LOGINโรงเรียนเซนต์อาเรียแห่งความหวัง
06.00 น. "กริ๊งงง" เสียงออดดังขึ้น เป็นสัญญาณให้ทุกคนลุกจากที่นอนและจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำและแต่งตัว ใช้เวลาไปสักพัก ทุกคนก็อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและออกมาตั้งแถวเรียงกัน เผื่อช่วยกันถักเปียให้เพื่อนตรงหน้า แล้วใส่ถุงเท้า รองเท้าตามลำดับ 08.00 น. หลังจากนั้นทุกคนก็เดินเรียงแถวกันไปยังห้องประชุมใหญ่ เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ? ฉันคิดในใจ ข้างในหัวมีคำถามมากมาย สุดท้ายทุกคนนั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว และอาจารย์สายก็เดินขึ้นเวที "สวัสดียามเช้า สวัสดีนักเรียนทุกคน… วันนี้เป็นวันเปิดเทอมที่เราทุกคนจะได้ไปเรียน และได้พบปะกับเพื่อนๆ อีกที่หนึ่ง…" อีกที่งั้นหรอ? แสดงว่าไม่ได้มีที่นี้ที่เดียวสินะ หรือว่า….จะเป็นตึกสูงๆ นั่นที่อยู่หลังกำแพงข้างหลังหอหญิง "…หวังว่าทุกคนจะอยู่ในกฎและระเบียบตลอดนะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเปิดภาคเรียนใหม่ วันนี้เราจะร่วมใจกันอธิฐานตอนเช้ากันได้เลย.." มิสเซอร์สายพูดจบ ก็ยกมือขึ้นประสานกัน เราทุกคนก็ปฏิบัติตาม "ข้าแต่พระเจ้าในนามพระเยซู ขอให้พระเจ้าจงประทานสติปัญญาให้แก่เด็กๆ ในเซนต์อาเรียในที่แห่งนี้ ขอให้พระเจ้าปกปักรักษา และเป็นพระพรให้แก่เด็กๆ ทุกคน ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะไม่ทรงจัดเตรียมให้เรา พระเทุองค์ทรงเป็นคำตอบเมื่อเราร้องทูล พระองค์ทรงสำแดงความยิ่งให้เมื่อเราขอจากนี้ขอให้ทุกคนร่วมใจกันอธิฐานและนมัสการผ่านบทเพลงนี้ด้วยกัน…" มิสเซอร์สายอธิฐานจบ เสียงเพลงที่บรรเลง โดยเครื่องดนตรีต่างๆ จากนักเรียนชมรมดนตรีก็ดังขึ้น เสียงเปียนโนที่ไพเราะ ก็ค่อยๆ บรรเลงและทุกคนในที่แห่งนี้ก็เริ่มร้องเพลงขึ้นพร้อมกัน "อยากจะพบพระองค์ ผู้ทรงดำรงในกาลเวลา อยากจะเห็นพระพักตร์ ผู้เป็นที่รักของข้า ข้าปรารถนา ได้อยู่ใกล้ชิด ได้พินิจในความงาม…ฯลฯ " หลังจากที่เราทุกคนอธิฐานและนมัสการตอนเช้าเสร็จ ทุกคนก็รวมตัวกันที่ห้องอาหาร ห้องอาหาร "นี่เปิดเรียนวันแรกต้องมีอะไรที่น่าตื่นเต้นมากแน่ๆ เลยอ่ะ" เซร่าพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น "ก็เหมือนๆ เดิมทุกทีนั่นแหละ เซ็งจะตายต้องไปเจอไอพวกเวรนั้นอีก" ที่ณิชาพูดว่า 'พวกเวร' นั่นหมายถึงใครกัน "พวกเวร ไหนหรอ?" สุดท้ายก็แพ้เสียงในหัวเลยถามออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ก็พวกผู้ชายอีกฝั่งนึงนั่นแหละ" "หมายถึง?" ฉันก็ยังงงอยู่ดี "ก็ที่นี่โรงเรียนประจำใช่มั้ย จะแยกหอหญิงและชาย แต่เวลาเรียนก็จะได้เรียนรวมกันไง" "อ๋อ…" ฉันลากเสียงยาวพร้อมพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ อย่างนี้นี่เองจะได้เจอผู้ชายสินะ ฮ่าๆ "แต่รู้อะไรมั้ย กฎเหล็กของที่นี่คือเขาห้ามมีความรักเชิงชู้สาวกันนะ ยังไงเธอเองก็ระวังหน่อยล่ะ มิสเซอร์แต่ละคนจ้อง ตา เป็น มัน" เซร่าพูดพร้อมชูนิ้วทำท่าทำทางมาที่ตาฉัน ฉันรีบยกมือขึ้นจับมือของเธอไว้เป็นการห้ามปราม "นี่ ฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้นซะหน่อย ไม่เคยตกหลุมรักใครด้วยซ้ำ!" ฉันพูดพร้อมยกยิ้ม เซร่าที่พึ่งได้สติว่าฉันจับมือเขาอยู่ก็ค่อยๆ สบัดออก พร้อมพูดทิ้งท้ายว่า "อือ งั้นก็ดี รีบกินดีกว่าเดี๋ยวจะสายเอา" ห้องเรียน ม.6/1 "วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก มิสเซอร์คงไม่ต้องแนะนำตัวแล้วเนอะ ยังไงเราก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่วันนี้เรามีเพื่อนใหม่มา เดี๋ยวให้แนะนำตัวกันก่อนนะ" มิสเซอร์ลดาพูดจบ ฉันก็เดินเข้าห้อง ทุกสายตาหยุดมองมาที่ฉัน ไม่ชอบบรรยากาศกดดันแบบนี้เลย ;—; "สวัสดีเราชื่อมิล่า ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ" ฉันพูดจบก็ก้มลงทำความเคารพหนึ่งที "เข้าไปหาที่นั่งได้เลยจ้ะ" มิสเซอร์ลดาชี้ไปยังโต๊ะตัวที่สองนับจากหลังสุด ดีจังได้นั่งริมหน้าต่างด้วย ฉันก็เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะ เอ๊ะ? ลืมบอกไปว่าฉันอยู่คนละห้องกับเซร่าและณิชา นี่ฉันก็ตัวคนเดียวอีกแล้วหรอเนี่ย "นี่เด็กใหม่ เมื่อวานที่ทำฉัน ฉันยังไม่ลืมนะ!" ใช่ ที่โชคร้ายไปกว่านั้นคือฉันได้มาอยู่ห้องเดียวกับไอพวกสามเวรประไรนี่ -•- "ช่วยไม่ได้นะ พวกเธอมาหาเรื่องฉันก่อนเอง ฉันก็ต้องรู้จักการป้องกันตัวอยู่แล้วนี่" ฉันตอบพราวฟ้าไป แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยพอใจในคำตอบมากนัก พราวฟ้าเลยทุบโต๊ะฉันเสียงดัง จนฉันตกใจสะดุ้ง "ปัง!" "หุบปากไปเลยนะ แกอย่ามาทำปากเก่ง" ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไร ก็มีเสียงดังจากข้างหลังฉันขึ้น "นี่ ฉันจะนอน เงียบๆ กันหน่อยได้มั้ย ถ้าไม่ได้ก็ออกไปคุยกันข้างนอกนู้น" ฉันหันไปข้างหลังก็ได้สบตาเข้าจังๆ กับผู้ชายคนนั้น แววตาที่บ่งบอกว่าง่วงสุดๆ แต่ทำเขาดูมีเสน่ห์แปลกๆ แฮะ หล่ออยู่นะเนี่ย หึ! แต่ใช่ว่าฉันจะสนใจผู้ชายซะที่ไหน อยู่ๆ เสียงอ้อดอ้อนก็ดังขึ้น "มาร์ช ทำไมต้องดุฉันด้วยล่ะ เมื่อวานยัยนี่มันเหยีบเท้าฉันจนเป็นแผลเลยนะ" แหม เล่าก็ไม่หมดนะยัยนางร้าย "เรื่องของพวกเธอ จะตบจะตีกันตอนไหนบอกฉันด้วย จะได้ไปบอกอาจารย์ล่วงหน้าให้ก่อน" โห้ ความคิดเนอะพ่อคุณ "นี่พราวฟ้า ฉันว่าเรากลับไปนั่งที่กันก่อนเถอะ เสียเวลาป่าวๆ" ผักกาดพูดจบก็ควงแขนพราวฟ้ากลับไปที่โต๊ะ ลืมบอกไปว่าอาจารย์ออกจากห้องตั้งแต่ฉันแนะนำตัวเสร็จแล้ว พอทั้งคู่ออกไปผู้ชายคนข้างหลังฉันก็พูดขึ้น "มิล่า…." ฉันหันไปมองอีกครั้ง ด้วยความสงสัย "ชื่อเธอมิล่าใช่มั้ย" ฉันพยักหน้ารับ "เรามาร์ชนะ เธอเล่นกีฬาเป็นมั้ย" อยู่ๆ มาถามเรื่องกีฬาเนี่ยนะ "ก็ได้อยู่แหละ ประเภทอะไรหรอ" "แบด…" ยังไม่ทันทีมาร์ชจะพูดจบ ก็มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาหาเขา "เห้ย ไอมาร์ชเพื่อน ไปกัน" ผู้ชายคนนี้ดูเท่กว่าเขาระดับนึงได้ ไม่สิดูเฟรนลี่น่าคบมากกว่าเขาหลายระดับเลยแหละ "ไอภีม มึงจะชวนกูไปไหนอีกเนี่ย กูจะนอน" "อะไรวะ พึ่งตอนเช้าเอง กูจะไปซื้อขนมมาตุนไว้ไง…" ภีมก็เลื่อนสายตามามองที่ฉัน เอ๊ะ? หรือเขากำลังหาว่าฉันแอบฟังพวกเขาคุยกันอยู่ ฉันรีบหันหลังกลับเข้าโต๊ะตัวเอง "นั่นเด็กใหม่หรอวะ?" "อืม มิล่าน่ะ" "เด็กใหม่น่ารักดีว่ะ ฮ่าๆ" พูดติดตลกไปได้ ท่าทางแบบนี้เจ้าชู้ 100% เอ๊ะ? แต่ที่นี่เขาห้ามชอบกันเชิงชู้สาวนี่ ทำไมเขาถึงได้ทักฉันเสียมารยาทแบบนั้นนะ "มึงพูดระวังปากหน่อยเถอะ และไอ ขุนเขา อ่ะ" "รายนั้นสายเสมอไม่ใช่หรอวะ มันคงโดนมิสเซอร์ซาน ทำโทษอยู่มั้ง" อยู่ๆ ทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไป 11.40 น. นี่ก็ใกล้หมดคาบเช้าแล้ว ฉันดูนาฬิกาถี่ๆ เพราะหิวมากแล้ว เมื่อไหร่มิสเซอร์จะพูดจบสักทีนะ เบื่อจะแย่และ ฉันมีนัดกับสองสาวนั้นไว้ว่าเราจะไปกินข้าวด้วยกัน "ใครทำเสร็จแล้ว ส่งไว้ที่โต๊ะอาจารย์และไปกินข้าวได้เลยนะ กูไปและ" ผู้ชายคนนึงพูดขึ้น พร้อมเดินไปลุกขึ้นไปวางสมุดไว้บนโต๊ะ แล้วหันมาตะโกนเรียกเพื่อน "เฮ้ย มาร์ช ใกล้เสร็จยังวะ" "เออจะเสร็จแล้ว มึงรีบไปไหนวะไอขุน" "กูหิวเนี่ย งั้นกูรอและกัน" ขุนเขา คนนี้อ่ะนะ เขาพูดจบก็เดินออกไปหน้าห้อง เดินเล่นรอมาร์ชกับภีมด้านนอก ฉันเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปวางสมุด และเตรียมตัวจะออกจากห้อง ในที่สุดเราก็จะได้กินข้าวสักที หิวจะแย่… ยังไม่ทันได้เดินออกจากห้อง ไอสามตัวเจ้าเวรเจ้ากรรมก็รีบมาลากฉันออกไป ห้องน้ำหญิง "นี่ เข้าไปซะ!" จังหวะที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี ก็ถูกผักกาดผลักเข้าไปในห้องน้ำทันที ฉันพยายามทุบประตูเพื่อที่จะดันออกไป แต่ก็ถูกไอพวกนี้ดันจากข้างนอกไว้ "สำนึกผิดในห้องน้ำซะ" น้ำใสตะโกนเข้ามา "ปล่อยกูออกไป! ถ้าไม่ปล่อยดีๆ ออกไปพวกแกไม่ได้อยู่ดีแน่!" ฉันตะโกนโกนขู่กลับไป แต่พราวฟ้าก็พูดเสียงเล็กเสียน้อยกลับมา "โอ๊ยๆๆ น่ากลัวจังเลยอ่า~ ออกมาให้ได้ก่อนเถอะ ค่อยปากมาก!" สิ้นสุดคำนั้น อยู่ๆ ก็มีน้ำจากข้างบน ที่สาดจากข้างนอกเข้ามาในห้องห้องน้ำของฉัน ฉันที่ตั้งตัวไม่ทัน ก็โดนสาดเข้าเต็มๆ อี…!!!! "อีควาย สาดมาแค่นี้ยังกระจอก ไม่โดนกูหรอก!" ฉันตะโกนออกไปด้วยความโมโห ไม่โดนบ้าอะไรนี่ฉันเปียกไปทั้งตัวแล้วเนี่ย! "อ้าวหรอโทษที พอดีฉันพลาดไปนิดหน่อยอ่ะ" ผักกาดพูดจบ ฉันขยับหนีไปอีกทิศหนึ่ง แต่ก็โดนลูกที่สองต่ออยู่ดี "ซ่าส์~" พร้อมกับเสียงหัวเราะของพวกสามคนนั้น สะใจมากเลยสินะ อย่าให้ฉันออกไปได้เถอะ แกเจอแน่! "คราวนี้โดนแล้วเนอะ" น้ำใสพูดพร้อมหัวเราะสะใจ และทิ้งท้ายด้วยเสียงปิดประตู "ปัง! เหอะ คงไปแล้วสินะ ฉันก้มลงมองสภาพตัวเองที่ตอนนี้ดูไม่ได้เลย เปียกไปทั้งตัว แล้วแบบนี้ฉันจะเรียนต่อได้ยังไงเนี่ย ฉันพยายามดันประตูเพื่อที่จะออก แต่เหมือนมันติดอะไรข้างนอก เอ๊ะ? อย่าบอกนะว่าไอพวกนั้นขังฉันไว้ในห้องน้ำอ่ะ "กรี๊ดดดดดดดด!!!!"ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีในโรงยิม ความเป็นจริงที่น่ากลัวก็พุ่งเข้าใส่ **มิล่า** ทันทีที่เธอสบตากับ **มาสเตอร์สาย** ซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงมุมประตู สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเตือนสติเธอว่า... ที่นี่ไม่ใช่สนามรัก แต่มันคือโรงเรียนที่มีกฎเหล็ก "ห้ามคบหากัน" **มาร์ช** ยังคงกุมมือเธอแน่น แต่เขาก็รับรู้ถึงรังสีอำมหิตนั้นได้เช่นกัน “จบงานแล้ว นักกีฬาไปพักผ่อน ส่วนมิล่าและมาร์ช... มาหาฉันที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้” เสียงมาสเตอร์สายเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนความเงียบเข้าปกคลุมสนามทันที **เซร่า** กับ **ณิชา** หน้าเสีย รีบเข้ามาดึงมือมิล่า “ซวยแล้วมิล่า... มาสเตอร์เอาจริงแน่รอบนี้” **ในห้องพักครูที่เงียบสงัด** มาสเตอร์สายนั่งลงช้า ๆ โดยมี **โค้ชคิม** ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง มิล่าและมาร์ชยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า เหมือนนักโทษที่รอฟังคำตัดสิน “มาร์ช เธอประกาศตัวกลางสนามว่ามิล่าคือแฟน... เธอรู้ใช่ไหมว่านั่นคือการเหยียบย่ำกฎที่ฉันพยายามรักษามาตลอด” มาสเตอร์สายเอ่ยขึ้น “ผมทราบครับมาสเตอร์ แต่ผมไม่อยากให้มิล่าต้องโดนรังแกจากข่าวลือฝ่ายเดียว” มาร์ชตอบเสียงหนักแน่น “เจตนาดีไม่ได้หมายความว่าทำถูก” มาส
เย็นวันนั้น ท้องฟ้ากลายเป็นสีม่วงอมส้ม บรรยากาศหน้าประตูโรงเรียนดูพลุกพล่านเป็นพิเศษ แต่มิล่ากลับรู้สึกว่าทางเดินไปที่จอดรถมันช่างยาวไกลเหลือเกิน เพราะข้างกายเธอมี มาร์ช เดินถือกระเป๋าเรียนให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนด้านหน้า... มาร์ติน ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด สายตาจ้องเขม็งมาที่มือของมาร์ชที่เฉียดไปมากับมือน้องสาวเขา “ไอ้กัปตัน...” มาร์ตินกัดฟันพูดเมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดตรงหน้า “ฉันให้นายช่วยงานน้อง ไม่ได้ให้มาช่วยถือกระเป๋าประกาศความเป็นเจ้าของแบบนี้” “ถือให้แฟนครับ ไม่ได้ถือให้คนอื่น นายจะหวงทำไมมาร์ติน” มาร์ชตอบเสียงเรียบ แต่แววตาท้าทาย “แฟน!? ใครอนุญาต!” มาร์ตินแทบจะกระโดดเข้าใส่เพื่อนสนิท ถ้ามิล่าไม่รีบเอาตัวเข้าขวาง “พี่มาร์ติน! เบา ๆ หน่อย คนมองกันทั้งโรงเรียนแล้วนะ” มิล่าปรามพลางหันไปมองรอบ ๆ ซึ่งก็จริงอย่างที่ว่า เซร่า กับ ณิชา ยืนเกาะเสาไฟฟ้าถัดไปไม่ไกล กำลังแอบถ่ายรูปพร้อมทำหน้าฟินสุดขีด ส่วน ภีม กับ ขุนเขา ก็ยืนหัวเราะอยู่ข้างรถอีกคัน “เออ! วันนี้ฉันจะปล่อยไปก่อนเพราะเห็นแก่ที่นายช่วยกันยัยพราวฟ้าออกไป” มาร์ตินชี้หน้ามาร์ช “แต่พรุ่งนี้เช้า นายต้องมาซ้อมวิ
**เช้าวันถัดมา ณ ห้องอำนวยการ** บรรยากาศหน้าห้องอำนวยการตึงเครียดจนนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงไปทางอื่น **มิล่า** ยืนอยู่ท่ามกลาง **มาร์ช** และ **มาร์ติน** โดยมี **เซร่า** และ **ณิชา** ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง “ถ้าพวกนั้นทำอะไรเธอ ฉันจะขโมยแฟ้มประวัติพราวฟ้ามาแฉให้หมดเลย!” เซร่ากระซิบเสียงเขียว ขณะที่ณิชาคอยลูบแขนมิล่าให้ใจเย็น ทันใดนั้นเอง **น้ำใส** และ **ผักกาด** เพื่อนสนิทของพราวฟ้าก็เดินเชิดหน้าเข้ามา พร้อมกับเจ้าตัวที่มองมิล่าด้วยสายตาผู้ชนะ “ดูซิ... มากันครบแก๊งเลยนะ” พราวฟ้าเยาะเย้ย “เตรียมตัวเก็บของย้ายโรงเรียนหรือยังมิล่า?” “เก็บปากไว้กินข้าวเถอะพราวฟ้า” มาร์ตินสวนกลับทันควันจนพราวฟ้าหน้าตึง ประตูห้องอำนวยการเปิดออก **ผู้อำนวยการ** นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ โดยมี **มาสเตอร์สาย** และ **โค้ชคิม** โค้ชแบดมินตันจอมดุของมาร์ชยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าของโค้ชคิมดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “มาร์ช... นายรู้ใช่ไหมว่าปีนี้เรามีแข่งชิงแชมป์ระดับเขต” โค้ชคิมเปิดประเด็นเสียงเข้ม “แต่ชื่อนายกลับไปอยู่ในแฟ้มคดีชู้สาวในห้องสมุด!” “ผมยอมรับผิดเรื่องการ
มิล่ากำด้ามไม้ขนไก่ในมือแน่น สายตาจ้องมองชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เรียงรายเหมือนกำแพงเมืองจีน “มาสเตอร์สายนะมาสเตอร์สาย... ไหนบอกว่าให้เลิกหนี พอไม่หนีก็โดนขังรวมเฉยเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง “บ่นอะไร” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งตัวโยนจนเกือบทำไม้ในมือฟาดโดนสันหนังสือ มาร์ชยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดไปรเวทที่ดูผ่อนคลายแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด เขาถือปึกเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ในมือ “นายมาได้ไง กุญแจอยู่ที่ฉันคนเดียวไม่ใช่เหรอ” มาร์ชชูกุญแจอีกดอกในมือขึ้นมา “มาสเตอร์บอกว่างานมันด่วน กลัวเธอทำคนเดียวแล้วจะ ‘แอบหลับ’ จนข้ามคืน” “ฉันไม่เคยแอบหลับในห้องสมุด!” “เหรอ วันก่อนใครน้ำลายยืดใส่หนังสือแคลคูลัสที่โต๊ะริมหน้าต่างล่ะ” มิล่าหน้าแดงซ่าน “เงียบไปเลยนะ!” เธอกระแทกตัวลงนั่งบนบันไดลิงสำหรับหยิบหนังสือชั้นสูง พยายามหลบสายตาคมกาจที่จ้องมองมา แต่มาร์ชกลับไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างที่เคยตกลงกันไว้สามเมตร ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามเซนติเมตรด้วยซ้ำ “มิล่า” “อะไร” “ที่พูดไปในโรงยิม... ฉันจริงจังนะ” บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน เส
เช้าวันถัดมา เสียงระฆังแรกยังไม่ทันดังทั่วโรงเรียน มิล่าก็เดินเร็วเกือบจะวิ่งอยู่บนทางเดินหอพักหญิง ในมือมีหนังสือเรียนสามเล่ม กับขนมปังที่ยังไม่ได้กิน เมื่อคืนกลับจากช่วยเก็บห้องชมรมก็ดึก พอตื่นเช้ามา ชีวิตก็ยังไม่ปรานี “ถ้าวันนี้ฉันรอดโดยไม่โดนมาสเตอร์สายเรียกเพิ่ม ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์” เธอบ่นกับตัวเอง พลางรีบเลี้ยวตรงมุมตึก— แล้วก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง “โอ๊ย!” หนังสือเกือบหล่นหมด แต่มีมืออีกคู่คว้าไว้ทัน มิล่าเงยหน้าขึ้น แล้วก็อยากย้อนเวลากลับไปเมื่อห้าวินาทีก่อน มาร์ช แน่นอน ต้องเป็นเขาอีกแล้ว “เช้า” เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมยังเปียกนิด ๆ เหมือนเพิ่งซ้อมวิ่งมา และนั่นน่าหงุดหงิดมาก เพราะแม้แต่ตอนเจ็ดโมงเช้าเขาก็ยังดูดีเกินไป “ไม่เช้า” มิล่าดึงหนังสือกลับมา “มันคือการซุ่มโจมตี” “เธอเดินชนฉัน” “รายละเอียดไม่สำคัญ” มาร์ชหลุดยิ้มบาง ๆ ซึ่งยิ่งน่าหมั่นไส้ เขายื่นกล่องนมมาให้ “กินก่อน” มิล่ามองมันอย่างระแวง “อะไร” “นม” “ฉันมองออก” “งั้นก็ดี” “นายจะวางยาฉันหรือไง” “ถ้าทำแบบนั้น มาร์ตินคงฆ่าฉันก่อน” …ก็จริง
เย็นวันเดียวกัน ห้องสมุดของโรงเรียนเงียบสงบเกินไปสำหรับคนอย่างมิล่า เธอนั่งคุกเข่าอยู่หน้าชั้นหนังสือสูงเกือบถึงเพดาน มือหนึ่งถือผ้า อีกมือกำลังเช็ดชั้นวางอย่างหมดอาลัยตายอยาก เวรห้องสมุดเพิ่มอีกสองวัน เพราะเถียงมาสเตอร์สายสี่ครั้ง ชีวิตช่างยุติธรรม “ถ้าฉันเถียงครั้งที่ห้า จะโดนอะไรนะ” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ “น่าจะโดนย้ายไปอยู่ห้องสมุดถาวร” เสียงหนึ่งตอบกลับมาจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งจนเกือบหัวโขกชั้นหนังสือ เธอหันขวับ แล้วก็ถอนหายใจแรง “พี่อีกแล้ว” มาร์ตินยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ไม่ไกล ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง สีหน้าสบายเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งสร้างความปั่นป่วนในชีวิตน้องสาว “คำทักทายของเธอไม่เคยพัฒนาเลย” “พี่มาทำอะไรที่นี่” “ห้องสมุด” “อันนั้นฉันมองออก” มาร์ตินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดมองกองหนังสือที่วางอยู่ข้าง ๆ “โดนเพิ่มเวร?” “เพราะเถียงอาจารย์” “สมเหตุสมผล” “พี่อยู่ฝั่งไหนกันแน่” “ฝั่งความจริง” น่าหมั่นไส้ที่สุด มิล่ากลับไปเช็ดชั้นหนังสือต่อ เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มาร์ตินจะพูดขึ้นเบา ๆ “มาร์ชจริงจังนะ” มือของเธอหยุดทันที โอเค
วันถัดมา ประกาศแผ่นใหญ่ถูกติดอยู่หน้าตึกเรียนตั้งแต่เช้า จนนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนมุงกันอยู่ตรงนั้น “สัปดาห์คัดเลือกชมรมกีฬา” ฉันยืนอ่านด้วยสีหน้าว่างเปล่า ข้าง ๆ มีเซร่าที่ดูตื่นเต้นเกินเหตุ “ในที่สุดก็มีอะไรสนุก ๆ สักที!” “คำว่า ‘สนุก’ ของเธอกับของฉันไม่เคยแปลเหมือนกัน” ฉันตอบพลางจ้
หลังเลิกเรียนในวันนั้น ฉันนั่งอยู่ที่ม้านั่งหลังโบสถ์คนเดียว มือหมุนปากกาไปมาอย่างคนใช้ความคิด ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ แต่หัวฉันกลับวุ่นวายกว่านั้นมาก มาร์ช ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งรู้สึกแปล
เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นห้องตอนตีห้าครึ่ง ฉันคว้าหมอนฟาดใส่มันทันทีโดยไม่ลืมตา “เกลียดโลกนี้…” เซร่าที่นอนอีกฝั่งของห้องงัวเงียลืมตาขึ้นมามอง “หกโมงแล้วเหรอ”
ซวยแล้ว ต้องโดนไล่ออกแน่ๆเลยเรา เอ๊ะ? ถ้าโดนไล่ออกก็ดีน่ะสิ เอาวะ เราทำขนาดนี้แล้วมาสเตอร์ต้องไล่เราออกแน่ๆ เย้! "ปล่อยเพื่อนเดี๋ยวนี้" มาสเตอร์สายพูดด้วยสีหน้าดุดัน (ไม่เกรงใจใคร) ฉันก็ปล่อยทันที โดยอัตโน







