LOGIN@ มิเกล
ฉันชื่อมิเกล อายุ 24 ปี เรียนบริหารปี 3 ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว แม่ฉันทำงานเป็นแม่บ้านที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของคุณท่าน คุณท่านเป็นคนส่งเสียฉันเรียนหนังสือ ท่านเอ็นดูฉันมาก ฉันเองก็รักและเคารพท่านมากเช่นกัน คุณท่านขอให้ฉันแต่งงานกับลูกชายของท่าน เพราะท่านอยากตอบแทนที่แม่ฉันเคยช่วยชีวิตลูกชายท่านไว้ และแม่ของฉันท่านกำลังป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ท่านฝากฉันไว้กับคุณท่าน และขอให้ฉันทำเพื่อท่านสักครั้ง ฉันจึงยอมแต่งงานเพื่อแม่และตอบแทนบุญคุณที่คุณท่านเลี้ยงดูฉันมาอย่างดี
ตอนเด็กๆนั้นฉันเคยหลงรักคุณเวหา แต่พอเริ่มโตขึ้นก็พอจะรู้ตัวเองดีว่าไม่สมควรไปชอบคนระดับเขา เขากับฉันมันคนละชั้นกัน และที่สำคัญเขาคงไม่หันมาชายตามองฉัน เพราะเขาเกลียดฉันมาก ดูถูก เหยียดหยามฉันสารพัด เขาไม่เคยเข้าใกล้ฉัน เขารังเกียจฉันมาก ฉันจึงต้องเจียมตัว ไม่กล้าไปชอบคนแบบเขา
@ในรถ
บรรยากาศภายในรถเงียบงัน อึดอัดและเย็นยะเยือกอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ปนกับกลิ่นหนังจากเบาะรถหรูยิ่งตอกย้ำความห่างเหินระหว่างเราสองคน ฉันยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูหลังอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แล้วทรุดตัวลงนั่ง เงาของเขาที่นั่งอยู่เบาะหน้าเต็มไปด้วยแรงกดดัน และฉันรับรู้ได้ทันทีว่าทำสิ่งที่เขาไม่พอใจเข้าให้แล้ว
"ฉันเป็นคนขับรถให้เธอรึไง...มานั่งข้างหน้า"
เขาดุฉันเสียงดัง น้ำเสียงแข็งกร้าวราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจ ฉันสะดุ้งเฮือกทันทีที่ได้ยิน เสียงของเขาเหมือนสายฟ้าฟาดกลางอารมณ์ที่สั่นคลอนอยู่แล้ว ฉันเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่งอย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง แล้วรีบตอบไปเสียงเบา ขณะก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด ก็ฉันไม่รู้ว่าควรที่จะนั่งตรงไหน ฉันเลยไปนั่งเบาะด้านหลัง
"ขอโทษค่ะ...เกลไม่รู้"
ฉันพูดเสียงแผ่ว รู้สึกเหมือนเสียงตัวเองถูกกลืนหายไปกับอากาศเย็นชาด้านในรถ นิ้วมือกำเข้าหากันแน่นอย่างหาที่ยึดเหนี่ยวให้ตัวเองไม่สั่น เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาที่สะท้อนมากระจกมองหลังยังคงเคร่งเครียด ไม่มีแม้แต่รอยผ่อนปรน
"หึ...คงจะดีใจจนเนื้อเต้นสินะ ได้แต่งงานกับฉัน....แต่อย่าหวังว่าฉันจะเอาเธอมาทำเมีย...ฉันไม่มีวันแตะต้องผู้หญิงน่ารังเกียจอย่างเธอ"
น้ำเสียงของเขาเย็นชาจนเหมือนน้ำแข็งที่จงใจปาใส่กลางอก ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นมารวดเร็วโดยไม่ต้องมีคำสาปแช่งใด ๆ เสียงของเขาทิ่มแทงเข้ามาโดยตรง หัวใจฉันร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาร้อนผ่าวแต่ฝืนไม่ให้หยดน้ำใสไหลออกมา
ฉันได้แต่นั่งก้มหน้าบีบมือตัวเองไว้แน่น แสงไฟจากถนนส่องลอดผ่านกระจกเป็นริ้ว ๆ อย่างไร้อารมณ์ คล้ายกับหัวใจของเขาในตอนนี้
ฉันจะอยู่กับเขาได้สักกี่วัน ฉันได้แต่ถามตัวเองในใจ... หวังว่าเขาคงจะไม่ฆ่าฉันก่อนหรอกนะ
@คอนโด ~ เวหา
ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศบริเวณล็อบบี้ไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียดที่ปกคลุมบรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มผู้มีท่าทีเย็นชาคนนั้นได้เลย เขายืนกอดอกอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าคอนโดหรู ร่างสูงสง่าสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มตัดกับผิวขาวจัด ยืนจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่มีเยื่อใย ดวงตาเรียบนิ่งเหมือนกระจกที่ไม่มีความรู้สึก
"ขนกระเป๋าขึ้นไปให้ฉันด้วย" น้ำเสียงห้วนจัด ดุดันในทุกพยางค์ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาไม่มั่นใจ
"คะ..?" เธออึกอัก ริมฝีปากซีดจางเพราะความกดดัน ดวงตาวูบไหวเล็กน้อยขณะมองสบตาเขา
"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึงัย"
เขากัดฟันพูดอย่างหัวเสีย ดวงตาคมวาวแล่นวาบขึ้นมาทันทีที่เธอไม่ตอบสนองได้ดั่งใจ ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ร่างสูงยืดตรง รังสีคุกคามพุ่งเข้าใส่หญิงสาวที่ยืนอ้ำอึ้ง
"ฉันขอบอกเธอไว้ก่อนเลยนะ ห้ามบอกเรื่องที่ฉันกับเธอแต่งงานกัน...ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด....ถ้าเธอบอกใครฉันจะฆ่าเธอ...เข้าใจไหม"
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทุ้มต่ำจนเหมือนมีมีดบางเฉือนผ่านกลางใจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาไม่มีแม้แต่ประกายอ่อนโยน หญิงสาวเบือนหน้าหลบ แผ่นหลังเกร็ง ร่างกายสั่นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่ได้
"ค่ะ...เกลทราบแล้วค่ะ"
เธอตอบเสียงแผ่ว ดวงตาหลุบต่ำ มือที่กำกระเป๋าแน่นเริ่มสั่น ความเจ็บช้ำไม่ได้แสดงออกผ่านน้ำตา แต่ปรากฏชัดในน้ำเสียงที่เธอพยายามควบคุม
"แล้วอีกอย่างเธออยู่ที่นี่ในฐานะคนใช้ ไม่ใช่เมีย..อย่ามาทำสำออยใส่ฉัน..รีบขนกระเป๋าตามฉันขึ้นไป"
เขาพูดพร้อมหมุนตัวเดินนำอย่างไม่เหลียวมองเธอเลยแม้แต่น้อย ฝีเท้าหนักแน่น สม่ำเสมอ ทิ้งความเย็นชาหนักอึ้งไว้ข้างหลัง
"อ่อ..แล้วไม่ต้องขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกับฉันนะ...เธอเดินขึ้นบันไดไป คนอื่นจะได้ไม่สงสัย"
คำพูดนั้นหยามเกียรติอย่างจงใจ หญิงสาวกัดริมฝีปาก ดวงตาแดงก่ำแต่พยายามกลั้นทุกอย่างไว้ภายใน เธอยืนนิ่งชั่วอึดใจก่อนจะถามด้วยเสียงเบาราวกระซิบ
"ห้องคุณเวหาอยู่ชั้นไหนคะ"
"ชั้น 20" คำตอบของเขาสั้นกระชับ แต่หนักหน่วงเสียจนเหมือนเป็นคำพิพากษา
"ฮ่ะ.!!!..แต่ว่ามัน..." เธออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด หันไปมองบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปถึงชั้นบนสุด
"ทำไม หรือเธอปัญหา.." เสียงแข็งกร้าวปะทะโสตประสาทอีกครั้ง เขาชะงักฝีเท้า หันกลับมาด้วยแววตากดดัน
"ปะ..เปล่าค่ะ.. แล้วหมายเลขห้องหมายเลขอะไรคะ" เธอรีบก้มหน้าตอบกลบเกลื่อนความไม่พอใจในน้ำเสียงของเขา มือยังคงกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
"ทั้งชั้นมีห้องเดียว"
"ค่ะ.."
ผมให้ยัยคนใช้ขนกระเป๋าใบใหญ่ของผม รวมทั้งของเธอด้วย ขึ้นไปบนคอนโดชั้นบนสุด ผมให้เธอเดินไป ไม่อยากให้ใช้ลิฟต์ร่วมกันกับผม เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะเอาไปพูดให้ผมเสียหาย
สายตาของผมเหลือบไปมองเธอที่พยายามลากกระเป๋าอย่างยากลำบาก ท่ามกลางแสงไฟสีขาวสว่างจ้าในล็อบบี้ เสียงล้อกระเป๋าครูดกับพื้นสะท้อนก้องคล้ายจะเยาะเย้ยเธออย่างเลือดเย็น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของผมแต่ไม่มีความอบอุ่นใดๆ ...มีเพียงความเย้ยหยันและความรู้สึกเหนือกว่า ที่ทำให้หัวใจของผมสงบขึ้นเล็กน้อย
@1 ชั่วโมงต่อมา
"ก๊อก..ๆๆๆ" เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของคอนโดหรู เสียงเคาะเบาๆ แต่มีจังหวะของคนที่ใช้แรงเฮือกสุดท้าย เสียงหอบหายใจที่ตามมาเหมือนลมหอบใหญ่ของคนหมดแรง
"แฮ่ๆๆๆ ....."
เสียงยัยนั่นหอบหายใจอย่างหนัก เธอยืนพิงขอบประตู มือข้างหนึ่งยันกับกำแพง อีกมือใช้หลังมือปาดเหงื่อบนใบหน้าซีดเผือด เสื้อผ้าชุ่มเหงื่อจนแนบกับเนื้อ เธอหายใจหอบอย่างคนหมดแรง ร่างเล็กๆ นั้นดูเหมือนจะล้มลงได้ทุกเมื่อ จากนั้นก็เอามือปาดเหงื่อตัวเองออก… ใครจะคิดว่ายัยนั้นจะซื่อบื้อเดินขึ้นบันไดมาจริงๆ
เวหายืนพิงขอบประตู แขนกอดอก ดวงตาคมทอดมองเธอด้วยสีหน้าเอือมระอา ปากกระตุกยิ้มเยาะอย่างหมั่นไส้
"ชักชา...มัวทำอะไรอยู่" เสียงนั้นแข็งกระด้าง เต็มไปด้วยความรำคาญ
"เกลเดินขึ้นบันไดมาตั้ง 20 ชั้นนะคะ" เธอพูดทั้งที่ยังหอบ ดวงตาแดงก่ำจากความเหนื่อยล้าและน้ำตาที่กลั้นไว้ เสียงพูดสั่นแต่ยังเต็มไปด้วยความพยายามฝืนทน
"แล้วงัย?" คำตอบที่เย็นเฉียบและไร้เยื่อใยนั้นแทงใจจนเธอเงียบไป หญิงสาวเม้มปากแน่น พยักหน้าเบาๆ อย่างยอมจำนน
"เปล่าค่ะ.." น้ำเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
@ภายในห้องคอนโดหรู
คอนโดตกแต่งอย่างมีรสนิยม พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงไฟซอฟต์ไวท์ที่ทำให้บรรยากาศดูหรูหรา แต่กลับเย็นยะเยือกจากความเงียบและไร้อารมณ์จากเจ้าของห้อง เวหาเดินนำเข้ามาโดยไม่สนใจเธอเลย
"ห้องนี้มีห้องนอนสองห้อง ฝั่งนั้นเป็นห้องฉัน เธอห้ามเข้าไปเด็ดขาด...ส่วนอีกห้องเป็นห้องนอนแขกที่ฉันเอาไว้ใช้หลับนอนกับสาวๆ ของฉัน ส่วนเธอไปพักที่ห้องเก็บของอยู่ข้างในห้องนอนแขกอีกที" คำพูดของเขาราวกับมีดที่ฟันซ้ำลงกลางหัวใจ หญิงสาวนิ่งงัน ใบหน้าสลด แต่ก็ยังฝืนยืนตรง
"มันจะรกหน่อย เก็บเอาเองละกัน อ่อแล้วเวลาที่ฉันพาใครมาเธอห้ามออกมาจากห้องเด็ดขาด ห้ามให้ใครเห็น แล้วถ้าได้ยินเสียงอะไรก็ไม่ต้องพูด เงียบปากเอาไว้ เข้าใจไหม" คำสั่งรัวเร็วแต่ทุกคำเจ็บร้าว เธอเม้มริมฝีปาก กลืนน้ำตาที่จุกในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก
"ค่ะ" เสียงตอบรับนั้นช่างไร้พลัง
"ห้องนี้เหรอคะ" เธอมองประตูห้องเก็บของด้วยแววตาว่างเปล่า มือเล็กแตะลูกบิดเบาๆ ราวกับยอมรับโชคชะตาที่ถูกยัดเยียด
"อยู่ได้ก็อยู่..อยู่ไม่ได้ก็กลับไป" เสียงพูดเยาะเย้ยตามมา แววตาของเวหายังคงแข็งกร้าว ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยความเห็นใจ
"อยู่ได้ค่ะ..." เสียงตอบของเธอเต็มไปด้วยความปวดร้าวแต่แฝงความดื้อดึงเล็กๆ ที่ยังไม่ยอมแพ้
@2 ชั่วโมงต่อมา
"ยัยคนใช้..ออกมาเดี๋ยวนี้.."
เสียงตะโกนจากในห้องก้องไปทั่วคอนโด ความเกรี้ยวกราดที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง ทำให้เธอสะดุ้ง เธอรีบเปิดประตูห้องเก็บของออกมาทันที เสื้อผ้ายับยู่ยี่จากการนั่งพักกับพื้น ร่างเล็กเดินออกมาอย่างระมัดระวัง
"ได้ยินที่ฉันเรียกไหม..ออกมา .." เสียงซ้ำเติมดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขามีแววหงุดหงิดชัดเจน
"ค่ะ..คุณเวหามีอะไรหรือเปล่าคะ.." เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ดวงตาหวาดระแวงเล็กน้อยแต่ยังพยายามสงบ
"หึ....ถ้าไม่มีอะไรฉันจะเรียกเธอทำไม" เขาพ่นลมหายใจแรงอย่างไม่ปิดบังความหงุดหงิด ก่อนจะโยนเอกสารสองแผ่นใส่เธออย่างไม่ใยดี
"ค่ะ..เกลรู้ค่ะ" เธอค้อมหัวลงเบาๆ หยิบกระดาษจากพื้นขึ้นมาช้าๆ ด้วยมือที่สั่น
"เซ็นซะ.....ผมโยนกระดาษสองแผ่นให้เธอเซ็น" เขายืนกอดอก ดวงตาจ้องนิ่ง ไม่ให้แม้แต่โอกาสได้ถาม
"อะไรคะ" เธอถามเสียงเบา ดวงตาสั่นไหว เมื่ออ่านข้อความบนกระดาษ มือที่ถือปากกาหยุดนิ่ง
"อ่านหนังสือไม่ออกหรืองัย..รีบๆ เซ็นฉันรำคาญ..ไม่อยากคุยกับเธอนาน" เขาเหยียดริมฝีปากใส่เธออย่างสมเพช เย้ยหยันกับความอ่อนแอของหญิงสาวตรงหน้า
"สัญญาหย่า?" เสียงถามของเธอแทบไม่เป็นเสียง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความตกใจและเจ็บปวด
"ใช่..ภายใน 1 ปีนี้เธอต้องหย่ากับฉัน เธอต้องเป็นฝ่ายบอกคุณแม่ว่าเธออยากหย่าเอง..ฉันไม่ได้บังคับ" เขาพูดอย่างเลือดเย็น ไม่มีแม้แต่ประกายลังเลในแววตา
"ไม่ค่ะ..." เสียงตอบนั้นเต็มไปด้วยความแน่วแน่ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า แต่เธอยังจ้องเขาด้วยสายตาจริงจัง
"นี่เธอ..... ฉันว่าแล้วว่าคนอย่างเธอคงหวังจะจับคนรวยอย่างฉันสินะ หึ.." เขากลอกตา ถ่มน้ำลายทางคำพูดอย่างดูถูกสุดขีด
"เกลไม่หย่า..จนกว่าคุณท่านจะบอกให้เกลหย่า.." เสียงของเธอสั่น แต่ชัดเจน ทุกถ้อยคำเหมือนตอกกลับเขาด้วยความอดทนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
"ยัยคนใช้..เธอนี่มันร้ายกว่าที่ฉันคิดอีกนะ หึ...ทนได้ก็ลองดู..ฉันจะทำให้เธอเจ็บเจียนตายเลยคอยดู..."
เขาแสยะยิ้ม ดวงตาแข็งกร้าวเหมือนสัตว์ร้าย ความเย็นชาในแววตานั้นสั่นสะเทือนเข้าไปถึงกระดูกหญิงสาว ราวกับประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ...ในบ้านหลังเดียวกัน
@กรุงเทพมหานคร ✈️แสงแดดยามบ่ายสาดไล้ผ่านม่านบางในบ้านหลังใหญ่ของเราอย่างอบอุ่น กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดจากแจกันกลางโต๊ะต้อนรับความรู้สึกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ผมกับมิเกลเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกอย่างยังคงอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก... เหมือนได้กลับมาสู่ที่ที่หัวใจเคยพรากจากกันไปนานเกินไปเสียงฝีเท้าของใครบางคนกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะวิ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า มือเล็กโอบรัดรอบตัวมิเกลแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง คนตัวเล็กสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะปล่อยโฮออกมาท่ามกลางอ้อมแขนของแม่"แม่จ๋าหายไปหนายมา..."น้ำเสียงของวาโยสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มนุ่ม ริมฝีปากเบะอย่างน่าสงสาร มือน้อย ๆ จับแขนแม่แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง"โอ้ๆๆ ไม่ร้องนะคะคนเก่งของแม่.."มิเกลก้มลงกอดลูกแน่น ลูบหลังเบา ๆ อย่างปลอบโยน น้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรัก สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคิดถึงในคราวเดียวกัน ผมมองสองแม่ลูกอย่างอบอุ่นในใจ มือผมเอื้อมไปหยิบของฝากที่เตรียมไว้จากสนามบิน พร้อมเอ่ยเรียกลูกเสียงนุ่ม"วาโยดูสิ..ป๊ะป๊าซื้ออะไรมาฝาก... ""ว้าว
"ทำไม ครั้งแรกที่พี่เจอวาโย ยัยหนูถึงเรียกพี่ว่า 'ป๊ะป๊า'"น้ำเสียงของผมแม้จะแผ่วเบา แต่ก็หนักแน่น ราวกับคำถามนั้นแบกความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกมานาน ผมมองสบตาเธอ อยากจะรู้ว่าความจริงคืออะไร นี่คือคำถามที่ผมสงสัยมาโดยตลอด ในเมื่อแต่ก่อนมิเกลไม่อยากให้ผมเจอลูก ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ผมได้พบเจอเธอ ไม่ยอมให้ผมเฉียดเข้าไปใกล้ชีวิตแม่ลูกคู่นั้นเลย แล้วเหตุใด... ครั้งแรกที่วาโยเจอผม ดวงตากลมโตคู่นั้นจึงเรียกผมว่า “ป๊ะป๊า” อย่างไม่ลังเล..."วาโยเป็นเด็กช่างพูดช่างถาม เมื่อตอนแกยังเล็ก เกลบอกแกเสมอว่าพี่เวคือพ่อของแก แต่ด้วยความที่ลูกสาวของพี่ราม เรียกพี่รามว่าป๊ะป๊า แกเลยเรียกตามมั้งคะ"มิเกลตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาอ่อนโยนในขณะที่พูดถึงลูกสาว ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเอ่ยถึงวาโย บ่งบอกถึงความรักที่เธอมีต่อลูกอย่างเต็มเปี่ยม แม้คำตอบนั้นจะเรียบง่าย แต่มันกลับทำให้ผมเงียบงัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างลังเล"เกล ไม่คิดจะปิดบังลูกเหรอ ในเมื่อตอนนั้นเกลคิดว่าพี่....." ดวงตาของผมมองลึกลงไปในดวงตาเธอ ขณะที่น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดอย่างเงียบงัน ผม
คำสัญญาที่รับปากไป แม้จะไม่มั่นใจว่าผมจะไม่โทษตัวเองได้จริงหรือไม่ หากได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่ผมก็ยินดีจะฟังในทุกคำ ทุกความเจ็บปวดของเธอ มิเกลเริ่มเล่า เสียงของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ ความเศร้าเคลือบอยู่ในถ้อยคำ ดวงตาที่เคยสวยสดใสกลับเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้"เมื่อสามปีที่แล้ว เกลรู้ว่าเกลตั้งท้องวาโยหลังจากเกลออกมาได้ 2 เดือน ตอนนั้นเกลไม่รู้จะทำยังไง มันสิ้นหวังไปหมด เกลไม่กล้าบอกใคร โดยเฉพาะพี่ เกลกลัวว่าพี่จะไม่ยอมรับเขา กลัวว่าพี่จะให้เกลเอาเขาออก เกลกลัวไปหมด "เธอเล่าทุกอย่างอย่างละเอียด น้ำเสียงแผ่วเบา มือที่กุมผมไว้สั่นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาของเธอมองลงต่ำคล้ายจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ผมเห็นความปวดร้าวที่ฉายอยู่ในแววตา ผมฟังทุกถ้อยคำด้วยหัวใจที่เหมือนจะแตกสลายทุกวินาที ผมกุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม อยากจะบอกให้เธอรู้ว่าผมอยู่ตรงนี้กับเธอ ไม่ได้ไปไหนแล้ว"ตอนนั้นเกลคิดแค่ว่าเกลอยากดูแลเขา อยากมีเขาอยู่ในชีวิต เพราะชีวิตของเกลไม่มีใคร ไม่เหลือใครเลยสักคน เกลเหมือนตัวคนเดียว... ""พอเกลตั้งท้องได้ราวๆ ห้าเดือน ก็เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นอันตรายมาก
@เวลา 13.00 น. 🕗ผมตื่นลืมตาขึ้นมาในเวลาบ่ายของอีกวัน ร่างกายของผมตอนนี้มันรู้สึกเหมื่อยล้าไปหมด ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นจากเตียง ดูเหมือนจะตัวรุมๆคล้ายจะเป็นไข้อีกด้วย"แคะ..แคะ..."พี่เว..เป็นอะไรคะ..ไม่สบายหรือเปล่าผมมองไปยังต้นเสียงที่ตอนนี้ถือถาดอาหารเข้ามาให้ผม ตั้งแต่มิเกลเดินเข้ามาในห้องทำให้ผมสงสัยมากเหลือเกินว่าทำไมท่าทางของเธอดูปกติ ไม่มีอาการของคนเหนื่อยล้าเลยแม่แต่น้อย เธอยังคงจัดนั้นโน่นนี่ตามปกติ ต่างจากผมที่ตอนนี้ถูกเมียจับกินจนจับไข้"พี่รู้สึกเหมือนตัวรุมๆ"ไหน..เกลขอดูหน่อย มิเกลเดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงแล้วเอาหลังมือมาแตะลงที่หน้าผากหนา"เกลว่าพี่คงจะมีไข้นะคะ...ตัวร้อนๆ..ทานข้าวแล้วทานยา เดี๋ยวเกลเอายามาให้.."ครับ... ผมยอมรับแต่โดยดี ก่อนจะทานข้าวที่เกลทำมาให้ แล้วทานยาตามที่เธอบอก"พี่เวพักผ่อนนะคะ..ผักผ่อนให้มากๆ คืนนี้จะได้มีแรง"เกล..."คะ.."เอ่อ..คือ..เมื่อคืน เกลทำถึงไหนเหรอ.."หกโมงเช้ามั้งคะ พี่เวสลบไปก่อน..เกลเลยกินต่อคนเดียว"สลบ ?"ค่ะ...จำไม่ได้เหรอคะ..."คือ..พอดีเมื่อวานพี่เหนื่อยจากงานน่ะครับ..เลยแข้งขาอ่อนไปหน่อย"อ่อ...เกลว่าแล้ว...เพราะปกติพี่
@กระบี่ ~ วันที่ 2 🏖️เช้าวันใหม่ที่กระบี่ ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงอบอุ่นผ่านม่านสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องพักหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมริมทะเล กลิ่นทะเลจางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมอ่อนของเครื่องหอมภายในห้อง ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากเตียงนุ่ม แต่สิ่งแรกที่พบกลับไม่ใช่ใบหน้าเล็กที่ควรจะซุกอยู่ข้างกันผมพลิกตัวอย่างร้อนรน ใจเต้นโครมครามเมื่อพบเพียงรอยยับบนผ้าปูที่นอน และหมอนที่ว่างเปล่า ร่างทั้งร่างของเธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ความคิดแวบแรกที่พุ่งเข้ามาคือ... เธอหนีไปอีกแล้วหรือเปล่า เหมือนคราวก่อนนั้น?ผมลุกพรวดขึ้นจากเตียงโดยไม่ทันนึกถึงสภาพตัวเองที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกพุ่งสูงจนสมองขาวโพลน"เกล... อยู่ไหนครับ"เสียงตะโกนของผมสะท้อนไปทั่วห้อง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินทั่วทุกมุมอย่างไร้ทิศทาง มือสั่นเล็กน้อยตอนเปิดประตูห้อง เดินผ่านทางเดินยาวโล่งของโรงแรม หัวใจเต้นกระหน่ำในอก ผมถามพนักงานทุกคนที่เดินผ่าน ไม่มีใครเห็นเธอเลย...จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ผมกลับมาที่ห้องอีกครั้งอย่างหมดแรง ตั้งใจจะอาบน้ำแล้วออกตามหาเธอใหม่ แต่ทันทีที่เปิดประตู..."พี
"เดี๋ยวพี่สอน ....ผมรีบดีดตัวขึ้นมาทันที..."ทำแบบนี้นะ...ผมจับมือน้อยขึ้นมาวางที่น้องชายของผม ครั้งแรกที่เธอสัมผัส ทำเอาผมเสียวซ่านไปทั้งตัว มือนุ่มนิ่มจับท่อนเอ็นเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่ผมจะสอนเธอชักขึ้นชักลงตามจังหวะ"อื้อ....ซี๊ด...แบบนั้นแหละครับคนเก่ง.."อ๊าาา...เกล..เร็วขึ้นหน่อยผมยืนตัวตรง เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มือหนายันกำแพงเอาไว้ ส่วนคนตัวเล็กนั่งคุกเข่าใช้มือนุ่มนิ่มชักท่อนเอ็นของผมขึ้นลงไม่ขาด"อ๊า..เกล....กินให้พี่หน่อย.."กะ..กินเหรอคะ"เอามันเข้าไปในปาก แล้วดูดเลียเมื่อเกลกินไอติม"แต่มันใหญ่มากเลยนะคะ มันจะเข้าปากเกลได้เหรอ"ได้สิ .... อ้าปาก ผมยัดท่อนเอ็นหนาเข้าไปในปากเธอ จนเธอสำลักออกมา"แค๊กๆๆ..."พี่เว...มันลึกจนทิ้มคอเกล"งั้นเกล ดูดแค่ส่วนหัว แล้วเลียตามลำของมันก่อน...คนตัวเล็กทำตามที่ผมบอก ทันทีที่ปลายลิ้นเล็กแตะลงที่ส่วนหัว ก็ทำเอาผมแทบแตก ผมใช้สองมือช้อนเข้าไปที่ต้นคอขาว แล้วสอดนิ้วมือเข้าไปตามกลุ่มผมของคนตัวเล็ก ลูบวน ขยำมันเพื่อระบายความเสียวซ่านออกมา"อ๊าา.....เกล....ตวัดลิ้นไปมาหน่อย ดูดๆ เลียๆสลับกันไปมา..."อื้อ...ซี๊ดดด..แบบนั้นแหละครับ.."อ้าาาา....เกล...เ







