมืองฉันจะไม่ว่าสักคำ"

แพรวตวาดดุ

.

.

กระบะบุโรทั่งตีโค้งขึ้นมาจอดเทียบที่หน้าด่าน สีของมันดำคล้ำมีสนิมขึ้นบ้างตามขอบล้อ ถัดขึ้นมาถึงบานประตูมีสติกเกอร์โลโก้บริษัท AP เวอร์ชั่นเก่าแปะหราอยู่ บางทีพ่อของพีอาจจะมีอดีตบางอย่างกับบริษัท AP มาก่อน มิวท์ไม่รู้ แพรวก็ไม่รู้ พวกเธอเพิ่งเคยเห็นพ่อของพีเป็นครั้งแรก สวนทางกับพีลูกชายที่บัดนี้ได้สลัดตูดออกจากเก้าอี้ พลางเดินโทง ๆ บิดเอวออกจากเต็นท์ไปรับพ่อให้เข้ามาเคลียร์คดีให้

.

"พ่อคร๊าบบบ.. บ.. บ พ่อคร๊าบบบ.. บ.. บ ช่วยน้องพีด้วยคร๊าบบบ"

.

"พลั๊วววว!"

เสียงฝ่ามือกระทบกระโหลกดังราวกับลูกปืน ร่างสูงโปร่งกราวร่วงลงกับพื้นพับเพียบในท่าที่อุบาทว์ลูกตาต่อผู้พบเห็น

.

"มึงเลิกทำตัวเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วแบบนี้ซะทีเถอะวะ! กูอายเขาที่มีลูกสร้างแต่เรื่องอย่างมึง!"

.

"พ่อบูลลี่หนูอ่ะ.."

พีกระแอมเสียงเศร้า เขาวาดฝ่ามือจับพวงแก้มตัวเองน้ำตาไหลนอง

.

"มู่ลี่สิมึงอ่ะ! บูลลี่ห่าอะไร! ลุกขึ้นมาแล้วพากูเข้าไปหาตำรวจ แม่งเสียเวลากูชิบเป๋ง!"

.

"อะ...อือ...อ..อ.. ครับ..บ..บ..."

.

ลุกขึ้นผายมือทั้งน้ำตา บุคลิกพีเปลี่ยนไปในบัดดล จากกระเทยควายพูดมากกลายสภาพเป็นลูกหมีตัวน้อย ๆ เขาเดินนำพ่อมาที่โต๊ะตรงกลางเต็นท์ ที่ตรงนั้นมีมิวท์กับแพรวนั่งรออยู่ ด้านหลังเป็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทั้งโขยง ทุกคนต่างมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยสายตาเดียวกัน พ่อพีไม่ใช่คนธรรมดา ระวังได้ต้องระวังหรือไม่ก็ต้องป้องกันตัวเองเอาไว้

.

"นี่ครับพ่อ.. ข้างหน้านี่เอง.. เชิญเจรจาได้เลยครับ"

พีผายมือส่วนแพรวกับมิวท์นั้นยกมือไหว้ พวกเธอปลีกตัวมาหลบอยู่ด้านหลังพี เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ได้นั่งที่เก้าอี้

.

สถานการณ์มาคุมาก ความตรึงเครียดแผ่รัศมีไปทั่วบริเวณ กระทั่งแพรวต้องกอดเอวของมิวท์เอาไว้แน่น เธอมูล์ฟตัวเองมาอยู่ด้านหลัง พาดคางเข้าที่ไหล่ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอ กดสายตาลงต่ำจ้องมองเหตุการณ์ผ่านทางซอกหูขาว ๆ ที่หอมน้ำหอมกลิ่นสดชื่น

.

"อย่ากลัวไปเลยแพรว.. ประเดี๋ยวก็ดีขึ้นมิวท์คิดว่าพ่อพีน่าจะเอาอยู่ ดูแกเข้มแข็งมากเลยนะ"

มิวท์กระซิบ

.

"ฉันไม่เชื่อแบบนั้นน่ะสิ.. เธอไม่รู้หรอกว่าอีพีมันบอกอะไรฉัน ลุงคนนั้นไม่ใช่คนที่เราจะไว้ใจอะไรได้เลย ฉันว่าเส้นสายบริษัทพ่อเธอยังน่าไว้ใจกว่า"

.

ลูกสาวนายทุนยิ้มออกมาแหย ๆ ไม่มีใครเข้าใจว่าเธอคิดอะไรในหัว รอยยิ้มอ่อนโยนแบบนั้นดูไม่ออกเลยว่ามิวท์จะเป็นคนร้ายไปได้ยังไง เธอกระชับมือแพรวให้กอดแน่นขึ้น พลันกระซิบออกมาเบา ๆ

.

"มิวท์รักแพรวมากนะ.."

เบามาก.. เบาจนคนที่กอดอยู่แทบจะไม่ได้ยินอะไรเลย

.

.

ตัดภาพไปที่พีกระเทยควาย เขายืนตัวเกร็งอยู่ห่างจากคู่เพื่อนหญิงประมาณหนึ่งช่วงแขน สายตาโฟกัสไปที่คุณพ่อ คอยเฝ้าดูอย่างตั้งใจว่าแกจะเจรจาให้ลูก ๆ หลุดพ้นไปจากห่วงโซ่ชะตากรรมนี้ได้รึเปล่า

.

"เพล้งงงง!"

แก้วน้ำแตกกระจาย ถีบเก้าอี้ที่นั่งอยู่ล้มคว่ำกระเด็นกระดอน

.

"เฮ่ย! ใครใหญ่สุดในนี้ออกมาคุยกับฉันหน่อยสิวะ!"

คุณพ่อแผดเสียงยืนจังก้าชี้หน้าด่า เพียงเท่านี้ก็เรียกตีนเจ้าหน้าที่ให้มายืนออกันให้พรึบ

.

"คุณจะทำอะไร?! ทำไมต้องโวยวายก็ในเมื่อลูกคุณทำผิดกฎหมายจริง!"

เจ้าหน้าที่คนเดิมพยายามจะอธิบาย

.

"ไอ้หน้าจืดมึงเป็นใครไอ้สัด?! กูอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดพื้นที่ตรงนี้กูรู้จักหมด มึงไม่ใช่หัวหน้าไปเรียกคนที่มีอำนาจสูงสุดของที่นี่มาเดี๋ยวนี้! , ไป!"

.

ยื่นมือขวาข้ามโต๊ะเข้าไปขย้ำคอเสื้อ พ่ออีพีออกแรงกระชากจนเสื้อกั๊กตัวหนาลอยข้ามโต๊ะติดมือขึ้นมา

.

"ผะ..ผมเป็นเจ้าหน้าที่อสม. เป็นอาสาสมัครชุดควบคุมโรค! ปะ..ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้นะ~!"

.

"ถุย!"

"กูไม่เชื่อ! มึงมีหนังสืออนุญาตแต่งตั้งจากทางราชการรึเปล่า? หนึงสือราชการมึงอยู่ไหน! เอามาโชว์ดิ๊ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ยยย!!"

.

"โครมมมม!"

.

ชูร่างขึ้นสุดไหล่แข้งขาแกว่งไกวลอยไม่ติดพื้น ก่อนจะทุ่มคนทั้งคนลงสู่พื้นปูนด้านล่างมันซะอย่างงั้น!

.

"เฮ้! หยุดเลย! อย่าเข้ามาเชียวนะเว่ย! เพราะขนาดตัวกูยังมีหนังสือราชการเยอะกว่าพวกมึงอีก ไปเรียกตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในด่านนี้มา กูจะคุยกับเขาเท่านั้น นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกลูกกะจ๊อก! , ไป!"

.

"โครมมมมม!!!"

ถีบโต๊ะล้มคว้ำไปอีกตัว ข้าวของกระจายเกลื่อนเถื่อนกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

.

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งจึงจำเป็นจะต้องวิ่งอ้อมออกไปด้านหลังเพื่อทำตามข้อเรียกร้อง เช่นกันกับอาสาสมัครรายอื่นที่ปล่อยให้คุณพ่อกร่างต่อไปตามสิทธิขั้นพื้นฐานแห่งรัฐธรรมนูญ แกควักเอาซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากเสื้อโค้ท ก่อนจะเททุกอย่างออกมาโชว์ให้คนเห็น ปรากฏว่าที่เตรียมมาก็เป็นเอกสารของทางราชการจริง ๆ แต่หนักไปทางใบสั่งขับรถเร็ว , เมาเหล้ายามวิกาล, แล้วก็หมายศาลคดีเมาแล้วขับอื่น ๆ !

.

"เย็ดเข้! อย่างงี้ก็ได้เหรอวะ?!"

คือประโยคที่บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างตะโกนถามกัน

.

เดชะบุญที่ทีมนายตำรวจยศใหญ่ได้เดินทางมาถึงพอดี ความโกลาหลจึงหยุดลง และเสี้ยวอึดใจที่กลุ่มผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สบตากับคุณพ่อ พวกเขาก็ถึงกับชะงัก

.

"นี่มึงอีกแล้วหรอ?!"

ท่านผู้กำกับเอ่ย

.

"โดนคดีเมาแล้วขับอีกแล้วเหรอ? บันทึกประจำวันเพิ่งเขียนไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ"

สิบเวรที่มาด้วยกันเสริม

.

"ขวดเหล้าลุงยังเป็นของกลางอยู่ที่โรงพักอยู่เลย"

ร้อยเวรสำทับ

.

สารพัดสิ่งล้วนบ่งชี้ว่าพ่อของพีสนิทกับตำรวจทั้งโรงพักอย่างที่ว่า แกติดคุกบ่อยจนตำรวจเกรงใจ ความเบื่อหน่ายทำให้ทุกคนไม่อยากยุ่งกับแก โดยเฉพาะท่านผู้กำกับที่ทำหน้าเซ็งราวกับหลุมขนมครก บอกตามตรงว่าแกไม่น่าลดตัวมาถึงที่นี่เลย

.

"เฮ้อ..แล้วครั้งนี้โดนคดีอะไรอีกล่ะ?"

.

"ไม่ได้โดนครับแต่ลูกโดน! ทั้งสามคนเลย! ผมขอได้ไหมครับ..ผมไหว้ล่ะ.. เห็นแก่ลูกแก่หลาน.. มาสิ! พวกเรามายืนรวมกันตรงนี้แล้วทำตามพ่อ"

กวักมือเรียกหยอย ๆ นิสิตสามคนเดินเข้ามาใกล้แบบไม่ค่อยเข้าใจนัก

.

ทันใดนั้นเองพ่อของพีก็ทรุดตัวลงคุกเข่า แกพนมมือก้มลงกราบแทบเท้าท่านผกก. ต่อหน้าเจ้าหน้าที่อสม.ทุกคน พลันเรียกร้องให้ลูก ๆ ทั้งสามคนทำตามด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่ขัดลุคนักเลงที่ผ่านมามาก ภาพการกระชากเจ้าหน้าที่ขึ้นไหล่แล้วทุ่มลงพื้นกลายเป็นอดีตอันแสนสั้น ความจริงก็คือความจริง ว่าแกไม่ใช่คนมีเส้นสายบารมีอะไร แล้วก็ไม่ได้ทนงตัวจนเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนั้น แกก็แค่พ่อคนหนึ่งที่รักลูกแล้วก็ไม่อยากให้เด็ก ๆ เสียอนาคต

.

"ได้โปรดเถอะครับท่านอย่าเอาเรื่องพวกเขาเลย ให้พวกเขาไปในทางที่ดีเถอะ คนเรามันพลาดกันได้ ผมขอโอกาสให้พวกเขาด้วยเถอะครับ ผมกราบล่ะ"

มือยังคงกราบหน้าผากยังคงจรดพื้น เด็ก ๆ เองก็ทำตามไม่มีใครคิดถึงความอับอายอะไรแล้ว แต่ก็นะ! ถ้ามีใครมาเห็นเข้าแล้วถ่ายคลิปเอาไว้ รับรองได้กลายเป็นไวรัลใหญ่โตแน่ คงได้ออกรายการดังในทีวี แล้วก็คงจะโดนพิธีกรถามจี้ ว่าเหตุใดลูกสาวบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงต้องก้มหัวกราบตำรวจ

.

ด้วยความตั้งใจตรงนี้ผู้กำกับก็เลยยอมปล่อย

.

"เออ ๆ เอางั้นก็ได้ปล่อย ๆ ไปเหอะ จับไปก็เสียดายข้าวคุก เปลืองงบประมาณแผ่นดินเปล่า ๆ ไอ้ขี้เมานี่คงต้องปล่อยให้มันขับรถชนคอสะพานตายเองนั่นแหละ กฏหมายคงทำอะไรคนหน้าด้านแบบมันไม่ได้หรอก!"

"เดี๋ยวให้อสม. วัดอุณหภูมิ ทำบันทึกไว้แล้วก็ปล่อยตัวไปเลยนะ น่ารำคาญชะมัด ฉันขอตัวก่อนล่ะ"

.

สั่งการเสร็จทั้งคณะก็เดินกลับไป ทิ้งไว้เพียงประชาชน 4 คน ที่หมดซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พวกเขาไม่ได้โดนล่วงละเมิดทางรูทวาร แต่ท่วงท่าการก้มกราบกรานต่อผู้มีอำนาจ ก็คงไม่ต่างจากขอทานธรรมดา ๆ คนหนึ่ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 165 : จบบริบูรณ์

    "ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 164 : Armageddon!

    ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 163 : Canon bomb!

    บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 162 : แหวกแม่งทั้งบ้าน!

    มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 161 : มันคงเป็นไวรัส!

    ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ

  • Covid-19 มะรุมมะตุ้มรุมรัก (Nc18+)   บทที่ 160 : กลับบ้าน

    "ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status