Se connecterเธอ เกลียดเด็กที่สุด โดยเฉพาะเด็กนิสัยเสียแบบเขา "ฮันเตอร์" -- ฮันเตอร์ -- หล่อ รวย (เอา)แต่ใจเก่ง -- พระพาย -- สวย เก่ง เกลียดเด็กที่สุด --- "ฉันเป็นพี่นายนะ!" "พี่น้องท้องชนกันน่ะเหรอ" "เด็กปากเสีย!" "รู้ได้ไงเคยลองแล้วเหรอ ทำไมผมจำไม่ได้ล่ะลองอีกสักทีก็คงไม่เสียหายหรอกมั้ง" "อื้อ!~ ฮันเตอร์!" --- "ฉันไม่ชอบเด็ก" "โตพอจะเป็นผัวเธอได้แล้ว ทบทวนหน่อยไหม" "นี่! นายมันเอาแต่ใจตัวเองที่สุดเลย" "เอาเก่งด้วยนะเผื่อลืม"
Voir plusใครว่าเด็กมันน่ารัก เธอคนหนึ่งล่ะที่คิดต่างจากคำพูดนี้ จากประสบการณ์ตลอดยี่สิบปีบริบูรณ์ที่มีมากับเด็กที่ซึ่งเป็นน้องชายคนเดียวของเธอมันไม่ได้มีคำว่า 'น่ารัก' อยู่ในนั้นด้วยเลย
กวนประสาท กวนตีน ปากจัด หยาบคาย ไม่มีความเป็นน้องที่ดีนั่นคือสิ่งที่เธอสัมผัสได้ "พาย! เติมเกมให้หน่อยดิ๊" นั่นคือคำพูดที่ได้ยินแทบจะทุกสัปดาห์ที่กลับมานอนบ้านแล้วได้ยิน พระพายกลอกตามองบนเบือนหน้าหนีจากน้องชายคนเดียวของเธอ ลูกชายคนเดียวของบ้านและหลานชายคนเดียวของปู่กับย่าที่ล่วงลับไปแล้ว หรี่ตาลงกลับมามองหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่กำลังเล่นซีรีส์เรื่องโปรดที่กำลังออนแอร์อยู่ตอนนี้พร้อมกับก้มลงกัดแซนด์วิชในมือไปด้วย "พายได้ยินไหม!" "...." "เชี่ยไรวะกระสุนหมด ไอ้ฮันมึงไม่ช่วยกูวะสัส" "...." "พายเติมเกมให้หน่อยได้ยินไหม" เธอชักจะหมดความอดทนแล้วนะ! ห้องตัวเองก็มีทำไมต้องมาหมกตัวอยู่แต่ในห้องเธอด้วย จะดูซีรีส์ก็ไม่เข้าใจได้ยินแต่เสียงมันแว้ดๆ ข้างหู แก้วหูดังวิ้งๆ จนจะดับอยู่แล้ว "พาย!" "นี่! เลิกเรียกซะทีได้ป่ะรำคาญ แล้วเนี่ยทำไมไม่ไปอยู่ห้องตัวเองห๊ะ มีปัญหาอะไรกับห้องฉันนักหนาเนี่ย" "เติมเกมให้หน่อย" "ไม่มีตังค์" "อย่ามาพูดเมื่อวันก่อนแม่เพิ่งโอนค่าขนมให้เอง เร็วเติมเกมให้หน่อย" "ไอ้พระนายแกก็ได้ค่าขนมเป็นอาทิตย์ป่ะ" "เติมเกมหมดแล้ว" "แล้วมาขอฉันเนี่ยนะ" "เร็วดิเดี๋ยวคืนให้" "ไม่มี!" "โห่! งกว่ะ" อยากคว้าโทรศัพท์ปาใส่หัวมันแทบตายแต่ก็เสียดายไอโฟนรุ่นใหม่ที่เพิ่งถอยมาจะไม่ทนหัวมัน อยากลุกขึ้นไปตบกระบาลสักฉาดก็กลัวหนังหัวมันจะหนากว่ามือนุ่มๆ ของเธอ อยากมีน้องน่ารักๆ แบบคนอื่นเขาแต่บุญบาปกลับให้น้องเธอมาแบบมันน่าจับทุบทุกนาทีส่งมาให้ เฮ้อ.... เมื่อไหร่มันจะสำเหนียกตัวได้สักทีว่าเธอเป็นพี่มันไม่ได้เป็นน้องมัน "ออกไปไป๊ฉันจะดูซีรีส์" เสียงหวานตะคอกกลับน้องชายตัวเองสะบัดหน้าหันกลับมายังหน้าจอโน๊ตบุ๊คด้านหน้า เพิ่มระดับเสียงให้ดังกว่าเมื่อครู่แล้วดึงความสนใจทั้งหมดมายังภาพเคลื่อนไหวด้านหน้าอีกครั้ง ห้องนอนสี่เหลี่ยมโทนสีเหลืองอ่อนกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้งจนเจ้าของห้องคิดว่าคนที่บุกรุกเข้ามาคงจะออกไปแล้ว แต่เปล่าเลยเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาลางๆ ที่มันขยับเคลื่อนไหวก่อนเสียงกวนประสาทจะดังตามขึ้นมาใกล้ๆ "ไอ้นี่เหรอพระเอกโห่โคตรแก่เลยว่ะ" "ไอ้นายออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!" "ไปแล้วๆ โอ๊ย! แม่งพี่โคตรใจร้ายเลยว่ะ" "อย่ามาให้เห็นหน้าอีกนะ!" เสียงแหลมตะโกนแข่งกับเสียงร้องโอดโอยของน้องชายที่เท้าเตะเข้ากับขอบประตูเข้าอย่างจังก่อนหมอนใบใหญ่จะลอยตามหลังมาติดๆ พระพายพ่นลมหายใจกรุ่นโมโหออกดังๆ แล้วดันตัวลุกขึ้นเดินมาปิดประตูพร้อมกับลงกลอนล็อกแน่นหนาก่อนจะกลับมากระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะอ่านหนังสือตามเดิม ดวงตากลมโตมองพระเอกซีรีส์ที่กำลังโอบกอดร่างนางเอกแล้วเอียงคอเล็กน้อย "หล่อขนาดนี้ตาถั่วหรือไงมาหาว่าเขาแก่ อย่าให้ได้ยินอีกนะแม่จะตบปากเลือดกบเลย" บ่นเข้าให้น้องชายที่ไม่ได้ยิน ยื่นมือคว้าโน๊ตบุ๊คขึ้นมาแล้วกลิ้งตัวลงไปบนเตียงนุ่มวางลงกลับบนหมอนใบใหญ่ก่อนจะดึงหมอนอีกใบลงมาวางรองด้านหน้าวางแขนลงไปพร้อมกับคางมน พวงแก้มเนียนแดงเรื่อด้วยบลัชออนคุมโทนสีแดงเชอร์รี่ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเดียวกันถูกลิ้นเล็กตวัดขึ้นเลียเล็กน้อยดวงตากลมยังจ้องมองหน้าจอเคลื่อนไหวไม่ละสายตา พระพายใช้เวลาอยู่กับการดูซีรีส์ทั้งวัน หลายๆ ครั้งเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าเธอเป็นคนติดซีรีส์ตามที่เพื่อนบ่นให้หรือเปล่า แต่เธอรู้แค่ว่าเธอไม่อยากขาดตอนเรื่องหนึ่งจบก็ต้องหาอีกเรื่องมาดูแทนมันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่มอปลายที่เริ่มดูแรกๆ มันก็ไม่ได้ติดถึงขั้นที่เพื่อนบ่นให้สักหน่อย "แม่มีอะไรให้กินบ้างหนูหิวจนจะกินหัวไอ้นายได้อยู่แล้ว" "พระพาย! เป็นผู้หญิงหัดพูดเพราะๆ บ้างมาอ้งมาไอ้ได้ยังไง" "หนูเผลอ แล้วสรุปมีอะไรกินบ้างหิวไส้จะขาดแล้ว" เบนสายตามองน้องชายที่เหยียดยิ้มพอใจที่เธอโดนแม่ดุก่อนจะหันกลับไปยังโทรศัพท์ในมือ มันน่ารักตรงไหนไอ้เด็กนี่! "ไปตั้งโต๊ะไปออกจากห้องก็ร้องหาของกินเลยถ้าไม่มีแม่จะทำยังไงเนี่ยใครจะหาให้กินหื้อ?" "แม่หนูแข็งแรงจะตายไปไม่ไปไหนง่ายๆ หรอก" "จริงๆ เลยลูกสาวคนนี้" "หื้อ.. ห๊อมหอมอยู่คอนโดคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่จะแย่รอเสาร์อาทิตย์ไม่ไหวเลย" "มาทำปากหวาน ไปตั้งโต๊ะได้แล้วเดี๋ยวพ่อมาจะได้กินพร้อมกันเลย" "โอเคค่ะคุณนายตำรวจ นายมายกกับข้าว" "...." "พระนายมายกกับข้าว" ร่างเล็กพูดเสียงแข็งหันมองไปยังน้องชายที่นั่งทำหูทวนลมหูหนวกไปชั่วขณะ ดูทำหน้าเข้าสิมันน่ารักตรงไหนกันถ้าบอกว่าน่าตบยังพอพูดด้วยได้หน่อย เห็นแล้วตะหลิวในมือสั่นหยิกๆ จะลอยไปหามันให้ได้เลย "พระนายมายกกับข้าว!" "จะเรียกน้องทำไมเราก็ยกไปได้" "ก็นายมัน..." "รีบยกไปเร็วๆ เข้าเดี๋ยวได้เย็นหมด" ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นแบบนี้ทุกที มีเรื่องเมื่อไหร่เธอกลายเป็นคนผิดอยู่เรื่อย หาว่าหาเรื่องน้องมันบ้างล่ะ แกล้งน้องมันบ้างล่ะ แล้วดูที่น้องมันทำแสยะยิ้มน่าเกลียดดูพอใจดีใจมากส่งมาให้ พระพายค่อนขอดคนบนโซฟากลางบ้านในใจ กระแทกเท้ายกกับข้าวอาหารมาตั้งโต๊ะรอพ่อเธอกลับมาจะได้ทานเลย ซึ่งหากดูจากเวลาแล้วคงจะไม่เกินสิบนาทีก็ถึงแล้ว ท่านโทรมาบอกก่อนหน้านี้ว่าถึงหน้าปากซอยแล้วคงใกล้แล้ว และก็เป็นจริงตามที่คาดไว้ ร่างสูงในชุดสีกากียศพันตำรวจตรีเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับยกมือถอดกระดุมเม็ดบนออกวางหมวกในมือลงบนเสาแขวนข้างประตู ร่างบางของลูกสาวเจียกกายเข้ามาสวมกอดร่างท้วมด้วยความคิดถึง ได้ยินเสียงหัวเราะหึหึผ่านลำคอแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจมากกว่าอยู่กับอะไรเป็นไหนๆ "เหนื่อยไหมคะ" "ทำงานมันก็ต้องเหนื่อยอยู่แล้ว แล้วลูกล่ะเรียนเป็นไงบ้าง" "โห่คุณสารวัตรคะระดับลูกสาวของท่านแล้วสบายมากค่ะ ห่วงก็แต่ลูกชายท่านเถอะค่ะเทอมนี้จะมีติดตัวแดงมาอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้" "เทอมนี้ไม่ติดชัวร์กล้าเอาศักดิ์ศรีของพันตรีพศินมาเป็นพยานเลย" พระนายลุกขึ้นจากโซฟาเดินมาสมทบกับครอบครัวบนโต๊ะอาหาร ยืดอกวางมือทาบด้วยความมั่นใจ "มั่นหน้ามั่นโหนก" "คอยดู" "อะๆ หยุดเถียงกันได้แล้วมากินข้าวกันเด็กพวกนี้ ไม่เถียงกันสักวันจะเป็นไรไปเนี่ย" สร้อยม่วงยกมือปรามคนที่ตั้งท่าจะต่อคำอีก จัดแจงจานข้าวส่งให้แต่ละคนเสร็จสรรพจึงนั่งลงทานกันโดยมีเสียงพูดคุยเรื่องสัพเพเหระดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะภายในครอบครัวและแล้วทริปทะเลก็มาถึงจนได้ สถานที่พักผ่อนสามวันสองคืนที่ถูกเลือกโดยมีความเห็นตรงกันสองคะแนนต่อหนึ่งคะแนนคือหาดหัวหิน และตอนนี้ทุกคนก็เดินทางมาถึงแล้ว"ทะเล ทะเล ทะเล ทะเล!""โอ๊ย! ยัยพายทำตื่นเต้นไปได้ เหมือนไม่เคยมาทะเลงั้นแหละ""ก็นานๆ ทีได้มาก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาป่ะ แกนั่นแหละจะบ่นมันทำไม" มีนาออกโรงแทนเพื่อนโดยที่พระพายนั้นไม่ได้สนใจใครวิ่งเข้าไปหาน้ำทะเลก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้แฟนหนุ่มจำต้องเดินไปตามหลังจากเก็บข้าวของสัมภาระขึ้นไปไว้ยังห้องพักที่จองกันเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ลงมาหาอาหารทานกันก่อนเป็นอันดับแรก เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงก็เกือบจะบ่ายสองโมงแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของวันเกิดจะตื่นเต้นกับน้ำทะเลมากกว่าความหิวที่แทบจะพันไส้เธอกินแทนได้แล้วนะ ดูสิตื่นเต้นวิ่งดุ๊กดิ๊กเป็นลูกหมาเลยพระนายที่เห็นอาการพี่สาวแล้วได้แต่ส่ายหัวแล้วยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปยังร้านอาหารริมหาดราวกับกลัวว่าหากคนอื่นเห็นอาการพี่สาวเขาแล้วจะพาลคิดว่าพวกที่มาด้วยกันจะมีอาการเดียวกัน แล้วปล่อยให้เพื่อนเขาจัดการเธอไปคนเดียวก็พอ"ฮันเตอร์ดูนี่สิน้ำใสมากเห็นปลาด้วย""...." ดวงตาคมเรียวหลุบลงมองยังส
หลังจากรุ่นพี่หนุ่มกลับไปแล้วพระพายก็เดินกลับเข้ามาขนของสำรับอาหารต่างๆ ไปขึ้นรถเพื่อจะได้ไปทำบุญที่วัด โดยมีน้องชายและคนเป็นแม่ช่วยด้วย ส่วนพ่อเธอกำลังรดน้ำดอกกุหลาบของแม่เธอที่ท่านปลูกไว้หน้าบ้าน เหมือนท่านจะเป็นคนอบอุ่นคอยทำโน่นทำนี่ให้ภรรยานะแต่จริงๆ แล้วท่านโดนบังคับต่างหาก ปากขมุบขมิบตลอดเวลาเลย แต่ก็ดูน่ารักดีเห็นแล้วนึกย้อนไปถึงวัยเด็กที่ยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ อยู่เลย"หลบครับ ยืนยิ้มอยู่ได้หลอนเหรอ"บรรยากาศดีๆ ทำไมต้องมีมารพจญอย่างน้องชายเธอมาทำลายตลอดเลยนะ จากที่ยืนอารมณ์ดีอยู่อยากกระโดดขี่คอแล้วเอารองเท้ายัดปากมันให้ตายไปเลย! ฟูว์... ไม่ได้ๆ พระพายวันนี้เป็นวันดี ต้องคิดแต่เรื่องดีๆ อย่าโมโห อย่าโกรธ อย่าหงุดหงิด อย่าอารมณ์เสีย"กว่าจะเสด็จนะครับต้องให้อัญเชิญด้วยหรือเปล่า หรือต้องจุดธูปเรียกถึงจะมาได้"หึ! ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว เด็กนี่ทำไมมันปากเสียได้ขนาดนี้เนี่ย! พระพายที่กำลังหลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วท่องพุท ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ แล้วท่องโธ จำต้องข่มความใจเย็นแล้วลืมตาพรวดพราดขึ้นมา สองเท้าเดินเร็วเข้าไปหาน้องชายปากเสียของเธอที่กำลังยืนเท้าเอวอยู่ข้างรถอยู่แต่...
"เฮ้อ..." "หึหึ ขนาดนั้นเลยเหรอ""นายไม่ใช่ฉันนายไม่เข้าใจหรอก คอยดูนะฉันจะเอาคืนนายเอาให้หัวเราะไม่ออกเลยคอยดู" เสียงคาดโทษพร้อมกับนิ้วเรียวเล็กใบหน้าจริงจังริมปากอวบอิ่มยื่นออกมาเล็กน้อยทำให้ฮันเตอร์อดที่จะโน้มลงมาจูบยังปากเล็กหนักๆ ไม่ได้มือหนายกขึ้นมาลูบเช็ดน้ำลายใสออกจากริมฝีปากอิ่มหลังจากถอนจูบออก ยกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูกับความคาดโทษของเธอ "เด็กบ้าไม่รู้จักอายคนอื่นบ้างหรือไง""จะให้ผมพูดจริงเหรอครับเบบี๋ วีรกรรมคุณก็ใช่จะน้อยหน้าผมเลยนะครับ""....""ให้ผมสาธยายให้ฟังให้ละเอียดเลยไหมว่าเมื่อคืนคุณทำอะไรไว้บ้าง" โน้มตัวเข้าหาขบกัดติ่งหูเล็กหยอกเย้าเบาๆ เห็นพวงแก้มแดงๆ นั่นแล้วหมั่นเขี้ยวอยากจับมาฟัดให้หนำใจเลยจริงๆ"นะ... นายออกรถสักทีสิคุณแม่คงจะสงสัยแล้วว่าเป็นอะไรทำไมไม่ออกรถสักที เห็นไหมท่านมองใหญ่แล้ว""หึ เข้าใจหาข้ออ้างนะ""พูดมากออกรถสักที""ครับเบบี๋ของผม"พระพายฉีกยิ้มกว้างกับสรรพนามที่แฟนหนุ่มใช้เรียกตัวเอง เธอจำได้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นคนบอกให้เขาเรียกแบบนี้ ฟังแล้วมันรู้สึกจั๊กจี้หัวใจทุกครั้งเลยร่างบางเอนตัวนอนแล้วหันหน้าออกไปมองด้านนอกกระจกรถขบเม้มริมฝีปากกัด
"แฮ่ม! แหนะหนูเห็นนะคะว่าทำอะไรกัน""ฮันนี่ ฮันลูก..."เสียงกระแอมไอไม่เบาเลยสักนิดดึงความสนใจของคนที่กำลังทำอาหารให้หันกลับมาให้ความสนใจกับคนด้านหลัง รสสุคนธ์เอ่ยเรียกลูกชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะเลื่อนสายตามองยังคนตัวเล็กข้างลูกชายที่ระบายยิ้มแหย ยกมือขึ้นพนมไหว้เธอด้วยความนอบน้อม"สวัสดีค่ะคุณอา หนูพระพายค่ะ""...."เงียบ~ เงียบแบบนี้หมายความว่าไง หรือท่านจะไม่ชอบเธอกันนะ เจ้าของบ้านเดินเข้ามาหาช้าๆ ใบหน้ายังคงค้างไว้ในสีหน้าเดิมทำให้พระพายต้องกลืนน้ำลายลงคอรู้สึกประหม่ากังวลขึ้นมาอีกครั้ง ท่านไม่รับไหว้เธอแถมยัง... เงียบอีกด้วย ฮื้อ... ท่านคงไม่ได้รังเกียจเธอหรอกใช่ไหม "พระพายเหรอ""คะ.. ค่ะ หนูชื่อพระพายค่ะเป็น... แฟนฮันเตอร์ค่ะ" ยะ... หยุดเดินสักทีเกร็งไปหมดแล้ว หันส่งสายตาขอความช่วยเหลือกับคนตัวสูงข้างๆ เจ้าตัวก็ทำเมินหันไปกระซิบกระซาบกับน้องสาวโน่น นี่เขาจะปล่อยเธอลอยคอกลางทะเลเองเหรอเนี่ย ไอ้เด็กใจร้าย!"นะ.. หนู...""สวยกว่าในรูปที่น้องฮันนี่ส่งมาให้ดูอีกนะ ตอนนั้นอาเอ้ย! ไม่สิต้องเรียกแม่ ตอนนั้นแม่เห็นแค่ข้างๆ ไม่ได้ชัดแบบนี้ยังคิดเลยว่าหนูพระพายต้องสวยมาก