Share

บทที่ 12

last update publish date: 2026-05-06 17:20:12

บทที่ 11 ปั่นประสาท

“นิวกับนาวพอจะเล่นเป็นค่ะ แต่ถ้าไม่เข้าใจจะขอถามเจ๊ปั้นได้ไหมคะ” แฝดสองคนนั้นยังอยู่ในห้องนี้ไม่ได้ออกไปกับกลุ่มเด็กผู้หญิงเมื่อสักครู่

บรรยากาศภายในห้องยังคงดูน่าอึดอัดแต่มันเป็นเฉพาะกับคนอื่นไม่ใช่ปัญทิตา หญิงสาวยังคงแสดงออกด้วยท่าทีปกติ ที่สำคัญคือไร้อารมณ์หึงหวงใด ๆ

เธอทำเหมือนว่าเรื่องที่เกิดตรงหน้าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ไม่รู้สึก เพียงแต่เธออยู่กับเรื่องพวกนี้จนชินชา

“ถ้าดูนานขนาดนี้แล้วเล่นไม่ได้ก็ไม่ต้องเล่นดีกว่าไหม มันไม่ได้ยากขนาดนั้น”

เราเล่นกันมากกว่าสิบเกม ยัยเด็กแฝดนิวนาวนั่งข้างซ้ายของเกื้อกูล ส่วนข้างขวาก็เป็นปัญทิตา

เกมมันก็เห็นกันอยู่ว่าเล่นอย่างไร จะมาบอกไม่เข้าใจอันนี้จงใจหาเรื่องหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่เป็นเอกคิดและเขามันก็พวกปากไวเสียด้วย

“แต่นิวไม่เข้าใจนี่คะ นิวไม่ได้เก่งเหมือนเจ๊ปั้น อะไรก็ดูจะแสดงเอ๊ยไม่ใช่ ดูเล่นเก่งไปหมด” ปัญทิตาละสายตาจากกระบอกเต๋าตัวเองส่งสายตามองไปยังคนพูด

ถึงแฝดหญิงสองคนนี้จะเหมือนกันมากแต่คนพี่ที่ชื่อว่านิวนอกจากแววตาไม่ธรรมดาแล้วฝีปากกลับไม่ธรรมดายิ่งกว่า

“ข้าวปั้นไม่ได้โง่ไง…” เป็นเอกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงระอาและรู้สึกเดือดดาลแทนน้องสาว

ที่จริงเขาอยากพูดมากกว่านี้แต่เพราะเจ้าตัวคือปัญทิตานิ่งจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร

“คุณเป็นเอกพูดเหมือนพวกเราโง่เลยนะคะ พวกเราไม่ได้โง่เสียหน่อย เฮียคะ…” แฝดพี่ทำทีฟ้องเกื้อกูล

“ฉันยังไม่ได้พูดว่าพวกเธอโง่สักคำ! ฉันพูดเหรอวะไอ้ปราบ?”

“ก็เปล่านะ สองแฝดนี่ร้อนตัวไปเอง”

“แต่…”

“เธอสองตัวจะหุบปากได้หรือยัง! หนวกหู!”

เป็นเกื้อกูลที่ตวาดออกมาพร้อมกับสะบัดแขนที่โดนแฝดผู้พี่สวมกอดอยู่ สองคนนั้นถึงได้ก้มหน้าเงียบปากได้

การที่แสดงความหงุดหงิดออกไปก็ไม่มีใครเดือดร้อนนอกจากยัยแฝดพี่น้องสองคนนี้

เป็นเอกชวนปัญทิตาทานอาหารว่างคือปลาหมึกชุบแป้งทอดกับดิฟชีสที่เป็นของโปรดเธอ

ส่วนปราการจำได้ว่าหญิงสาวยังชอบที่จะดื่มผลไม้มากกว่าน้ำอัดลมจึงสั่งม็อกเทลสีสวยไร้แอลกอฮอล์ให้หนึ่งแก้วด้วยแล้วมันก็มาเสิร์ฟพร้อม ๆ กัน

“ขอบคุณค่ะ” ปัญทิตาเอ่ยปากขอบคุณเพื่อนสนิทเกื้อกูลและเธอก็เริ่มลงมือทานของว่าง โดยชิ้นแรกก็ไม่ลืมที่จะคีบมาใส่จานให้กับเกื้อกูลด้วย

แววตาของคนขี้หงุดหงิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปเป็นปกติแทบจะในทันที ไม่ว่าอย่างไรสำหรับปัญทิตาแล้วเกื้อกูลยังคงมาที่หนึ่งก่อนใครเสมอ

เกื้อกูลไม่ชอบเป็นคนที่ถูกละเลย เรื่องนั้นปัญทิตาและเพื่อนทั้งสองคนก็รู้ เป็นเอกและปราการเผลอคว่ำปากอัตโนมัติ

“เฮียคะพวกเราอยาก…”

เริ่มต้นที่แฝดพี่ที่ชื่อว่านิว ก่อนจะตามด้วยแฝดน้องที่ชื่อว่านาว ถ้านี่เป็นการแสดงละครก็คงจะเป็นฉากที่ตัวร้ายทำได้อย่างโง่งมที่สุดที่เป็นเอกและปราการเคยเห็นมา

การดำเนินเกมโง่ ๆ ที่คงช่วยอะไรไม่ได้

“ข้าวปั้นจ๊ะมีสายเข้าค่ะ เป็นสายที่ข้าวปั้นรออยู่…”

เหมือนพี่น้อยเข้ามาได้ทันเวลาพอดี ปัญทิตาอยากจะออกไปจากห้องนี้นานแล้วแต่หาจังหวะไม่ได้

เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอ่ยบอกเกื้อกูลว่าเธอขอไปรับสายก่อน เพราะเป็นพี่น้อยมาเรียกชายหนุ่มจึงไม่ว่าอะไร

หลังจากพ้นร่างของปัญทิตาไปแล้ว เกื้อกูลก็โยนกระบอกเต๋าทิ้งโครมไปบนโต๊ะกระจกข้างหน้าและตวัดสายตาที่เห็นได้ชัดว่าหงุดหงิดและรำคาญเรื่องที่สองแฝดกำลังสร้างมากแค่ไหน

“พ่อเธอไม่ได้บอกหรือไงว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?”

ไม่ต้องสาธยายเพิ่มว่าผู้หญิงคนนี้ที่เกื้อกูลหมายถึงคือใคร

แฝดคนน้องก็รีบสวมกอดท่อนแขนของคนพี่

“คะ คือพวกเรา” ดูเหมือนแฝดพี่ที่ชื่อนิวจะดูฉลาดกว่าแฝดน้อง หล่อนจึงเป็นคนยื่นปากออกมาพูดก่อน

“อย่ามาลามปาม เพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่เอา พวกเธอก็ใช่ว่าจะเสนอหน้าอยู่กันตรงนี้ได้ พรุ่งนี้คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าต้องทำยังไงถึงจะอยู่ที่นี่ต่อไปได้!”

“ข้าวปั้นอยู่กับมึงมากี่ปีแล้วนะ”

พอแฝดพี่น้องโดนตะเพิดเราก็อยู่กันในห้องแค่สามคนปราการจึงถามขึ้น

“ประมาณสองปะ” เป็นเอกตอบแทนเกื้อกูล

“เดือนหน้าครบสามปี” เพื่อนสนิทสองคนได้ยินที่เพื่อนตอบก็แทบจะหลุดหัวเราะ

พวกเขาละไม่เข้าใจจริง ๆ แม้แต่เดือนที่คบกันเกื้อกูลยังจำได้แต่ทำไมมันถึงได้ตั้งแง่กับปัญทิตานัก

“กูละไม่เข้าใจมึงจริง ๆ” ปราการมองหน้าเกื้อกูลแล้วพูดขึ้น มันจะมีคำพูดใดเหมาะสมเท่านี้แล้ว

“ก็ไม่ได้ขอร้องให้ใครมาเข้าใจกู” เกื้อกูลไม่แยแส เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มต่อ อาการมึนเมาหายไปหมดแล้ว

“ความหวังดีที่ไม่ต้องการเขาเรียกว่าเสือกนะไอ้ปราบ” เป็นเอกบอกปราการเพราะตัวเขาเองก็หมดคำจะพูด เป็นเอกก็เป็นคนที่เสือกก่อนหน้าปราการเสียอีก

“แล้วมึงจะอยู่กันแบบนี้น่ะเหรอ อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว” ปราการรู้ว่าเกื้อกูลไม่คบใครจริงจังและก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม

หมายถึงเหี้ยเสมอต้นเสมอปลาย…

แต่ผู้หญิงที่เห็นจะอยู่ด้วยแล้วจริงจังก็มีแต่ปัญทิตาเท่านั้น สามปีเวลาก็ไม่ใช่น้อย ๆ

“มึงก็ไม่ได้อายุน้อยกว่ากูนะไอ้ปราบ เรื่องของตัวเองเอาให้รอด จะชวนแดกเหล้าหรือมาซักไซ้เสือกเรื่องของกูกันแน่” เกื้อกูลย้อนเพื่อนสนิทให้

“กูแค่สงสารน้องปั้น กูว่าน้องเขาน่าจะมีทางไปได้ดีกว่านี้” ดีกว่ามาจมปรักอยู่กับคนบ้าอำนาจอย่างเกื้อกูลที่ให้ไม่ได้แม้กระทั่งความชัดเจน

ปากบอกไม่แคร์แต่สิ่งที่แสดงออกมันตรงข้ามกันไปหมด อยู่กับมันก็ไม่ต่างอะไรกับสนามอารมณ์

“มึงรู้ไหมว่ากูจ้างข้าวปั้นด้วยเงินเดือนเท่าไหร่ การศึกษาที่ดีที่สุด ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ทุกวันนี้น้องชายเรียนนานาชาติค่าเทอมปีเป็นล้าน ยายข้าวปั้นติดเตียงพยาบาลที่กูจ้างดูแลเดือนเป็นแสนนะ ข้าวปั้นมีทรัพย์สินเท่าไหร่ ที่ดินกี่ผืน บ้านกี่หลัง อย่าให้กูพูด!”

ปัญทิตาก็คือเศรษฐีนีดี ๆ คนหนึ่งนี่แหละ แล้วเพื่อนจะมาพูดว่าเธอมีทางไปได้ดีกว่านี้! น่าโมโหฉิบหาย! เกื้อกูลบีบแก้วเหล้าในมือ

“ไอ้เกื้อ…ที่มึงพูดออกมามีแต่เรื่องเงิน” ปราการมองหน้าเพื่อนแล้วถอนหายใจ

เขาเหนื่อยแทนปัญทิตาจริง ๆ ขนาดคุยเรื่องนี้กับเกื้อกูลแค่แป๊บเดียวยังเหนื่อยขนาดนี้

“แล้วมึงคิดว่าข้าวปั้นอยู่กับกูเพราะอะไร? รักกูเหรอ? หึ! พวกมึงไม่รู้หรอก…ผู้หญิงคนนี้ร้ายกว่าที่พวกมึงคิดเยอะ” เขาพูดก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“ถ้าน้องมันร้าย น้องมันไม่ดีขนาดนั้นมึงจะให้ข้าวปั้นอยู่ตรงนี้ทำไม?” เป็นเอกเงียบมานาน ฟังจนระอาก็อดพูดขึ้นไม่ได้

“กูเหรออยากให้อยู่? ถ้าไม่เห็นแก่มนุษยธรรมตะเพิดไปนานแล้วโว้ย!”

“เกิดอยากจะมีมนุษยธรรมขึ้นมาเชียว กูจะอ้วก!”

“ถ้ากูชั่วกูเลวคนที่อยู่กับกูได้มันก็ชั่วไม่ต่างกับกูหรอก! ในเมื่อเข้ามาหากูแต่แรกก็เพื่อเงิน อดทนอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อเงิน ถึงกูจะเลวจะชั่วกูดูแลข้าวปั้นอย่างดี เรื่องงานเป็นเรื่องเดียวที่กูว่าไม่ได้ กูให้ขนาดนี้แล้วจะอะไรนักหนา!”

นอกนั้นก็กัดแซะไม่เลิกรา เป็นเอกและปราการส่ายหน้าระอาอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร

“กูก็ยังเห็นมึงก้าวก่ายงานข้าวปั้นอยู่เลย ไอ้หัวหน้าบาร์น้ำมึงก็รู้ว่ามันผิด ก็ไปฉีกหน้าน้องเขา ถึงจะเป็นคนของแม่มึงก็จริงแต่มีเหตุผลหน่อยดิวะ”

“วิธีการของกูไม่จำเป็นต้องบอกคนโง่อย่างมึง เชิญเห็นใจคนที่ไม่สมควรเห็นใจไปเถอะ แต่กูจะบอกให้รู้ไว้ว่าถ้าชีวิตข้าวปั้นไม่มีกูก็ไม่มีวันนี้หรอก ตายอีกสิบชาติก็ไม่สุขสบายเท่านี้!”

เกื้อกูลพูดจบก็แค่นหัวเราะออกมาและเป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพาดมองไปทางประตูห้องพอดี

ปัญทิตายืนอยู่นานแล้ว เธอได้ยินทุกคำพูดของเกื้อกูล เขายังคงเหมือนเดิม คิดกับเธอในแง่ลบแบบเดิม ๆ พูดคำพูดพวกนี้ราวกับกดรีเพลย์ทำร้ายกันซ้ำ ๆ

เกื้อกูลไม่เคยมองเธอดี ทุกอย่างเราอยู่กันเพราะเงิน นี่คือสิ่งที่หญิงสาวเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลา

“น้องปั้นกลับมาพอดีเลย เข้ามาสิครับพวกพี่รอเล่นเต๋าอยู่…” เป็นเอกได้สติก่อนใครรีบลุกและเรียกปัญทิตาที่ก็ไม่รู้ว่าเปิดประตูเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ค่ะ” แต่เมื่อเธอตอบแบบนี้นั่นเท่ากับว่าคงไม่ได้ยินที่พวกเราสามคนคุยกันหรอกมั้ง

เพราะหากได้ยินจริง ๆ มีหรือว่าจะอดทนที่จะไม่วิ่งออกไปร้องไห้ได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าปัญทิตารักเกื้อกูลมากแค่ไหน กระทั่งกรีดข้อมือทำร้ายตัวเองก็เคยมาแล้ว

ในตอนที่เกื้อกูลทะเลาะกับปัญทิตาแล้วจะเลิกกัน ภาพที่หญิงสาวใส่ชุดนักศึกษาคุกเข่าขอร้องไม่ให้เกื้อกูลทิ้งกันยังติดตาเป็นเอกมาจนทุกวันนี้

นี่คือเหตุผลที่ทำไมคนใกล้ตัวของเกื้อกูลถึงได้เอ็นดูปัญทิตาและคิดว่าเธอคู่ควรที่จะถูกรักอย่างถูกต้องบ้าง

“หกสามค่ะ”

“หกสี่”

“หกหก”

“หกเจ็ด”

“จับค่ะ”

เสียงหวานของผู้หญิงคนเดียวในโต๊ะโต้ตอบกับพวกผู้ชายตรงหน้า เธออมยิ้มก่อนจะผายมือไปทางกระบอกลูกเต๋าของเป็นเอก เขาคือคนที่โดนเธอจับแต้ม

มุมปากของเกื้อกูลยกขึ้น เขารีบเปิดกระบอกเต๋าของตัวเองเพื่อโชว์แต้มเต๋า ปราการก็ทำเช่นเดียวกันและตามมาด้วยคนที่เป็นผู้เอ่ยจับแต้มเต๋าคือปัญทิตา

“เต๋าทั้งหมดในนี้ มีหกแค่สามลูกค่ะ” ปัญทิตาพูดแล้วยิ้ม

“โอ้โห! ทุกคนโกหกหมดเลยสินะ หน้าเต๋าไม่มีหนึ่งและหกกันเลย!” เป็นเอกชะโงกไปดูกระบอกเต๋าทุกอันก็พบความจริงข้อที่ว่าเขาโดนต้มเสียจนเปื่อย!

กระบอกเต๋าของแต่ละคนไม่มีลูกเต๋าหน้าหกเลยสักคน แถมหน้าหนึ่งที่เป็นตัวแปรแทนเต๋าแต้มอะไรก็ได้ก็ไม่มีเช่นเดียวกัน นั่นเท่ากับทุกคนโกหกหมด

“สมกับชื่อเต๋าไง เต๋าโกหก” ปราการบอกเพื่อนสนิทและก็ดันแก้วช็อตใส่เหล้าแก้วเล็กส่งไปให้

เป็นหนึ่งรู้ตัวว่าแพ้ให้กับปัญทิตาที่เป็นคนบอกจับแต้มเต๋าของเขา ชายหนุ่มก็ยอมกินเหล้าแก้วนั้น

“เล่นต่อไหมข้าวปั้นยังไม่ได้กินสักแก้วเลย” ปราการรู้สึกว่าแพ้ไม่ได้

แต่ทุกรอบที่เล่นกันก็ไม่มีใครเอาชนะปัญทิตาได้ แม้แต่คนที่สอนหญิงสาวเล่นเกมนี้อย่างเกื้อกูลก็ตาม

เกมนี้ชื่อว่าเต๋าโกหก เราจะมีลูกเต๋าคนละห้าลูก เล่นสี่คนเท่ากับในวงจะมีเต๋าทั้งหมดยี่สิบลูก

เราจะเรียกหน้าเต๋าเท่าไหร่ก็ได้ เล่นสี่คนก็ต้องเปิดด้วยหน้าเต๋าหนึ่งถึงหกและเรียกจำนวนสี่ลูกขึ้นไปตามจำนวนคน

เต๋าแต้มหนึ่งจะแทนอะไรก็ได้ แล้วเราก็วนเรียกกันไปเรื่อย ๆ โดยที่ตัวเราจะพูดจริงหรือโกหกก็ได้

“ต่อดิ! วันนี้ข้าวปั้นอยากเมา…” เกื้อกูลพูดไม่มองหน้าใครแล้วก็เขย่ากระบอกเต๋าต่อ ทำให้ทุกคนก็เริ่มจัดการกระบอกเต๋าตัวเอง

มีเพียงปัญทิตาที่รู้สึกว่านี่ดึกเกินไปแล้วเธออยากจะไปดูหน้าร้านสักหน่อย หญิงสาวจึงทอดสายตามองไปที่เกื้อกูล นานเกือบครึ่งนาทีก่อนที่เขาจะเหลือบสายตามามองกัน

“กูแพ้ข้าวปั้นกิน” เกื้อกูลรู้ว่าปัญทิตาคิดอะไรเขาจึงเอ่ยตัดบท ไม่อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่น

แต่เรื่องจริงคือยังไม่อยากให้เธอไปไหนเขาจึงพูดออกไปเช่นนั้น

“มึงอยากมอมเมียก็บอกมาเหอะไอ้เกื้อ”

เป็นเอกพูดไปก็หัวเราะไปและยิ่งหัวเราะดังกว่าเดิมเมื่ออีกฝ่ายไม่ปฏิเสธ

แล้วบอกไม่ใช่ ๆ จะไม่ใช่ยังไง! ไม่ว่าใครบอกว่าปัญทิตาเป็นเมีย เกื้อกูลก็ไม่เห็นจะปฎิเสธ

“มันอาจจะอยากอุ้มข้าวปั้นกลับห้องงี้ป่าวแต่หาทางไม่ได้อะ” เมื่อเหล้าเข้าปากมากหน่อยเพื่อนเขาก็ฝีปากกล้าขึ้น

“ทำไมกูต้องทำแบบบนั้น ลองถามข้าวปั้นสิกูเคยทำไรงี่เง่าอย่างงั้นเหรอ? คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง ถ้าดูแลตัวเองไม่ได้จะดูแลกูได้ไงถูกปะ?”

“มึงก็พูดเกินไปไอ้เกื้อ…”

“เออ น้องจะเสียใจปะ…”

ทั้งที่ปัญทิตาก็ได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหูพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเขา แต่หญิงสาวกลับไม่ได้แสดงออกว่าเธอไม่โอเคแต่อย่างใด ไม่เสียใจ ไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ!

“ต่อให้กูพูดมากกว่านี้หรือทำมากกว่านี้ข้าวปั้นก็ไม่เดือดร้อน”

“ไอ้เกื้อ…”

“มึงนี่มัน…”

“กูพูดเรื่องจริง มึงไม่ใช่เจ้าตัวจะมาร้อนรนกันทำไม ไม่ต้องสนใจหรอกว่าข้าวปั้นจะรู้สึกยังไง คนที่อยู่กับกูได้นานขนาดนี้แค่อดทนเก่งไม่พอหรอก ใช่ไหมข้าวปั้นเพราะเธอก็เป็นคนบอกแม่ฉันเอง!”

คำพูดของเกื้อกูลใจร้ายแบบที่ตัวเพื่อนเขาเองก็ยังไม่คิดว่ามันจะกล้าพูดออกมา แถมยังพูดต่อหน้าปัญทิตาอีกด้วย

เป็นเอกและปราการเห็นใจหญิงสาวเป็นอย่างมากที่ต้องมารองรับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเพื่อนเขา

ปัญทิตาเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเกื้อกูล เธอไม่มีคำพูดอื่นใดนอกจากมองตาเขาและก็หลุบสายตาต่ำลง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 58

    ตอนพิเศษ NC+คำขอของเขาทำให้ทั้งร่างเธอร้อนวูบ ทุกจุดที่ฝ่ามือเขาลากผ่านคล้ายว่ามีกองไฟเล็ก ๆ โหมไหม้ไปทั่วเส้นประสาท ลมหายใจของปัญทิตาสะดุด“เฮีย...” ร่างเล็กถูกอุ้มยกด้วยมือข้างเดียวก่อนจะมาทุ่มทิ้งบนเตียงนอน เกื้อกูลใช้แขนเดียวถอดเสื้อยืดที่ตนเองสวมใส่ปัญทิตาใช้ข้อศอกดันร่างตัวเองขึ้นมาจากฟูกเตี

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 57

    บทส่งท้าย ก๊อก! ก๊อก!เสียงขานรับอนุญาตดังมาจากห้องนอนชั้นสองของบ้าน เกื้อกูลยังไม่เปิดประตูเข้าไปในทันที เพราะเขาต้องแน่ใจก่อนว่าหูไม่ได้ฝาด“เข้ามาเลยค่ะ” ชัดแล้วว่าได้ยินไม่ผิด เกื้อกูลจึงเปิดประตูห้องนอนของปัญทิตาเข้าไปบริเวณชั้นสองของบ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่ที่เกื้อกูลจะถือวิสาสะขึ้นมาได้ เพราะม

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 56

    บทที่ 28 พิสูจน์ตัวเองเกื้อกูลก็ยังคงดูแลเธอกับลูกเหมือนเดิม เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรอื่นใดนอกจากการเป็นพ่อของลูกมันเหมือนกับว่าเขาก็พยายามชดใช้และไถ่บาปในสิ่งที่เคยทำกับเธออยู่“น้องนีนจะสองขวบแล้ว ข้าวปั้นยังไม่หายโกรธเฮียอีกเหรอ?” น้อยลุ้นไปกับความรักของทั้งสองคนความห่วงใยที่มองจากดาวอังคารก็รู้

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 55

    “ม่ายยย แม่! แม่!” เด็กหญิงพอเจอแม่ก็ไม่เอาใครทั้งนั้น สุดท้ายปัญทิตาก็ต้องอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก“พอดีรถเสี่ยเขายางแตกรอเปลี่ยนยางอยู่ เฮียก็เข้าครัวไปเคี่ยวกระดูกหมูซ้ำอีกรอบ กลัวมันจะเหนียวแล้วข้าวปั้นกินจะท้องอืด เสี่ยเขาก็แก่จับหลานไม่ทันแน่ เฮียเลยฝากลูกไว้กับแม่แทน” ปัญทิตาไม่ได้ว่าอะไรสักคำแ

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 54

    เกื้อกูลคิดว่านี่คือการชดใช้ให้เขาและชดเชยให้แม่ จึงไม่คิดจะโกรธแค้นพ่อที่เคยไม่ไยดีพวกเราต่อไปอีกแต่จะให้ไปสนิทชิดเชื้อเกื้อกูลก็ทำไม่ได้ ทุกอย่างก็คงต้องใช้เวลา เมื่อคิดถึงตัวเองเขาก็เข้าใจปัญทิตาขึ้นมาคำพูดของเสี่ยกำธรไม่อาจจะเรียกความสนใจของปัญทิตาได้นาน เพราะร่างเล็กที่เธอเบ่งคลอดออกมาในห่อผ้

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 53

    บทที่ 27 รับกรรม“พอได้แล้วเลิกเถียงกัน ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องข้าวปั้นจะเพิ่งคลอดลูกมา ด่าเพื่อนพี่ซะมีสภาพเหมือนหมาตกคลองประปามาสามวันเลย”“แล้วมันไม่ขึ้นอืดเลยเหรอวะสามวัน” “มันใช่เรื่องมาล้อกันเล่นไหม ข้าวปั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ตอนนี้อย่าเพิ่งแยกลูกยังเล็ก ไว้น้องนีนรู้เรื่องสักหน่อยค่อยมาตกลงกัน

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 13

    บทที่ 12 ขาดไม่ได้สุดท้ายคนที่เมามายไม่ได้สติก็คือคนที่นอนคว่ำฟุบหน้าอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ภายในห้องรับรองแห่งเดิมโดยมีนิวและนาวสองแฝดกำลังช่วยกันปรนนิบัติดูแล “อะ ออกไป! อึก! อย่ามายุ่งได้ไหมวะ!” คนฟุบหน้าอยู่กับฟูกนอนพูดออกมาเสียงอู้อี้ มือข้างที่ยกขึ้นมาปัดป้องกันตัวเองแทบจะไม่มีแรงยกขึ้นมาด้วยซ้

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 11

    บทที่ 10 ไม่รบกวน ดวงตาคมเข้มจ้องมองพนักงานหญิงที่เดินมาเรียกไอ้สามลูกน้องเขาออกไป เกื้อกูลจำได้ในทันทีว่าเป็นเด็กหน้าห้องทำงานปัญทิตา เขาวางแก้วเหล้าในมือลงเมื่อลูกน้องเดินกลับเข้ามา“มีอะไร” สามเดินเข้ามาหาพร้อมกับทิ้งสายตามองผู้หญิงทั้งสองคนที่นั่งขนาบข้างเจ้านายอยู่“ออกไปก่อน” เกื้อกูลสั่งผู้ห

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 10

    บทที่ 9 ทนไม่ได้ก็ต้องทนครืดดดด ครืดดดดปัญทิตาสะดุ้งตื่นเพราะโทรศัพท์สั่นแจ้งเตือนว่ามีคนโทร. เข้ามา หญิงสาวเห็นเบอร์โทรศัพท์ก็รีบกดรับสายในทันที“ว่าไงปุก…” น้องชายก็โทร. เข้ามาถามว่าคืนนี้เธอจะกลับบ้านหรือเปล่า ถ้าไม่กลับก็จะได้ล็อกประตูบ้าน“อ่า…พี่น่าจะกะ กลับ…” พูดก็ชะงักไปเพราะสายตาของคนที่น

  • Ending love สิ้นสุดทางรัก   บทที่ 9

    บทที่ 8 เติมเต็ม NC “เฮีย ฮึกกก”เพราะแรงตอกกระแทกที่ส่งใส่เข้ามาอย่างรุนแรง กลีบเนื้ออวบอูมของเธอสั่นระริกเพราะความเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอ สองแขนแกร่งสอดเข้ามารัดร่าง พร้อมกับใบหน้าคมคายชื้นเหงื่อที่ฝังลงมาบนซอกคอริมฝีปากร้อนจัดจูบสัมผัสตรงแอ่งชีพจรพร้อมทั้งขบเม้ม ลมหายใจหอบกระชั้นแสดงถึงความรู้สึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status