INICIAR SESIÓNฉันพูดออกไปแบบนอบน้อมและรู้สึกผิดด้วย เพราะถึงฉันจะทำงานมาได้สักพักแล้วแต่การเข้าไปช่วยเรื่องจัดการหยิบอุปกรณ์เตรียมอุปกรณ์และอื่น ๆ สำหรับเคสยากในกรณีที่ต้องผ่าตัดแบบนี้ก็เล่นทำเอาฉันเกร็งและกลัวไปหมดเลย
เพราะส่วนมากฉันทำอยู่แผนก OPD มากกว่า Scrub Nurse ที่ต้องอยู่ร่วมในทีมการผ่าตัดยังดีนะที่รุ่นพี่เขาเป็น Assistant
ซึ่งพี่เขาเป็นนางพยาบาลที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญที่จะสามารถช่วยแพทย์ผ่าตัดได้ ผนวกกับพยาบาลที่เหลืออยู่มีแค่ฉันที่คิดว่าพี่เขาน่าจะนึกขึ้นมาได้ จากการที่แมวเอาไปพูดถึงฉันแน่ ๆ พี่เขาถึงได้โทรสายด่วนมาหาแบบนี้
ซึ่งมันเป็นกรณีฉุกเฉินความปลอดภัยของผู้ป่วยต้องมาก่อนฉันเลยไม่ถามอะไรมากก็พยายามใช้วิชาที่อุตส่าห์เล่าเรียนมาทำหน้าที่ให้มันดีที่สุดเท่าที่ทำได้ก็พอแล้ว
“แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว ยังไงเรายังว่างอยู่นะ อยากจะย้ายมาช่วยงานพี่เลยไหม”
“โอ้~ ขิงว่าขอผ่านก่อนดีกว่าค่ะ แค่นี้ขิงก็เหงื่อไหลจนเกือบจะหมดตัวแล้ว ไม่นับรวมกับการเกร็งเป็นระยะอีกนะคะ ขิงว่าขิงคงได้ไปทำกายภาพบำบัดแน่ระหว่างที่ช่วยงานรุ่นพี่”
ฉันพูดออกไปพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเห็นได้ชัด ฉันว่าทำงานข้างนอกเครียดน้อยกว่านี้อีก
“ฮ่า ๆ ดูพูดเข้าสิเด็กคนนี้”
พี่เขาหัวเราะเสียงดังออกมาเมื่อฉันพูดอะไรที่เป็นความจริงออกไป จะว่าไปแล้ววันนี้ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่หาได้ยากเลยนะ อย่างน้อยก็ถือเป็นบทเรียนชีวิตจริงที่ฉันต้องเจอแล้วกัน
หน้าเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล
“หน้าซีดมาเลยนะยะยัยขิง” ขณะที่ฉันกำลังเดินเข้าไปทักทายเพื่อนสนิทของตัวเอง ยัย ‘โลร่า’ ที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ก็ส่งเสียงเอ่ยทักขึ้นมาก่อนที่ฉันจะเดินไปถึงตัวเธอเสียอีก
“ลองไปทำไหมล่ะ ฉันว่าแกคงตรงคลานออกมาแทนการเดินแน่นอน” เมื่อมันเอ่ยแซวฉัน ฉันเองก็ไม่น้อยหน้าที่จะพูดใส่มันไปบ้าง เราคือเพื่อนสนิทที่รักกันจริง ๆ นะ ต่อให้บางทีเราจะทำเหมือนทะเลาะกันบ้างก็เถอะ แต่มันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ
“อย่าท้านะโว้ย!”
มันทำเป็นพูดเสียงดังที่ไม่ได้ดังมากเพราะยังมีผู้ป่วยอยู่
“จะทำว่างั้น ?”
ฉันกอดอกพิงเคาน์เตอร์พร้อมกับเลิกคิ้วถามมัน
“เรื่องอะไรยะ ท้าไปเถอะฉันไม่ทำหรอก”
มันว่าจบก็หมุนเก้าอี้เข้าหาเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องเพื่อคีย์ข้อมูลของผู้ป่วยที่เพิ่งเดินเข้ามา
“ดีนะที่หนูทำงานมานานแล้ว ไม่งั้นหนูคงคิดว่าพวกพี่ไม่ถูกกันแน่ ๆ”
เสียงรุ่นน้องที่ทำงานกับเพื่อนของฉันเอ่ยขึ้นมาซึ่งเธอก็มักจะพูดแบบนี้ตลอดจนฉันชินและไม่ได้ตอบกลับอะไรแล้ว เพราะน้องมันเองก็ไม่ได้ต้องการให้ฉันพูดอะไรกลับเช่นกัน เนื่องจากเธอละความสนใจจากฉันไปรับหน้ากับผู้ป่วยอีกท่านต่อ
ส่วนฉันว่างก็เลยมายืนคุยเล่นกับมันแก้เหงาบวกกับอยากออกมานั่งมองผู้คนด้านนอกด้วย
ต่อให้ฉันทำงานด้านนอกก็จริง แต่ฉันก็ไม่ค่อยมีเวลามานั่งมอง นิ่ง ๆ นาน ๆ แบบนี้เท่าไหร่ เอาเข้าจริงฉันทำไปทั่วเลยบางทีฉันก็ต้องไปแผนกผู้ป่วยในบ้างนอกบ้างสลับกันไป เพราะฉันไม่ค่อยไปเที่ยวไหนสักเท่าไหร่คนส่วนมากเลยขอมาแลกวันหยุดกับฉันบ่อยเหมือนกัน
“หืม ?”
ระหว่างที่ฉันรอให้สองคนนี้ทำหน้าที่ของตัวเองไปสายตาของฉันก็ดันไปเห็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังยืนพิงกำแพงอยู่ เขายืนกดมือถือโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเลยว่าตอนนี้เขาเป็นจุดสนใจมากแค่ไหน
แถมหน้าตาของเขาก็คุ้นมาก มากจนฉันไม่ต้องยืนเดาเลยว่าใช่คนที่ฉันคิดไหม
ซึ่งมันก็เป็นเขาอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเอามือเสยผมที่มันคงจะไปเกะกะลูกตาของเขาเข้า ท่าทางนั้นก็สูบความรู้สึกของเหล่าผู้หญิงวัยรุ่น หมอ และพยาบาลผู้หญิงได้เป็นอย่างดีเลย
“แหมเพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย ว่าน้ำขิงผู้หญิงที่ใครหลายคนบอกว่าเธอนั้นเป็นพวกไม่สนใจผู้ชายคนไหนตอนนี้กับกำลังยืนมองผู้ชายที่หล่อราวเทพบุตรตาค้างอยู่”
เสียงของโลร่าเอ่ยแซวขึ้นแต่ฉันไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะเสียงของเธอก็เหมือนเสียงนกเสียงกานั้นแหละเนอะ
“เดี๋ยวฉันมานะ”
มันมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อฉันไม่ยอมตบมุกท้าทายมันต่อ แต่มันเองก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะดันมีญาติของผู้ป่วยเข้ามาพอดี
และที่ฉันบอกเดี๋ยวมาก็เพราะฉันกำลังทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามันบ้ามากต่างหาก“เธอรู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่เธอกำลังทำมันบ้ามากน้ำขิง เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ”
ระหว่างทางที่เดินฉันก็พูดย้ำกับตัวเองไปด้วยแต่ขามันกับก้าวออกไปไม่หยุดเหมือนกับว่ามันกำลังทำให้ฉันเลิกเป็นคนหนีปัญหา เก่า ๆ สักทีอย่างไงอย่างงั้น
รอบนี้เป็นพี่ราเดลที่ขมวดคิ้วแทน“ใครบอกว่าแหวนวงนี้เป็นของลูกค้า ?”“อ้าว ถ้าไม่ใช่แล้วมันจะเป็นของใครกันล่ะ เอามาให้ขิงใส่เล่นได้ไง คืนเลย!” ฉันรีบบอกคนตรงหน้าต่อ พี่เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ยเอาของใครก็ไม่รู้มาให้ฉันใส่เฉย“จะเป็นใครไปล่ะในเมื่อทั้งร้านมีแค่พี่กับขิง”พนักงานผู้หญิงมองมาทางเราด้วยท่าทางเขินอายที่พี่ราเดลพูดออกมาแบบนั้น ส่วนพี่พนักงานผู้ชายเพียงแค่ส่งยิ้มมาให้กับเราสองคนแทน“ก็ใช่ไง แล้ว...” ฉันกำลังจะพูดต่อแต่มันดันฉุดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในร้านมีแค่เราสองคนถ้างั้นแหวนก็...“แหวนนี้เป็นของขิง เพื่อใช้เป็นของขวัญในวันแต่งงานของเราสองคนไง” พี่ราเดลอาจจะไม่อายที่พูดแบบนี้ออกมา และมันก็ผนวกกับพนังงานอีกคนเดินถือถาดสุดหรูมาด้วยเช่นกันคาดว่าในกล่องนั้นคงเป็นแหวนสำหรับพี่ราเดลแต่ว่าแหวนตะ...แต่งงานงั้นเหรอ“ล้อขิงเล่นปะเนี่ย” ฉันพูดออกไปด้วยใจสั่งและเต้นแรง ในใจคิดไว้อยู่แล้วว่าพี่เขาคงไม่ได้พูดเล่นเพียงแต่ฉันอายจนไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีต่างหาก“แต่งงานกับพี่นะครับ” และพี่ราเดลก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันคิดเอาไว้โดยการที่ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉันและมีพนักงานทุกคนยืนเป็นพยานมองเ
“นี่เรากำลังจะไปไหนอะพี่ราเดล ขิงมีของที่ต้องจัดการต่ออยู่นะ” ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถได้สักพักละโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนข้าง ๆ จะพาไปไหนเราสองคนกลับมาจากที่นั้นได้สักพักแล้วอันที่จริงฉันกะว่าจะไปหาซื้อคอนโดอยู่โดยใช้เงินเก็บของตัวเองนี่แหละ เพราะสมบัตินอกนั้นก็โดนยึดไปหมดแล้วหลังจากที่พ่อเข้าคุกแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้ เนื่องจากแต่ละที่มีราคาที่สูงมากจนสุดท้ายฉันเลยต้องอยู่กับพี่ราเดลไปก่อนฉันก็เกรงใจนะที่ต้องไปอยู่กับพี่เขา แถมมันยังไม่เหมาะอีกด้วยถ้าฉันจะอยู่กับผู้ชาย ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่ไปอยู่กับมิรานั้นก็เพราะคุณมิราเองก็ย้ายไปอยู่กับพี่แดนแล้วฉันเลยต้องยอมรับความเป็นจริงที่ต้องอยู่กับพี่เขานี่แหละ อย่างน้อยพี่เขาก็คือแฟนเราดีกว่าไปอยู่ในที่ที่เราไม่รู้จักอีก“ไม่ต้องรีบจัดหรอกของมันไม่มีขานะ มันไม่หนีไปไหนหรอกน่า” เชื่อพี่เขาเลยสิ“นี่แหนะ!”“โอ๊ย! พี่เจ็บนะขิง” พี่ราเดลร้องออกมาเมื่อเขาโดนฉันหยิกเข้าไปเต็ม ๆ มันเขี้ยวอะแถมยังมาพูดกับฉันแบบกวนโอ๊ยอีกก็เลยต้องสั่งสอนให้รู้จักบ้าง“แบร่!” ฉันแลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบเปิดประตูลงจากรถไปเมื่อรถขับเข้ามาจอดที่ร้านแห่งหนึ่งเป็นร้านที่ดูหรูหรา
มันก็จริงแบบที่พี่เขาพูด เพราะ...ขนาดฉันเองก็รู้สึกไม่อยากอยู่ห่างพี่เขาเลย“ก็ได้ แต่ว่าขิงต้องไปคุยกับพี่คิวเทก่อน”ฉันกลับไปได้ตลอดแหละเพราะที่ฉันมาที่นี่เนื่องจากฉันต้องการหนีพี่เขานั้นเอง และเมื่อเรื่องทุกอย่างเคลียร์แล้ว ฉันก็สามารถกลับไปได้ตลอดส่วนอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ฉันอยากกลับไปก็เพราะฉันสามารถเดินทางไปเยี่ยมพ่อได้ตลอด“พี่หึงได้ไหม พี่ไม่อยากให้เราไปยุ่งกับมันเลย ขิงรู้ตัวหรือเปล่าว่ามันไม่ได้คิดกับขิงแค่น้องสาว” ฉันอมยิ้มเมื่อคนตรงหน้าพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าไม่พอใจแถมยังมาขออนุญาตหึงกับฉันอีกน่ารักอะไรแบบนี้“รู้สิ แต่ขิงปฏิเสธไปแล้วเพราะในใจของขิงมีเพียงแค่พี่คนเดียวนะ” พูดเองก็เขินเองให้ตายเถอะ น้ำขิงเธอไปได้ความกล้านี่มาจากนั้น“พูดดีแบบนี้พี่จะหึงต่อได้ไงล่ะเนี่ย”พี่ราเดลบีบจมูกของฉันอย่างมันเขี้ยวและก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะกลับไปขับรถต่อส่วนฉันเองก็ทำการส่งข้อความหาพี่คิวเทแทนการโทรไปเพราะอาชีพหมอไม่ได้ว่างตลอดเพราะงั้นการส่งข้อความไปแทนนี่แหละน่าจะดีและไม่ไปกวนสมาธิของพี่เขามากที่สุดหลายวันต่อมาในเมืองบ้านครอบครัวราเดล“ขิงขอโทษคุณลุงคุณป้านะคะ ที่ขิงทำเรื่อง
บทที่ 20 END“เพราะขิงไม่ได้รักพี่แล้วใช่ไหม ถึงได้ลังเลแบบนี้”พี่ราเดลพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ฉันสามารถอ่านออกเป็นครั้งแรกหลังจากที่เราพบหน้ากันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังเจ็บปวด“ไม่ใช่แบบนั้น...”“พี่ขอโทษนะที่ทำให้ขิงหนักใจ”พี่เขาไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลย จากนั้นก็หันกลับไปจับพวงมาลัยต่อเพื่อจะขับรถ“ที่ขิงให้คำตอบไม่ได้ในทันทีนั้นเพราะว่าพะ...พี่ราเดลเองก็มีผู้หญิงของพี่อยู่แล้วไม่ใช่ระ...เหรอ”ฉันรีบเอื้อมมือเข้าไปจับแขนของพี่ราเดลเอาไว้อย่างไวและกลัวว่าอีกคนจะเข้าใจฉันผิดไป จากนั้นฉันก็พูดตามที่ตัวเองคิดออกไปให้อีกคนได้รับรู้“พี่ไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้นมานานแล้วนะ ที่ขิงเห็นส่วนมากเป็นคนที่พี่จ้างมาทั้งนั้น” จ้าง ?“หมายความว่ายังไง ?”ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่เขาพูด“จ้างมาทำให้ขิงเจ็บ แบบที่พี่เคยเป็นในตอนที่พี่ยังเข้าใจขิงผิดอยู่” ฉันพยักหน้าเข้าใจเมื่อพี่เขาอธิบายออกมาตามตรง“…” ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่พี่เขาต้องการนั้นแหละ เพราะฉันเองก็รู้สึกเจ็บมากอยู่เหมือนกันนั้นก็เพราะฉันยังรักพี่เขาอยู่ไง มันเลยรู้สึก“พี่ขอโทษนะ ขิงจะเกลียดพี่ก็ได้เพราะสิ่งที่พี่ทำม
จากนั้นก็โยนแปรงดังกล่าวลงในตะกร้าที่ฉันถือเอาไว้อยู่อย่างแม่นยำ และก็เดินผิวปากดูของในร้านต่อโดยไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย“เอ๊ะ! เดี๋ยวสิ” ฉันเองก็รีบเดินตามไปอย่างไว เหตุผลเพราะอะไรฉันเองก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็เดินตามพี่เขามาติด ๆ แล้วฉันกำลังทำอะไรเนี่ย ตอนนี้เราเหมือนคู่รักกันเลยที่แบบมาเดินซื้อของเข้าบ้านไรงี้ภายในรถ“เงียบไปตั้งแต่เมื่อกี้นี่แล้วเป็นอะไรหรือเปล่าขิง ?”พี่ราเดลเอ่ยถามออกมาพลางหันมามองฉันเพียงแป๊บเดียวแล้วก็หันกับไปมองที่ท้องถนนต่อหลังจากที่เลือกซื้อของกันเสร็จแล้วพี่ราเดลก็พาฉันมาที่รถและก็ให้ฉันนั่งออกไปด้วยกัน โดยที่ฉันเองก็ลำบากใจที่จะทำแต่เพราะของที่ซื้อมามันเยอะและหนักเกินไปจึงทำให้ฉันไม่สามารถมายืนคิดได้ว่าจะกลับเองหรือให้พี่เขาไปส่งดีอีกอย่างพี่เขาก็เร่งฉันหนักมากจนไม่มีเวลามาคิด และเผลอตอบตกลงจนมาจบแบบนี้เนี่ย“พี่ทำแบบนี้ทำไม” ฉันไม่อยากคิดไปเองและต้องการคำตอบที่ชัดเจน มาทำให้ฉันรู้สึกดีแบบนี้ทำไมกัน“พี่ทำอะไรคะ ?” อีกแล้ว มันเหมือนกับว่าฉันได้ย้อนกลับไปสมัยที่เรายังคบกันอยู่เลย“ต้องการอะไรจากขิงกันแน่” ฉันนั่งกำมือพูดออกไปเสียงเบา พี่เขามาทำให้ใจฉันเต
บทที่ 19น้ำขิง Talkห้องนอนของน้ำขิงฉันนั่งใช้มือแตะลงที่ปากของตัวเองพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เป็นเรื่องที่ฉันไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้พี่ราเดลเขาจูบฉัน...และหลังจากนั้นฉันก็ทำงานไม่รู้เรื่องอีกเลยจนเกือบจะโดนรุ่นพี่พยาบาลวีนใส่แล้วแถมระหว่างนั้นใจของฉันมันก็สั่นไม่หยุดเลยเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่หยุดพักพี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ก่อนหน้านั้นยังทำท่าทางเกลียดฉันอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้พี่เขาถึงได้เปลี่ยนไปแล้ว มันเป็นเพราะจดหมายที่ฉันส่งไปงั้นเหรอที่ฉันเล่าถึงความจริงทุกอย่างให้พี่เขาและแรนด้าเข้าใจเจตนาของฉันไม่ได้ต้องการให้ตัวของฉันเองได้กลับไปคบใครหรอกนะ แต่เพียงฉันอยากพูดความจริงและไม่อยากให้เราต้องมาเข้าใจผิดและเกลียดกันจนถึงวินาทีสุดท้ายก็เท่านั้นและฉันก็คิดว่าพี่ราเดลเองก็คงหมดใจกับฉันไปนานแล้วฉันเลยไม่ได้หวังว่าเราจะได้กลับมาคบกันอีกเพราะเรื่องมันก็เกิดขึ้นมานานมากเลยนะ“เลิกคิดมากได้แล้ว”ฉันยีหัวของตัวเองด้วยความสับสน ทั้งไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงและไหนจะเรื่องของพี่เขาอีก ทำไมพี่เขาถึงยังอยู่ที่นี่ต่ออีกนะ“บ้าที่สุด”ฉันยกยิ้มขึ้นมาและก็ยังคงจับ







