Mag-log inเขาเป็นคนที่ฉันไม่ชอบหน้า แต่เขาดันเป็น ‘คนแรก’ และ ‘คนสุดท้าย’ ที่ฉันโหยหามาตลอด
view moreRome Game วิศวะเกมรัก
Between us, it's just a game... where I'm a pawn on the board,
for him to place wherever he wants.
ระหว่างเรามันก็แค่เกม... ที่มีฉันเป็นเบี้ยอยู่บนกระดาน ให้เขาจับวางตรงไหนก็ได้
คำเตือนจากไรต์ : อ่านเพื่อความสนุกและความบันเทิง การพนันทุกชนิดผิดกฎหมายและไม่แนะนำให้ทำตาม ชีวิตจริงไม่ได้เป็นเหมือนในนิยายที่ไรต์สร้างขึ้นมานะคะ
ห้ามลอกเลียนแบบการเล่นพนันทุกชนิดที่มีในนิยายเรื่องนี้ พี่โฬมมีตัวตนแค่ในนิยายเท่านั้น การได้เงินจากพนันก็เช่นเดียวกัน
*โปรดใช้วิจารณญาณ ห้ามลอกเลียนแบบตัวละครพี่โฬมนะจ๊ะ ด้วยความหวังดี*
ติ๊ง~
ยอดเงินเข้า 50,000
“อ่า... กูนี่มันเจ๋งที่สุดเลยว่ะ”
“อะไร?”
“ปั่นสล็อต ลงไปห้าร้อยได้มาห้าหมื่น”
“ขี้โกง”
“กูไม่ได้โกงนะ กูเก่งต่างหาก”
ผมตอบไอ้เกียร์ที่นั่งกดมือถือโดยเอาเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสมองไอ้ตัวขี้เซาที่นอนตัวยาวอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนตัวเล็ก พอมันทิ้งตัวลงนอนปุ๊บผมก็ถามมันทุกวันนั่นแหละว่า ‘ชาติที่แล้วมึงเกิดเป็นหมีโคอาลาใช่ไหมไอ้เจค’ นอนได้ทั้งวี่ทั้งวันจริงๆ
คว่ำสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะหยิบซองบุหรี่สีดำฟ้า Marlboro ice blast คีบไว้ตรงมุมปากจุดไฟแช็กสูบเอาความเย็นสุดขั้วเข้าปอดอึกใหญ่และเงยหน้าพ่นควันสีเทาพวยพุ่งขึ้น กลิ่นจะเป็นเมนทอลคล้ายกับบุหรี่ยี่ห้อเดียวกันกับที่ไอ้เกียร์สูบ ของผมจะแรงกว่า กลิ่นเมนทอลจะติดปากบวกกับความเย็นแบบสุดๆ ผมชอบมากถึงขนาดสั่งมาไว้หลายคอตตอน หนึ่งซองจะมียี่สิบมวน ราคาก็แรงแบบสุดๆ หาไม่ค่อยจะได้ผมนี่ฝากหิ้วจากพี่ชายเลยนะ แบบไม่ต้องตามหาซื้อให้ยุ่งยากซื้อมาเก็บไว้แบบหมดก็หยิบมาสูบได้สบาย
“วันนี้ไอ้เจคแข่ง กูต้องไปลง”
“ชนะอยู่แล้ว” ไอ้เกียร์ตอบพลางคว่ำหน้าจอมือถือลง “มันร้อนเงิน”
“กูก็ร้อนนะ” เพราะเซียนพนันอย่างผมแพ้พนันไม่เป็นไร แต่แพ้บ่อยนี่ไม่ชินนะ “น้องปั้นหยายังไม่เลิกเรียนเหรอ”
“ใกล้แล้ว ไปทำงานต่อ”
“มึงนี่ก็ใจดีนะให้เมียไปทำงานที่ร้านปิ้งย่างเหมือนเดิม” ชี้หน้าไอ้เกียร์ข้างที่คีบบุหรี่ ไอ้ตัวที่คิดว่าจะหาเมียได้ยากที่สุดดันมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วหนึ่ง
“หยาอยากทำ ไม่อยากห้าม”
“ขยันที่สุด” น้องปั้นหยาคือตัวอย่างผู้หญิงนักสู้จริงๆ น้องนี่ผ่านอะไรมามากจนมาเจอกับไอ้เกียร์ ตอนนี้เหรอสบายเพราะได้มันเป็นแฟนนี่ล่ะ แต่น้องก็ยังคงทำงานหาเงินอยู่เลย เป็นผู้หญิงที่ผมชมจากใจจริงเลยว่านอกจากจะน่ารัก หน้าตาจิ้มลิ้มทำให้ไอ้เกียร์หลงหัวปรักหัวปรำ ยังขยันขันแข็งไม่ง้อเงินแฟนสักนิดก็ไม่มี
“เอาล่ะ ไปเรียนดีกว่า” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงผมก็จิ้มกรองบุหรี่ลงบนโต๊ะหินอ่อน เดินไปสะกิดขาหน้าไอ้เจค (หมายถึงแขน) ให้มันลุกขึ้นเตรียมตัวไปเรียน เดี๋ยวเลิกเรียนเย็นก็ต้องไปสนามแข่งพร้อมกันอีก ไอ้เจคลุกขึ้นนั่งเอามือยีเส้นผมของตัวเอง งัวเงียแค่ไหนก็ลุกขึ้นเดินตามหลังผมกับไอ้เกียร์ผ่านลานเกียร์เพื่อเข้าไปเรียนในตึกของคณะ
ระหว่างนั้นก็เดินผ่านกลุ่มนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ สวมเสื้อช้อปสีกรมท่า คนที่อยู่ข้างหน้าเป็นหญิงสาวตัวเล็กและผิวสีขาวซีดขลับกับสีช้อป เธอมีใบหน้าที่สวยมากๆ เป็นผู้หญิงที่มีเครื่องหน้าสมบูรณ์แบบ ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเล็กบาง โครงหน้าเรียว ผมสีดำยาวมัดรวบไว้ท้ายทอยและปล่อยเส้นผมปล่อยด้านข้างเปิดรับหน้าผากมน
เธอมองหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าสายตาที่มองเล่นเอาผมขมวดคิ้ว... เธอมองผมแบบนี้มาสักพัก ใช่ ผมจำได้สิ อยู่คณะเดียวกันแต่เธอเรียนวิศวะคอมฯ สวยแบบนี้ไม่มีพลาดสายตาเหยี่ยวของโฬมหรอก จึงหยุดชะงักดักหน้ากลุ่มของเธอที่มีชาย 2 และหญิง 1 ไอ้เกียร์กับไอ้เจคที่เดินตามมาก็หยุดชะงักตาม
“น้องมองหน้าพี่แบบไม่พอใจ”
“...” ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มีอะไรข้องใจหรือเปล่า?”
“ไม่นี่คะ” น้ำเสียงเย็นชาบวกกับหน้าตาและท่าทางทำให้ผมขมวดคิ้ว “ทำไมพี่คิดแบบนั้น”
“ไม่รู้สิ พี่เห็นน้องมองพี่แบบนี้หลายครั้งแล้ว”
“ทำไมพี่ไม่คิดว่าหนูมองพี่ว่าหล่อบ้าง” คำตอบของเธอทำให้ผมยกยิ้มมุมปาก ถ้ามองผมหล่อคงไม่ใช้สายตาเชิงมองเหยียดกันหรอก ดูก็รู้สายตาของเธอมันบ่งบอกว่ามองแบบผมหล่อหรือมองผมแบบน่ารังเกียจ “คิดมากนะ”
“หึ”
หัวเราะในลำคอขณะที่เดินสวนผมไปแบบแทบจะไม่เฉียดโดนตัวสักนิด เอี้ยวใบหน้ากลับไปมองก็เห็นเพื่อนของเธอเอาแต่ถามว่ามองผมทำไม มีเหตุผลอะไรไปมองรุ่นพี่แบบนั้น ผมได้แต่ส่ายหน้าไปมากับท่าทางที่หยิ่งผยองของรุ่นน้อง
“ไปทำอะไรเขาไว้”
“ทำเหี้ยอะไร เพิ่งจะเคยเจอครั้งแรก” ตวาดใส่ไอ้เกียร์ “ข้องใจฉิบหาย”
“อาจจะเคยนอนด้วยกัน” ไอ้เจคทำให้ผมส่ายหน้า ไม่มีทางหรอก สวยๆ แบบนั้นผมนอนด้วยต้องจำได้แน่นอน “มึงลืม”
“ไม่มีทาง”
“แล้วเขาจะมองมึงแบบรังเกียจทำไม” คำถามของไอ้เกียร์ทำให้ผมคิดหนักเหมือนกันนั่นแหละ แต่ก็ช่างแม่งแล้วกัน มีคนชอบเยอะก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเกลียด แต่เกลียดด้วยเหตุผลอะไรผมเองก็ไม่รู้... เด็กบ้าอะไรมามองผมด้วยสายตาไม่พอใจ ผมไปทำอะไรให้กันแน่วะ มันเหมือนมีอะไรติดค้างในใจจนเรียนแทบจะไม่เข้าหัว
สนามแข่งรถเถื่อน พัทยา 20.45 น.
‘ผลการแข่งขันแบบดริฟต์อย่างเป็นทางการ ผู้ชนะในการแข่งขันนี้คือ... เจคแลค Winner!’
รอยยิ้มของผมผุดขึ้นเมื่อได้ยินชื่อของใครบางคนที่ผู้ชนะในการแข่งขันแบบดริฟต์ ยืนกอดอกอยู่บนอัฒจันทร์ ทอดสายตามองร่างสูงของไอ้เจคที่ออกจากรถพร้อมถอดหมวกกันน็อกกับโม่งสีดำออก ผมเดินลงบันไดไปหามันพร้อมตรงไปหาพี่บอยที่ยื่นซองสีน้ำตาลให้ผมกับไอ้เจค
“ผับพี่รัก”
“อือ”
รับซองเงินจำนวนห้าแสนมาไว้กับตัว ส่วนของไอ้เจคก็ได้มาเช่นเดียวกันแน่นอนว่าผมแบ่งสัดส่วนตรงนี้ให้เพื่อนด้วยนะ รู้ว่ามันกำลังลำบากหาเงินเพื่อหาคอนโดไว้สักที่ ตอนนี้ก็มีเงินมากพอจะไปจองคอนโดหรูๆ อยู่แทนการกลับไปที่บ้าน เพราะโดนตัดบัตรและตัดทุกช่องทาง เป็นการตัดหางปล่อยวัดที่แบบงี่เง่าที่สุด คุณลุงพ่อของไอ้เจคคิดผิดว่าถ้าไอ้เจคไม่มีเงินก็คงจะกลับไป เปล่าเลย... รอบนี้มันตั้งใจแข่งให้ชนะเลยนะเพื่อเงินรางวัล ไม่ใช่แมวดำที่เอาแต่ขี้เกียจเหมือนที่ผ่านมา
“เฮียไจ๋บอกจะให้รถมึงมาขับ ไม่ไปดูวะ”
“เดี๋ยวไป”
“อย่าเกรงใจเฮียเลย มึงทำเงินให้เฮียเขาเยอะ รถคันไม่กี่ล้านเขาให้มึงขับฟรียังได้”
“รู้” ไอ้เจคขยับตัวเล็กน้อยและปรับเบาะเอนลง “ถึงแล้วปลุก”
“เออ!”
กระแทกเสียงใส่ไอ้เจคที่หัวได้หนุนอะไรสักอย่างก็หลับทันที อยากจะพามันไปหาหมอ เป็นอะไรมากไหมกับการนอนทุกที่ของมันเนี่ย ผมถอนหายใจพลางกดลดกระจกคีบบุหรี่ออกจากมุมปากยื่นแขนออกไปข้างนอก เพื่อรอสัญญาณไฟกำลังจะแปรเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวเพื่อเข้าตัวเมืองในช่วงดึกของวัน เพียงแค่ไม่กี่นาทีรถก็มาจอดที่ผับ LC ผับชื่อดังที่มีคนมีระดับมาเที่ยว ผมปลุกไอ้เจคมันก็เดินงัวเงียตามผมมาถึงวีไอพีเพื่อสั่งเหล้ากินตามประสา
Laphit : อยู่ LC มาแดกเหล้าปะ พาน้องปั้นหยามาด้วยก็ได้
GEAR 1 : ไม่ จะนอน
Laphit : ตอแหล!
GEAR 1 : อย่ากวน นอนดูหนังกับเมียอยู่
Laphit : เออ! ไอ้สันขวาน กูขอโทษที่ทักมาชวน
เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงด้วยสีหน้าหงุดหงิด ถึงแบบนั้นพอเห็นสาวสวยตรงหน้าที่ฉีกยิ้มให้ผมก็หายหงุดหงิดทันที พอเสมองเพื่อนอีกตัวที่ชวนมาแดกเหล้าตอนนี้ก็นอนตัวยาวอยู่บนโซฟา แม่งอยากจะถาม เสียงดังขนาดนี้ไอ้เจคหลับลงได้ไง?
“ลาภิศ” ชื่อจริงถูกเรียกขึ้นมา แน่นอนว่าไม่มีใครเรียกชื่อจริงผมนอกเสียจาก...
“ไงครับ พี่ชาย” ผมฉีกยิ้มกว้างและยกแก้วคริสตัลชูให้กับร่างสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก ท่อนแขนมีรอยสักลวดลายสวยงาม ท่าทางแบดบอยหน้าตาดูหล่อเหลา ใช่ หล่อน้อยกว่าผมนะเพราะผมหล่อกว่าพี่ชายตัวเองล้านเท่า
“หายหัวเลยนะ”
“ผมมาผับพี่รักทุกวันนะ พี่แค่ไม่เห็นผม”
“กูไม่ได้หมายถึงมาผับ กูหมายถึงมึงไม่โผล่หัวไปที่บ้าน” เรื่องนี้เองเหรอ “หูกูชาหมดแล้ว แม่ถามหาแต่มึง”
“ผมต้องอยู่กับไอ้เจค” พยักเพยิดหน้าไปหาเพื่อนสนิทที่นอนหลับ “มันมีปัญหาที่บ้าน มันมานอนที่ห้อง”
“เกี่ยวอะไร ไอ้เจคมันแค่ไปนอนห้องมึง ไม่ได้หมายความว่ามันรั้งมึงไม่ให้ไปหาแม่นี่”
“ขี้เกียจอะ” เอนหลังพิงพนักโซฟาและยกยิ้มมุมปากให้กับสาวตรงหน้า “ฝากพี่รักบอกแม่ด้วยว่าผมสบายดีมาก”
“เฮ้อ ลาภิศ มึงทำอะไรคิดให้เยอะๆ นะ”
“หมายถึงเรื่องพนันเหรอ” พี่รักจ้องหน้าผม มีเรื่องเดียวนะที่พี่รักมักจะเตือน “เล่นเอาสนุก ได้เงินก็จบ”
“กูรู้ว่ามึงไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน เพลาๆ หน่อยก็ดี แค่พนันรถก็พอ”
“อือ” ตอบไปแบบส่งเดช ก็ถ้าไม่มีใครส่งเว็บมาให้ผมเล่นคิดว่าผมจะเล่นหรือเปล่าล่ะ บอกเลยว่าไม่เด็ดขาด เว็บพนันพวกนั้นส่งมาท้าทายผมเอง พอโดนไปผมยังไม่ทันลบทิ้งมันก็เขี่ยผมทิ้งแทนแล้ว อีกอย่างผมก็เริ่มไม่สนุกกับเกมพนันออนไลน์แล้วเหมือนกัน มันแบบเล่นได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำจนเบื่อ
อยากหาเกมอะไรเล่นสนุกๆ มากกว่านี้ ส่วนเรื่องพนันรถมันอยู่ในสายเลือด อันนี้ผมไม่หยุดแน่นอน
“มาบ่นผม ไม่บ่นพ่อบ้างอะ”
“พ่อเขาเซียนแล้วปะ รายนั้นเขาเล่นถูกกฎหมาย แต่มึง...” พี่รักชี้หน้าผมและเลือกจะเงียบ “เอาเป็นว่าเชื่อกูหน่อยเหอะลาภิศ เค”
“รู้แล้ว”
“ว่างๆ ก็ไปหาพ่อกับแม่บ้าง”
ยักไหล่ไหวและมองร่างสูงของพี่ชายวัย 28 ปี เดินออกจากห้องวีไอพีไป สาวสวยที่เล็งเอาไว้ก็เดินนวยนาดมานั่งกับผมพลางพูดคุยกันเพื่อจะไปหลับนอนที่ห้องใครสักคน ผมน่ะเป็นพวกที่หน้าตาดีจนผู้หญิงเห็นต้องหันมามอง มีเสน่ห์ดึงดูดผู้หญิงแต่ก็เข้าถึงตัวผมยาก ถ้าหากผมไม่เล่นด้วยก็คือจบ อย่าพยายามเพราะจะทำให้ผมยิ่งตีตัวออกห่าง
‘ทำไมพี่ไม่คิดว่าหนูมองพี่ว่าหล่อบ้าง’
จู่ๆ คำพูดของยัยเด็กจองหองอวดดีคนนั้นก็แล่นเข้ามาในสมอง ให้ตายสิ ก็ถ้ามองด้วยสายตาที่หลงเสน่ห์ผมจะไม่ข้องใจหรอก เล่นมองผมเหมือนเหยียดและรังเกียจขนาดนั้น บอกไว้เลยนะไม่เคยมีใครมองโฬม วิศวะโยธาด้วยสายตาที่น่าขยะแขยงมาก่อน ยัยเด็กบ้านั่นกล้าดียังไงวะ พอถามก็ได้คำตอบที่โคตรจะไม่จริงเลย
“คิดอะไรอยู่คะพี่โฬม”
“เปล่า ไปสูบบุหรี่แปบ” เพราะคำพูดของยัยเด็กคนนั้นแท้ๆ ทำให้ผมอารมณ์เสีย จำต้องเดินออกจากผับมายืนรับลมสูบบุหรี่ตรงรถของตัวเอง สายตาทอดมองไปยังท้องถนนที่รถกำลังวิ่งสัญจรไปมา ตรงข้ามจะมีย่านการค้าและมินิมาร์ทให้นักท่องราตรีหาอะไรกินกันนอกจากมาเที่ยวผับ
ควันบุหรี่สีเทาลอยคลุ้งไปทั่วลานจอดรถ ด้วยความสูบบุหรี่กระหายน้ำผมจึงเดินข้ามทางม้าลายไปยังฝั่งตรงข้ามที่เป็นย่านการค้า เข้ามินิมาร์ทเข้ามาซื้อน้ำเปล่าหนึ่งขวด พอออกมายืนกรอกน้ำผ่านลำคอหลังสูบบุหรี่เสร็จ ร่างบอบบางที่สูงเลยไหล่ผมมาแค่เซ็นเดียว ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาสวมช้อปสีกรมท่าอยู่เลย ผมลอบมองเธอที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย กระทั่งเธอเดินไปแค่แปบเดียวก็หยุดพลางยกมือเกาศีรษะ
“ฉันจะกลับบ้านไม่ใช่เหรอ” บ่มพึมพำและกวาดสายตามองไปตามย่านการค้า โดยมีผมยืนพิงเสาหน้ามินิมาร์ทมองการกระทำของเธอ “มาอยู่ตรงนี้ได้ไง”
อะไรของยัยเด็กคนนี้... ยังไม่แก่ถึงขนาดจะต้องขี้ลืมเลยไม่ใช่หรือไง
“เฮ้อ”
ถอนหายใจและเดินผ่านผมกลับไปนั่งรถตรงป้ายรถเมล์ ด้วยความที่อยากรู้ว่าเธอเป็นอะไรผมจึงแกล้งไปยืนพิงป้ายโฆษณาข้างป้ายรถเมล์ ลอบมองเธอที่หยิบมือถือสุดหรูสีขาวยี่ห้อดังที่ผมใช้แต่ของผมจะเป็นสีดำขึ้นมา
“ยังไม่ถึงบ้านเลย สมองมันเบลอๆ น่ะ เดินหลงมาแถวผับ LC อือ ไม่ต้องห่วงนะเสือ ถึงบ้านจะส่งข้อความบอก ไม่เป็นไร... รอบนี้กลับถึงบ้างแน่นอน”
ใช้คำว่าเดินหลงเนี่ยนะ? ผมยกมือเกาศีรษะตัวเอง ยืนมองร่างเล็กที่ยกมือนวดคลึงขมับและบ่นพึมพำออกมา ‘สติหน่อย เกิดหลงไปในที่ที่ไม่รู้ คงแย่แน่’ มีปัญหากระทบกระเทือนด้านสมองหรือเปล่า ถ้าหากเป็นแบบนั้นก็พอจะเข้าใจว่าทำไมถึงได้มองผมด้วยสายตารังเกียจขนาดนั้น คนบ้านี่เอง กล้าออกมาใช้ชีวิตได้ยังไงป่วยก็ควรไปรักษาสิ
ยืนมองเธอประมาณยี่สิบนาทีได้ รถเมล์ที่เธอต้องการก็มาถึง พอเห็นว่าร่างบอบบางเดินขึ้นไปนั่งบนรถเมล์ด้านหลังผมก็ขยับตัวออกมามองเธอที่ยืนแขนเท้าขอบหน้าต่างและเอาหน้าโต้ลม จากนั้นรถเมล์ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปไกลจนผมเบ้ปาก
“พอจะเข้าใจเหตุผลที่เธอมองฉันแบบเหยียดๆ แล้ว”
ที่แท้ก็แค่ยัยเด็กบ้ามีปัญหาด้านสมองนี่เอง เหอะ ใส่ใจไปก็เท่านั้นล่ะ
ติ๊ง~
เสียงข้อความจากมือถือดังขึ้นทำให้ผมละสายตาจากรถเมล์ที่ห่างออกไปไกล หมุนตัวเดินกลับมายืนรอข้ามถนนไปยังผับ LC คนที่ส่งข้อความมาเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ไอ้เจค
Jakelack : กลับห้องเอง
Laphit : เค กูไปกกสาว เจอกันที่คณะ
ยัดมือถือลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ช่วงนี้ไอ้เจคมีปัญหาก็เลยมาอยู่กับผมที่คอนโดเนื่องจากคอนโดผมมีสองห้องนอน มันก็เลยขนเสื้อผ้าของตัวเองมาไว้ที่ห้องของผม แน่นอนว่าของไอ้เจคมันไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก ส่วนมากก็ใช้ของผมซะส่วนใหญ่ พอสัญญาณไฟเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวรูปคนให้ข้ามถนน ผมก็กลับมาหยุดที่หน้าผับ LC และค่ำคืนนี้ผมก็ไปนอนกกกับสาวสวยต่างมหาลัยรุ่นเดียวกัน
ไม่รู้ทำไม... ในหัวถึงเอาแต่คิดเรื่องของยัยเด็กคนนั้นด้วยก็ไม่รู้สิ ทั้งที่ผมควรเลิกคิดเพราะยัยนั่นเป็นโรคประสาท มองคนด้วยสายตาเยียดหยาม ก็น่าจะปล่อยๆ ไป คนอย่างโฬมไม่เคยเอาเรื่องรกสมองมาคิด ดังนั้นผมจึงสลัดเรื่องของเด็กคนนั้นไปเสียหมด หวังแค่ว่ารอบต่อไปถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น คงต้องจับเข่านั่งคุยกันซะแล้ว
มีเหตุผลอะไรมามองพี่โฬม วิศวะโยธาด้วยสายตาเคลือบแคลงใจ ผมจำได้นะว่าไม่เคยทำอะไรเธอ อีกอย่างสวยๆ อย่างเธอผมก็ต้องจำได้อยู่แล้ว น่าเสียดายความสวยแต่ดันเป็นโรคประสาทซะงั้น
*-------------------------------------------*
หลังจากกินปิ้งย่างและต่อด้วยของหวานจนอิ่มท้อง เราสองคนก็โบกมือให้กับน้องปั้นหยาและพี่เกียร์ที่ยังคงรอแฟนสาวเลิกงาน “พี่เจคยังไม่กลับอีกเหรอคะ”“ถามหามันทำไม” เอาอีกละ ถามอะไรเกี่ยวกับพี่เจคคือไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย“หนูก็แค่ถามเองนะ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่หนูอีกแล้ว”“มันน่าจะอยู่สนามแข่ง” ตอบแค่นี้ก็จบปะ ทำไมพี่โฬมจะต้องใส่อารมณ์กับฉันด้วยก็ไม่รู้ “ไอ้เจคเหมือนจีบหนู”“ห๊ะ! ปะ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่เจคจะมา...” พอเห็นหน้าพี่โฬมที่เอี้ยวมองฉันแวบหนึ่ง เขาก็ถอดเสื้อช้อปออกตามด้วยเสื้อยืดสีดำ “นี่อย่าบอกนะคะที่พี่โฬมไม่พอใจหนูเรื่องพี่เจค คือเรื่องนี้”“ไม่ใช่แค่นี้ อีกหลายเรื่องที่หนูปิดบังพี่”“ฟังหนูนะ” เดินไปดักหน้าพี่โฬมก่อนเขาจะเดินหนีเข้าห้องน้ำ “หนูไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”เออ อาจจะมีช่วงแรกที่มีหวั่นไหวบ้างก็แค่นิดเดียวเอง หลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับพี่เขาเลยนะ แค่พี่เจคเขาเข้าใจอาการหรือโรคที่ฉันเป็นต่างหาก“ยอมรับค่ะ เคยหวั่นไหวกับพี่เจค”“ว่าไงนะ!”“แค่นิดเดียวค่ะ” ปิดบังไปก็เท่านั้นอะ พี่โฬมเล่นมองหน้าฉันราวกับไม่ชอบใจสุดๆ แบบนี้ เกิดมีเรื่องปิดบังเขาอีก เรื่องที่จะขอร
Rome Game #16เปิดประสบการณ์ใหม่‘แกดูสดใสมากขึ้นด้วยซ้ำตั้งแต่ได้รู้จักกับพี่โฬม’‘พี่เขาน่ะดูเป็นห่วงเธอจะตายไป’“นินิว”“...”“นิว!”“คะ มะ มีอะไรคะ”“หนูเป็นอะไร เหม่อนานแล้วนะ ไม่สั่งเค้กเหรอ?” หลุดจากภวังค์สบตากับพี่โฬมที่พยักเพยิดหน้าไปทางพนักงานที่กำลังรอฉันสั่งเครื่องดื่มกับเค้กที่อยากมากินก่อนไปกินปิ้งย่าง ฉันจึงเลือกสั่งชาเขียวเย็นและเค้กบลูเบอร์รี่ ส่วนพี่โฬมนั่งแค่น้ำแตงโมปั่นแก้วเดียวเท่านั้น “คิดมากเรื่องอะไรอีก”“เปล่าค่ะ” ไม่ได้คิดมากเรื่องอดีตหรอก แต่เป็นปัจจุบันเสียมากกว่าก็คำพูดของเยลกับทอยดังเข้ามาในโสตประสาท เรื่องที่ก่อนฉันจะหายไป พี่โฬมไปตามหาฉันกับเพื่อน เรื่องนี้พี่โฬมไม่ได้บอกดังนั้นก็เลยไม่กล้าที่จะถาม ตอนเขาว้าวุ่นหน้าตาจะเป็นยังไงนะ ให้เพื่อนอธิบายให้ฟังก็นึกไม่ออกอยากเห็นกับตาตัวเองมากกว่า“มีอะไรก็บอกพี่ เคยบอกแล้วใช่ไหม”“หนูรู้ค่ะ แค่คิดเรื่องเรียนนิดหน่อย” อ้างเรื่องเรียนดีกว่า อย่างน้อยพี่โฬมจะได้ไม่ถามซ้ำเนื่องจากฉันขาดเรียนไปหลายวัน จะคิดเรื่องเรียนก็คงไม่แปลกใจอะไร“วันหยุดที่จะถึงพี่จะไม่อยู่นะ”“เอ๊ะ? ไปไหนคะ” พนักงานเอาเครื่องดื่มกับเค้กมาเสิร
ความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากแดงคล้ำกดแนบลงมาจนฉันหลับตาลงจิกนิ้วระบายบนถุงขนมปังนึ่งจนป่านนี้มันคงจะขดกันเป็นก้อนกลมๆ จากฝีมือของฉัน มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่พี่โฬมบดคลึงกลีบปากฉันด้วยจูบที่แสนร้อนแรง แม้เป็นเพียงจูบเพียงแค่ด้านนอกไม่ได้สัมผัสเข้ามาในโพรงปาก ก็เล่นงานหัวใจไม่รักดีดวงนี้ให้เต้นถี่ราวกับกลองรบ หนำซ้ำยังหวั่นไหวขยับบดเบียดริมฝีปากสู้กับพี่โฬมจนเขาครางอย่างพึงพอใจเรื่องบอกอาการที่เป็นก็อีกส่วนไม่เกี่ยวกับเอกสาร หากแต่ว่าเรื่องทำให้เขาพอใจ ทำตัวดีมันก็ยังสำคัญกับฉันอยู่ดีนั่นแหละ แค่ไม่พูดพร่ำเพรื่อจนทำให้พี่โฬมคิดว่าที่ฉันทำมันมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง ถึงยังไงก็ยังอยากรู้จุดอ่อนของพี่โฬม จะถามได้จากใครล่ะถ้าไม่ใช่เพื่อนของเขา คุณพ่อแค่แนะนำว่าพี่โฬมไม่ได้ง่ายก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของลูกชายนี่นา ในเมื่อพี่โฬมคลุกคลีกับเพื่อนมากกว่าพ่อกับแม่“เก่งมาก” ถอนจูบออกเอ่ยปากชมฉัน ไม่วายก็กดจูบลงบนพวงแก้มใส “หนูจูบเก่งขึ้น”ดีใจเหรอ... คำชมของพี่โฬมทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวไปหมด จำต้องกัดผนังในปากเพื่อดึงสติของตัวเอง“หนูทำดีแล้วใช่ไ
Rome Game #15หลุมพรางของคู่หมั้นเมื่อคืนรอให้พี่โฬมหลับฉันถึงจะย่องออกจากห้องมาหาน้ำดื่มพร้อมกินยาไปด้วย ช่วงสายของวันฉันเตรียมตัวที่จะไปเรียนหลังจากส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มแชท ทุกคนต้องรอคอยฉันอย่างมีความหวังและอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นพอออกจากห้องน้ำ เลี้ยวเข้ามาในห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าพี่โฬมออกไปรอนอกห้องแล้ว กลับกลายเป็นว่าเขายืนจัดทรงผมของตัวเองใช้ไดร์เป่าเส้นผมสีดำสนิทให้เปิดขึ้นเพื่อเห็นโครงหน้าหล่อๆ ของเขาหนำซ้ำยังหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ฉันชอบฉีดลงบนตัว กลายเป็นว่าพี่โฬมไม่แตะน้ำหอมของตัวเอง เขาเลือกใช้น้ำหอมผู้หญิงที่ฉันชอบมากกว่า “หวงน้ำหอมพี่หรือเปล่า”“ไม่หวงค่ะ” ใครจะไปกล้าหวง ฉันมองค้อนพี่โฬมผ่านกระจกสะท้อนเงาบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เขาจะหันมามองฉันที่กระโจมอกด้วยผ้าขนหนูสีขาวตัวเล็ก เอามือกุมปมผ้าขนหนูเอาไว้ใครจะไปคิดว่าพี่โฬมจะอยู่ในห้องกันล่ะ“หนูจะแต่งตัวเหรอ”“ใช่ค่ะ รอพี่โฬมออกไปก่อน”“ทำไม” เอนสะโพกพิงขอบโต๊ะกระจกพลางยกยิ้มมุมปาก “หนูก็แต่งตัวไปสิ พี่ไม่ว่า”“หนูโป๊นะคะ พี่โฬมจะ...” มายืนมองฉันแต่งตัวทำไมกัน ฉันก็อายเป็นปะ! ยังไม่หายโมโหเขาเรื่องเมื่