Se connecterโรงเรียนเซนต์อาเรียแห่งความหวัง
06.00 น. "กริ๊งงง" เสียงออดดังขึ้น เป็นสัญญาณให้ทุกคนลุกจากที่นอนและจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำและแต่งตัว ใช้เวลาไปสักพัก ทุกคนก็อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและออกมาตั้งแถวเรียงกัน เผื่อช่วยกันถักเปียให้เพื่อนตรงหน้า แล้วใส่ถุงเท้า รองเท้าตามลำดับ 08.00 น. หลังจากนั้นทุกคนก็เดินเรียงแถวกันไปยังห้องประชุมใหญ่ เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ? ฉันคิดในใจ ข้างในหัวมีคำถามมากมาย สุดท้ายทุกคนนั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว และอาจารย์สายก็เดินขึ้นเวที "สวัสดียามเช้า สวัสดีนักเรียนทุกคน… วันนี้เป็นวันเปิดเทอมที่เราทุกคนจะได้ไปเรียน และได้พบปะกับเพื่อนๆ อีกที่หนึ่ง…" อีกที่งั้นหรอ? แสดงว่าไม่ได้มีที่นี้ที่เดียวสินะ หรือว่า….จะเป็นตึกสูงๆ นั่นที่อยู่หลังกำแพงข้างหลังหอหญิง "…หวังว่าทุกคนจะอยู่ในกฎและระเบียบตลอดนะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเปิดภาคเรียนใหม่ วันนี้เราจะร่วมใจกันอธิฐานตอนเช้ากันได้เลย.." มิสเซอร์สายพูดจบ ก็ยกมือขึ้นประสานกัน เราทุกคนก็ปฏิบัติตาม "ข้าแต่พระเจ้าในนามพระเยซู ขอให้พระเจ้าจงประทานสติปัญญาให้แก่เด็กๆ ในเซนต์อาเรียในที่แห่งนี้ ขอให้พระเจ้าปกปักรักษา และเป็นพระพรให้แก่เด็กๆ ทุกคน ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะไม่ทรงจัดเตรียมให้เรา พระเทุองค์ทรงเป็นคำตอบเมื่อเราร้องทูล พระองค์ทรงสำแดงความยิ่งให้เมื่อเราขอจากนี้ขอให้ทุกคนร่วมใจกันอธิฐานและนมัสการผ่านบทเพลงนี้ด้วยกัน…" มิสเซอร์สายอธิฐานจบ เสียงเพลงที่บรรเลง โดยเครื่องดนตรีต่างๆ จากนักเรียนชมรมดนตรีก็ดังขึ้น เสียงเปียนโนที่ไพเราะ ก็ค่อยๆ บรรเลงและทุกคนในที่แห่งนี้ก็เริ่มร้องเพลงขึ้นพร้อมกัน "อยากจะพบพระองค์ ผู้ทรงดำรงในกาลเวลา อยากจะเห็นพระพักตร์ ผู้เป็นที่รักของข้า ข้าปรารถนา ได้อยู่ใกล้ชิด ได้พินิจในความงาม…ฯลฯ " หลังจากที่เราทุกคนอธิฐานและนมัสการตอนเช้าเสร็จ ทุกคนก็รวมตัวกันที่ห้องอาหาร ห้องอาหาร "นี่เปิดเรียนวันแรกต้องมีอะไรที่น่าตื่นเต้นมากแน่ๆ เลยอ่ะ" เซร่าพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น "ก็เหมือนๆ เดิมทุกทีนั่นแหละ เซ็งจะตายต้องไปเจอไอพวกเวรนั้นอีก" ที่ณิชาพูดว่า 'พวกเวร' นั่นหมายถึงใครกัน "พวกเวร ไหนหรอ?" สุดท้ายก็แพ้เสียงในหัวเลยถามออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ก็พวกผู้ชายอีกฝั่งนึงนั่นแหละ" "หมายถึง?" ฉันก็ยังงงอยู่ดี "ก็ที่นี่โรงเรียนประจำใช่มั้ย จะแยกหอหญิงและชาย แต่เวลาเรียนก็จะได้เรียนรวมกันไง" "อ๋อ…" ฉันลากเสียงยาวพร้อมพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ อย่างนี้นี่เองจะได้เจอผู้ชายสินะ ฮ่าๆ "แต่รู้อะไรมั้ย กฎเหล็กของที่นี่คือเขาห้ามมีความรักเชิงชู้สาวกันนะ ยังไงเธอเองก็ระวังหน่อยล่ะ มิสเซอร์แต่ละคนจ้อง ตา เป็น มัน" เซร่าพูดพร้อมชูนิ้วทำท่าทำทางมาที่ตาฉัน ฉันรีบยกมือขึ้นจับมือของเธอไว้เป็นการห้ามปราม "นี่ ฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้นซะหน่อย ไม่เคยตกหลุมรักใครด้วยซ้ำ!" ฉันพูดพร้อมยกยิ้ม เซร่าที่พึ่งได้สติว่าฉันจับมือเขาอยู่ก็ค่อยๆ สบัดออก พร้อมพูดทิ้งท้ายว่า "อือ งั้นก็ดี รีบกินดีกว่าเดี๋ยวจะสายเอา" ห้องเรียน ม.6/1 "วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก มิสเซอร์คงไม่ต้องแนะนำตัวแล้วเนอะ ยังไงเราก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่วันนี้เรามีเพื่อนใหม่มา เดี๋ยวให้แนะนำตัวกันก่อนนะ" มิสเซอร์ลดาพูดจบ ฉันก็เดินเข้าห้อง ทุกสายตาหยุดมองมาที่ฉัน ไม่ชอบบรรยากาศกดดันแบบนี้เลย ;—; "สวัสดีเราชื่อมิล่า ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ" ฉันพูดจบก็ก้มลงทำความเคารพหนึ่งที "เข้าไปหาที่นั่งได้เลยจ้ะ" มิสเซอร์ลดาชี้ไปยังโต๊ะตัวที่สองนับจากหลังสุด ดีจังได้นั่งริมหน้าต่างด้วย ฉันก็เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะ เอ๊ะ? ลืมบอกไปว่าฉันอยู่คนละห้องกับเซร่าและณิชา นี่ฉันก็ตัวคนเดียวอีกแล้วหรอเนี่ย "นี่เด็กใหม่ เมื่อวานที่ทำฉัน ฉันยังไม่ลืมนะ!" ใช่ ที่โชคร้ายไปกว่านั้นคือฉันได้มาอยู่ห้องเดียวกับไอพวกสามเวรประไรนี่ -•- "ช่วยไม่ได้นะ พวกเธอมาหาเรื่องฉันก่อนเอง ฉันก็ต้องรู้จักการป้องกันตัวอยู่แล้วนี่" ฉันตอบพราวฟ้าไป แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยพอใจในคำตอบมากนัก พราวฟ้าเลยทุบโต๊ะฉันเสียงดัง จนฉันตกใจสะดุ้ง "ปัง!" "หุบปากไปเลยนะ แกอย่ามาทำปากเก่ง" ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไร ก็มีเสียงดังจากข้างหลังฉันขึ้น "นี่ ฉันจะนอน เงียบๆ กันหน่อยได้มั้ย ถ้าไม่ได้ก็ออกไปคุยกันข้างนอกนู้น" ฉันหันไปข้างหลังก็ได้สบตาเข้าจังๆ กับผู้ชายคนนั้น แววตาที่บ่งบอกว่าง่วงสุดๆ แต่ทำเขาดูมีเสน่ห์แปลกๆ แฮะ หล่ออยู่นะเนี่ย หึ! แต่ใช่ว่าฉันจะสนใจผู้ชายซะที่ไหน อยู่ๆ เสียงอ้อดอ้อนก็ดังขึ้น "มาร์ช ทำไมต้องดุฉันด้วยล่ะ เมื่อวานยัยนี่มันเหยีบเท้าฉันจนเป็นแผลเลยนะ" แหม เล่าก็ไม่หมดนะยัยนางร้าย "เรื่องของพวกเธอ จะตบจะตีกันตอนไหนบอกฉันด้วย จะได้ไปบอกอาจารย์ล่วงหน้าให้ก่อน" โห้ ความคิดเนอะพ่อคุณ "นี่พราวฟ้า ฉันว่าเรากลับไปนั่งที่กันก่อนเถอะ เสียเวลาป่าวๆ" ผักกาดพูดจบก็ควงแขนพราวฟ้ากลับไปที่โต๊ะ ลืมบอกไปว่าอาจารย์ออกจากห้องตั้งแต่ฉันแนะนำตัวเสร็จแล้ว พอทั้งคู่ออกไปผู้ชายคนข้างหลังฉันก็พูดขึ้น "มิล่า…." ฉันหันไปมองอีกครั้ง ด้วยความสงสัย "ชื่อเธอมิล่าใช่มั้ย" ฉันพยักหน้ารับ "เรามาร์ชนะ เธอเล่นกีฬาเป็นมั้ย" อยู่ๆ มาถามเรื่องกีฬาเนี่ยนะ "ก็ได้อยู่แหละ ประเภทอะไรหรอ" "แบด…" ยังไม่ทันทีมาร์ชจะพูดจบ ก็มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาหาเขา "เห้ย ไอมาร์ชเพื่อน ไปกัน" ผู้ชายคนนี้ดูเท่กว่าเขาระดับนึงได้ ไม่สิดูเฟรนลี่น่าคบมากกว่าเขาหลายระดับเลยแหละ "ไอภีม มึงจะชวนกูไปไหนอีกเนี่ย กูจะนอน" "อะไรวะ พึ่งตอนเช้าเอง กูจะไปซื้อขนมมาตุนไว้ไง…" ภีมก็เลื่อนสายตามามองที่ฉัน เอ๊ะ? หรือเขากำลังหาว่าฉันแอบฟังพวกเขาคุยกันอยู่ ฉันรีบหันหลังกลับเข้าโต๊ะตัวเอง "นั่นเด็กใหม่หรอวะ?" "อืม มิล่าน่ะ" "เด็กใหม่น่ารักดีว่ะ ฮ่าๆ" พูดติดตลกไปได้ ท่าทางแบบนี้เจ้าชู้ 100% เอ๊ะ? แต่ที่นี่เขาห้ามชอบกันเชิงชู้สาวนี่ ทำไมเขาถึงได้ทักฉันเสียมารยาทแบบนั้นนะ "มึงพูดระวังปากหน่อยเถอะ และไอ ขุนเขา อ่ะ" "รายนั้นสายเสมอไม่ใช่หรอวะ มันคงโดนมิสเซอร์ซาน ทำโทษอยู่มั้ง" อยู่ๆ ทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไป 11.40 น. นี่ก็ใกล้หมดคาบเช้าแล้ว ฉันดูนาฬิกาถี่ๆ เพราะหิวมากแล้ว เมื่อไหร่มิสเซอร์จะพูดจบสักทีนะ เบื่อจะแย่และ ฉันมีนัดกับสองสาวนั้นไว้ว่าเราจะไปกินข้าวด้วยกัน "ใครทำเสร็จแล้ว ส่งไว้ที่โต๊ะอาจารย์และไปกินข้าวได้เลยนะ กูไปและ" ผู้ชายคนนึงพูดขึ้น พร้อมเดินไปลุกขึ้นไปวางสมุดไว้บนโต๊ะ แล้วหันมาตะโกนเรียกเพื่อน "เฮ้ย มาร์ช ใกล้เสร็จยังวะ" "เออจะเสร็จแล้ว มึงรีบไปไหนวะไอขุน" "กูหิวเนี่ย งั้นกูรอและกัน" ขุนเขา คนนี้อ่ะนะ เขาพูดจบก็เดินออกไปหน้าห้อง เดินเล่นรอมาร์ชกับภีมด้านนอก ฉันเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปวางสมุด และเตรียมตัวจะออกจากห้อง ในที่สุดเราก็จะได้กินข้าวสักที หิวจะแย่… ยังไม่ทันได้เดินออกจากห้อง ไอสามตัวเจ้าเวรเจ้ากรรมก็รีบมาลากฉันออกไป ห้องน้ำหญิง "นี่ เข้าไปซะ!" จังหวะที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี ก็ถูกผักกาดผลักเข้าไปในห้องน้ำทันที ฉันพยายามทุบประตูเพื่อที่จะดันออกไป แต่ก็ถูกไอพวกนี้ดันจากข้างนอกไว้ "สำนึกผิดในห้องน้ำซะ" น้ำใสตะโกนเข้ามา "ปล่อยกูออกไป! ถ้าไม่ปล่อยดีๆ ออกไปพวกแกไม่ได้อยู่ดีแน่!" ฉันตะโกนโกนขู่กลับไป แต่พราวฟ้าก็พูดเสียงเล็กเสียน้อยกลับมา "โอ๊ยๆๆ น่ากลัวจังเลยอ่า~ ออกมาให้ได้ก่อนเถอะ ค่อยปากมาก!" สิ้นสุดคำนั้น อยู่ๆ ก็มีน้ำจากข้างบน ที่สาดจากข้างนอกเข้ามาในห้องห้องน้ำของฉัน ฉันที่ตั้งตัวไม่ทัน ก็โดนสาดเข้าเต็มๆ อี…!!!! "อีควาย สาดมาแค่นี้ยังกระจอก ไม่โดนกูหรอก!" ฉันตะโกนออกไปด้วยความโมโห ไม่โดนบ้าอะไรนี่ฉันเปียกไปทั้งตัวแล้วเนี่ย! "อ้าวหรอโทษที พอดีฉันพลาดไปนิดหน่อยอ่ะ" ผักกาดพูดจบ ฉันขยับหนีไปอีกทิศหนึ่ง แต่ก็โดนลูกที่สองต่ออยู่ดี "ซ่าส์~" พร้อมกับเสียงหัวเราะของพวกสามคนนั้น สะใจมากเลยสินะ อย่าให้ฉันออกไปได้เถอะ แกเจอแน่! "คราวนี้โดนแล้วเนอะ" น้ำใสพูดพร้อมหัวเราะสะใจ และทิ้งท้ายด้วยเสียงปิดประตู "ปัง! เหอะ คงไปแล้วสินะ ฉันก้มลงมองสภาพตัวเองที่ตอนนี้ดูไม่ได้เลย เปียกไปทั้งตัว แล้วแบบนี้ฉันจะเรียนต่อได้ยังไงเนี่ย ฉันพยายามดันประตูเพื่อที่จะออก แต่เหมือนมันติดอะไรข้างนอก เอ๊ะ? อย่าบอกนะว่าไอพวกนั้นขังฉันไว้ในห้องน้ำอ่ะ "กรี๊ดดดดดดดด!!!!"โรงเรียนเซนต์อาเรียแห่งความหวัง06.00 น."กริ๊งงง"เสียงออดดังขึ้น เป็นสัญญาณให้ทุกคนลุกจากที่นอนและจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำและแต่งตัว ใช้เวลาไปสักพัก ทุกคนก็อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและออกมาตั้งแถวเรียงกัน เผื่อช่วยกันถักเปียให้เพื่อนตรงหน้า แล้วใส่ถุงเท้า รองเท้าตามลำดับ08.00 น.หลังจากนั้นทุกคนก็เดินเรียงแถวกันไปยังห้องประชุมใหญ่ เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ? ฉันคิดในใจ ข้างในหัวมีคำถามมากมาย สุดท้ายทุกคนนั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว และอาจารย์สายก็เดินขึ้นเวที"สวัสดียามเช้า สวัสดีนักเรียนทุกคน… วันนี้เป็นวันเปิดเทอมที่เราทุกคนจะได้ไปเรียน และได้พบปะกับเพื่อนๆ อีกที่หนึ่ง…"อีกที่งั้นหรอ? แสดงว่าไม่ได้มีที่นี้ที่เดียวสินะ หรือว่า….จะเป็นตึกสูงๆ นั่นที่อยู่หลังกำแพงข้างหลังหอหญิง"…หวังว่าทุกคนจะอยู่ในกฎและระเบียบตลอดนะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเปิดภาคเรียนใหม่ วันนี้เราจะร่วมใจกันอธิฐานตอนเช้ากันได้เลย.."มิสเซอร์สายพูดจบ ก็ยกมือขึ้นประสานกัน เราทุกคนก็ปฏิบัติตาม"ข้าแต่พระเจ้าในนามพระเยซู ขอให้พระเจ้าจงประทานสติปัญญาให้แก่เด็กๆ ในเซนต์อาเรียในที่แห่งนี้ ขอให้พระเจ้าปกปักรัก
Mila Talksทุกคนน่าจะรู้จักฉันแล้ว ฉันมิล่า อายุ 18 ปี ยอมรับตรงๆ เลยว่าปีนี้เป็นปีที่ห่วงแตกสุดๆ ฉันโดนพ่อให้มาเรียนโรงเรียนประจำที่เคร่งศาสนาสุดๆ ซึ่งมันอยู่ไกลบ้านฉันมาก แต่ฉันคงระบุไม่ได้หรอกว่าจังหวัดอะไร แต่อยู่ในโซนภาคใต้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรถ ที่ในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด และความเศร้า พี่ชายฉันชื่อ มาร์ติน อายุ 20 ตอนนี้ก็หอบผ้าหอบของย้ายไปอยู่ใกล้ๆ กับฉันเหมือนกัน สงสัยไปเริ่มเรียนปี 3 ที่นั่นแหละ ส่วนมอไซต์พี่ก็ใช้วิธีขนส่งกับรถมา ฉันขับคันนั้นนับครั้งได้ด้วยซ้ำ ทำไมพ่อไม่ถนอมน้ำใจฉันเลยนะ! พูดแล้วก็โมโหสุดๆ แต่รู้อะไรมั้ย วันนี้พ่อตั้งใจขับรถลงมาใต้ด้วยตัวเองเลย หึ! พอจะให้ลูกๆ ไปไกลๆ จากบ้านก็ยอมลงทุนขนาดนี้เลยสินะ ฉันลืมบอกไปว่าครอบครัวของฉันฐานนะปานกลางไม่ได้รวยเริสหรูอะไรหรอก พ่อทำงานเป็นสถาปนิก เขียนโครงการออกแบบบ้าน อะไรทำนองนั้น ส่วนแม่ฉันทำงานเป็นดีไซน์เนอร์ ออกแบบเสื้อผ้า แฟชั่น ซึ่งถ้างานไม่ดีมากพอครอบครัวเราก็จะถึงขั้นรัดเข้มขัด แต่ถ้าเดือนไหนขายออกละก็…จะเป็นเดือนที่เราไม่ต้องมานั่งกลุ้มเรื่องความประหยัดเลย แต่ก็นะ…ฉันยอมรับแหละว่าใช้เงินได้สิ้นเปลืองที่สุด และทำ
" บรืนนน~ บรืนๆๆ ~ "เสียงท่อรถที่ดังกระหน่ำอยู่หน้าบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง หญิงสาวในชุดนอน สีชมพูลายคิดตี้ รีบลุกขึ้นพลวดจากโต๊ะอาหาร ช้อนซ้อมได้ถูกวางไว้ข้างจานอย่างรีบๆ ทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารทุกสายตาจ้องมองไปที่เธอเป็นตาเดียว ก่อนจะมีเสียงเอ่ย ทุ่มต่ำดังขึ้นจนเธอต้องนั่งลง" นี่! ไอเพื่อนเหลวไหลพวกนั้นอีกแล้วใช่มั้ย?! ไม่ต้องไปเลยนะนั่งลง!! "พ่อของเธอดุ จนทำให้แม่และพี่ชายของเธอต้องพยักหน้าตามกัน" มิล่า ฟังพ่อเขาบ้างสิลูก เดี๋ยวนี้เริ่มเกเรใหญ่เลยนะ "แม่ของเธอพูดจบ พี่ชายของเธอก็เสริมต่อทันที" แบบนี้แหละแม่ เด็กมันกำลังโต ห้ามฟังที่ไหนกัน ดูมันดิ เอาเงินไปออกรถบิ๊กไบค์ พ่อก็ไม่ได้ห้ามอะไรนี่.."พี่ชายเธอพูดพร้อมทำเสียงน้อยใจ"นี่พี่ไม่ต้องพูดเลยนะ รถนั่นพ่อตั้งใจซื้อให้เป็นของขวัญมิล่าอยู่แล้ว"เธอตอบพร้อมยกยิ้ม เมื่อรู้สึกว่าตัวเองชนะพี่ชาย"พอกันทั้งคู่นั่นแหละ! เดี๋ยวพ่อจะออกไปไล่พวกเด็กข้างนอกก่อน กินข้าวกันไปเลย!"พ่อพูดจบก็เดินออกไปนอกบ้าน และหยุดยืนอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน นอกรั้วนั้นเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ประมาณ 4-5 คัน ซึ่งคนขับก็มีทั้งหญิงและชายปะปนกันไป" พวกเด






![[Engineering] รุ่นพี่เย็นชากับรุ่นน้องหน้าใส](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
