LOGINหลังจากป้ายหน้าร้านสลักคำว่า Closed ลงไปอย่างเผด็จการด้วยมือของเจ้าของร้าน ธันย์ ก็หันมายิ้มกว้างให้ ธัน ที่ยังยืนอึ้งอยู่หน้าร้าน เขาคว้าเสื้อโค้ตตัวหนามาสวมทับแจ็คเก็ตยีน ก่อนจะผายมือให้หญิงสาวผู้พิทักษ์ความถูกต้องในวันนี้
"ไปครับคุณผู้ชนะ วันนี้ผมจะเป็นไกด์นำทางไปหาความอร่อยเอง"
ทางเดินจากร้านคาเฟ่ไปยังจุดหมายไม่ได้ไกลนัก แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ธันรู้สึกว่า 'พิเศษ' อย่างบอกไม่ถูก ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปตามฟุตบาทแคบๆ ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระยะ แต่คราวนี้ธันไม่ได้เดินก้มหน้าสู้ลมเหมือนที่เคยทำมาตลอดหลายปี เธอเงยหน้ามองแสงไฟสีส้มที่ประดับตามต้นไม้ข้างทาง สลับกับมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เดินนำหน้าเธอไปก้าวหนึ่งเสมอเพื่อช่วยบังลมหนาวที่พัดสวนมา
"คุณธันย์ค่ะ... จริงๆ ไม่ต้องปิดร้านเพื่อฉันก็ได้นะ เสียดายรายได้แย่เลย" ธันพูดพลางขยับผ้าพันคอสีแดงของเธอ อากาศเริ่มเย็นลง ธันย์หันกลับมาเดินถอยหลังสบตาเธอ แววตาซุกซน
"รายได้ของผมหาเมื่อไหร่ก็ได้ครับ แต่รอยยิ้มของผู้ชนะนี่สิ... ถ้าไม่รีบฉลองตอนนี้ พรุ่งนี้มันอาจจะจางลงก็ได้ ผมไม่ยอมให้กำไรทางใจลดลงหรอกครับ"
เขาทั้งคู่คุยกันเรื่องสัพเพเหระระหว่างทาง ธันเล่าเรื่องตลกๆ ในออฟฟิศที่เธอไม่เคยกล้าเล่าให้ใครฟัง ส่วนธันย์ก็เล่าเรื่องลูกค้าประหลาด ๆ ที่เคยแวะมาที่ร้าน เสียงหัวเราะของธันดังกังวานในอากาศที่เย็นจัด มันเป็นเสียงที่สดใสเสียจนธันย์แอบคิดในใจว่า นี่แหละคือดนตรีที่เพราะที่สุดในเดือนธันวาคม
"ถึงแล้วครับ! สมรภูมิความอร่อยของเรา" ธันย์ผายมือไปยังร้านหมูกระทะเจ้าดังที่มีควันพวยพุ่งและกลิ่นหอมของมันหมูย่างโชยมาแต่ไกล
บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงพูดคุยจอแจ แต่มันกลับไม่ทำให้ธันรู้สึกวุ่นวายอย่างที่คิด กลับกันเธอกลับรู้สึกว่ามันมี 'ชีวิตชีวา' อย่างประหลาด ธันย์จองโต๊ะมุมในสุดที่ควันไม่เยอะนัก เขาทำหน้าที่เป็นบริกรส่วนตัวอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเนื้อหมูหมักนุ่มๆ ผักสด และที่ขาดไม่ได้คือ 'น้ำจิ้มสูตรเด็ด'
"วันนี้คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นครับ หน้าที่คุณคือ... กินและก็มีความสุขให้เต็มที่" ธันย์พูดขณะใช้มันหมูก้อนขาว ๆ ถู ลงบนกระทะทองเหลืองจนส่งเสียง ซู่ พร้อมควันที่หอมกรุ่นลอยฟุ้ง
"ฉันย่างเองได้ค่ะ เดี๋ยวคุณจะไม่ได้กินนะ" ธันพยายามจะคว้าที่คีบ แต่ธันย์เบี่ยงหลบอย่างรวดเร็ว
" ไม่ได้ครับ นี่คือสวัสดิการของผู้ร่วมโปรเจกต์ Dear December ระดับพรีเมียมที่ผมต้องดูแลเป็นอย่างดี " เขาตอบพลางคีบหมูชิ้นโตวางลงบนส่วนนูนของกระทะ
"ลองชิมชิ้นนี้ดูครับ ผมหมักเอง (เสียงหัวเราะของเขา) ... อ้อ หมายถึงผมเลือกชิ้นที่หมักมาดีที่สุดมาให้คุณ" ธันคีบหมูชิ้นนั้นเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมและความนุ่มของเนื้อที่ละลายในลิ้นทำให้เธอหลุดยิ้มร่าออกมา
"อื้อฮือ! อร่อยมากเลยค่ะคุณธันย์ นี่มันรสชาติของสวรรค์ชัดๆ"
ธันย์มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเธอแล้วยิ้มตาม แสงไฟจากเตาถ่านสะท้อนในแววตาของธันจนมันเป็นประกายเหมือนดวงดาวที่พวกเขาไปดูด้วยกันเมื่อวันเสาร์ วันนี้ไม่มีความโศกเศร้าหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอเลย เธอหัวเราะจนตาหยี เล่าเรื่องการกินหมูกระทะตอนสมัยเรียนอย่างออกรสออกชาติ มีจังหวะหนึ่งที่ควันจากเตาพุ่งเข้าหาหน้าของธันจนเธอสำลักควันและน้ำตาไหลซึม
"แง... ความซวยยังตามมาในหมูกระทะเหรอคะเนี่ย" เธอพึมพำพลางขยี้ตา ธันย์รีบยื่นกระดาษทิชชูให้พลางหัวเราะเบาๆ
"ไม่ใช่ความซวยหรอกครับ เขาเรียกว่าควันหลงของความสุขต่างหาก มาครับ ผมช่วยโบกให้"
เขาสละที่คีบแล้วหยิบพัดมาโบกควันให้อย่างตั้งใจ ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของเขาทำให้ธันหลุดขำออกมาอีกรอบ ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้เองที่ทำให้ธันลืมไปเสียสนิทว่าเธอเคยเกลียดเดือนธันวาคมแค่ไหน เธอรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ได้ใจร้ายเกินไปนัก ตราบใดที่มีคนที่พร้อมจะนั่งโบกควันหมูกระทะให้เราแบบนี้
"คุณธันย์คะ..." เธอเรียกเขาขณะที่กำลังเคี้ยวหมูย่าง
"ขอบคุณนะคะที่พาฉันมา ขอบคุณจริง ๆ ที่เตือนสติฉันเรื่องงาน ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงยอมให้เขากล่าวหาว่าเป็นคนดวงตกไปตลอดชีวิตแน่ ๆ "
"ผมบอกแล้วไงครับธัน... ความล้มเหลวมันไม่ได้มาจากคุณคนเดียว และความสำเร็จในวันนี้ก็มาจากหัวใจที่เข้มแข็งของคุณเอง ผมแค่ช่วยชงกาแฟให้คุณตื่นแค่นั้นเอง" เขาขยิบตาให้
"ต่อจากนี้ไป ถ้าใครมาว่าคุณซวยอีก ให้บอกเขาว่า... คุณมีความโชคดีส่วนตัวคอยดูแลอยู่แล้วนะครับ"
คำพูดของเขาทำเอาธันหน้าแดงกว่าความร้อนของเตาถ่าน เธอแสร้งทำเป็นคีบผักบุ้งเข้าปากเพื่อซ่อนอาการเขิน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในหัวใจตอนนี้มันมากกว่าความร้อนจากกระทะทองเหลืองหลายเท่าตัวนัก
[ทิ้งท้ายของวัน: บันทึกของธันย์]
คืนนั้น หลังจากเดินไปส่งธันที่เดิมและมั่นใจว่าเธอขึ้นห้องพักอย่างปลอดภัยแล้ว ธันย์กลับมาที่ร้านกาแฟที่ยังคงเงียบสงบ เขาเดินไปหยิบสมุด Dear December มาเปิดที่หน้าวันที่ 6 รอยยิ้มยังคงค้างอยู่ที่มุมปากของเขา เขานั่งลงที่เคาน์เตอร์บาร์ ปากกาหมึกซึมในมือค่อยๆ ขยับไปตามความรู้สึกที่เปี่ยมล้น
“6 ธันวาคม: วันนี้เธอพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า 'ธันวาคม' ไม่ใช่เดือนแห่งความพ่ายแพ้ ภาพที่เธอเดินยืดอกในออฟฟิศ (ที่เธอเล่าให้ฟังระหว่างกินหมูกระทะ) มันทำให้ผมรู้สึกภูมิใจจนแทบอยากจะกระโดดเข้าไปกอดเธอตรงนั้นเลย
"ตอนที่เธอหัวเราะจนสำลักควันหมูกระทะ ผมแอบคิดว่านั่นแหละคือภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่ร้านนี้เคยบันทึกไว้ ผมอยากเก็บรอยยิ้มร่าเริงนี้ไว้ในขวดโหล แล้วเปิดมันออกมาทุกครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อยจัง"
"อยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า... ความโชคดีที่ผมมี มันไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเองมานานแล้ว แต่มันมีไว้เพื่อชดเชยทุกน้ำตาที่เธอเคยเสียไปในปีก่อนๆ"
"ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมต้องบอกความจริงเรื่อง 'ความลับที่ป้ายรถเมล์' ผมไม่รู้ว่าเธอจะจำได้ไหม แต่สำหรับผม... ภาพของผู้หญิงที่นั่งร้องไห้ในชุดเปียกปอนคนนั้น คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาเปิดร้าน 'December Lab' แห่งนี้ แล้วเจอกันนะ... ปาฏิหาริย์ของผม”
ธันย์ปิดสมุดลงด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นขึ้นในใจ เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด เห็นเพียงแสงดาวจางๆ แต่สำหรับเขาแล้ว เดือนธันวาคมปีนี้... สว่างไสวกว่าปีไหนๆ ที่เคยผ่านมา
31 ธันวาคม | เวลา 18:00 น.ท้องฟ้าเหนือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้าครามเป็นสีส้มทองอมม่วง ลมหนาวพัดโชยมาปะทะหน้าต่างกระจกของ December Lab มากกว่าทุกวัน บรรยากาศภายในร้านในเย็นวันสุดท้ายของปีนั้นเงียบสงัดผิดปกติ เพราะธันย์ตัดสินใจปิดร้านสำหรับการให้บริการทั่วไปตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ภายใต้ภารกิจลับ "คืนแห่งคำมั่นสัญญา"ธันย์ยืนอยู่กลางร้านในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง เขากำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องชงกาแฟเป็นครั้งสุดท้าย กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ที่เขาคัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับคืนนี้หอมอบอวลไปทั่วบาร์ ส่วนธันนั้นอยู่ในชุดเดรสลูกไม้สีครีมยาวระพื้น ผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอถูกรวบขึ้นอย่างประณีต เผยให้เห็นดวงตาที่เป็นประกายยิ่งกว่าแสงดาวงานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บริเวณสวนหลังร้านและดาดฟ้า ธันเปิดงานด้วยการเชิญแขกแต่ละคู่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราว "จุดเปลี่ยน" ของชีวิตในปีที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื้นตัน ธันย์เดินเข้าไปหาธันที่ยืนทอดสายตามองพลุไฟที่เริ่มจุดซ้อม
ตอนที่ 28: "Begin Again - แสงแดดแรกและรสชาติแห่งความหวัง"เช้าวันที่ 30 ธันวาคม | เวลา 06:00 น.แสงรำไรของเช้าวันใหม่ค่อยๆ ทอแสงผ่านกระจกใสของร้าน December Lab แม้จะยังไม่ถึงวันขึ้นปีใหม่ แต่ธันย์และธันตัดสินใจเปิดร้านในวันนี้เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องสู่โปรเจกต์ มกราคม Begin Again และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมใหญ่ในคืนวันที่ 31 ที่พวกเขาวางแผนจะจัดขึ้นเพื่อ "คนรัก" และ "คนที่เป็นความรักของกันและกัน"ธันย์อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนยีนสีเข้มยืนอยู่หลังบาร์ไม้โอ๊ค กลิ่นหอมของไซรัปเปลือกส้มเชื่อมที่เขาตั้งใจหาสูตรมาตลอดทั้งคืนฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน เขาบรรจงเทเอสเพรสโซ่ช็อตเข้มข้นลงบนชั้นน้ำส้มสดใส ตบท้ายด้วยฟองนมนุ่มละเอียดที่โรยผงอบเชยเป็นรูปพระอาทิตย์ดวงเล็กๆ เขามองดูเมนู "The First Sunrise" ในแก้วใสด้วยแววตาเป็นประกาย "กาแฟแก้วนี้... ผมตั้งใจให้มันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกคนครับธัน"แต่ว่า... เมื่อเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเป็นสัญญาณของแขกคนแรก แขกคนนั้นกลับไม่ใช่คนที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มรับเดือนใหม่ในอีกไม่กี่วันเลย "ตุนย์" ชายหนุ่มในชุดทำงานที่ดูหลุดลุ่ย ไหล่ของเขาห่อเหี่ยว แววตาว่างเป
เช้าวันที่ 26 ธันวาคม ธันย์พาครอบครัวของธันไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดเก่าแก่ริมน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลส่งท้ายปี บรรยากาศเงียบสงบช่วยขัดเกลาจิตใจที่วุ่นวายมาตลอดหลายเดือนให้วางลงได้อย่างสนิทใจ หลังจากทำบุญเสร็จ ธันย์ก็ขออนุญาตพาคุณพ่อสมภพแยกตัวไปที่ "โรงคั่วกาแฟระดับอุตสาหกรรม" ของเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกล“คุณอาครับ ที่นี่คือหัวใจของธุรกิจผม” ธันย์อธิบายขณะพาเดินดูเครื่องคั่วกาแฟนำเข้าขนาดใหญ่และห้องแล็บทดสอบคุณภาพ “ผมไม่ได้มีแค่ร้าน December Lab แต่ผมส่งเมล็ดกาแฟคั่วเองให้กับโรงแรมและคาเฟ่อีกกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ และปีหน้าเรากำลังจะขยายการส่งออกด้วยครับ” คุณพ่อสมภพมองดูระบบการจัดการที่ทันสมัยและพนักงานที่ทำงานอย่างกระฉับกระเฉงด้วยความทึ่ง “ธันย์... อาเห็นแล้วล่ะว่าเธอไม่ได้แค่ฝัน แต่เธอสร้างรากฐานไว้แข็งแรงมาก พ่อเชื่อแล้วว่าเธอจะดูแลยัยธันได้ไม่ใช่แค่เรื่องใจ แต่คือเรื่องชีวิตที่มั่นคงด้วย”ในขณะเดียวกัน ธันย์แอบส่งพิกัดให้ธันและคุณแม่ตามมาเจอกันที่หมู่บ้านจัดสรร ระดับซูเปอร์แห่งหนึ่ง รถตู้ VIP เลี้ยวเข้าสู่อาณาจักรส่วนตัวที่มีต้นไม้ร่มรื่น ก่อนจะมาหยุดลงที่หน้าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอ
ในห้องครัวขนาดกว้างที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว ธันอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีม เธอกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารเช้าชุดใหญ่ ใบหน้าของเธอวันนี้ดูสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แววตาที่เคยหม่นแสงกลับเป็นประกายล้อไปกับแสงแดด“คุณธันย์คะ อย่าหยิบเบคอนทานเล่นแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวก็ไม่พอเสิร์ฟคุณพ่อหรอก” ธันดุเสียงไม่จริงจังนัก เมื่อเห็นบาริสต้าหนุ่มแอบคีบเบคอนกรอบๆ เข้าปาก“แหม... ก็มันหอมนี่ครับคุณประธาน ผมแค่ช่วยคิวซีให้ไงครับว่าเชฟธันทำอร่อยหรือเปล่า” ธันย์หัวเราะร่า เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ แต่ยังไม่ทิ้งลายบาริสต้าด้วยการง่วนอยู่กับเครื่องชงกาแฟขนาดเล็กที่เขาสั่งยกมาไว้ที่ห้องนี้เป็นพิเศษ“ไปเตรียมขนมปังเลยค่ะ เดี๋ยวข้าวต้มกุ้งสูตรคุณแม่จะจืดซะก่อน” ธันสั่งการพร้อมรอยยิ้ม ธันย์ขยับเข้าไปใกล้จูงมือเธอเบาๆ แล้วหมุนตัวเธอมาประจันหน้า “รู้ไหมครับ... วันนี้คุณสวยกว่าเมื่อคืนบนเวทีอีกนะ รอยยิ้มแบบนี้แหละที่ผมอยากเห็นที่สุด” ธันหน้าแดงระเรื่อ “เพราะคุณนั่นแหละค่ะ... ขอบคุณนะคะที่จัดแจงให้คุณพ่อคุณแม่มาพักที่นี่ใกล้ ๆ กัน”ไม่นานนัก คุณพ่อสมภพและคุณแม่วิภาก็เดินออกมาจากห้องนอนแขก ทั้งสองอ
ตอนที่ 25 : Christmas Eve บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหลังจากวินาทีปาฏิหาริย์ที่ครอบครัวได้สวมกอดกันนั้น เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตื้นตัน แสงไฟสีชมพูกลีบบัวยังคงทอประกายล้อไปกับหยาดน้ำตาที่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ธันเดินเคียงข้างพ่อและแม่โดยมีธันย์คอยระแวดระวังอยู่ไม่ห่าง ทุกย่างก้าวของเธอในคืนนี้ไม่ได้ดูอ้างว้างอีกต่อไป แต่กลับดูทรงพลังและสง่างามจนแขกเหรื่อทุกคนต่างขยับหลีกทางให้ด้วยความเคารพแต่ในมุมหนึ่งของงาน กิ๊ฟ และ อดีตหัวหน้างาน ของธัน กลับยืนหน้าถอดสี พวกเขาจ้องมองภาพความสำเร็จระดับ "พลิกฟ้า" นี้ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งอิจฉา เสียดาย และเหนือสิ่งอื่นใดคือความกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เคยทำไว้กับธันจะย้อนกลับมาทำลายอนาคตของตัวเองเมื่อธันและครอบครัวกำลังจะเดินผ่านโซนรับรองขึ้นไปทางดาดฟ้าที่เตรียมเอาไว้สำหรับสองครอบครัว อดีตหัวหน้างานที่เคยต่อว่าธันอย่างไม่ไยดี ก็รีบก้าวเข้ามาขวางหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นอย่างรวดเร็ว“แหะๆ คุณธันวาครับ... ยินดีด้วยจริงๆ นะครับ งานวันนี้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีมาก ผมมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคุณธันวาต้องไปได้ไกล” เขาเอ่ยเสียงประจบพลางยื่นนามบัตรใบใหม่
ค่ำคืนวันที่ 24 ธันวาคม... ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มจัดตัดกับแสงไฟระยิบระยับของเทศกาลคริสต์มาส แต่สถานที่ที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยมนต์ขลังที่สุดในคืนนี้คงหนีไม่พ้น December Lab ถนนหน้าร้านถูกประดับประดาด้วยโคมไฟนับพันดวง และแขกเหรื่อในชุดราตรีและสูทหรูหราต่างทยอยเดินทางมาถึงเมื่อเวลา 18:00 น. ตรง รถคูเป้สีดำเงาวับคลานเข้ามาจอดสนิทหน้าทางเข้า ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคู่รักที่เป็นจุดสนใจที่สุดของงาน ธันย์ ก้าวลงมาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ทรงคลาสสิกที่ขับเน้นบุคลิกให้ดูสุขุมและทรงพลังราวกับเจ้าชายในนิยายสมัยใหม่เขาเดินอ้อมไปเปิดประตูให้ ธัน... วินาทีที่เท้าของเธอสัมผัสพื้น เสียงพูดคุยรอบข้างพลันเงียบสงบลงชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฮือฮาในความงดงาม ธันอยู่ในชุดสูทสตรีสีขาวงาช้าง (Ivory White) ที่สั่งตัดพิเศษ เนื้อผ้าทอประกายทองคำละเอียดสว่างไสวภายใต้แสงไฟนวลตา ปกเสื้อด้านซ้ายติด เข็มกลัดเมล็ดกาแฟทองคำ ที่เพิ่งได้รับมาเมื่อคืน มันขับให้ใบหน้าของเธอที่ถูกแต่งแต้มอย่างพอเหมาะดูสง่าและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“ดูนั่นสิ... ชุดของพวกเขาสวยมากจริงๆ เข้าก







