LOGIN@ไนต์คลับ ~ เวหา
แสงไฟวิบวับสลับสีสาดผ่านผนังด้านในของไนต์คลับสุดหรู เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์กระแทกกระทั้นกับผนังและหัวใจของผู้คนที่กำลังเต้นรำ มือถือแก้วเหล้า ผิวกายเสียดสีกันในบรรยากาศร้อนระอุจากอารมณ์ดิบและแรงปรารถนา
ผมนั่งเอนตัวพิงโซฟาหรูในมุมวีไอพีของคลับ หญิงสาวหน้าตาหวานในชุดเดรสสั้นรัดรูป กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนตักผม เราสองคนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมฉุนปะปนกลิ่นแอลกอฮอล์ชวนเวียนหัว เสียงดูดจูบดังแผ่วปนไปกับเสียงเพลง
"จ๊วบบ..จ๊วบบ...อืม.." ริมฝีปากเธอแนบกับลำคอผม ซอกไซ้ด้วยความเร่าร้อน ผมเองก็ไม่ต่าง มือสองข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกแน่นๆ อย่างลืมตัว
"เห้ยไอ้เว...ทำขนาดนี้มึงไปเปิดห้องเลยดีกว่าไหม : มาคาส" มาคาส เพื่อนสนิทเอ่ยขึ้นพร้อมยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ สีหน้ากึ่งเอือมกึ่งตลก ดวงตาเบิกกว้างอย่างอึ้ง
"เสือก..." ผมหันไปสบตาเพื่อนเสียงเรียบ น้ำเสียงแข็งและเย้ยหยัน ขณะที่มือยังไม่ละจากร่างสาวในอ้อมแขน
"อ้าวไอ้นิ..มึงแทบจะเอากันอยู่แล้ว...กูอายแทนน้องเขา : มาคาส" เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นแทรกบรรยากาศ มันยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างอ่อนใจ
"มึงยุ่งไรกับเขาวะไอ้คาส..น้องเขายังไม่อายเลย " จากั้วอีกคนโยนคำพูดขำๆ ออกมา พลางยักคิ้วให้สาวในตักผม ซึ่งเธอก็แค่หัวเราะคิกคัก หน้าแดงแต่ไม่ได้แสดงอาการอายแม้แต่น้อย
"กูคนดีงัย...กูเห็นแล้วกูรับไม่ได้ : มาคาส.." มาคาสยักไหล่ ยกมือทำท่าไหว้พระประกอบคำพูด
"แสดง!.." ผมสวนกลับทันควัน ดวงตาเย้ยหยัน มุมปากยกขึ้นอย่างไม่แยแส
"แรงงงงงว่ะ : มาคาส" มาคาสหัวเราะลั่น ก่อนจะยกแก้วชนกับจากั้ว
ผมเหลือบตาลงมองหญิงสาวตรงหน้า ดาด้า สาวสายเอนเตอร์เทนที่คลอเคลียผมทั้งคืน มือเธอกอดรัดรอบคอผม ปากสีแดงฉ่ำยกยิ้มเย้ายวน
"อื้อ..เวหาค่ะ...ด้าว่าเราไปต่อกันที่อื่นเถอะค่ะ..ด้าอยากกินคุณเต็มที่แล้ว" เสียงเธอแผ่วเบาแต่แฝงความเร่าร้อน ดวงตาฉ่ำหวานช้อนมองผม มือเธอลูบไล้แผงอกผมอย่างจงใจ
"อืม..ไปคอนโดฉัน" ผมตอบด้วยเสียงขรึม ดวงตานิ่งเฉย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยเจตนาอื่น
"จริงเหรอคะ..ด้าอยากไปมานานแล้ว คุณก็ไม่พาไปสักที" เธอทำหน้าตาออดอ้อนจนเกินพอดี ท่าทางเหมือนแมวแกล้งซน ผมมองแล้วก็แค่รู้สึกหมั่นไส้ ไม่ได้รู้สึกหลงใหลอะไรเลย ใบหน้าหวานจอมปลอมที่พยายามแสดงออกว่าใสซื่อ ทั้งที่แววตาเต็มไปด้วยความเจนจัด ผมมองปราดเดียวก็รู้ว่านี่มันแค่การประจบ
"ก็จะพาไปแล้วงัย..จะไปหรือไม่ไป.." ผมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตากดต่ำลงไม่แยแสอารมณ์เธอ
"ไปสิคะ...เดี๋ยวด้าจัดชุดใหญ่ให้คุณเลยนะคะ" เธอส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ท่าทางดีใจจนเกินเหตุ พร้อมคล้องแขนแน่นขึ้นเหมือนกลัวเปลี่ยนใจ
"หึ" ผมพ่นเสียงเบาๆ ในลำคอ มุมปากกระตุกนิดๆ อย่างเย้ยหยัน
ผมตั้งใจพาดาด้ามาที่คอนโด เพื่อให้ยัยคนใช้เห็น และรับรู้ทุกๆ การกระทำของผม ตั้งแต่ที่เธอมาอยู่ที่คอนโดกับผมก็ปาเข้าไปเกือบสองสัปดาห์แล้ว ผมพาผู้หญิงมานอนนับไม่ถ้วน ตั้งใจทำให้เธอเห็น ให้เธอได้ยิน เพื่อกดดันให้ยัยนั่นทนไม่ได้แล้วยอมหย่ากับผม แต่ยัยนั่นก็ทำท่าทางเฉยมาก...ไม่มาปรากฏตัวตามที่ผมสั่งไว้เลย บางครั้งผมเอาผู้หญิงนานหลายชั่วโมง เสียงร้องครางของพวกเธอดังก้องไปทั้งห้อง เธอก็ยังเก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกมากินข้าวกินน้ำด้วยซ้ำ ผมยิ่งรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย หึ...ดูซิจะทนได้สักกี่น้ำ
@23.00 น. คอนโดเวหา
"อื้อ ...อ๊าสส..เวหาขา...แรงๆเลยคะ..
"อ๊ะะ..อ๊าสสส.ของคุณใหญ่ดีจริง..
"อื้อ.. อ๊าาา..เวหาขา..ด้าจะแตกแล้ว..เร็วอีกหน่อย..อ๊ะ..อ๊าสส
"ตับบบบ...ตับบบ..ตับบย
ฉันนอนเอาหมอนปิดหูแบบนี้มาหลายคืนแล้ว เรียกได้ว่าตั้งแต่วันแรกที่ฉันย้ายเข้ามาเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังได้ยินเสียงครางนั้นไม่หยุด ฉันเสียบหูฟัง เปิดเพลงให้ดังจนสุดเสียง ก็ยังกลบเสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้ ฉันรู้ดีว่าพวกเขาทำอะไรกัน ถึงฉันจะยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้ ฉันก็พอรู้อยู่บ้าง ไม่ได้ไร้เดียงสาจนถึงขั้นไม่รับรู้เรื่องทางเพศหรอกนะ
ฉันได้ยินเสียงเตียงกระทบผนังห้องทุกคืน เพราะห้องของฉันอยู่ภายในห้องรับแขกของเขา แขกที่ว่าก็คือสาวๆของเขานั่นแหละ แต่ละวันแทบไม่ซ้ำหน้า ที่ฉันเห็นเพราะเขาให้ฉันออกมาเสิร์ฟน้ำให้พวกเธอ และแนะนำฉันกับทุกคนในฐานะคนรับใช้ ในบางครั้งผู้หญิงพวกนั้นมักจะจิกหัวใช้ฉัน เหมือนกับว่าพวกเธอตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งฉัน คงจะไม่ชอบหน้าฉันเอามากๆ
"แล้วคืนนี้ฉันจะได้นอนไหมเนี้ย ฉันบ่นพึมพำกับตนเอง
@เวลา 07.00 น.
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาภายในห้อง เสียงนาฬิกาบนผนังเดินติ๊กต่อกสลับกับความเงียบสงบในช่วงเช้ามืด ฉันเปิดประตูห้องเก็บของออกมาอย่างเงียบๆ หวังจะแทรกตัวออกไปเงียบๆ เพื่อเตรียมตัวไปเรียน แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้หัวใจฉันหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม
ร่างหญิงสาวในชุดนอนบางเฉียบแทบไม่ปิดร่าง กำลังยืนกอดคลอเคลียอยู่กับคุณเวหาในห้องนั่งเล่น หน้าตาเธอเต็มไปด้วยความตกใจเมื่อเห็นฉันยืนอยู่ตรงประตู
"ว๊ายยย......"
ฉันร้องกรี๊ดออกมาโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนวูบจนหูแดง หัวใจเต้นกระหน่ำเมื่อเห็นภาพบาดตา มือทั้งสองรีบยกขึ้นปิดตาตัวเองด้วยความตกใจและอายจัด
"นี่..แกเป็นใคร..ทำไมถึงมาอยู่ในห้องเวหา.." เสียงแหลมของผู้หญิงคนนั้นพุ่งใส่ฉันทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ราวกับฉันเป็นสิ่งแปลกปลอมในพื้นที่หรูหราแห่งนี้
"คนใช้ฉันเอง..แม่ให้มาดูแลความสะอาดให้ฉัน"
เสียงเย็นชาของคุณเวหาดังขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้อารมณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาของเขาเหลือบมองฉันเพียงครู่เดียวก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่สนใจ
"ตายแล้ว..เวหาคุณให้นังคนใช้เข้ามาอยู่ในห้องของคุณได้ยังงัยค่ะ" เธอหันขวับไปต่อว่าเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจเต็มที่ มือท้าวสะเอว ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงและขุ่นเคือง
"ยัยนั่นอยู่ในห้องเก็บของ ไม่ได้อยู่ในห้องของฉัน" เขาย้ำคำตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ขณะใช้มือลูบผมเธออย่างขอไปที เหมือนไม่อยากให้เธอเสียงดังไปมากกว่านี้
"แล้วนี่เธอจะไปไหนแต่เช้า" เธอหันมาจ้องฉันอีกครั้ง ดวงตาวาวโรจน์ ราวกับจะจับผิด
"เกลจะไปมหาลัยค่ะ ไม่คิดว่าพวกคุณจะยังทำธุระไม่เสร็จ ขอโทษด้วยนะคะ" ฉันก้มหน้าพูดเบาๆ พยายามกลั้นน้ำเสียงที่สั่นไหว ดวงตาก็พยายามไม่มองภาพตรงหน้า แม้มันจะประทับอยู่ในหัวอย่างไม่มีวันลบได้
"อย่าไปสนใจเลยค่ะเวหาเรามาต่อกันดีกว่านะคะ.." เสียงออดอ้อนดังขึ้นพร้อมกับแขนเรียวของเธอที่คล้องคอเขาไว้แน่น ใบหน้าเธอซบลงบนไหล่กว้างนั้นอย่างจงใจแสดงความเป็นเจ้าของ
"จ๊วบ..จ๊วบๆๆ ...."
เสียงจูบดังขึ้นอีกครั้งอย่างจงใจ ร่างสองร่างแนบชิดกัน กอดรัดนัวเนียราวกับไม่สนใจว่าฉันยังยืนอยู่ตรงนั้น สายตาฉันเบิกกว้าง น้ำตาร้อนๆ เริ่มคลอหน่วยตา หัวใจเจ็บจี๊ดเหมือนมีอะไรบีบรัด ฉันทนดูภาพนั้นไม่ได้อีกต่อไป รีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องทั้งที่ขาแทบไม่มีแรง
บรรยากาศข้างนอกเงียบสงบตัดกับความวุ่นวายในใจฉันโดยสิ้นเชิง ลมเช้าพัดผ่านผิวหน้าแต่ไม่อาจปลอบประโลมความรู้สึกได้เลย
"น่าเกลียดชะมัด...ไม่อายคนอื่นบ้างเลยรึงีย"
ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซ่อนความอับอายและปวดร้าวไว้ภายใต้แววตานิ่งสงบที่ฝืนแสดงออกมา
@เวหา
"หมดหน้าที่ของเธอแล้ว..ออกไป
"ขอนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอคะ
"ฉันไม่ชอบให้ใครนอนค้างที่นี่ เสร็จแล้วก็ไป...หรือเธอลืมที่ฉันเคยบอก
"ก็ได้ค่ะ...งั้นด้ากลับก่อนนะคะ
ผมตกใจไม่น้อยที่ยัยคนใช้เปิดประตูออกมาในขณะที่ร่างกายของผมกับดาด้ามีแค่ผ้าห่มผืนหนาคลุมกายเอาไว้ หลังจากที่เธอออกไป ผมกับด้าด้าก็ต่อกันจนเสร็จ จากนั้นผมจึงไล่เธอกลับไป ผมไม่ชอบให้ใครมานอนค้างคอนโดผม เอาเสร็จก็แยกย้ายกันไป ครั้งเดียวจบ
ผมจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมไปเรียนในภาคบ่าย พอเดินออกมาจากห้อง ก็เห็นอาหารเช้าที่ยัยคนใช้เตรียมไว้ให้ เธอเตรียมไว้แบบนี้ทุกวัน...แรกๆผมจะเททิ้งตลอด แต่ยัยนั่นบอกว่าเธอทำในฐานะคนใช้ เป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้ว...ผมจึงทานมัน ผมนั่งลงทานข้าวผัดกุ้งที่เธอทำ เป็นเมนูที่ผมชอบมากๆ แต่แปลกที่ผมชอบเฉพาะอาหารที่เธอทำ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันถูกปากผมเป็นอย่างมาก ผมนั่งทานจนหมด จากนั่นก็เดินทางมาเรียน
ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินไปยังคณะนั้น สายตาก็พรางมองไปเห็น ไอ้มาคาสกำลังยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอดูคุ้นๆ แต่พอมองชัดๆนั้นมัน
"ยัยคนใช้ ! " ผมยืนรอสักพัก พอไอ้มาคาสเดินออกไป ยัยนั่นเดินผ่านมา..ผมจึงดึงแขนเธอมาหลบที่มุมมืดข้างตึก
"โอ้ย....
"อย่ามาสำออย....เงียบ..
"คุณเวหา...?
"ตกใจมากเหรอที่เห็นฉัน ผมจับแขนเธอแล้วออกแรงกดลงไป บิดมันอย่างแรง
"โอ้ย..เกลเจ็บ...เธอจับมือผมไว้
"บอกมา..เธอคุยอะไรกับเพื่อนฉัน..เธอบอกเรื่องของฉันกับเธอใช่ไหม
"เกลเปล่า...ปล่อยเกลก่อนเกลเจ็บค่ะ..
"โกหก......
"เกลไม่ได้โกหก...
"แล้วเธอคุยอะไรกับไอ้มาคาส
"คุณคนนั้นเดินมาชนเกล...ของหล่นกระจายไปหมด เขาเลยช่วยเก็บค่ะ
"หึ...อย่าให้ฉันรู้นะว่าเธอโกหก....
"และจำให้ขึ้นใจ...เธอเป็นแค่คนใช้..ฉันเป็นเจ้านาย...สถานะเธอกับฉันมีแค่นั้น...อย่าริอาจบอกคนอื่นว่าเธอเป็นเมียฉัน" ยัยเกลก้มหน้า ไม่ยอมสบตาผม
"เข้าใจไหม...!
"ค่ะ..
"เข้าใจก็ดี...จะไปไหนก็ไป ผมสะบัดเธอออกอย่างแรง จนเธอล้มลงไปกองกับพื้น ข้อศอกกระแทกกับพื้นคอนกรีตอย่างแรงจนเลือดออก ผมไม่สนใจเลยสักนิด จากนั้นก็เดินออกไปก่อนที่จะมีใครมาเห็น
"โอ้ย...
"สมน้ำหน้า....หึ...
@กรุงเทพมหานคร ✈️แสงแดดยามบ่ายสาดไล้ผ่านม่านบางในบ้านหลังใหญ่ของเราอย่างอบอุ่น กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดจากแจกันกลางโต๊ะต้อนรับความรู้สึกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ผมกับมิเกลเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกอย่างยังคงอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก... เหมือนได้กลับมาสู่ที่ที่หัวใจเคยพรากจากกันไปนานเกินไปเสียงฝีเท้าของใครบางคนกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะวิ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า มือเล็กโอบรัดรอบตัวมิเกลแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง คนตัวเล็กสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะปล่อยโฮออกมาท่ามกลางอ้อมแขนของแม่"แม่จ๋าหายไปหนายมา..."น้ำเสียงของวาโยสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มนุ่ม ริมฝีปากเบะอย่างน่าสงสาร มือน้อย ๆ จับแขนแม่แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง"โอ้ๆๆ ไม่ร้องนะคะคนเก่งของแม่.."มิเกลก้มลงกอดลูกแน่น ลูบหลังเบา ๆ อย่างปลอบโยน น้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรัก สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคิดถึงในคราวเดียวกัน ผมมองสองแม่ลูกอย่างอบอุ่นในใจ มือผมเอื้อมไปหยิบของฝากที่เตรียมไว้จากสนามบิน พร้อมเอ่ยเรียกลูกเสียงนุ่ม"วาโยดูสิ..ป๊ะป๊าซื้ออะไรมาฝาก... ""ว้าว
"ทำไม ครั้งแรกที่พี่เจอวาโย ยัยหนูถึงเรียกพี่ว่า 'ป๊ะป๊า'"น้ำเสียงของผมแม้จะแผ่วเบา แต่ก็หนักแน่น ราวกับคำถามนั้นแบกความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกมานาน ผมมองสบตาเธอ อยากจะรู้ว่าความจริงคืออะไร นี่คือคำถามที่ผมสงสัยมาโดยตลอด ในเมื่อแต่ก่อนมิเกลไม่อยากให้ผมเจอลูก ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ผมได้พบเจอเธอ ไม่ยอมให้ผมเฉียดเข้าไปใกล้ชีวิตแม่ลูกคู่นั้นเลย แล้วเหตุใด... ครั้งแรกที่วาโยเจอผม ดวงตากลมโตคู่นั้นจึงเรียกผมว่า “ป๊ะป๊า” อย่างไม่ลังเล..."วาโยเป็นเด็กช่างพูดช่างถาม เมื่อตอนแกยังเล็ก เกลบอกแกเสมอว่าพี่เวคือพ่อของแก แต่ด้วยความที่ลูกสาวของพี่ราม เรียกพี่รามว่าป๊ะป๊า แกเลยเรียกตามมั้งคะ"มิเกลตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาอ่อนโยนในขณะที่พูดถึงลูกสาว ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเอ่ยถึงวาโย บ่งบอกถึงความรักที่เธอมีต่อลูกอย่างเต็มเปี่ยม แม้คำตอบนั้นจะเรียบง่าย แต่มันกลับทำให้ผมเงียบงัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างลังเล"เกล ไม่คิดจะปิดบังลูกเหรอ ในเมื่อตอนนั้นเกลคิดว่าพี่....." ดวงตาของผมมองลึกลงไปในดวงตาเธอ ขณะที่น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดอย่างเงียบงัน ผม
คำสัญญาที่รับปากไป แม้จะไม่มั่นใจว่าผมจะไม่โทษตัวเองได้จริงหรือไม่ หากได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่ผมก็ยินดีจะฟังในทุกคำ ทุกความเจ็บปวดของเธอ มิเกลเริ่มเล่า เสียงของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ ความเศร้าเคลือบอยู่ในถ้อยคำ ดวงตาที่เคยสวยสดใสกลับเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้"เมื่อสามปีที่แล้ว เกลรู้ว่าเกลตั้งท้องวาโยหลังจากเกลออกมาได้ 2 เดือน ตอนนั้นเกลไม่รู้จะทำยังไง มันสิ้นหวังไปหมด เกลไม่กล้าบอกใคร โดยเฉพาะพี่ เกลกลัวว่าพี่จะไม่ยอมรับเขา กลัวว่าพี่จะให้เกลเอาเขาออก เกลกลัวไปหมด "เธอเล่าทุกอย่างอย่างละเอียด น้ำเสียงแผ่วเบา มือที่กุมผมไว้สั่นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาของเธอมองลงต่ำคล้ายจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ผมเห็นความปวดร้าวที่ฉายอยู่ในแววตา ผมฟังทุกถ้อยคำด้วยหัวใจที่เหมือนจะแตกสลายทุกวินาที ผมกุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม อยากจะบอกให้เธอรู้ว่าผมอยู่ตรงนี้กับเธอ ไม่ได้ไปไหนแล้ว"ตอนนั้นเกลคิดแค่ว่าเกลอยากดูแลเขา อยากมีเขาอยู่ในชีวิต เพราะชีวิตของเกลไม่มีใคร ไม่เหลือใครเลยสักคน เกลเหมือนตัวคนเดียว... ""พอเกลตั้งท้องได้ราวๆ ห้าเดือน ก็เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นอันตรายมาก
@เวลา 13.00 น. 🕗ผมตื่นลืมตาขึ้นมาในเวลาบ่ายของอีกวัน ร่างกายของผมตอนนี้มันรู้สึกเหมื่อยล้าไปหมด ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นจากเตียง ดูเหมือนจะตัวรุมๆคล้ายจะเป็นไข้อีกด้วย"แคะ..แคะ..."พี่เว..เป็นอะไรคะ..ไม่สบายหรือเปล่าผมมองไปยังต้นเสียงที่ตอนนี้ถือถาดอาหารเข้ามาให้ผม ตั้งแต่มิเกลเดินเข้ามาในห้องทำให้ผมสงสัยมากเหลือเกินว่าทำไมท่าทางของเธอดูปกติ ไม่มีอาการของคนเหนื่อยล้าเลยแม่แต่น้อย เธอยังคงจัดนั้นโน่นนี่ตามปกติ ต่างจากผมที่ตอนนี้ถูกเมียจับกินจนจับไข้"พี่รู้สึกเหมือนตัวรุมๆ"ไหน..เกลขอดูหน่อย มิเกลเดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงแล้วเอาหลังมือมาแตะลงที่หน้าผากหนา"เกลว่าพี่คงจะมีไข้นะคะ...ตัวร้อนๆ..ทานข้าวแล้วทานยา เดี๋ยวเกลเอายามาให้.."ครับ... ผมยอมรับแต่โดยดี ก่อนจะทานข้าวที่เกลทำมาให้ แล้วทานยาตามที่เธอบอก"พี่เวพักผ่อนนะคะ..ผักผ่อนให้มากๆ คืนนี้จะได้มีแรง"เกล..."คะ.."เอ่อ..คือ..เมื่อคืน เกลทำถึงไหนเหรอ.."หกโมงเช้ามั้งคะ พี่เวสลบไปก่อน..เกลเลยกินต่อคนเดียว"สลบ ?"ค่ะ...จำไม่ได้เหรอคะ..."คือ..พอดีเมื่อวานพี่เหนื่อยจากงานน่ะครับ..เลยแข้งขาอ่อนไปหน่อย"อ่อ...เกลว่าแล้ว...เพราะปกติพี่
@กระบี่ ~ วันที่ 2 🏖️เช้าวันใหม่ที่กระบี่ ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงอบอุ่นผ่านม่านสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องพักหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมริมทะเล กลิ่นทะเลจางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมอ่อนของเครื่องหอมภายในห้อง ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากเตียงนุ่ม แต่สิ่งแรกที่พบกลับไม่ใช่ใบหน้าเล็กที่ควรจะซุกอยู่ข้างกันผมพลิกตัวอย่างร้อนรน ใจเต้นโครมครามเมื่อพบเพียงรอยยับบนผ้าปูที่นอน และหมอนที่ว่างเปล่า ร่างทั้งร่างของเธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ความคิดแวบแรกที่พุ่งเข้ามาคือ... เธอหนีไปอีกแล้วหรือเปล่า เหมือนคราวก่อนนั้น?ผมลุกพรวดขึ้นจากเตียงโดยไม่ทันนึกถึงสภาพตัวเองที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกพุ่งสูงจนสมองขาวโพลน"เกล... อยู่ไหนครับ"เสียงตะโกนของผมสะท้อนไปทั่วห้อง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินทั่วทุกมุมอย่างไร้ทิศทาง มือสั่นเล็กน้อยตอนเปิดประตูห้อง เดินผ่านทางเดินยาวโล่งของโรงแรม หัวใจเต้นกระหน่ำในอก ผมถามพนักงานทุกคนที่เดินผ่าน ไม่มีใครเห็นเธอเลย...จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ผมกลับมาที่ห้องอีกครั้งอย่างหมดแรง ตั้งใจจะอาบน้ำแล้วออกตามหาเธอใหม่ แต่ทันทีที่เปิดประตู..."พี
"เดี๋ยวพี่สอน ....ผมรีบดีดตัวขึ้นมาทันที..."ทำแบบนี้นะ...ผมจับมือน้อยขึ้นมาวางที่น้องชายของผม ครั้งแรกที่เธอสัมผัส ทำเอาผมเสียวซ่านไปทั้งตัว มือนุ่มนิ่มจับท่อนเอ็นเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่ผมจะสอนเธอชักขึ้นชักลงตามจังหวะ"อื้อ....ซี๊ด...แบบนั้นแหละครับคนเก่ง.."อ๊าาา...เกล..เร็วขึ้นหน่อยผมยืนตัวตรง เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มือหนายันกำแพงเอาไว้ ส่วนคนตัวเล็กนั่งคุกเข่าใช้มือนุ่มนิ่มชักท่อนเอ็นของผมขึ้นลงไม่ขาด"อ๊า..เกล....กินให้พี่หน่อย.."กะ..กินเหรอคะ"เอามันเข้าไปในปาก แล้วดูดเลียเมื่อเกลกินไอติม"แต่มันใหญ่มากเลยนะคะ มันจะเข้าปากเกลได้เหรอ"ได้สิ .... อ้าปาก ผมยัดท่อนเอ็นหนาเข้าไปในปากเธอ จนเธอสำลักออกมา"แค๊กๆๆ..."พี่เว...มันลึกจนทิ้มคอเกล"งั้นเกล ดูดแค่ส่วนหัว แล้วเลียตามลำของมันก่อน...คนตัวเล็กทำตามที่ผมบอก ทันทีที่ปลายลิ้นเล็กแตะลงที่ส่วนหัว ก็ทำเอาผมแทบแตก ผมใช้สองมือช้อนเข้าไปที่ต้นคอขาว แล้วสอดนิ้วมือเข้าไปตามกลุ่มผมของคนตัวเล็ก ลูบวน ขยำมันเพื่อระบายความเสียวซ่านออกมา"อ๊าา.....เกล....ตวัดลิ้นไปมาหน่อย ดูดๆ เลียๆสลับกันไปมา..."อื้อ...ซี๊ดดด..แบบนั้นแหละครับ.."อ้าาาา....เกล...เ
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






