MasukMila Talks
ทุกคนน่าจะรู้จักฉันแล้ว ฉันมิล่า อายุ 18 ปี ยอมรับตรงๆ เลยว่าปีนี้เป็นปีที่ห่วงแตกสุดๆ ฉันโดนพ่อให้มาเรียนโรงเรียนประจำที่เคร่งศาสนาสุดๆ ซึ่งมันอยู่ไกลบ้านฉันมาก แต่ฉันคงระบุไม่ได้หรอกว่าจังหวัดอะไร แต่อยู่ในโซนภาคใต้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรถ ที่ในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด และความเศร้า พี่ชายฉันชื่อ มาร์ติน อายุ 20 ตอนนี้ก็หอบผ้าหอบของย้ายไปอยู่ใกล้ๆ กับฉันเหมือนกัน สงสัยไปเริ่มเรียนปี 3 ที่นั่นแหละ ส่วนมอไซต์พี่ก็ใช้วิธีขนส่งกับรถมา ฉันขับคันนั้นนับครั้งได้ด้วยซ้ำ ทำไมพ่อไม่ถนอมน้ำใจฉันเลยนะ! พูดแล้วก็โมโหสุดๆ แต่รู้อะไรมั้ย วันนี้พ่อตั้งใจขับรถลงมาใต้ด้วยตัวเองเลย หึ! พอจะให้ลูกๆ ไปไกลๆ จากบ้านก็ยอมลงทุนขนาดนี้เลยสินะ ฉันลืมบอกไปว่าครอบครัวของฉันฐานนะปานกลางไม่ได้รวยเริสหรูอะไรหรอก พ่อทำงานเป็นสถาปนิก เขียนโครงการออกแบบบ้าน อะไรทำนองนั้น ส่วนแม่ฉันทำงานเป็นดีไซน์เนอร์ ออกแบบเสื้อผ้า แฟชั่น ซึ่งถ้างานไม่ดีมากพอครอบครัวเราก็จะถึงขั้นรัดเข้มขัด แต่ถ้าเดือนไหนขายออกละก็…จะเป็นเดือนที่เราไม่ต้องมานั่งกลุ้มเรื่องความประหยัดเลย แต่ก็นะ…ฉันยอมรับแหละว่าใช้เงินได้สิ้นเปลืองที่สุด และทำให้พ่อกับแม่ต้องเข้าห้องปกครองเดือนละไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง จนตอนนี้ฉันเลยต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ไง ไหนกันที่บอกว่าอธิฐานแล้วพระเจ้าจะอวยพระพร ทำไมถึงฉันมองไม่เห็นพรอะไรเลยล่ะ T^T รถเคลื่อนตัวเข้าประตูขนาดใหญ่ ที่ล้อมรอบไปด้วยรั้วสีทอง โห้~ ทำไมที่นี่ถึงได้ดูไฮโซ หรูหราขนาดนี้ล่ะ นี่มันโรงเรียนจริงๆ หรอเนี่ย O_o ฉันเกาะหน้าต่างกระจกรถอย่างตื่นเต้น เกินคาดมาก ฉันคิดว่าจะเป็นโรงเรียนประจำกระจอกๆ ซะอีก "อยู่ที่นี่ก็ตั้งใจเรียน เชื่อฟังมิสเซอร์เขานะ" พ่อพูดพร้อมปลดล็อคประตู เพื่อเป็นสัญญาณให้ฉันลงจากรถ ฉันมองไปที่แม่ ใบหน้าที่อาบน้ำตานั้นทำให้ฉันน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมา "นี่แม่ ถ้าแม่ร้องแบบนี้ มิล่าจะกล้าลงจากรถได้ไง…" ฉันพูดพร้อมแบะปาก ไม่ทันไรพี่ชายฉันก็ดีดกลางหน้าผากฉันอย่างแรง จนฉันเผลอร้องออกมา "โอ๊ะ! นี่เจ็บนะ!><*" "ไม่ต้องเอาแม่มาอ้างเลย ทำตัวไม่ดี ทำคนอื่นเดือดร้อน อยู่ที่นี่มีอะไรก็ทักหาพี่ด้วย เดี๋ยววันอาทิตย์จะมาหาอีกที" ฉันแบะปากใส่พี่มาร์ติน พร้อมลงจากรถ ใครเขาอยากจะเจอพี่ชายขี้บ่นกัน เห้อ… พี่ก็ช่วยขนของฉันและกระเป๋าลงจากรถ พวกเราก็เดินเข้าตัวอาคารกลางที่มีขนาดใหญ่ อาคารปูนสีขาว 4 ชั้น น่าจะเป็นอาคารที่เขาใช้รวมตัวกันแหงๆ หรือจะเป็นอาคารสำนักงาน ห้องพักครู… ไม่ทันไรก็มีเสียงทักทายเอ่ยขึ้น "สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนะคะ เชิญด้านในกันก่อนได้เลยค่ะ" เป็นมิสเซอร์ที่อยู่ในเครื่องแบบแม่ชี ชุดกระโปรงสีกรมยาวคลุมตาตุ่ม มีชุดสีขาวซ้อนให้เห็นข้างใน ชุดกระโปรงแขนยาวดูสะอาดตา แต่ที่นี่จะไม่ได้ใส่หมวกกันเหมือนที่เห็นในหนังหรอกนะ เพราะเป็นคริสเตียนไม่ใช่คาทอลิค เขาจะมวยผมขึ้นรวบตึงให้ดูเรียบร้อยแทน และใส่ที่ครอบผมตามปกติ เราทั้งครอบครัวก็เดินเข้าห้องห้องหนึ่งไป เหมือนกับจะเป็นห้องรับแขกเล็กๆ และเรานั่งลงตรงโต๊ะกลม ที่เขาจัดเรียงไว้ให้ ซึ่งจะมีมิสเซอร์ที่นั่งรอเราก่อนหน้านี้แล้ว เป็นผู้หญิงท่าทางมีอายุคนนึง และผู้ชายที่ดูมีอำนาจอีกคนนึง "สวัสดีครับบาทหลวง ยินดีที่ได้พบครับ สวัสดีครับมิสเซอร์สาย" พ่อเอ่ยทักทายก่อนพร้อมยกมือ เราทั้งสามต่างก็รีบยกมือขึ้นไหว้ตาม "เอานั่งกันก่อนๆ ไม่ต้องทางการมากนักหรอกนะ ยังไงก็เหมือนได้เจอศิษย์เก่ามาเยี่ยม" บาทหลวงพูดจบพวกเราก็นั่งลงกัน ฉันรู้สึกเกร่งจนแทบขยับร่างกายไม่ได้ ทำไมเขาถึงต้องเอาแต่จ้องฉันแบบนี้ด้วยเนี่ย…! เมื่อกี้คนนี้พ่อพึ่งทักว่ามิวเซอร์สาย เขาชื่อสายแน่ๆ "ดาริส ใช่มั้ย?" บาทหลวงเอ่ยถาม "ครับบาทหลวง วันนี้ผมพาลูกมาสมัครเรียนที่นี่ครับ นี่ลูกสาวผม ชื่อมิล่า ครับ และนี่ลูกชายผม มาร์ติน" "สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ" พ่อหันหน้ามามองฉันเหมือนต้องการจะให้ฉันพูดต่อ ฉันยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะพูดเก้อเขินขึ้น "หนูมิล่า อายุ 18 เข้ามาเรียนชั้นม.6 ค่ะ ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะคะ" "แล้วลูกชายละ?" มิสเซอร์สายเอ่ยถามขึ้น "อ่อ ผมเรียนมหาลัยแล้วครับ ผมแค่มาส่งน้องสาวเท่านั้นครับ" มาร์ตินรีบแก้ตัวทันควัน แหม ดูก็รู้ว่าไม่อยากอยู่ "ฉันชื่อ สาย เป็นมิสเซอร์ที่ดูแลเธอ และดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างของที่นี่" มิสเซอร์สายพูดพร้อมขยับแว่น แววตาดุดัน ดูน่ากลัว หึ! ฉันน่ะ กำราบอาจารย์ประเภทนี้อยู่หมัดอยู่แล้วแหละ แต่ถ้าให้ดีฉันไม่อยากจะยุ่งเลยดีกว่า "ถ้างั้นก็พา…มิล่าไปดูหอ และการเป็นอยู่ได้เลย อย่าลืมให้เปลี่ยนยูนิฟอร์มก่อนละ" มิสเซอร์สายหันหน้าไปบอกมิสเซอร์คนที่พาเดินเข้ามา ฉันพยักหน้าให้รู้ตัวว่าตัวเองต้องไปจากจุดนี้แล้ว ฉันยกมือไหว้พ่อแม่ และเขม่งตาไปทางพี่ชายขี้บ่นแบบไม่สนใจเขาเลยสักนิด พร้อมกับลุกขึ้นไปเอาสัมภาระและเดินออกไป มิสเซอร์ผู้หญิงท่านนี้อายุน่าจะราวๆ 35 ปี รูปร่างหน้าตาออกจะใจดีกว่ายายสายนั่นอีก มิสเซอร์แนะนำตัวและสถานที่ให้คร่าวๆ มิสเซอร์ชื่อ ลดา เป็นอาจารย์ที่ดูแลเราเหมือนกัน แต่ตำแหน่งอาจารย์ยายสายนั่นจะสูงที่สุด "อยู่ที่นี่ถ้าไม่เข้าใจอะไร ก็ถามอมิสเซอร์ได้เลยนะ มีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้เลย ^^" มิสลดาพูดพร้อมยิ้มน้อยๆ ส่งให้ฉัน พร้อมยื่นชุดยูนิฟอร์มที่มีทั้งเสื้อ กระโปรง และรองเท้า ทุกอย่างครบชุด "มิล่าให้เข้าไปเปลี่ยนชุดและเก็บของข้างในได้เลย เดี๋ยวมิสเซอร์จะพาไปหาเพื่อนๆ ข้างล่าง" "ค่ะ" ฉันเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วก็ได้มารวมตัวกับเพื่อนคนอื่นๆ พ่อแม่พี่ชายฉันก็กลับไปสักพักนึงแล้ว ตอนนี้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวตัวคนเดียวจัง คิดถึงเพื่อนเก่าๆที่คอยไปแว๊นมอไซต์กันจังเลย ฉันนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว จะเป็นโต๊ะแนวนอน ยาวเรียงกัน โต๊ะนึงนั่งได้ 6 คน ฝั่งละ 3 คน ฉันมองดูเด็กรอบๆแล้ว น่าจะมีสัก 50 กว่าคนได้แหละ อยู่ๆเพื่อนที่นั่งข้างฉันก็ทักฉันขึ้นอย่างเป็นมิตร “หวัดดีเด็กใหม่ใช่ป่ะ เราเซร่านะ เธอ…ชื่ออะไรหรอ ^^?” ท่าทางร่าเริงแบบนี้เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด ฉันยิ้มน้อยๆส่งให้ตามมารยาทแล้วก็…ตอบตามมารยาท “…มิล่า” เซร่าสาวน้อยที่ดูน่ารักไร้เดียงสา…ฉันว่าถ้าเป็นในนิยายเขาคงจะบรรยายแบบนั้นชัวร์ แต่เอาเข้าจริง คนนี้ก็ดูน่ารักใสๆ ซึ่งขัดกับบุคลิกของฉันมาก เขาคงไม่ได้อยากสนิทกับฉันหรอกนะ "นี่มิล่า เธอนอนห้องไหนหรอ" ฉันทำท่าคิดก่อนจะตอบไป "ถ้าจำไม่ผิด…ห้อง 2 มั้ง ทำไมอ่ะ?" เซร่ายิ้มกว้างกว่าเดิม "เห้ย! ห้องเดียวกันเลย…" อยู่ๆ ก็มีคนพูดแทรกเซร่าขึ้น "แกโง่รึไงเซร่า โต๊ะนี้ก็ต้องห้องสองหมดทุกคนนั่นแหละ สมองเสื่อมแล้วมั้ง?" ผู้หญิงคนนี้ตัวเล็กกว่าเซร่าแต่ท่าทางดูเป็นคนตรงๆ ปากสุนัข ไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่ดูท่าทางแบบนี้ฉันชอบดี ฮ่าๆ "อ๋ออ…ฮ่าๆ โต๊ะเดียวกันก็นอนห้องเดียวกันนี่หน่า ฉันลืมไปเลย ^^¡" เซร่าพูดพร้อมอมยิ้ม ฉันมองดูท่าทางเก้ๆ กังๆ เหมือนเด็กประถม แล้วอดขำไม่ได้ แต่แล้วผู้หญิงตัวเล็กคนเดิมก็พูดกับฉันขึ้น "เราชื่อณิชานะ ยังมีอะไรไม่รู้ตรงไหนถามณิชาคนนี้ได้เลย อย่าไปเอาอะไรเยอะกับยัยเซโง่ เอ้ย เซร่านั่นหรอก" เซร่าทำท่าทางเหมือนอยากจะว่ากลับแต่ต้องสงบลงเมื่อมิสเซอร์สายเดินเข้ามา "ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน วันนี้มีเด็กใหม่เข้ามา ยังไงก็ฝากดูแลกันให้ดีล่ะ…" มิสเซอร์สายพูดพร้อมมองมาที่ฉัน "ลุกขึ้นแนะนำตัวซะ" ฉันก็รีบลุกขึ้น และมองดูรอบๆ ตื่นเต้นจนใจสั่นทำไมคนมันดูเยอะขนาดนี้นะ "ส…สวัสดี เราชื่อมิล่านะ ฝากตัวด้วย…ค่ะ" ฉันพูดจบก็ก้มหัวหนึ่งทีและนั่งลงทันที กับการที่ต้องพูดเพราะนี่ฉันไม่ชินเลย "ยังไงก็ขอให้ทุกคนอยู่ในกฎในระเบียบ หวังว่าจะไม่มีใครทำนอกกฎหรือก่อเรื่องขึ้นมาอีกล่ะ!" มิสเซอร์สายพูดจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารของอาจารย์ และทุกอย่างก็กลับมาสู่ปกติอีกครั้ง "นี่…มิสเซอร์สายนะ แกโหดมากเลยล่ะ ยังไงจะทำอะไรแกต้องระวังตัวหน่อยนะ ไม่งั้นโดนมิสเซอร์ทำโทษไม่มีใครช่วยได้หรอก" ณิชาพูดพร้อมชำเรืองมองมิสเซอร์สายเป็นระยะๆ ฉันพยักหน้ารับ ยังไงฉันก็อยากจะอยู่ไกลๆ เขาอยู่แล้วแหละ ทุกคนก็ลุกขึ้นเดินเรียงแถวหยิบถาดและตักข้าวและอาหาร พร้อมเดินถือมาวางไว้บนโต๊ะที่นั่งตัวเอง และต่างคนต่างอธิฐานและรับประทานอาหารพร้อมกัน หลังจากที่เรารับประทานอาหารเสร็จก็จะเป็นช่วงเวลาที่พักผ่อน เซร่าและณิชาก็ตามตัวติดฉัน จนกลายเป็นเพื่อนใหม่ของฉัน เอาเถอะยังไงฉันมาที่นี่ก็กลายเป็นคนแปลกหน้าอยู่แล้ว มีคนที่อยากเป็นเพื่อนกับฉันบ้างก็คงดี แต่เราเดินยังไม่ทันได้ถึงม้านั่ง อยู่ๆ ก็มีกลุ่มสาวสามคนเดินตรงเข้ามาหาฉันและดักหน้า พร้อมยืนกอดอกบ้าง แคะเล็บบ้าง แม้แต่…เคี้ยวทิพย์ก็มา หึ! ยังกะในซีรีย์บทนางร้ายมาออกซีน ฉันนึกในใจแล้วมองบนปนขำกับท่าทางของพวกเขา "นี่! ยัยเด็กใหม่ ได้ข่าวว่าพฤติกรรมเก่าแกไม่ใช่ย่อยๆ เลยนี่… เป็นเพราะทำตัว ต่ำๆ เลยโดนส่งมานี่ใช่ป่ะล่ะ ฮ่าๆ" คนกลางพูดขึ้นก่อน ยัยนี่ หึ! เธอตัวสูงพอๆ กับฉัน 168 ซม. ได้ จะบอกลักษณะเด่นของยัยนี่ยังไงดี สวยดูดีราวกับคุณหนู ที่ตกอับเพราะการกระทำแบบต่ำๆ ของเธองั้นหรอ แต่ดูยังไงก็เหมือนฉันชมเขาอยู่ด้วยแฮะ "นี่ เป็นใบ้รึไง เพื่อนพูดด้วยยืนใบ้รับประทานอยู่" ตัวเคี้ยวทิพย์ ทำท่าเหมือนเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ตลอดเวลา ก็พูดขึ้น "นี่ผัดกาด เลิกหาเรื่องเพื่อนๆ ได้แล้ว!" อยู่ๆ เซร่าก็พูดเสียงดังขึ้น อ๋อ…ไอตัวเคี้ยวทิพย์ ชื่อผักกาดเองสินะ "เธอด้วยนะ พราวฟ้า ต่อให้เธอจะเป็นนักเรียนดีเด่นในสายตาของมิสเซอร์ แต่เธอหาเรื่องเพื่อนแบบนี้ก่อน ฉันจะเอาไปฟ้องมิสเซอร์แน่!" เซร่าที่ดูก็รู้ว่าคงสู้พวกมันไม่ได้ แต่ดูเหมือนเธอพยายามปกป้องฉันสุดๆ "น่าตลกนะ คนแบบแกจะออกตัวแทนเด็กใหม่ทำไมวะ ปล่อยๆ ให้เป็นเรื่องของพวกฉันดีกว่ามั้ย?" อีกคนที่ยืนกอดอกดูสถานการณ์อยู่ตั้งนานก็พูดขึ้น เธอเป็นสาวสวยที่ดูห้าว เท่ๆ ซึ่งไม่เหมาะจะอยู่กับพวกนี้เลยสักนิด "น้ำใส ฉันว่าวันนี้เราอย่าพึ่งมีปัญหากันก่อนดีกว่ามั้ย พึ่งวันแรกเองน้าา" ฉันหันไปมองณิชา ที่คำพูดของเธอกลำกลวยังไงชอบกล แต่มันทำให้สามคนนั้นยกยิ้ม และเหมือนจะเดินออกไป แต่ใครจะคิดว่าฉันจะโดนเหยียบเท้าทิ้งท้าย โดยสนทีนของยัยพราวฟ้า "อุ๊บ~! ขอโทษทีนะ พอดีฉันไม่ได้ตั้งใจ" พราวฟ้าพูดพร้อมยกมือขึ้นปิดปากเบาๆ "ใครเห็นเขาก็รู้ว่าตอแหล" ฉันพูดสวนกลับพร้อมยกเท้าขึ้นเหยียบเท้าพราวฟ้ากลับทันที หึ! มันต้องเต็มแรงแบบฉันนี่ ที่เธอเหยียบมันดูเบาไป "โอ๊ยย~ เจ็บนะ!" พราวฟ้ากรี๊ดลั่น พร้อมกระโดดไปมาด้วยความเจ็บปวด หน้าตาพวกนั้นต่างตกใจไปตามๆ กัน รวมถึงเซร่าและณิชาที่จาโตเบิกกว้างและรีบดึงฉันออกจากจุดนั้นทันที "นี่แกทำบ้าอะไรเนี่ย รู้มั้ยว่ายัยพราวฟ้าคือใคร?!" ณิชาพูดไปด้วยหอบไปด้วย ฉันเลิกคิ้วเป็นคำถาม "แล้วคือใคร ก็นักเรียนเหมือนกันหมดนี่?" ฉันก็ตอบไปแบบที่เห็น "พราวฟ้ามันนักเรียนดีเด่น ลูกรักของมิสเซอร์เลย มันอ่ะลูกคุณหนู คนรวยต้นๆ ของที่นี่เลยนะ" ณิชาพูดจบ เซร่าก็พยักหน้าและพูดเสริม "เอาง่ายๆ พวกสามคนนั้นอ่ะ ลูกผู้ดีมีสกุล รวยสุดในนักเรียนหญิงและ ไม่มีใครกล้าจะยุ่งกับพวกนั้นหรอก" ฉันที่มีคำถามก็รีบพูดออกไป "แต่ทำไมพวกนั้นถึงสนใจฉันละ ฉันก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าดึงดูดสักหน่อย" ทั้งสองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย อ้าว….นี่จะบอกว่าฉันดูจืดชืดขนาดนั้นเลยหรอ ;—; "เอาเถอะ ยังไงก็ขอบใจนะเซร่า ที่ออกตัวแทนฉันขนาดนั้นอ่ะ วันหลังเธอห่วงตัวเองหน่อยก็ดีนะ" "ไม่เป็นอะไรหรอก พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก ฉันน่ะมีของ ^•< " เซร่าพูดติดตลก จนพวกเราทั้งสามหหัวเราะออกมาโดยไม่ได้สนใจความหมายของมัน 18.00 น. นักเรียนทุกคนก็ต่างแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง ห้องนึงมี 6 คน ซึ่งฉันก็ได้เป็นส่วนนึงของพวกเขาไปแล้ว เซร่าและณิชาคอยแนะนำเรื่องต่างๆ ให้ฉันเข้าใจ รูมแมทฉันอีก 3 คนนั้น เขาก็สนิทของเขากันอยู่แล้ว ไม่ได้มาอะไรกับเรามากนัก เตียงที่นี่เป็นเตียงเดี่ยวขนาด 3.5 ฟุต ที่สามเตียงเรียงกัน และอีก 3 เตียงจะหันปลายเท้าชนกัน ตู้เสื้อผ้าก็มีหกตู้อยู่ริมห้อง ห้องนี้มีขนาดใหญ่เลยแหละ ดูกว้าง ไม่อึดอัด โปร่งใส ถือว่าโอเค แต่ที่ฉันไม่โอเคน่ะหรอ….ห้องน้ำรวมไง…. "ของใช้อาบน้ำส่วนตัว เราต้องถือไปอาบน้ำที่ห้องน้ำรวมนะ ยังไงเธออย่าลืมเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนด้วยล่ะ" เซร่าหันมาเตือนฉัน ฉันก็จัดเตรียมหาเสื้อผ้า จนณิชาที่ฉันด้วยสายตาที่สงสัยก่อนจะเอ่ยถาม "เธอไม่ได้ชุดนอนหรอ?" "ชุดนอน?" ฉันตอบงงๆ "ชุดนอนก็ต้องใส่ของที่นี่ จริงๆ เธอมาไม่ต้องเอาเสื้อผ้ามาเลยก็ได้ แค่ชุดชั้นในก็พอ" ฉันพยักหน้าแบบงงๆ "ชุดนอนน่าจะอยู่ในตู้เสื้อผ้ามั้ง เธอลองไปดู" ฉันก็ลุกขึ้นไปเปิดดูตามที่ณิชาบอก อ่า…มีชุดนอนอยู่จริงๆ ด้วย สีชมพูน่ารักเชียว ฉันคิดในใจพร้อมหยิบเข้ากระเป๋าผ้าที่เตรียมไว้ และพวกเราก็ต่างไปอาบน้ำกัน และเข้านอนเวลา 20.00 น. ทำไมต้องนอนไวขนาดนี้กันนะ เอาเถอะ ยังไงพรุ่งนี้ก็เป็นวันไปเรียนวันแรกของฉัน…โรงเรียนเซนต์อาเรียแห่งความหวัง06.00 น."กริ๊งงง"เสียงออดดังขึ้น เป็นสัญญาณให้ทุกคนลุกจากที่นอนและจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำและแต่งตัว ใช้เวลาไปสักพัก ทุกคนก็อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและออกมาตั้งแถวเรียงกัน เผื่อช่วยกันถักเปียให้เพื่อนตรงหน้า แล้วใส่ถุงเท้า รองเท้าตามลำดับ08.00 น.หลังจากนั้นทุกคนก็เดินเรียงแถวกันไปยังห้องประชุมใหญ่ เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ? ฉันคิดในใจ ข้างในหัวมีคำถามมากมาย สุดท้ายทุกคนนั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว และอาจารย์สายก็เดินขึ้นเวที"สวัสดียามเช้า สวัสดีนักเรียนทุกคน… วันนี้เป็นวันเปิดเทอมที่เราทุกคนจะได้ไปเรียน และได้พบปะกับเพื่อนๆ อีกที่หนึ่ง…"อีกที่งั้นหรอ? แสดงว่าไม่ได้มีที่นี้ที่เดียวสินะ หรือว่า….จะเป็นตึกสูงๆ นั่นที่อยู่หลังกำแพงข้างหลังหอหญิง"…หวังว่าทุกคนจะอยู่ในกฎและระเบียบตลอดนะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเปิดภาคเรียนใหม่ วันนี้เราจะร่วมใจกันอธิฐานตอนเช้ากันได้เลย.."มิสเซอร์สายพูดจบ ก็ยกมือขึ้นประสานกัน เราทุกคนก็ปฏิบัติตาม"ข้าแต่พระเจ้าในนามพระเยซู ขอให้พระเจ้าจงประทานสติปัญญาให้แก่เด็กๆ ในเซนต์อาเรียในที่แห่งนี้ ขอให้พระเจ้าปกปักรัก
Mila Talksทุกคนน่าจะรู้จักฉันแล้ว ฉันมิล่า อายุ 18 ปี ยอมรับตรงๆ เลยว่าปีนี้เป็นปีที่ห่วงแตกสุดๆ ฉันโดนพ่อให้มาเรียนโรงเรียนประจำที่เคร่งศาสนาสุดๆ ซึ่งมันอยู่ไกลบ้านฉันมาก แต่ฉันคงระบุไม่ได้หรอกว่าจังหวัดอะไร แต่อยู่ในโซนภาคใต้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรถ ที่ในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด และความเศร้า พี่ชายฉันชื่อ มาร์ติน อายุ 20 ตอนนี้ก็หอบผ้าหอบของย้ายไปอยู่ใกล้ๆ กับฉันเหมือนกัน สงสัยไปเริ่มเรียนปี 3 ที่นั่นแหละ ส่วนมอไซต์พี่ก็ใช้วิธีขนส่งกับรถมา ฉันขับคันนั้นนับครั้งได้ด้วยซ้ำ ทำไมพ่อไม่ถนอมน้ำใจฉันเลยนะ! พูดแล้วก็โมโหสุดๆ แต่รู้อะไรมั้ย วันนี้พ่อตั้งใจขับรถลงมาใต้ด้วยตัวเองเลย หึ! พอจะให้ลูกๆ ไปไกลๆ จากบ้านก็ยอมลงทุนขนาดนี้เลยสินะ ฉันลืมบอกไปว่าครอบครัวของฉันฐานนะปานกลางไม่ได้รวยเริสหรูอะไรหรอก พ่อทำงานเป็นสถาปนิก เขียนโครงการออกแบบบ้าน อะไรทำนองนั้น ส่วนแม่ฉันทำงานเป็นดีไซน์เนอร์ ออกแบบเสื้อผ้า แฟชั่น ซึ่งถ้างานไม่ดีมากพอครอบครัวเราก็จะถึงขั้นรัดเข้มขัด แต่ถ้าเดือนไหนขายออกละก็…จะเป็นเดือนที่เราไม่ต้องมานั่งกลุ้มเรื่องความประหยัดเลย แต่ก็นะ…ฉันยอมรับแหละว่าใช้เงินได้สิ้นเปลืองที่สุด และทำ
" บรืนนน~ บรืนๆๆ ~ "เสียงท่อรถที่ดังกระหน่ำอยู่หน้าบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง หญิงสาวในชุดนอน สีชมพูลายคิดตี้ รีบลุกขึ้นพลวดจากโต๊ะอาหาร ช้อนซ้อมได้ถูกวางไว้ข้างจานอย่างรีบๆ ทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารทุกสายตาจ้องมองไปที่เธอเป็นตาเดียว ก่อนจะมีเสียงเอ่ย ทุ่มต่ำดังขึ้นจนเธอต้องนั่งลง" นี่! ไอเพื่อนเหลวไหลพวกนั้นอีกแล้วใช่มั้ย?! ไม่ต้องไปเลยนะนั่งลง!! "พ่อของเธอดุ จนทำให้แม่และพี่ชายของเธอต้องพยักหน้าตามกัน" มิล่า ฟังพ่อเขาบ้างสิลูก เดี๋ยวนี้เริ่มเกเรใหญ่เลยนะ "แม่ของเธอพูดจบ พี่ชายของเธอก็เสริมต่อทันที" แบบนี้แหละแม่ เด็กมันกำลังโต ห้ามฟังที่ไหนกัน ดูมันดิ เอาเงินไปออกรถบิ๊กไบค์ พ่อก็ไม่ได้ห้ามอะไรนี่.."พี่ชายเธอพูดพร้อมทำเสียงน้อยใจ"นี่พี่ไม่ต้องพูดเลยนะ รถนั่นพ่อตั้งใจซื้อให้เป็นของขวัญมิล่าอยู่แล้ว"เธอตอบพร้อมยกยิ้ม เมื่อรู้สึกว่าตัวเองชนะพี่ชาย"พอกันทั้งคู่นั่นแหละ! เดี๋ยวพ่อจะออกไปไล่พวกเด็กข้างนอกก่อน กินข้าวกันไปเลย!"พ่อพูดจบก็เดินออกไปนอกบ้าน และหยุดยืนอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน นอกรั้วนั้นเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ประมาณ 4-5 คัน ซึ่งคนขับก็มีทั้งหญิงและชายปะปนกันไป" พวกเด







