Mag-log inกฏของเพื่อนสนิทคือห้ามคิดเกินเลยเด็ดขาด แต่ทำไงได้เพราะเขาดันคิดเกินเลยกับเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเสียแล้ว..
view more“ฮึกฮื่อออออ”
“แผ่นสุดท้ายแล้วครับคุณหอมอ่ะเอาไป”ฉันรับกระดาษทิซซู่มาจากมือของวินเพื่อนในกลุ่มของฉันก่อนจะเอามันมาเช็ดน้ำหูน้ำตาตัวเองที่กำลังไหลอย่างกับเขื่อนแตกทำไมฉันถึงร้องไห้น่ะหรอก็พี่ทอยผู้ชายที่ฉันแอบชอบมานานแสนนานประกาศมีแฟนน่ะสิแต่เรื่องนั้นไม่ได้ทำฉันเสียใจจนร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้หรอกเพราะก่อนหน้านั้นพี่ทอยบอกว่าเขาจะคบกันฉันแต่ผ่านไปแค่2วันเขาดันคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันซะได้
“ฮื่อออออ”ฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนักและไม่สนเลยด้วยว่าเพื่อนๆในกลุ่มจะรำคาญไหมเพราะฉันเสียใจมากจริงๆฉันทุ่มเทให้กับพี่ทอยมาตั้งเท่าไหร่แต่สุดท้ายสิ่งที่ฉันได้รับกลับมาคือการโกหกหลอกลวง
“เอาฮึกเอามาอีก”ฉันตบโต๊ะบอกให้เพื่อนเอากระดาษทิซซู่มาอีกเพราะแค่แผ่นเดียวมันไม่พอซับน้ำตาของฉันหรอก
“ไอหอมมึงใช้กระดาษหมดไป3ห่อแล้วไอเวร!”หัวของฉันโดนผลักอย่างแรงจากพลังชายแท้ของมันเล่นทำฉันหัวโยกจนเกือบตกเก้าอี้ไอห่านี่กูเป็นผู้หญิงนะเว้ยเผื่อพวกมึงลืม
“ไอสัสวินหอมเป็นผู้หญิงไอเวรนี่..”น้ำเสียงนุ่มเอ่ยขึ้นแม้ว่าคำพูดจะมีคำหยาบคายแต่เพราะเสียงของเจ้าตัวนั้นนุ่มนิ่มมากจนคำหยาบคายเหล่านั้นแทบจะเหมือนประโยคพูดปกติเลยก็ว่าได้
“คนที่เข้าใจฉันก็มีแต่เซย์นี่แหละ”ฉันทำหน้างอก่อนจะเขยิบเข้าไปกอดแขนเซย์จิอย่างอ้อนๆ
“ใช้นี่แทนสิ”ฉันมองเซย์จิที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองให้ฉันสมัยนี้เขายังพกผ้าเช็ดหน้ากันอยู่เรอะฉันมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมันก็เป็นแค่ผ้าเช็ดหน้าแหละแต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงไม่กล้าใช้ก็ไม่รู้ก็เซยจิน่ะเป็นผู้ชายที่ทั้งโคตรหล่อแล้วก็โคตรรวยเลยไงล่ะเผลอๆไอผ้าเช็ดหน้าที่ดูธรรมดานั่นอาจจะแพงกว่ารองเท้าหลักพันของฉันก็เป็นได้
“มะไม่เป็นไรฉันหยุดร้องเองก็ได้”เหมือนมีรีโมตบังคับตัวเองได้ฉันใช้หลังมือปาดน้ำหูน้ำตาออกลวกๆเพราะไม่อยากใช้ของหรูๆ แบบนั้น
“แบบนี้ก็ได้เนาะ”ไอวินพูดขึ้นแบบปลงๆแต่ไม่กี่วิต่อมามือของฉันก็ถูกเซย์จิจับไว้เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเช็ดหลังมือให้ฉันอย่างอ่อนโยนฉันมองใบหน้าหล่อของเซย์ที่ออกไปทางญี่ปุ่นหน่อยๆอย่างรู้สึกตื้นตันใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของเขา
“เซย์ทำไมนายถึงไม่มีแฟนล่ะ”ฉันเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเซย์จิน่ะจัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมากเลยนะทั้งสูงทั้งขาวแถมยังเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นอีกขนาดฉันเจอเขาครั้งแรกฉันยังตลึงในความหล่อของเขาเลยแต่น่าแปลกที่เซย์จิเอาแต่เรียนๆๆเขาไม่ค่อยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนแต่ก็มีผู้หญิงมาขายขนมจีบไม่ขาดสายแต่สุดท้ายพวกนั้นก็ได้แต่กินแห้วเป็นอาหารไป
“ทำไมต้องมี”ใบหน้าหล่อเอ่ยขึ้นเรียบๆ พร้อมกับมือของเขาที่เช็ดแขนให้ฉันอย่างอ่อนโยน
“ระหรือว่านายชอบผู้ชาย…” ฉันดึงมือออกมาด้วยความตกใจเซย์จิเองก็ดูตกใจกับคำพูดของฉันเช่นกันเจ้านายเงยหน้ามามองฉันพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจทันที
“ไม่ใช่แบบนั้น..ก็แค่ยังไม่อยากมีใคร”เจ้าตัวเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ฉันแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเช็ดมาที่ใบหน้าของฉันอย่างแผ่วเบาสายตาของฉันสบกับเซย์จิอย่างช่วยไม่ได้ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองฉันก่อนจะเบี่ยงไปสนใจการเช็ดต่อ
ตึกตัก ตึกตัก
“ฉะฉันเช็ดเองก็ได้ขอบใจนะเซย์”ฉันเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกักก่อนจะคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาไว้ในมือแทนเซย์จิไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ขยับออกไปเท่านั้นใบหน้าของฉันร้อนผ่าวแปลกๆ ไหนจะเสียงหัวใจที่เต้นเร็วนี่อีก
ไม่ได้นะ!ห้ามคิดเกินเพื่อนเด็ดขาดเลย!
เปิดมาก็ใจเต้นเลยค่ะฮ่าๆ
3เดือนต่อมา“ครับๆรักกันเข้าไปครับ..ต่อให้กูอ้วกตรงนี้พวกมึงก็คงไม่สนใจกูหรอกใช่ไหม”ฉันมองไอวินที่มันบ่นอะไรของมันก็ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วเป็นฝ่ายอกหักและเรียกฉันกับเซย์จิที่งานยุ่งทั้งคู่มานั่งดื่มแท้ๆยังจะมาบ่นอีกฉันก็แค่นั่งป้อนของกินให้เซย์จิเองหวานกันตรงไหน“มึงเป็นเด็ก3ขวบหรอที่จะมาอ้วกไม่เป็นที่เป็นทางอ่ะ”ฉันเอ่ยบ่นมันดูจากสภาพคงจะหนักเอาการแต่ก็อย่างว่าผู้หญิงคนไหนจะทนอยู่กับความใบโพล่าของมันได้กันแถมยังไม่ค่อยมีเวลาให้อีกเล่นไปเจอเขาเดือนละครั้งงี้ผู้หญิงคนไหนจะทนคบ“เออกูมันทำอะไรก็ผิดไปหมดนั่นแหละ!”ไอวินเพ้ออีกครั้งซึ่งฉันกับเซย์จิก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างเพลียๆ“ยังไม่เสร็จอีกหรอ?”ฉันละความสนใจจากไอวินปล่อยให้มันเพ้อไปแบบนั้นแหละเดี๋ยวก็ซัดเหล้าจนเมาหลับไปเองแต่เซย์จินี่สิแม้ขนาดอยู่ร้านเหล้าเขายังคงนั่งทำงานอยู่เลยมือไม่ว่างจนฉันต้องมาป้อนข้าวเขาแทนเนี่ย
กึกๆกักๆฉันค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรบกวนแปลกๆภายในห้องมืดสนิทดูจากที่ฉันไม่รู้สึกปวดเมื่อยใดๆแล้วแสดงว่าฉันคงหลับไปนานพอควรฉันค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะคว้ามือถือมาดูและพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะ1ทุ่มแล้วกึกๆกักๆฉันขมวดคิ้วตอนแรกเสียงมันเงียบไปแล้วแต่ตอนนี้เสียงกลับมาดังอีกครั้งฉันเลยลุกออกจากเตียงแม้ว่าร่างกายยังคงระบมอยู่เล็กน้อยก็ตามทีแต่เสียงมันน่าสงสัยจนฉันอดที่จะอยากรู้ไม่ได้เลย“เซย์?”ฉันเอ่ยเรียกอีกฝ่ายหลังจากเดินมาอย่างไม่รู้ทางและพบว่าทางที่เดินมันก็มืดขึ้นเรื่อยๆนี่เขาเป็นคนมีตังที่ชอบประหยัดไฟรึไงกัน“เซย์นายอยู่แถวนี้รึเปล่า?”ฉันเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่ก็ยังคงไม่มีการตอบกลับใดๆฉันเลยเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นแสงสว่างที่ลอดมาจากใต้ประตูพอฉันยิ่งเข้าไปใกล้ฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆชัดขึ้น“อ๊าเซย์จิเดี๋ยวมีคนเห็
แกร้ก“เชี่ยใครวะ!”พลั่ก! ตุ้บ!ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมองดูความวุ่นวายด้วยสายตาเลื่อนลอยภาพของชายชุดดำจำนวนกี่คนก็ไม่รู้รู้แต่ว่าเยอะมากจนนับไม่หมดกำลังรุมทำร้ายหัวหน้าของฉันที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ย“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”ฉันมองผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักในชีวิตมาก่อนเจ้าตัวเดินมาก่อนจะถอดเสื้อสูทมาคลุมหน้าอกเปล่ือยๆของฉันพร้อมกับถามอย่าสุภาพฉันไม่ได้ตอบเพราะยังคงรู้สึกมึนและงงเหมือนคนไม่มีสติหลังจากปล่อยจิตปล่อยใจไปตั้งแต่โดนมันถอดเสื้อแล้ว“ผมจะพาคุณไปหาคุณเซย์จินะครับ”ชายคนนั้นพูดขึ้นก่อนจะเข้ามาช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มเพียงแค่ได้ยินชื่อเขาจิตใจฉันมันโล่งและสงบขึ้นจนสามารถที่จะปิดตาลงได้อย่างสนิทใจเซย์จิ PART“ต้นหอม..”ผมเอ่ยเรียกร่างบางที่ยังคงนอนหลับสนิทมือของผมลูบผมเธออย่างปลอ
เซย์จิ PART“ทำไงดีเซย์ต้นหอมรู้เรื่องแล้ว”ผมยังคงนั่งเอามือกุมขมับตลอดบอกตรงๆเลยว่าไม่โอเคสักนิดแถมตอนนี้ก็ยังหาต้นหอมไม่เจอเลยด้วยแม้ว่าผมจะส่งลูกน้องไปหาเธอรอบเมืองแล้วก็ตาม“มันทำอะไรไม่ได้แล้วปล่อยไปก่อนเถอะ”ผมเอ่ยบอกเสียงเรียบ“แต่..”“มินะผมขออยู่คนเดียวสักพักเถอะ”ผมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ“ก็ได้”สิ้นเสียงประะตูปิดลงผมก็ตบโต๊ะด้วยความโมโหทันทีเพราะลูกน้องพึ่งจะมารายงานว่าต้นหอมบินมาญี่ปุ่นแถมยังมาเจอซ็อตเด็ดจนหนีหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้อีกก๊อก ก๊อก ก๊อก“เข้ามา”“คุณต้นหอมกลับโรงแรมแล้วครับเธอกำลังเตรียมตัวบินกลับไทย”ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างน้อยเธอก็ถึงโรงแรมอย่างปลอดภัยก่อนท